บล็อกกาซีน ประชาไท
สุมาตร ภูลายยาว
๑.แม่น้ำสาละวินและระบบนิเวศแม่น้ำ -บทพูด- -มีคนบรรยายเกิ่นนำเรื่องแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำนานาชาติสายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำเนิดจากการละลายของหิมะในธิเบตแล้วไหลผ่านประเทศจีน,ไหลเข้าเขตรัฐฉาน,รัฐคะยาห์ และไหลเรื่อยมาเป็นเส้นแบ่งพรมแดนไทย-พม่ารวมระยะทาง ๑๑๘ กิโลเมตร ก่อนจะสิ้นสุดพรมแดนไทย-พม่าที่บ้านสบเมย หลังจากนั้นแม่น้ำสาละวินก็จะไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดียที่อ่าวเมาะตะมะบริเวณเมืองเมาะลำเลิงหรือมะละแหม่งของรัฐมอญ รวมระยะทางทั้งสิ้น ๒,๘๐๐ กิโลเมตร แม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับที่ ๒๖ ของโลก สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำนานาชาติที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองลงมาจากแม่น้ำโขงเท่านั้น ตลอดระยะการไหลของแม่น้ำสาละวินตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปลายน้ำ แม่น้ำสาละวินได้ไหลผ่านบริเวณพื้นที่ที่มีกลุ่มคนชาติพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่า ๑๓ ชาติพันธุ์ กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เหล่านี้อยู่รวมกันเป็นสังคมทั้งตามที่ราบลุ่มริมแม่น้ำสาละวินและตามที่ราบลุ่มของลำห้วยสาขาของแม่น้ำสาละวิน หากเอ่ยคำว่า “แม่น้ำสาละวิน” บนพรมแดนไทย-พม่า หลายคนคงนึกถึงสงครามระหว่างชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ กับรัฐบาลทหารพม่า แต่เรื่องราวเกี่ยวกับแม่น้ำสาละวินและผู้คนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งน้ำบนพรมแดนไทย-พม่ากลับเป็นเรื่องที่เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ยากเต็มที บ่อยครั้งที่โครงการพัฒนาต่างถา-โถมเข้ามา ชุมชนหรือแม้แต่ผู้คนในชุมชนที่กล่าวมาทั้งหมดกลับได้รับการมองข้าม และละเลยที่จะมีการกล่าวถึง บ่อยครั้งเช่นกันที่ผู้เป็นเจ้าของโครงการพัฒนาต่างๆ ได้บอกกับสังคมภายนอกว่าบริเวณพรมแดนไทย-พม่าริมแม่น้ำสาละวินนั้นมีคนอยู่จำนวนน้อย แต่หากว่าในความเป็นจริงแล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะตามริมน้ำสาละวินและตามลำห้วยสาขาลึกเข้าไปในผืนป่าสาละวินทั้งทางฝั่งไทยและพม่ามีคนอาศัยอยู่จำนวนไม่น้อย
กวีประชาไท
By : http://www.bloggang.com/data/sweetcandy/picture/1138853657.jpg (โคลงดั้นวิวิธมาลี) ไคลคราบศิลาขุ่นเศร้า ไศลสงบ กลียุคก่นกลบ สมัยตื่น 'คมขลังควรคู่ อ- ธิฏฐานไหว้ อาลัยโลกร้างไร้ แหล่งทิพกุลริษยาใครก่อนสร้าง ศรัทธา ยืมหินผากอดหนุน ห่มไข้ช่วงชิงแท่นบูชา หลงป่วย เพียงหินเทินซ้อนให้ ทิพย์เนา จรดอคติกั้น สะดวกแยก เสบยแฮ กบาลแตกอวดเขลา งั่งบ้า เพียงหิน,ลำบากแบก ของกู ของกู ประตูใจแง้มอ้า ดั่งเทวดาลัย กำรู กำมะลอฝัน ชัยวัฒน์ พุ่มประจำ
แสงดาว ศรัทธามั่น
“นากาแลนด์ --- NAGA LAND”เพื่อดินแดน แห่ง เสรีเริงระบำ บท เพลง ณ วันนี้เพื่อนพ้องน้องพี่อวยพรชัยให้ “NAGA LAND”“ลุกขึ้นสู้” เพื่อสิทธิ + เสรีภาพอิ่ม เอิบ อาบจิตวิญญาณนี้เหลือแสนโอ ... ผองเพื่อนมนุษย์ชาติทั่วด้าวแดนเปล่งขานบทเพลงแนบแน่นกล่อมพลังใจ“NAGA LAND == นากาแลนด์”ดวงใจนี้เหลือแสนสะอาด สด ใสสู้ เพื่อ สิทธิเสรีภาพ อ่า อำไพเพื่อโลกงามเพริศพิไลปลดปล่อยพลัน!=== เถิด ผองเพื่อนมนุษยชาติทั่วทั้งโลกเพลงสายลมโชยโบกพริ้มรังสรรค์โลก เอกภพ จักรวาล รับรู้พร้องใจกันหลอมชีวิตจิตวิญญาณตราบนิรันดร์เพื่อ ...”NAGA LAND” ด้วยรัก + พลังใจอ้าย”แสงดาว ศรัทธามั่น” ฤดูฝน , 27 กรกฎาคม 2551คราพี่น้องเพื่อนร่วมโลกชีวิต.. กวี ศิลปิน นาม “REBEN MASHANGVA”มาเปิด CONCERT “SING & BLUE” ณ บ้าน-ร้าน สุดสะแนน(แสนสนุกสุดเสน่ห์) **หมายเหตุ อ้ายน้อย... “อัคนี มูลเมฆ” อ้าย ..“แซม” เป็นผู้ประสานงานพาพี่น้อง “NAGA LAND” มาร่วมร้องเริงรำรื่น ขับ ลำ นำ เพลง เพื่อสิทธิเสรีภาพแห่งผองเพื่อนพี่น้อง ”NAGA LAND”
โอ ไม้จัตวา
สำหรับเพลงนี้ฉันยกย่องประโยคนี้ ...“เขียวระบัดนุ่มราวไหมที่ทอคลุมไหล่ให้เธอ ห่มยามฟ้าเย็น” ชื่อเพลง แนวร้างทางเดิม ประพันธ์โดยคุณจรัล มโนเพ็ชร ขับร้องโดยคุณสุนทรี เวชานนท์ อยู่ในอัลบั้ม แด่หนุ่มสาวผู้ร้าวราน ฉันชอบเวอร์ชันที่เธอร้องปัจจุบันมากกว่าในซีดี เพราะมีความรู้สึกว่าเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ หลอมรวม และผ่านการตีความจนทำให้ได้อารมณ์ที่แตกต่าง ยามตะวันลา เหม่อยืนมองฟ้าเรืองรอง น้ำเปี่ยมฝั่งสอง ใบไผ่ลอยล่องเป็นแพ หอมข้าวใหม่อวดรวงไว้รอเธอมาเกี่ยวดูแล อยู่เต็มท้องทุ่ง
SenseMaker
“คู่แข่งกำลังลงทุนในเทคโนโลยี... เราจะรอช้าอยู่ไม่ได้ ต้องรีบดำเนินการผลักดันโครงการแบบเดียวกัน ให้เกิดขึ้นในทันที เพื่อตามให้ทัน และไม่ให้เราสูญเสียโอกาสทางการแข่งขัน"“เทคโนโลยี... กำลังได้รับความนิยมในตลาดโลก สร้างประโยชน์มากมายให้กับ ประเทศนั้นประเทศนี้ หรือองค์กรนั้นองค์กรนี้ ดังนั้นเราจึงควรลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าว อย่างเร่งด่วน”เหตุผลในทำนองข้างต้น เป็นเหตุผลที่ข้าพเจ้าได้ยินอยู่เป็นประจำ จากผู้มีอำนาจตัดสินใจในระดับนโยบาย ขององค์กรระดับต่างๆในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีอันทันสมัย เข้ามาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทางด้าน ICT
สวนหนังสือ
นายยืนยง ชื่อหนังสือ : ก่อนเริ่มโรงเรียนวิชาหนังสือ (สูจิบัตรในงาน ‘หนังสือ ก่อนและหลังเป็นหนังสือ’ ) จัดพิมพ์โดย : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ สัปดาห์ก่อนไปมีปัญหาเรื่องซื้อหนังสือกับพนักงานขายของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ด้วยเพราะหนังสือที่จะซื้อมีราคาไม่เป็นจำนวนถ้วน คือ ราคาขายมีเศษสตางค์ เป็นเงิน 19.50 บาท เครื่องคิดราคาไม่ยอมขายให้เรา ทำเอาพนักงานวิ่งถามหัวหน้ากันจ้าละหวั่น ต้องรอหัวหน้าใหญ่เขามาแก้ไขราคาให้เป็น 20.00 บาทถ้วน เครื่องคิดราคาจึงยอมขายให้เรา เออ..อย่างนี้ก็มีด้วย เดี๋ยวนี้เศษสตางค์มันไร้ค่าจนเป็นแค่สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เท่านั้นเอง หนังสือเล่มดังกล่าวนั้น มีราคาถูกจนน่าตกใจเลยทีเดียว เนื่องจากสำนักพิมพ์ใช้กระดาษสีขาวเคลือบมันอย่างดี ตัวอักษรเป็นสีน้ำตาลแก่ มีภาพประกอบ ปกอ่อนแต่ใช้กระดาษแข็งสีเขียวขี้ม้า ทั้งเล่มมีจำนวน 184 หน้า เมื่อเปรียบเทียบราคากับคุณภาพหนังสือแล้วต้องบอกว่า ราคาถูกมาก
Cinemania
นพพร ชูเกียรติศิริชัย อังกฤษ ปี ค.ศ. 1983 ยุคที่รองเท้า ‘บู้ท' สไตล์ Dr.Matins ทรงผม ‘สกรีนเฮด' เสื้อเชิ้ต ‘ลายสก๊อต' และกางเกงยีนส์ คือสัญลักษณ์แห่ง ‘อำนาจ' ที่เหนือกว่าชนชาติอื่นในหมู่เยาวชนชาวอังกฤษ ‘ชอน' เด็กชายวัย 12 ผู้ฝังใจอยู่กับการสูญเสียพ่อไปในสมรภูมิเกาะฟอร์คแลนด์ (สงครามแย่งชิงเกาะฟอร์แลนด์ระหว่างประเทศอังกฤษและ อาเจนติน่า) กำลังเริ่มต้นค้นหาชีวิตในวัยหนุ่มกับกลุ่มเยาวชนรุ่นพี่ เขาถูกสอนให้รู้จักกับความเป็นกลุ่มก้อน หรือความเป็นสถาบันผ่านเครื่องแต่งกายสไตล์ขาโจ๋เมืองผู้ดีในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 20 เขาถูกสอนให้รู้จักกับความเป็น ‘ชาย' ผ่าน ‘เกมส์' การทุบทำลายสิ่งของในบ้านร้าง ควบคู่ไปกับการที่ ‘รัฐ' พยายามปลูกฝัง ‘ความรักชาติ' ให้เหล่าเยาวชนชายเพื่อความสะดวกในการจัดส่งพวกเขาเข้าสังเวย ‘ความใคร่' ใน ‘สงคราม' ที่ ‘รัฐ' เป็นผู้ก่อในฐานะเด็กหนุ่มซึ่งเติบโตมาในสังคมแห่ง ‘การแข่งขัน' และ ‘สงคราม'... ‘ความรุนแรง' และ ‘ความหยาบคาย' (ในสายตาผู้ใหญ่) จึงเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่จะทำให้ ‘พวกเขา' ข้ามพ้นจากการถูกรังแกและแล้วการปรากฏตัวของ ‘คอมโบ้' เยาวชนชายชาวอังกฤษผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรพิเศษจาก ‘กรมราชทัณฑ์' ในฐานะนักโทษ ก็ได้นำพา ‘ชอน' และเพื่อนๆ อีกจำนวนหนึ่งไปสู่ ‘ความรุนแรง' ในรูปแบบใหม่ จากคำถามเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติที่ ‘คอมโบ้' หยิบยื่นให้ กลับกลายเป็นความเกลียดชัง ที่นำไปสู่อาชญากรรม พวกเขาเริ่มรวมตัวขับไล่ ‘ความเป็นอื่น' ในเกาะอังกฤษ ด้วยเหตุผลในเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติ และสีผิว จากการข่มขู่เด็กนักเรียนชาวปากีสถาน สู่การทุบทำลายข้าวของและปล้นสินค้าจากพ่อค้าชาวเอเซีย จบลงด้วยร่างของ ‘มิลกี้' เพื่อนชาวอังกฤษเชื้อสายแอฟริกาที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือด ด้วยน้ำมือของ ‘คอมโบ้' ทำให้ ‘ชอน' เริ่มกลับมาทบทวนถึง ‘บางสิ่ง' ที่กำลังฝังรากลงในจิตใจของเขา ‘ชอน' ตัดสินใจกลับไปนำธงชาติอังกฤษที่เขาเคยภาคภูมิใจลงจากหน้าต่างห้องนอน และปล่อยให้มันล่องลอยไปกลับสายน้ำในขณะที่ภาพข่าวทางโทรทัศน์ยังคงนำเสนอ ‘ชัยชนะ' ของทหารอังกฤษต่อ ทหารชาวอาร์เจนตินา ด้วยความภาคภูมิใจในจำนวน ‘ศพ' ของ ‘นักรบ' เยาวชน ‘ฝ่ายตรงข้าม'... กรุงเทพ ปี ค.ศ. 2008 (พ.ศ. 2551) ยุคสมัยที่ทั้งครูบาอาจารย์และเยาวชนไทยถูกปลูกฝังให้เชื่อมั่นในเทคโนโลยี ยิ่งกว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยหลายสถาบัน ตัดสินใจให้ลูกศิษย์ส่งงาน และดูงานผ่าน ‘อีเมล' (ทั้งๆ ที่ต้องเจอหน้าอาจารย์อยู่ทุกวันในชั้นเรียน) ด้วยความเชื่อมั่นว่า ทุกๆ บ้านในประเทศไทยจะต้องมี ‘คอมพิวเตอร์' แต่สำหรับนางสาว ‘วัลลี' (นามสมมติ) คำสั่งของอาจารย์กลับสร้างความกังวลใจให้กับเธออย่างยิ่งยวด เพราะเมื่อนับระยะทางจากบ้านของเธอ (อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี) เพื่อเข้าสู่ตัวอำเภอ มันก็หลายกิโลอยู่ ขณะที่เท้าของเธอยังคงถีบจักรยานมุ่งหน้าสู่ร้านอินเตอร์เน็ต มันสมองของเธอก็แอบรำพึงรำพันใฝ่ฝันอยากจะได้คอมพิวเตอร์สักเครื่อง แต่สำหรับอาชีพเกษตรกรอย่างพ่อและแม่ของเธอ การได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ก็นับว่าเป็นบุญโข"อาจารย์แม่งคิดว่าเด็กทั้งประเทศมันรวยกันทุกคนหรือไงวะ" วัลลีแอบสบถด่าท่านอาจารย์ผู้เสพเทคโนโลยีแทนอากาศด้วยความเคารพท่ามกลางสภาวการณ์ทางการเมืองที่สับสนอลหม่าน เด็กนักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปี ตัดสินใจใช้มีดปลายแหลมปลิดชีพ ‘คนขับแท็กซี่' ด้วยข้ออ้างที่ว่า ‘เลียนแบบเกมส์คอมพิวเตอร์' สื่อมวลชนผู้รักงานข่าวเป็นชีวิตจิตใจ เฝ้าประโคมข่าวการจัดระเบียบร้านเกมส์อินเตอร์เน็ต และเปิดเผยรายชื่อ 10 สุดยอดเกมส์อันตราย อย่างต่อเนื่อง โดยไม่คิดที่จะมองหาแรงจูงใจอื่นๆ ที่ยากไปกว่าการลงประกาศโฆษณาคุณสมบัติของเกมส์ และการนำไมค์ไปจ่อปากผู้หลักผู้ใหญ่ที่รักเยาวชนอย่างจับขั้วหัวใจให้ช่วยกันถ่มน้ำลายเพื่อสร้างภาพขณะที่เจ้าของธุรกิจรถจักรยานยนต์กำลังหมกหมุ่นอยู่กับการคิดแคมเปญใหม่ๆ เอาใจวัยโจ๋ บริษัทคอมพิวเตอร์ทุ่มเทงบโฆษณาคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดที่มีสีสันโดนใจวัยรุ่น เจ้าหน้าที่นอกแถวบางส่วนกำลังจัดหา ‘ตัวยา' ใหม่ๆ ไว้เมามอมเยาวชนนักการตลาด และนักออกแบบระดับโลก กำลังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อดูด ‘เงิน' จากกลุ่มGeneration Z[1] (ผู้ที่เกิดใน ค.ศ.1995-2009 ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่เติบโตมากับโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์) หลังจากที่พวกเขาประสบความสำเร็จกับการรณรงค์ให้เด็กๆ ทั่วโลกหันมาสนใจ ‘แฮรี่พอตเตอร์' เครื่องเล่มเกมส์ ‘เพลย์สเตชั่น' ‘โทรศัพท์มือถือ' ‘iPod' และอีกสารพัดสินค้าในยุคที่โลกถูกทำให้เล็กลงเท่าปลายนิ้วทางออกของผู้ใหญ่ในสังคมไทย คือ "อย่าให้เด็กรับรู้อะไรที่ผู้ใหญ่ไม่ชอบ" แต่สำหรับเยาวชนไทย ข้อมูลมากมายที่ถูกยัดลงในหัวสมอง มันทำให้พวกเขาสับสนว่า แท้จริงแล้ว ‘บางสิ่ง' ที่มีผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของพวกเขาในวันนี้คือ ‘อะไร' แล้วเขาจะจัดการกับเจ้า ‘อะไร' ได้ ‘อย่างไร' คำอธิบายอย่างง่ายที่สุด มันจึงลงเอ่ยที่ ‘การเลียนแบบ' ‘ใคร' และ ‘อะไร' สักอย่างน่าเสียดายที่พวกเขามิอาจค้นพบ ‘บางสิ่ง'ในจิตใจ ได้เหมือน ‘ชอน' ในภาพยนตร์ This is England [1] อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน บทความ Genaration Z Toward the world of the child-king.นิตยสาร iDesign ฉบับที่ 54 เดือนมกราคม 2007
หัวไม้ story
ระหว่างรอผลว่า ท้ายที่สุดอดีตนายกรัฐมนตรีไทยและภรรยาจะได้อยู่ในประเทศอังกฤษในฐานะผู้ลี้ภัย หรือจะกลายเป็นผู้ร้ายข้ามแดนที่ต้องประสานให้ส่งมอบตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย ลองดูซิว่าทำเนียบรุ่นผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษอ้าแขนรับที่ผ่านมา มีใครบ้าง....
เปิดม่านลุ่มนำฝาง
เป็นคลิปวีดีโอที่สะท้อนถึงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงานโดยใช้ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันตนเองก่อนที่จะพบกับคู่ชีวิตที่ดี
เปิดม่านลุ่มนำฝาง
ความหมายของเอดส์คำว่า เอดส์ มาจากภาษาอังกฤษว่า AIDS ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า Acquired Immuno Deficiency Syndrome ซึ่งแต่ละคำมีความหมายดังนี้A = Acquired หมายถึง เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดหรือสืบทอดทางกรรมพันธุ์ I = Immuno หมายถึง ระบบภูมิต้านทานหรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย D = Deficiency หมายถึง ความบกพร่อง การขาดไปหรือเสื่อม S = Syndrome หมายถึง กลุ่มอาการคือมีอาการหลาย ๆ อย่างไม่เฉพาะที่ระบบใดระบบหนึ่ง รวมแปลว่า "กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง" เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสื่อมหรือบกพร่องลง เป็นผลทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งบางชนิดไดง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรง เรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุดอาการเชื้อเอชไอวีไม่ได้ทำร้ายผู้ป่วยโดยตรง แต่เกิดจากทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟซัยท์ ที่มีชื่อว่า CD4 เมื่อเม็ดเลือดขาวชนิดนี้ต่ำลง จะทำให้ร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน และเกิดอาการของโรคติดเชื้อฉวยโอกาสแทรกซ้อนในที่สุดภายหลังการได้รับเชื้อ ร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อ ในปัจจุบันในการวินิจฉัยว่าติดเชื้อหรือไม่ เราไม่ได้ตรวจหาเชื้อโดยตรง แต่เป็นการตรวจว่าร่างกายเรามีปฏิกิริยาต่อเชื้อหรือไม่ โดยการตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV antibody) ซึ่งการตรวจดังกล่าวอาจให้ผลลบได้ในกรณีที่ได้รับเชื้อมาใหม่ ๆ เนื่องจากร่างกายยังไม่ได้สร้างปฏิกิริยาตอบสนอง ภายหลังการรับเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย บางรายอาจมีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่ว ๆ ไป เช่น มีไข้ ผื่นตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ อาการมักกินเวลาสั้น ๆ และหายไปได้เอง หลังจากนั้นผู้ป่วยจะไม่มีอาการใด ๆ เลย เชื้อไวรัสจะส่งผลให้ระดับเม็ดเลืดขาวที่เรียกว่าซีดีโฟร์ลดลงอย่างช้า ๆ จนผู้ป่วยเริ่มเกิดอาการของเอชไอวีเกิดขึ้น เช่นฝ้าในปาก ผึ่นคันตามตัว น้ำหนักลด โดยส่วนใหญ่มักเกิดอาการเมื่อระดับซีดีโฟร์ต่ำกว่า 200 cell/mm3 อัตราเฉลี่ยของประเทศไทยตั้งแต่รับเชื้อจนเริ่มป่วยใช้เวลา 7-10 ปี ในช่วงที่เรามีเชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกายแต่ไม่ป่วยเพราะเรายังมีภูมิคุ้มกันที่ยังควบคุม หรือจัดการกับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ เรียกว่า เป็นผู้ติดเชื้อ และเมื่อภูมิคุ้มกันถูกทำลายเหลือจำนวนน้อย จนไม่สามารถควบคุม หรือจัดการกับเชื้อโรคบางอย่างได้ทำให้เราป่วยด้วยเชื้อโรคนั้น ๆ เรียกว่าเราเริ่มมี ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นผู้ป่วยเอดส์ โรคที่เราป่วยเนื่องจากภาวะภูมิบกพร่อง เรียกว่า โรคฉวยโอกาสแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์ที่สำคัญในปัจจุบันมีอยู่สองแนวทาง ที่ต้องให้การดูแลควบคู่กันไปคือ การป้องกันและรักษาโรคฉวยโอกาส ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือป่วยด้วยโรคฉวยโอกาส (ที่สำคัญคือ หลายโรคป้องกันได้ และทุกโรครักษาได้) การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี เพื่อลดปริมาณไวรัสในเลือดให้น้อยที่สุดและควบคุมปริมาณไวรัสให้อยู่ในระดับต่ำนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันสูงขึ้น ลดโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคฉวยโอกาส สาเหตุการติดเชื้อเชื้อไวรัสเอชไอวีพบในเลือดและสารคัดหลั่งหลายชนิดของร่างกาย ได้แก่ น้ำอสุจิ เมือกในช่องคลอดสตรี น้ำนม น้ำลาย (ในปัจจุบันเริ่มมีคนร่วมเพศกันมากขึ้น) และอาจพบได้ในปริมาณน้อย ๆ ใน น้ำตาและปัสสาวะ เมื่อพิจารณาจาก แหล่งเชื้อแล้วจะพบว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีติดต่อได้ หลายวิธีคือ การมีเพศสัมพันธ์ เกิดขึ้นได้ทั้งในรักร่วมเพศ และรักต่างเพศ การรับเลือดและองค์ประกอบของเลือด การปลูกถ่ายอวัยวะรวมทั้งไขกระดูกและน้ำอสุจิที่ใช้ผสมเทียมซึ่งมีเชื้อ แต่ในปัจจุบันปัญหานี้ได้ลดลงไปจนเกือบหมด เนื่องจากมีการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีในผู้บริจาคเหล่านี้ รวมทั้งคัดเลือกกลุ่มผู้บริจาคซึ่งไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ไม่รับบริจาคเลือดจากผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น เป็นต้น การใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาเสพติดร่วมกันและของมีคมที่สัมผัสเลือด จากมารดาสู่ทารก ทารกมีโอกาสรับเชื้อได้หลายระยะ ได้แก่ เชื้อไวรัสแพร่มาตามเลือดสายสะดือสู่ทารกในครรภ์ ติดเชื้อขณะคลอด จากเลือดและเมือกในช่องคลอด ติดเชื้อในระยะเลี้ยงดูโดยได้รับเชื้อจากน้ำนม จะเห็นได้ว่าวิธีการติดต่อเหล่านี้เหมือนกับไวรัสตับอักเสบบีทุกประการ ดังนั้นถ้าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ก็จะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ด้วย สถานการณ์เอดส์ในประเทศไทยศูนย์ข้อมูลทางระบาดวิทยา สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานว่า กลุ่มอายุ 30 - 34 ปี มีผู้ป่วยสูงสุด (ร้อยละ 25.86) รองลงมาได้แก่ อายุ 25 - 29 ปี โดยพบว่า กลุ่มอายุต่ำสุด คือ กลุ่มอายุเพียง 10-14 ปี (ร้อยละ 0.29) เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่า อาชีพรับจ้าง เป็นกลุ่มที่เป็นเอดส์มากที่สุด รองลงมา คือ เกษตรกรรม, ว่างงาน, ค้าขาย และแม่บ้านส่วนสาเหตุของการติดเชื้อเอดส์นั้น พบว่า ร้อยละ 83.97 ติดเชื้อเอดส์จากการมีเพศสัมพันธ์ รองลงมา คือ การฉีดยาเสพติดเข้าเส้น และติดเชื้อจากมารดา อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ป่วยที่ไม่ทราบถึงสาเหตุ ถึงร้อยละ 7.30 ส่วนเชื้อฉวยโอกาส ที่สามารถตรวจพบในผู้ป่วยเอดส์มากที่สุด ได้แก่ เชื้อ Mycobacterium tuberculosis ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดวัณโรค นั่นเองข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org
การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์
สวัสดีทุกๆ คนค่ะ :-) อาทิตย์ที่แล้วไม่ได้เข้ามาพูดคุยด้วยเลยค่ะ มัวแต่ยุ่งๆ (อีกแล้วเนอะ) แต่ว่าก็เข้ามาอ่านคำทักทายและความเห็นจากทุกๆ คนนะคะ ดีใจ ชื่นใจตามเคย ช่วงนี้ ไม่รู้ว่าราศีกุมภ์คนอื่นเป็นยังไงบ้าง แต่สำหรับเรา มีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาหลายอย่าง นอกจากบ้านใหม่แล้ว ตอนนี้ยังมีลูกสาวลูกชายใหม่อีกด้วย (เหตุผลของความยุ่ง อิอิ รีบบอก) ชื่อเด็กหญิงลีออง กับเด็กชายโฟรโด้ รายแรกเป็นหมา รายหลังเป็นแมว ปัญหาคือพี่โด้เล่นกับน้องอองแบบถึงลูกถึงคนมากๆ วันๆ เอาแต่กอดปล้ำน้อง ไว้จะเอารูปมาดูเล่นๆ ค่ะ ก็ขำๆ ตัวเองดีค่ะ ดูเหมือนจะชอบหาเรื่องใส่ตัวพิลึก เฮ้อ ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.) ไพ่ใบแรกของคุณสัปดาห์นี้ 10 ดาบค่ะ คงเป็นช่วงเวลาที่หนักหน่อยล่ะค่ะ โดยทั่วไปมักแสดงถึงช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหาหรืออุปสรรคใหญ่พอสมควร เป็นช่วงที่อาจรู้สึกจิตตก สิ้นหวัง หรืออ่อนแรง ท้อแท้ใจได้ง่าย บางคนรู้สึกตัวเองถูกโถมทับซับซ้อนด้วยปัญหาหลายๆ อย่างพร้อมกันค่ะ ธุรกิจ การงาน The Hermit ไม่ใช่ช่วงหวือหวานักนะคะ แต่จะเป็นเวลาของการครุ่นคิด ทบทวน บางคนอาจจะอยู่ระหว่างการมองดูเส้นทางของตัวเอง การค้นว่าเป้าหมายปลายทางจะไปต่ออย่างไรดี แต่หากเป็นนักศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย ถือว่าคุณจะทำสิ่งต่างๆ ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีค่ะ สถานการณ์การเงิน The Lovers น่าจะมีเรื่องให้คุณต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ในเรื่องเกี่ยวกับเงิน ค่าใช้จ่าย อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับสินสมรส หรือเงินทองของหมั้น หรือมีการเลือกที่จะใช้จ่ายทางใดทางหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ แบบแผนในการใช้ชีวิต บางคนอาจตกลงใจที่จะคบหรือจะเลิก แต่ทั้งหมดนั้น เงินจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญของคุณ ความรัก ความสัมพันธ์ 7 เหรียญ หากเป็นความสัมพันธ์ หมายถึงช่วงเวลาที่ก่อร่างสร้างความรู้สึกกันมาได้พักใหญ่ มีสิ่งดีๆ ที่สั่งสมเกิดขึ้นตามกาลเวลา และยังหมายถึงการวางรากฐานให้มั่นคง แข็งแรง การมองไปสู่อนาคต การพยายามวางแผนชีวิตค่ะ บางคนอาจแสดงถึงการร่วมกิจการ หรือแสวงหาสิ่งที่จะมาช่วยเกื้อหนุนชีวิตทั้งสองฝ่าย หากเป็นคนโสด คุณมักจะแสวงหาความสัมพันธ์ที่มั่นคงในทุกๆ ด้าน คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 9 เหรียญ เรื่องของความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ หรือการใช้เงินเพื่อความสุข ความสะดวกสบายในชีวิต ระมัดระวังผลกระทบที่จะตามมาด้วยค่ะ คำแนะนำพิเศษ 6 เหรียญ แบ่งปันค่ะ แล้วสิ่งต่างๆ จะหมุนกลับมาหาคุณไม่รู้หมด
เมธัส บัวชุม
ตอนแรกตั้งใจจะตั้งชื่อบทความว่า “กวีพันธมิตร ฯ” แต่เห็นชื่อที่โดนใจวัยรุ่นกว่าในเวบบอร์ด “ฟ้าเดียวกัน” ว่า “กวีเกรียน” โดยคุณ Homo erectus (ซึ่งเคยเข้ามาวิพากษ์เชิงด่าผมอยู่เป็นประจำจนเลิกไปเอง) จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพื่อให้เข้ากับสมัยนิยม “กวีเกรียน” ในความหมายของผมคือกวีที่ล้าหลัง คิดอ่านไร้เดียงสาเหมือนเด็กที่อ่อนต่อโลก วิเคราะห์สังคมไม่ออกเพราะไม่มีหลักคิดที่มั่นคง อ่านการเมืองไม่เป็นเพราะมัวแต่คิดว่านักการเมืองชั่วร้ายเลวทรามในขณะที่ประชาชนและข้าราชการ และพวกอภิสิทธิชนนั้นมีคุณธรรม จริยธรรม หรืออย่างน้อยก็มีมากกว่านักการเมือง ขอบอกว่าความเชื่อและความเข้าใจข้างต้นเป็นสิ่งที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะที่จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นพวกผู้ลากมากดีหรือกรรมกรแบกหาม ก็ไม่มีใครดีหรือเลวมากกว่านักการเมือง ทุกคนในฐานะที่เป็นคนต่างเลวหรือดีเหมือนกันหมด ส่วนผมชัดเจนในความเห็นของผมมานานแล้วว่า “ทุกคนเลวเหมือนกันทั้งนั้น”