คำนำหนังสือ Reading Capital - หลุยส์ อัลธูแซร์ (1968)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ reading capital

 

คำนำหนังสือแปลฉบับภาษาอิตาลี

 

1.หนังสือแปลเรื่อง Reading Capital เล่มนี้มีความแตกต่างจากฉบับที่ตีพิมพ์ครั้งแรก (Lire le Capital, Vols. I and II, Maspero, Paris 1965) ในหลายรายละเอียด

ในทางหนึ่งนั้นหนังสือเล่มนี้เป็นฉบับย่นย่อที่ถูกรวบรัดตัดความ นับตั้งแต่การที่เราเลือกจะตัดทอนงานเขียนที่สำคัญออกไปหลายชิ้น (บทความของ Rancière, Macherey และ Establet) เพื่อที่จะทำให้เราสามารถตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมาได้ในรูปแบบของหนังสือขนาดเล็ก

ส่วนในอีกทางหนึ่งนั้นหนังสือเล่มนี้เป็นฉบับที่ได้รับการแก้ไขและปรับปรุงความถูกต้อง และด้วยเหตุนั้นเองทำให้หนังสือเล่มนี้มีหลายส่วนที่ถูกปรับแก้เนื้อหาใหม่ มีการเพิ่มเนื้อหาบางส่วนในหลายหน้า ที่โดเด่นที่สุดก็คืองานเขียนของ Balibar ซึ่งจะถูกตีพิมพ์เป็นฉบับภาษาฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในหนังสือฉบับนี้

อย่างไรก็ตามการแก้ไข (ทั้งการตัดทอนเนื้อหาและเพิ่มเนื้อหา) ที่เราได้ทำต่อหนังสือต้นฉบับนั้นมีไม่ได้มีผลกระทบถึงทั้งระเบียบวิธีทางศัพทวิทยา (terminology) และ ลำดับหมวดหมู่ (categories) กับมโนทัศน์ที่ถูกใช้ (concepts) รวมถึงไม่กระทบต่อทั้งความสัมพันธ์ภายใน (internal relations) และไม่กระทบต่อนัยสำคัญในการตีความงานเขียนของมาร์กซ์โดยทั่วไปที่เราได้นำเสนอ

หนังสือเรื่อง Reading Capital ฉบับนี้นั้นแม้ว่ามันจะมีความแตกต่างจากหนังสือต้นฉบับ อีกทั้งยังเป็นฉบับย่นย่อและฉบับแก้ไข ด้วยเหตุนั้นมันจึงกลายเป็นหนังสือฉบับที่ทำหน้าที่ผลิตซ้ำและแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งแห่งที่ทางทฤษฎีของหนังสือต้นฉบับออกมา อย่างเคร่งครัด

2.ความเห็นสุดท้ายนี้เป็นความเห็นหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก อันที่จริงแล้วหากปราศจากความเคารพต่อผู้อ่านและความซื่อสัตย์อย่างที่จริงแล้ว เราจะคงเนื้อหาและรายละเอียดต่างๆที่สำคัญสำหรับระเบียบวิธีทางศัพทวิทยาและตำแหน่งแห่งที่ทางปรัชญาของต้นฉบับเอาไว้ แม้ว่าเราควรจะตระหนักได้ในตอนนี้ว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะแก้ไขมันให้ถูกต้องในสองส่วนอย่างเฉพาะเจาะจง แม้จะมีข้อควรระวังที่เราพยายามแบ่งแยกตัวเองออกจาก อุดมการณ์ ‘โครงสร้างนิยม’ (เราได้กล่าวเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ‘การจัดกลุ่ม’ ซึ่งพบได้ในงานเขียนของมาร์กซ์นั้น ‘ไม่มีส่วนใดเลยที่เกี่ยวข้องกับการผสานรวมกัน’) แม้ว่าจะมีการแทรกแซงขั้นแตกหักของการจัดลำดับจากภายนอกต่อ ‘ลัทธิโครงสร้างนิยม’ (การกำหนดในวาระสุดท้าย, การควบคุม, การกำหนดจนล้นเกิน, กระบวนการผลิต, ฯลฯ) ระเบียบวิธีทางศัพทวิทยาที่เราได้ทำการระบุไว้ในที่นี้นั้นมีความใกล้ชิดอย่างมากในเชิงรายละเอียดต่อระเบียบวิธีทางศัพทวิทยาแบบ ‘โครงสร้างนิยม’ ซึ่งจำเป็นจะต้องระวังไม่ให้เกิดความคลุมเครือขึ้น (นักวิจารณ์ที่ฉลาดมากๆบางคนนั้นสามารถจะแยกแยะความแตกต่างได้) การตีความมาร์กซ์ของเรานั้นโดยปกติแล้วมักจะถูกยอมรับและวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยความนับถือต่อกระแสในปัจจุบันในฐานะ ‘นักโครงสร้างนิยม’

เราเชื่ออย่างยิ่งว่าแม้มันจะมีความคลุมเครือในระเบียบวิธีทางศัพทวิทยา หากแต่แนวโน้มอันลึกซึ้งของหนังสือเล่มนี้ของเรานั้นไม่ได้ถูกแนบเอาไว้กับอุดมการณ์แบบ ‘นักโครงสร้างนิยม’ นี่คือความคาดหวังของเราว่าผู้อ่านจะสามารถที่จะจดจำการกล่าวอ้างนี้ของเราเอาไว้ในทุกห้วงความคิด เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ตรวจสอบหนังสือเล่มนี้ไปตลอดเวลาที่อ่านมัน

ในอีกทางหนึ่งนั้น ในตอนนี้พวกเรามีเหตุผลครบพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นคิดว่า แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะได้รับการปรับปรุงให้แหลมคมขึ้นแล้ว ส่วนหนึ่งในบทนิพนธ์ 1 (thesis I) ที่ก้าวหน้าไปสู่การพูดถึง ธรรมชาติของปรัชญา (nature of philosophy) นั้นได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนของ ‘นักทฤษฎี’ กล่าวอย่างละเอียดยิ่งขึ้นการนิยามความหมายของปรัชญาว่าเป็น ทฤษฎีของการปฏิบัติการทางทฤษฎี (theory of theoretical practice) (อ้างถึงในงานเรื่อง For Marx และอ้างถึงอีกครั้งในตอนที่ 1 ของหนังสือ Reading Capital) นั้นเป็นเพียงการนิยามทางเดียว และด้วยเหตุนั้นจึงทำให้มันมีความไม่แม่นยำอยู่ ในกรณีนี้มันจึงไม่ใช่เพียงแค่คำถามหรือปัญหาของความคลุมเครือในระเบียบวิธีทางศัพทวิทยา หากแต่เป็นหนึ่งข้อผิดพลาดภายในมโนทัศน์โดยตัวมันเอง การนิยามปรัชญาในทางเดียวว่าเป็นทฤษฎีของการปฏิบัติการทางทฤษฎี (และในท้ายที่สุดคือนอยามมันในฐานะของทฤษฎีของความแตกต่างระหว่างปฏิบัติการ) นั้นเป็นการบัญญัติที่ไม่อาจจะแก้ไขได้นอกจากกระตุ้นมันทั้งผลกระทบและผลสะท้อนในทางทฤษฎี ‘ความไม่แน่นอน’ และ ‘เชิงปฏิฐานนิยม’

ผลที่ตามมาจากความผิดพลาดในการให้คำนิยามความหมายของปรัชญานี้สามารถจะจำแนกออกและคัดแยกออกไห้ในบางจุดที่เฉพาะเจาะจงในตอนที่ 1 ของหนังสือ Reading Capital แต่เนื่องด้วยข้อยกเว้นบางประการของรายละเอียดที่ยิบย่อย ผลพวงเหล่านี้จึงไม่สามารถจะส่งผลกระทบต่อเนื้อหาที่เราทำการวิเคราะห์และวิพากษ์ถึงหนังสือ Capital ได้ (หัวข้อ ‘The Object of Capital’ และในบทความของ Balibar)

ในการศึกษาลำดับยาวที่กำลังจะปรากฏต่อไปนี้ เราจำเป็นจะต้องได้รับโอกาสอีกสักครั้งเพื่อจะทำการปรับปรุงแก้ไขระเบียบวิธีทางศัพทวิทยาและทำการแก้ไขการนิยามความหมายของปรัชญาให้ถูกต้องยิ่งขึ้น.

 

หลุยส์  อัลธูแซร์

Reading Capital, 1968