prachataipoet's picture

<p><strong>กวีประชาไท</strong> </p><p>ใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า...บทกวีตายแล้ว!! ทว่าอีกหลายคนกลับบอกว่า กวีไม่เคยแล้งแหล่งสยาม และยังคงเชื่อในพลังของกวี ที่หลั่งล้นพลังพุ่งพวยออกมาจากชีวิตและจิตวิญญาณข้างใน ก่อนกลั่นกลายเป็นถ้อยอักษรถ่ายทอดออกมาให้รับรู้ ทั้งความดีงาม ความเลวร้าย จริง ลวง ในความเป็นชีวิตและไร้ชีวิต ในความเคลื่อนไหวและความนิ่งงัน ในวิถีที่พบพาน ในสายธารของความรู้สึก...</p><p>และมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดที่เขียนและอ่านกวี จะทำให้หัวใจของผู้นั้นอ่อนโยนและเข้าใจในชีวิต มนุษย์และสรรพสิ่งมากยิ่งขึ้น ยิ่งในห้วงยามนี้ หัวใจคนเราเริ่มแห้งแล้ง และโลกเริ่มแล้งน้ำใจ บทกวีบางบทตอน อาจทำให้หัวใจเราชุ่มชื้นได้บ้าง</p> <p>&quot;ชุมนุมกวีประชาไท&quot; จึงเปิดพื้นที่ให้ผู้หลงใหลในรสคำกวี ได้ส่งผลงานกันเข้ามา ไม่ว่าโคลง กาพย์ กลอน หรืองานไร้ฉันทลักษณ์ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานกันได้ที่นี่ โดยสามารถส่งผลงานมา พร้อมแนบ ชื่อ นามสกุลจริง ที่อยู่ หรืออีเมล์ มาได้ที่ pu_prachatai@hotmail.com </p> <p>และขอเชิญชวนผู้อ่านเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นพูดคุยกัน เพื่อให้มีความรู้สึกสัมผัสได้ว่า&hellip; <br />เรา-ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ &quot;ชุมนุมกวีประชาไท&quot; </p>

บล็อกของ prachataipoet

"หวาด"

คนรอบข้างลอบมองข้าพเจ้า
ด้วยสายตายากเกินจะเข้าใจ
แน่นอนที่ข้าพเจ้าย่อมไม่เห็น
เพียงรู้สึกว่ามันน่ากลัวเสียเหลือเกิน
นั่นคือเหตุผลที่ข้าพเจ้าใช้อ้างในการเอาชนะ

เม็ดทรายที่โล้คลื่น

 beach
Photo from: http://www.flickr.com/photos/naixn/624130172/

 

...คลื่นที่ซัดเข้าสาดฝั่ง
แรงโถมถั่งทุ่มเทอยู่ถี่ถี่
ระลอกแล้วระลอกเล่ากี่นานปี
กัดกลืนผืนปฐพีอยู่มิคลาย

กร่อนโขดหินที่ยืนแกร่งอย่างเกรี้ยวกราด
เกลียวคลื่นเหมือนอาฆาตดังมาดหมาย –
ซัดโขดหินโซทรุดหลุดลงทลาย
ซบแทบเท้าสุดท้ายแห่งสายน้ำ...

ต่างแนวทรายชายหาดทุกหนแห่ง
ล้มลมล้อคลื่นแรงระเรื่อยร่ำ
คล้ายจะถูกดูดกลืน – คลื่นเคี่ยวกรำ
สยบยอมต่อกระทำของทะเล

ต่อกระทำของทะเลที่ชวนทะเลาะ
กลืนรอยทรายหลังเซาะล้อคลื่นเห่
ยังคงทรายหลังคลื่นเข้าโถมเท
คงรายอยู่ริมทะเลเรียงเต็มลาน

 

...แด่ทรายทุกเม็ดที่โล้คลื่นมรสุมอย่างกล้าหาญ

ไหมฟ้า
สาเกตุนคร - ร้อยเอ็ด

ศิลปิน

picture1

picture2

ศิลปินสร้างงานศิลปะ
สืบสานสภาวะประเสริฐศิลป์
ฝากผลงานไว้ในแผ่นดิน
กล่าวขานยลยินกันต่อไป

หัวใจศิลปินศิลปะ
สภาวะแตกต่างที่กว้างใหญ่
ด้วยดวงตาอันละเมียดละไม
คือหัวจิตหัวใจศิลปิน

ศิลปินสร้างงานศิลปะ
เส้นสีจะป้ายเปรอะก็เป็นศิลป์
แต่ละคนประชาชนผู้ยลยิน
สุขเกษม ทั้งขาดดิ้นลงสิ้นใจฯ

พันธุ์ปกรณ์ พงศารม

เพลง &quot;ลุ ก ขึ้ น สู้&quot; ไร้กระบวนท่า

* "เมื่อเสียงปืน ปัง ปัง ฝั่งตะวันตก"
อกสะทกใจสะท้านด้วย พรั่นไหว
"ม่านบุรี" แห่งประชาฯลุกสู้ เพื่อเป็นไท
เผด็จการฟัสซิสม์ใจดำอำมหิต เริ่มรัวปืน

บางคราการต่อสู้ เลือด ต้องรินหลั่ง
โหมพลัง "ลุ ก ขึ้ น สู้" ปลุกคนตื่น
ประชาชน - ประชาชาติทั่วโลก พร้อมหยัดยืน
พลังใจ เร่งพลิกฟื้น สังคมทราม !!!

ต้องต่อสู้ทุกรูปแบบ...ไร้กระบวนท่า
ทั้งใต้ผืนพสุธา มิคร้ามขาม
ทั้งบนดิน – เบื้องฟ้า...วับวาววาม
โหมไฟให้ไหม้ลาม ทั่วปฐพี

เมื่อเสียงปืน ปั๊ง เปรี้ยง กลางเมืองหลวง
ประชาปวงลุกสู้ ผู้กดขี่
เมื่อรวมพลังทั้งโลก เข้าราวี
"ก็รู้ว่า "ป ระ ชา ชี" จักชิงชัย !!!"

แ ส ง ดา ว   ศ รั ท ธา มั่ น
ต้นเหมันตฤดู, ตุลาตม 2550, ล้านนาอิสรา, เจียงใหม่

 

* ในเครื่องหมายดอกจันฑ์ คือ ถ้อยกวีของ "ภราดร-ติภาพ"

ดอกสุมาลี คืออักษรและบทกวีแห่งหัวใจ

pic1

pic2

pic3

ฟ้าสางแล้ว...
ธรรมชาติได้ก่อกำเนิดขึ้น
มีทั้งความดีและความชั่ว
ก้าวเท้าค้นหาความหมายแห่งชีวิต
ดิ้นรนฝ่าฟันสู่ฝัน
ผู้เฒ่าเคยกล่าวไว้ว่า- -
“ของมีค่าย่อมเกิดในที่ลำบาก”

งดงามยิ่งนักแดนดินสวนทูนอิน
คือรังของนกนางแอ่นขาวสองตัว
Drop Out วางปล่อยในชีวิต
แม้นไม่เห็นยุ้งข้าว แต่หากก้าวเท้ามาเยือน
ได้กินอิ่ม นอนอุ่น
ร่มเย็นยิ่งกว่าน้ำที่ไหลลงจากโตรกผา(ห้วยบวกเขียด)

หอมหวนยิ่งนัก- -หอมดอกสุมาลี
หอมทั่วแดนดินสวนทูนอิน
คือสวรรค์บนดิน ของตะหล่า ’รงค์ วงษ์สวรรค์
เขียนบทกวีแห่งสวรรค์
ต้นไม้ใบหญ้าและผีเสื้อคือตัวอักษร
ดอกสุมาลี คืออักษรและบทกวีแห่งหัวใจ.

แด่...๖๐ ปีแสนงาม มาดามวารินชำราบ
คุณสุมาลี  วงษ์สวรรค์

                                      ชิ สุวิชาน

 

หมายเหตุ : ตะหล่า(ภาษาปวาเก่อญอ) หมายถึง ครู, คุรุ สล่า,ช่าง,ปราชญ์ผู้รู้

Pages

Subscribe to RSS - บล็อกของ prachataipoet