Skip to main content

ไซเฟอร์พังก์ (Cypherpunks) เชื่อว่าความเป็นส่วนตัว (privacy) คือสิ่งที่ดีและอยากให้โลกนี้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พวกเขาเข้าใจว่าหากต้องการความเป็นส่วนตัว เราต้องสร้างมันขึ้นมาเอง ไม่ใช่รอให้รัฐบาล บริษัท หรือองค์กรขนาดใหญ่ไร้ตัวตนเมตตามอบให้ ไซเฟอร์พังก์รู้ว่ามนุษย์ปกป้องความเป็นส่วนตัวของตัวเองมาตลอดหลายศตวรรษ ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการกระซิบ การใช้ซองจดหมาย การปิดประตูให้สนิท และการใช้ผู้ส่งสารส่วนตัว ไซเฟอร์พังก์ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะขัดขวางผู้อื่นจากการพูดถึงประสบการณ์หรือความคิดเห็นของตัวเอง

วิธีสำคัญที่สุดในการปกป้องความเป็นส่วนตัวคือการเข้ารหัส (encryption) การเข้ารหัสคือการแสดงความต้องการความเป็นส่วนตัว แต่การเข้ารหัสด้วยระบบที่อ่อนแอ แสดงว่าคุณไม่ได้ใส่ใจในความเป็นส่วนตัวมากนัก ไซเฟอร์พังก์หวังว่าทุกคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวจะเรียนรู้วิธีปกป้องมันอย่างดีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ไซเฟอร์พังก์จึงทุ่มเทให้กับวิทยาการการเข้ารหัส (cryptography) ไซเฟอร์พังก์อยากเรียนรู้ อยากสอน อยากพัฒนา และอยากสร้างระบบการเข้ารหัสให้มากขึ้น ไซเฟอร์พังก์รู้ว่าระบบการเข้ารหัสสร้างโครงสร้างทางสังคม และรู้วิธีโจมตีและปกป้องระบบเหล่านี้ ไซเฟอร์พังก์เข้าใจว่าการสร้างระบบเข้ารหัสที่ดีเป็นเรื่องยากเพียงใด

ไซเฟอร์พังก์รักการฝึกฝนลงมือทำ พวกเขาสนุกกับการเล่นกับการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะ (public key cryptography) การส่งต่ออีเมลที่ไม่ระบุตัวตน (anonymous) หรือใช้นามแฝง (pseudonymous) การส่งข้อมูลแบบ DC-nets และการสื่อสารที่ปลอดภัยในทุกรูปแบบ

ไซเฟอร์พังก์เขียนโค้ด เพราะพวกเขารู้ว่ามีคนต้องเขียนโค้ดเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว และในเมื่อมันคือความเป็นส่วนตัวของพวกเขาเอง พวกเขาจะเขียนมันด้วยตัวเอง ไซเฟอร์พังก์เผยแพร่โค้ดของตัวเองให้ไซเฟอร์พังก์คนอื่นๆ ได้ทดลองและพัฒนา ไซเฟอร์พังก์เข้าใจดีว่าความปลอดภัยไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว พวกเขาจึงอดทนและยอมรับความก้าวหน้าทีละน้อย

ไซเฟอร์พังก์ไม่สนใจหากคุณไม่ชอบซอฟต์แวร์ที่พวกเขาสร้างขึ้น เพราะพวกเขารู้ว่าซอฟต์แวร์ไม่สามารถถูกทำลายได้ และระบบที่ถูกกระจายไปอย่างกว้างขวางก็ไม่สามารถถูกปิดกั้นได้

ไซเฟอร์พังก์จะทำให้เครือข่ายปลอดภัยสำหรับความเป็นส่วนตัว
-------------------------------

แปลจากข้อความท้ายอีเมลของ Majordomo@toad.com หรือ ทิโมธี ซี. เมย์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไซเฟอร์พังก์และคริปโตอนาธิปไตย (crypto-anarchy) วันที่ 25 ตุลาคม 1995 (https://mailing-list-archive.cryptoanarchy.wiki/archive/1995/10/3214b9730f38d7bd1b9a676a4cb27b5c39a785431fd5c255bc52382e43da3022/)

บล็อกของ Apolitical

Apolitical
สิ่งที่ขาดหายไปจากยุทธศาสตร์การก่อตั้งสหกรณ์ก็คือหนทางใดๆ ก็ตามในการบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
Apolitical
ฝ่ายที่คุณเลือกเข้าร่วมนั้นบูชาอำนาจในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และไม่ปรารถนาสิ่งใดมากไปกว่าการกระชับการควบคุมของตนเหนือผู้ที่เปราะบางและไร้อำนาจ
Apolitical
อำนาจนิยมอิสรเสรีนิยม (Libertarian Authoritarianism) ในระดับหนึ่งจึงกินความครอบคลุมถึงอิสรเสรีนิยมฝ่ายขวาแทบทั้งหมดนั่นเอง
Apolitical
ข้อเสนอที่ว่านายทุนมีความจำเป็นในฐานะผู้จัดหาปัจจัยการผลิตให้แก่แรงงาน และกำไรคือรางวัลตอบแทนสำหรับบทบาทดังกล่าวนั้น ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด
Apolitical
หากพิจารณาเพียงว่าจริยธรรมแบบปัจเจกนิยมสุดขั้ว ต่อต้านรัฐ ต่อต้านสงคราม เชิงวิภาษวิธี และเป็นอนาธิปไตยอิสรเสรีนิยมจะพัฒนาได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดในทิศทางใด คำตอบคืออิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้าย.
Apolitical
Fully Automated Luxury Communism หนังสือเล่มล่าสุดของอารอน บาสตานี (Aaron Bastani) แห่ง Novara Media ถือเป็นผลงานล่าสุดในกลุ่มงานเขียนแนวหลังทุนนิยม ซึ่งรวมถึงหนังสืออย่าง Four Futures ของปีเตอร์ เฟรส, Postcapit
Apolitical
ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา งานเขียนสำคัญของอัลเบิร์ต โอ. เฮิร์ชแมน (Albert O.
Apolitical
คำว่า “โว้ค” และ “ลัทธิโว้ค” กลายเป็นคำที่ปรากฏอยู่ดาษดื่นในกลุ่มฝ่ายขวาในช่วงปีเศษที่ผ่านมา คนลวงโลกอย่างคริส รูโฟ, เจมส์ ลินด์เซย์ และจอร์แดน ปีเตอร์สัน มักจะออกมาด่าทอสิ่งที่กล่าวอ้างว่าเป็นความเคลื่อนไหวของลัทธินี้อยู่เป็นประจำ จุดขายหลักของร็อบบี้ โซฟ แห่งนิตยสาร Reason คือการหยิบยกเหตุการณ์
Apolitical
ต่อไปนี้คือความพยายามของผมในการสังเคราะห์แวดวงเทคโนโลยีวิพากษ์ (technology criticism) ที่กำลังเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้กลายเป็นชุดหลักการทั่วไปที่มักปรากฏซ้ำ ความคิดเหล่านี้เป็นของนักคิดหลายๆ คน งานหลักของผมคือการกลั่นกรองให้เหลือเพียงประเด็นสำคัญๆ และรวบรวมมันไว้ที่เด
Apolitical
รัฐบาลทั้งหลายแห่งโลกอุตสาหกรรม ท่านผู้เป็นยักษ์ใหญ่ผู้เหนื่อยล้าแห่งเนื้อหนังและเหล็กกล้า ข้าพเจ้ามาจากไซเบอร์สเปซ บ้านใหม่แห่งจิตใจ ในนามของอนาคต ข้าพเจ้าขอร้องต่อท่านผู้เป็นตัวแทนของอดีตว่า จงปล่อยพวกเราไว้ตามลำพัง ท่านไม่เป็นที่ต้องการในหมู่พวกเรา และท่านไม่มีอำนาจอธิปไตยใดๆ เหนือดินแดนที่พวก
Apolitical
ดูเหมือนเหล่านักรบทางวัฒนธรรมฝ่ายขวาประเภทหนึ่งซึ่งไม่น้อยมักเรียกตนเองว่า “อิสรเสรีนิยม” มักจะสับสนว่า “ตลาดเสรีทางความคิด” (free marketplace of ideas) ที่แท้จริงหมายความว่าอย่างไร มนุษย์ผู้ที่นิยามตัวเองว่าเป็น “ผู้ยึดถือเสรีภาพในการพูดโดยสมบูรณ์” (free speech absolutists) เหล่านี้ไม่เคยหยุดแสด
Apolitical
ในยุคของ Netflix, Spotify และ Amazon พวกเราหลายคนเข้าถึงผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในรูปแบบดิจิทัลล้วนๆ ซึ่งหมายความว่าเราแทบไม่มีโอกาสได้ซื้อผลงานเหล่านั้น แต่กลับต้องเช่าใช้งานภายใต้เงื่อนไขนานาประการแทน และเพราะเนื้อหาเหล่านั้นอยู่ในรูปดิจิทัล การนำไปขายต่อ ให้ยืม หรือแม้แต่เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ส่วนตัว