คำถามโลกแตก งานศิลปะคืออะไร

 

           ใช่ค่ะ น้องหนามตั้งใจใช้คำว่า "งาน" ศิลปะมากกว่าคำว่า ศิลปะ เพราะว่าอยากจะเน้นให้เห็นถึงการผลิต การสร้าง การอาศัยกำลัง แรงงานทั้งวัตถุ อวัตถุ (ซึ่งไม่รู้ว่าจะแยกกันได้ไหมดูทรงแล้วน่าจะแยกเพราะใช้เป็นกรอบการวิเคราะห์มากกว่าคงเข้าที) ว่าจริงๆแล้ว  "งานศิลปะ"  มันคืออะไร ซึ่งอนิจจา น้องหนามก็ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ ศิลปะ หรือการออกแบบแขนงใดมาเลยซะด้วย ลำพังชีวิตน้องหนามก็ยังออกแบบให้ตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ อยู่ไปตามมีตามเกิด แต่น้องหนามก็ไม่ได้สิ้นหวังซังกะตาย ปลงโลก ปลงตก แบบที่เขาชอบแชร์โคว้ท อ ธเนศ วงศ์นะ ว่า คิดซะว่าเช่าเค้าอยู่ อะไรแบบนั้น โฮะๆ เพราะน้องหนามเชื่อ น้องหนามเป็นวัยรุ่น น้องหนามยังไม่มีลูกผัวให้ต้องดูแลจำมะเรือเถือถังแบบนั้นมั้ง โฮะๆ เลยยังพอจะกล้าเสี่ยง กล้าลุย เอาเรื่องเอาราวกับเค้าบ้าง คิดๆไปก็คงเพราะยังทำใจจะเชื่ออะไรแบบนั้นไม่ได้ด้วยแหละ เพราะยังไม่ผิดหวังมากพอด้วยมั้ง ชีวิตกำลังแค่ขำขันปกิณกะอยู่ เดี๋ยววันไหนโดนยึดรถ ยึดบ้าน ลากเข้าค่ายทหาร น้องหนามก็อาจจะไม่ปลงอยู่ดีแหละ น่าจะโกรธติดระเบิดพลีชีพมากกว่า โฮะๆ เนี่ยบอกแล้วว่าเป็นวัยรุ่น 

 

        งานศิลปะ นั้นมันมีหลายสิ่ง หลายอัน มาเจอกัน วงโคจรสิ่งละอันพันละน้อย หรือมาเป็นลำแสง มวลอุกกาบาต คาดเดาได้มั่งไม่ได้มั่ง แรงดึงดูดเยอะมั่งน้อยมั่ง ดูดเอาโลกนั้นโลกนี้ โลกเธอ โลกฉัน โลกเขา โลกมึง โลกกู โลกพ่อ โลกแม่ เก้าลอเก้า มาบวกกันอยู่ ชัดเจนมาก น้องหนามเคยไปวันเปิดงานแสดงงานศิลปะ คับคั่งมากนะ เหล้ายาปลาปิ้ง คนแปลกหน้า น้องหนามก็ยืนเด๋อ ดูเค้ากรุยกรายฉุยฉายกัน คุยกันคิกคัก เก็กบ้าง รั่วบ้าง ต่างๆนานา เพื่อนก็สะกิดว่า คนนี้จะเจ๊ใหญ่ คนนี้นะดาวรุ่ง คนนี้นะเงินหนา คนนี้นะปิ้งหมูอร่อย บลาๆ หมุนฟูลเทิร์นไปสิบรอบ ดูงาน กินอาหาร คุยจริง คุยเล่นเรียกแกรปกลับบ้าน  เนี่ยจักรวาลงานเปิดงานศิลปะ ไปละหนึ่ง ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากที่จะอิ่มหนำกับอาหาร  นน (น้องหนาม) ก็เห็นการเน็ตเวิร์คกิ้งกันใหญ่เลย ใครเป็นใคร ทำอะไร มีแฟนไหม งานทำไร บลาๆ วงโคจรทับกัน เจอกัน จะบวกกันได้ไหมอีกเรื่อง ใครเป็นตัวมวลดูดมาก คนก็พุ่งใส่ รุมล้อมหน่อย คนไหนแบบโนเนม ก็โนสนโนแคร์ค่ะ แต่ก็นะ บางทีก็เมคเฟรนด์ไปก่อนมันดูมีโพเทนเชี่ยวว่ะ เพื่อได้พึ่งได้พา หรือบ้างก็คือกะหาเพื่อนหาแฟนใดใด ก็ไม่ว่ากัน เอาจริงๆมันเป็นงานเปิดน่ะ ถ้าตั้งใจจะมาดูงานเงียบๆเสพๆสูบๆคือ มาวันอื่นเถอะค่ะ วันนี้คือวันโลกแตกค่ะ จักรวาลขยาย อ่ะ จบไปกับงานเปิดงานอาร์ต

 

         งานศิลปะ สำหรับน้องหนามมันชอบอำพรางตัวอยู่ใต้นิยามว่ามันไม่ควรถูกนิยามได้ ซึ่งบ้างก็จะรำคาญใจเพราะมันไปตกในมือใคร ใครก็มโนไปว่าเป็นงานอาร์ต และเคลมว่าตัวเองเป็นศิลปิน หรือ คนทำงานอาร์ต และมันก็หมุนเวียนอยุ่ในโลกธุรกิจอย่างอู้ฟู้มากเว่อ ไม่ก็ไม่แคร์อะไรทั้งนั้น ฉันฟินเองทำเอง งานสนองตัณหา ราคะ และอีโก้ตัวเอง กระพือกระเพื่อม บินไปเทศนาชาวบ้านต่างๆประหนึ่งนักบุญ บ้างก็เสียวซ่านกับคอนเสปต์แฟนซี เอามาบี้แบนให้นาบติดงานตัวเอง เข้าบ้างไม่เข้าบ้างก็ว่ากันไปตามเรื่อง ความปลายเปิดของมันทำให้มันทำให้งานอาร์ตยืดหยุ่น และสนุกทีจะเฝ้ามองความเป็นไปในจักรวาลนี้   ซึ่งจริงๆก็ควรตั้งคำถามนะว่า เราคิดว่างานอาร์ตคืออะไร แล้วให้ความชอบธรรมกับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับงานอาร์ตอย่างไรเพราะบางทีเราก็ทำให้มันเป็นสิ่งที่สงวนไว้สำหรับบางคน เพราะเราก็เป็นคนบางคนในหยิบมือนั้นที่จะได้ผลประโยชน์จากความเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นแล้วก็กีดกันคนที่ไม่แชร์ความคิด คุณค่า ความคูล บลาๆร่วมกับเรา แต่ก็ไม่ว่ากัน แกลลอรี่เนาะ ไม่ใช่โรงทาน แต่ต่อให้เป็นที่ไหนมันก็มีนัยยะทางการอยู่และการอยู๋ต่อไปของมัน ซึ่งไม่ได้สูงส่ง เลอเลิศไปกว่าสถานที่ใดอื่น และเอาจริงๆ ยิ่งเอ็กซ์คลูซีฟ ยิ่งน่าหดหู่ 

 

          งานอาร์ตสำหรับน้องหนามน่ะหรอ มันเป็นสิ่งควรมีพลัง เพราะมันอาศัยพลังและการเคลื่อนที่ของหลายสิ่งละอันพันละน้อยมาเจอกัน กระทั่งเราที่เป็นคนดู ก็อุตส่าห์ถ่อมาหา มาสบตา มาทำให้งานศิลปะปรากฏ อย่างน้อยก็ในกระบอกตา เรติน่าของเราละ งานอาร์ตที่ได้จัดในแกลลอรี่มันมีคนดูกว่าจัดในห้องนอนคนทำงานอยู่แล้ว มันเต็มไปด้วยความคาดหวัง อย่างน้อยก็ของหนาม ว่า มันจะทำให้ได้ก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่เคยย่างกราย พื้นที่อารมณ์ พื้นที่ความคิด ระนาบการสัมผัสที่สัมผัสไม่ได้ในโลกทุกวี่ทุกวันนี้ แล้วมันสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆให้กับเราที่จะได้เข้าไปเผชิญกับสิ่งที่ยังไม่เคยสัมผัสเหล่านั้น  ให้เราได้เห็น ได้รู้สึก ได้คิด ได้เข้าใจ ในแบบของเราเอง ไม่ต้องมาสั่งมาสอน ไม่ต้องมาแซะแบนๆสะท้อนความจริงแล้วติดแหง็กในระนาบแห้งๆ  งานดี/ไม่ดี สำหรับน้องหนามคือ งานนั้นมีความสามารถในการเปิดความเป็นไปได้เพื่อเข้ามากระแทกอะไรหนามได้ไหม หรือ แค่ยืนเท้าซะเอวพูดอะไรของตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวปาวๆไป แน่นอนหนามไม่ได้ผลักภาระให้งานศิลปะ เพราะหนามจะมโนว่าตัวเองก็เป็นงานศิลปะรอไปกระแทกและถูกกระแทกกับอะไรก็ได้ (นอกเรื่องอีกละตู)

 

          แต่มันไม่ควรหยิ่งผยองขนาดนั้น มันไม่ควรหลงตัวเองด้วย และใส่ใจชีวิตที่มันหยิบยืมมาประกอบในตัวมันด้วย ถามว่าน้องหนามจะตอบตัวเองยังไงหากนิยามงานอาร์ตว่าเข้ามาสร้างความชอบธรรมระหว่างเรากับงานอาร์ตเสมอ ก็จะตอบว่า เออ รำคาญ ความหยิ่ง กูอยากเป็นเพื่อนกับมึงโว้ย อิงานอาร์ต (ล้อเล่น แต่ก็จริงบางส่วน)  ก็จะตอบว่า อยากเข้าใจอะไรๆในโลกนี้ และเชื่อว่างานอาร์ตกับน้องหนามจะมีความสัมพันธ์ที่สร้างการรับรู้และความเข้าใจในโลกได้ โดยที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปิด สะบัดมือทิ้ง และหลงตัวเองไปก่อนว่า ฉันเท่านั้นที่อธิบายได้หมดแล้ว ฉันเท่านั้นที่สำคัญ และเธอนั่นแหละที่ต้องพยายามเข้าถึงให้ได้ เธอเป็นแค่ภาพนิ่งที่ฉันฉวยใช้มาทำให้ตัวเองเลิศเลอกว่าใคร  แต่หนามคิดว่า งานอาร์ตควรอย่างน้อยทำให้โลกแตก โลกระหว่างกัน โลกระหว่างเรา แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไปด้วยกัน เพื่อจะได้เข้าใจโลกแบบใหม่ๆ แบบอื่นๆอีกครั้ง