Skip to main content

ต่อไปนี้คือความพยายามของผมในการสังเคราะห์แวดวงเทคโนโลยีวิพากษ์ (technology criticism) ที่กำลังเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้กลายเป็นชุดหลักการทั่วไปที่มักปรากฏซ้ำ ความคิดเหล่านี้เป็นของนักคิดหลายๆ คน งานหลักของผมคือการกลั่นกรองให้เหลือเพียงประเด็นสำคัญๆ และรวบรวมมันไว้ที่เดียวกัน ขั้นต่อไปคือผมจะเขียนส่วน “อ่านเพิ่มเติม” ให้กับต้นฉบับ พร้อมกับส่วนที่ว่าด้วย “ปัญหาและตัวอย่าง”

อัพเดทปี 2024: รายการข้างล่างนี้กลายเป็นโครงร่างหนังสือเรียบร้อยแล้ว ฉบับหนังสือมีกำหนดตีพิมพ์ออกมาในเดือนมกราคม 2025 กับสำนักพิมพ์ Melville House. พรีออร์เดอร์ได้ที่ Against Platforms: Surviving Digital Utopia, Mike Pepi.

  1. ข้อมูลไม่มีวัน “ดิบ” จริงแท้ในตัวเอง หรือเป็นกลาง อคติและความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นเสมอในขั้นตอนการจัดเก็บและสร้างแบบจำลอง
  2. อินเตอร์เน็ตไม่ใช่ “สิ่ง” สิ่งเดียว (a thing) มันคือเครือข่ายกระจายศูนย์ที่มีหลายชั้น การทำราวกับอินเตอร์เน็ตเป็นหินก้อนมหึมาก้อนหนึ่งที่มีตรรกะทางวัฒนธรรมหลักอยู่เพียงอันเดียวย่อมเป็นปัญหา
  3. เทคโนโลยีไม่มีวันครอบครองพื้นที่นอกเหนือจากทุนนิยมได้ แอปพลิเคชันทุกแอป บริษัททุกบริษัท หรือนวัตกรรมทุกๆ ชิ้น ยกเว้นในบางกรณีซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ย่อมมีแหล่งเงินทุน มีบอร์ดบริหาร และมีผลกำไรเป็นตัวตั้ง และในท้ายที่สุด ตรรกะของทุนนิยมจะเข้ามาแทนที่และควบคุมเครื่องมือทางเทคนิคเสมอ สิ่งที่เราเรียกว่า “เทค” แท้จริงแล้วก็คือระบบทุนนิยมที่ทำงานเร็วขึ้นและแย่ลง
  4. คุณไม่มีวันแก้ปัญหาทางสังคมได้ด้วยวิธีการทางเทคนิค บ่อยครั้งที่การนำวิธีการทางเทคนิคมาแก้ปัญหาเป็นเพียงการรักษาตามอาการ และเมื่อไม่ได้รับมือกับสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ทุกอย่างก็ยิ่งย่ำแย่ลงกว่าเดิม
  5. ถ้าคุณไม่ได้จ่ายเงินให้แพลตฟอร์ม ข้อมูลของคุณก็คือสินค้า ความจดจ่อคือข้อมูล ข้อมูลคือสินค้า ถ้าอะไรบางอย่างฟรีและเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จงระวังสิ่งที่ต้องแลกมา
  6. แพลตฟอร์มไม่ใช่สถาบัน อย่าสับสนเด็ดขาด
  7. การกระจายศูนย์เป็นแค่ภาพลวงตา แม้แต่เครือข่ายแบบกระจายศูนย์ก็ยังมีลำดับชั้นของอำนาจและอิทธิพลที่เลี่ยงไม่ได้
  8. ซอฟต์แวร์จับต้องได้ อินเตอร์เฟซ กฎเกณฑ์ ปฏิสัมพันธ์ และโปรโตคอลของคอมพิวเตอร์ล้วนเข้ารหัสพฤติกรรมบางอย่างไว้ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงควรได้รับการตรวจสอบและตั้งคำถามเสมือนเป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพทางการเมืองและสิ่งแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้น
  9. อัลกอริทึมสร้างขึ้นโดยมนุษย์ มนุษย์คือผู้ตรวจสอบความถูกต้อง มนุษย์คอยชี้นำและให้ความสำคัญกับคุณค่าบางอย่าง ดังนั้น อัลกอริทึมจึงไม่เคยเป็นกลาง (objective)
  10. จงระวังคำว่า “เข้าถึงแบบเสรี” (open access) ข้อมูลอาจต้องการเป็นอิสระ แต่จงระวังผลลัพธ์ที่ตามมา บางครั้งผู้คุมคนใหม่ (new gatekeeper) คือคนที่ได้ประโยชน์
  11. เมื่อตัวชี้วัดกลายเป็นเป้าหมาย มันย่อมไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีอีกต่อไป (ทบทวนกฎของกู๊ดฮาร์ดอีกรอบ) หรือกล่าวได้ว่า เมื่อคุณปรับแต่งอะไรๆ มากเกินไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คุณมักจะทำลายสิ่งๆ นั้นหรือตลาดที่คุณตั้งใจจะส่งเสริมตั้งแต่แรก หรือพูดอีกอย่างคือ การปรับแต่งระบบปิดให้มีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย จะยิ่งตอกย้ำการผลิตซ้ำเป้าหมายนั้นจนไม่สามารถให้อะไรใหม่ๆ ได้อีกต่อไป
  12. ข้อมูลคือศัตรูของเรื่องเล่า ข้อมูลยิ่งมาก เรื่องเล่าก็ย่อมจะยิ่งน่าสงสัย
  13. การระดมทรัพยากรของฝูงชน (Crowdsourcing) คือการแข่งขันไปสู่จุดต่ำที่สุด แรงงาน ความรู้ การศึกษา ฯลฯ ล้วนถูกด้อยค่าเมื่อถูกบังคับให้แข่งขันบนแพลตฟอร์ม การทำให้งานใดงานหนึ่งทำได้ง่ายขึ้นย่อมส่งผลกระทบภายนอกมหาศาล
  14. สมองของคุณไม่ใช่คอมพิวเตอร์ และคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ใช่สมอง มีบางสิ่งที่ระบบอัตโนมัติทำไม่ได้ และมีสติปัญญาบางแบบที่เครื่องจักรไม่มีวันมี

Mike Pepi @mikepepi (last updated 8/15/2018)

แปลจาก Mike Pepi. “Elements of Technology Criticism” (https://www.mikepepi.com/blog/elements-of-technology-criticism)

บล็อกของ Apolitical

Apolitical
Fully Automated Luxury Communism หนังสือเล่มล่าสุดของอารอน บาสตานี (Aaron Bastani) แห่ง Novara Media ถือเป็นผลงานล่าสุดในกลุ่มงานเขียนแนวหลังทุนนิยม ซึ่งรวมถึงหนังสืออย่าง Four Futures ของปีเตอร์ เฟรส, Postcapit
Apolitical
ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา งานเขียนสำคัญของอัลเบิร์ต โอ. เฮิร์ชแมน (Albert O.
Apolitical
คำว่า “โว้ค” และ “ลัทธิโว้ค” กลายเป็นคำที่ปรากฏอยู่ดาษดื่นในกลุ่มฝ่ายขวาในช่วงปีเศษที่ผ่านมา คนลวงโลกอย่างคริส รูโฟ, เจมส์ ลินด์เซย์ และจอร์แดน ปีเตอร์สัน มักจะออกมาด่าทอสิ่งที่กล่าวอ้างว่าเป็นความเคลื่อนไหวของลัทธินี้อยู่เป็นประจำ จุดขายหลักของร็อบบี้ โซฟ แห่งนิตยสาร Reason คือการหยิบยกเหตุการณ์
Apolitical
ต่อไปนี้คือความพยายามของผมในการสังเคราะห์แวดวงเทคโนโลยีวิพากษ์ (technology criticism) ที่กำลังเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้กลายเป็นชุดหลักการทั่วไปที่มักปรากฏซ้ำ ความคิดเหล่านี้เป็นของนักคิดหลายๆ คน งานหลักของผมคือการกลั่นกรองให้เหลือเพียงประเด็นสำคัญๆ และรวบรวมมันไว้ที่เด
Apolitical
รัฐบาลทั้งหลายแห่งโลกอุตสาหกรรม ท่านผู้เป็นยักษ์ใหญ่ผู้เหนื่อยล้าแห่งเนื้อหนังและเหล็กกล้า ข้าพเจ้ามาจากไซเบอร์สเปซ บ้านใหม่แห่งจิตใจ ในนามของอนาคต ข้าพเจ้าขอร้องต่อท่านผู้เป็นตัวแทนของอดีตว่า จงปล่อยพวกเราไว้ตามลำพัง ท่านไม่เป็นที่ต้องการในหมู่พวกเรา และท่านไม่มีอำนาจอธิปไตยใดๆ เหนือดินแดนที่พวก
Apolitical
ดูเหมือนเหล่านักรบทางวัฒนธรรมฝ่ายขวาประเภทหนึ่งซึ่งไม่น้อยมักเรียกตนเองว่า “อิสรเสรีนิยม” มักจะสับสนว่า “ตลาดเสรีทางความคิด” (free marketplace of ideas) ที่แท้จริงหมายความว่าอย่างไร มนุษย์ผู้ที่นิยามตัวเองว่าเป็น “ผู้ยึดถือเสรีภาพในการพูดโดยสมบูรณ์” (free speech absolutists) เหล่านี้ไม่เคยหยุดแสด
Apolitical
ในยุคของ Netflix, Spotify และ Amazon พวกเราหลายคนเข้าถึงผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในรูปแบบดิจิทัลล้วนๆ ซึ่งหมายความว่าเราแทบไม่มีโอกาสได้ซื้อผลงานเหล่านั้น แต่กลับต้องเช่าใช้งานภายใต้เงื่อนไขนานาประการแทน และเพราะเนื้อหาเหล่านั้นอยู่ในรูปดิจิทัล การนำไปขายต่อ ให้ยืม หรือแม้แต่เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ส่วนตัว
Apolitical
ในบทสัมภาษณ์ปี 2005 บิล เกตส์เคยกล่าวปรามาสขบวนการวัฒนธรรมเสรีและโอเพนซอร์ส (free culture/open source) ว่าเป็น “พวกคอมมิวนิสต์สมัยใหม่บางจำพวกที่ต้องการกำจัดแรงจูงใจของเหล่านักดนตรี คนทำหนัง และคนทำซอฟต์แวร์ ภายใต้ข้ออ้างต่างๆ นานา”
Apolitical
ผมเพิ่งอ่าน Content หนังสือรวมบทความและปาฐกถาล่าสุดของคอรี ด็อกเทอโรว์ ในนั้นมีข้อวิจารณ์ที่คมคายเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจจัดการสิทธิ์ดิจิทัล (DRM) ซึ่งมีลักษณะมุ่งสร้างศัตรู เขาเขียนว่า DRM คือแนวคิดที่ว่า “ผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียงควรมีสิทธิ์กำหนดว่าคุณสามารถเล่นแผ่นเสียงของใครได้บ้าง และผู้ผลิตแผ
Apolitical
กว่าจะเป็นทุกวันนี้ความทรงจำหนึ่งที่ถาโถมเข้าหาผมและเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีในระบบนิเวศนี้ ก็คือการต้องคอยแพ็กและแบกหนังสือเดินทางไปทั่วโลกเพื่อไปร่วมงานอีเวนต์หนังสือศิลปะ ความทรงจำนี้เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของเภทภัยอันเกิดจากการจัดจำหน่าย:
Apolitical
วัฒนธรรมของการจัดทำสิ่งพิมพ์อิสระและการจัดทำสิ่งพิมพ์ด้วยตนเอง (self-publishing) รูปแบบต่างๆ เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการพิมพ์ระดับโลก และพัฒนาการเหล่าได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของการจัดทำสิ่งพิมพ์ทางศิลปะในภา
Apolitical
“นี่คือหนังสือว่าด้วยอาณาจักรของโจรสลัดทั้งที่มีอยู่จริงและที่อยู่ในจินตนาการ” เกรเบอร์เปิดประโยคแรกของหนังสือที่น่าจะเป็นเล่มสุดท้ายของเขาไว้ “และมันยังว่าด้วยเวลาและสถานที่ที่ยากจะแยกแยะได้ว่าอะไรจริงอะไรเป็นเพียงจินตนาการ”