กุรอานศึกษาแนววิพากษ์: ท้องฟ้าไม่มีช่องโหว่?


ประเด็นที่สองที่แอดมินอยากจะชวนทุกท่านคุยก็ยังอยู่ที่ซูเราะห์ที่ 50 (บทที่ 50) อีกเช่นกัน แต่เป็นอายะห์ที่ 6 (โองการที่ 6) ความว่า"พวกเขามิได้มองไปยังฟากฟ้าเหนือพวกเขาดอกหรือ ว่าเราได้สร้างมันและประดับมันไว้อย่างไร และมันไม่มีรอยหรือช่องโหว่เลย"


ในภาคภาษาอังกฤษ ฉบับ Maulana Muhammad Ali แปลโองการนี้ไว้ว่า

"Do they not look at the sky above them? — how We have made it and adorned it and it has no gaps."


สิ่งที่แอดมินอยากจะชี้ให้เห็นในโองการนี้ก็คือข้อความส่วนท้ายของโองการ
"และมัน (ฟากฟ้า) ไม่มีรอยหรือช่องโหว่เลย"
"and it (the sky) has no gaps"

ซึ่งอันนี้จะขัดกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ที่เสนอว่ามีพื้นที่ว่างทั้งระหว่างดาวดวงหนึ่งกับดาวดวงอื่น และระหว่างกาแลคซี่หนึ่งกับกาแลคซี่อื่น


ตัวอย่างเช่น ที่ว่างระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวพุธ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด คิดเป็น 40 เท่า ของขนาดดวงอาทิตย์ (หรือ 10,000 กว่าเท่า เมื่อเทียบกับขนาดดาวพุธ)

กาแลคซี่ทางช้างเผือกกับกาแลคซี่แอนโดรมาด้าซึ่งเป็นกาแลคซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด มีขนาดประมาณ 100,000 และ 200,000 ปีแสง ตามลำดับ แต่อยู่ห่างกันถึง 2,200,000 ปีแสง (นั่นคือ ที่ว่างระหว่างแกแลคซี่ทั้งสอง คิดเป็น 22 เท่า และ 11 เท่า ของขนาดแกแลคซี่มั้งสอง)


หมายความว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในจักรวาลคือพื้นที่ว่าง (แต่ไม่ใช่ "ที่ว่างสมบูรณ์" ที่ไม่มีอะไรเลยโดยสิ้นเชิงนะ)


หากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ข้างต้นเป็นจริง แปลว่าข้อความที่เขียนไว้ในกุรอานโองการนี้ก็ผิดจากข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง


ทั้งนี้หากโองการไม่มีปัญหาเรื่องการแปลหรือตีความนะ แต่อย่างน้อยเราก็จะเห็นว่า กุรอานฉบับแปลทั้ง 2 ภาษา คือไทย และอังกฤษ เนื้อหาไม่ได้ต่างกันมากนัก

ที่มา เพจกุรอานศึกษาแนววิพากษ์

 

บันทึกจากห้องเยี่ยมฯ (1)


น่าจะราวๆกลางเดือนกันยาปีที่แล้ว รุ่นพี่นักกิจกรรมคนนึงได้ชวนผมเป็นอาสาสมัครเยี่ยมนักโทษการเมือง ผมฟังแล้วสนใจก็เลยตอบตกลงไป