Skip to main content

แสงดาว ศรัทธามั่น

 

 

(  กวี ฉันทลักษณ์ อิสระ )

 

 

    @            มิ  ตะโกนกู่ก้องร้องป่าวประกาศ

         มิเกรี้ยวกราด  ผูกขาดความรักใด

               มีแต่ รอยยิ้ม

               หงิม  หงิม   หงิม    สงบเสงี่ยม  เงียบ

               เรียบร้อย ทุกกระบวนท่า ลีลา

               ใคร ใคร รู้เห็น ก็เมตตา กรุณาปราณี

              

                       - - -  เป็น    “  เสียงเงียบ  ”

           เป็น บทเพลง พริ้งเพราะ ราบเรียบ

               “ T  he  sound  of   silence ”

           ที่ เห็น  เห็น และ เป็นอยู่

               . . .   คงรู้ดี

 

                                    “   เสียง เงียบ  ”   มิโหวกเหวก โวยวาย

                มิใช่กลัวตาย

               ทว่า  เปี่ยมล้นด้วยความหมาย ในใจคน

 

-         - -  กระชับพื้นที่ แจ่มชัดใน หั ว ใ จ

จิตวิญญาณยิ่งใหญ่ ให้พี่น้องผองชน

อันเปิดพื้นที่ ณ ใจกลางท้องถนน

. . .   แห่งความเป็น  ไ ท

ทีละนิด  ทีละหน่อย

                       ค่อย  ค่อย  ละเลง ละเลียด

                       แม่นยำ แฝงฝัง  ดวงใจแดงเดือด

                  ก็ เย็น ยะเยือกเยียบ

                      เพื่อเฉือนเชือด คมเฉียบ

                      เมื่อกาลเวลานั้น มาถึง

 

                                        - - -   รู้ รุก   -   รู้ถอย …   รู้  รับ   -  รบ

                     ย่อม บรรจบ  เป้าหมาย

                      เย็น  นิ่ง   ลึก …   สบาย  สบาย

                     สุดท้าย มวลมหาประชาชน อิ่มอร่อยลิ้น …  กำซาบทรวง

 

                                         . . .   “   ปักหลัก    จัดตั้ง   ซุ่มซ่อนยาวนาน   รอคอยโอกาส ”

                     ลีลา วาดฝัน  ตราตรู  พร่างพรู  ยังใช้ได้ อยู่

 

                                       โอ้…  “   The   sound  of   silence ”

               “   เสียงเงียบ ”  เงียบ   เงียบ    เรียบ   เงียบเชียบ …    ทว่า เฉียบขาด

                       มิ ได้ประกาศ     พราวพิลาส พรชีพพร่างพรู

                       เพ่งพิศดู งามชดช้อย อรชร

                       พ่อแม่แขนอ่อน เริงรำฟ้อน บนดิน  -  ใต้ดิน

                       เริงร่า    ณ   ปฐพิน

                       ตราบ คว้าชัย   ตราบคว้าชัย

                        ชัย   ชัย   ชัย  ชโย  โอ้ …   ม หา ป ระ ชา ชัย  !    @

 

                    “   แสงดาว    ศรัทธามั่น  ”

        “       24   มิถุนายน    2 5 5 5 ,  ล้านนาอิสระ ,  เชียงใหม่ .

 

 (  หมายเหตุ ) :  ในเครื่องหมาย   *   คือชื่อบทเพลง “ The  sound  of  silence ”   จากภาพยนตร์ยุค sixties  เรื่อง  “   The   Graduate  ”

 

.

             

 

            

        

            

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
 * * * * * -^- * * * * *@ จั ก ร ว า ล อยู่่ ที่ ใ จยิ่ ง ใ ห ญ่ ไ พ ศ า ล นั กหยั่งลึก รู้ เห็น ป ร ะ จั ก ษ์ค ว า ม รั ก เ จิ ด จ้า แ จ่ ม ง า ม ! @@ - - - ผองเพื่อนมนุษยชาติ ที่รักเพียงแค่ ส า มั ญ สำ นึ ก แห่งการ ตรองตรึก
แสงดาว ศรัทธามั่น
 * * * * * * * * * -^- * * * * * * * *@ ข อ ค า ร วะ ไว้ อาลัย..." Nelson Mandela "นั ก สู้ แ บ่ ง แ ย ก ผิ ว...วี ร บุ รุ ษ แ ห่ ง แ อ ฟ ริ ก า ใ ต้และ วี ร บุ รุ ษ แ ห่ ง โ ล ก อีกท่านหนึ่งชอบ วาทะของท่าน อีก หนึ่ง วาทะ ...
แสงดาว ศรัทธามั่น
 @ มิ ต้ อ ง อา รั ม ภ บ ท อ้อมค้อม กับคำถามนี้...เป็น เพราะ * " ม นุ ษ ย์...ค น " เอาความเป็น "ประเทศ" มากำหนด- - - ไม่ได้เอา ความเป็น " คน"...เป็น "มนุษย์" มากำหนดด้วยจึงทำให้เกิด "ปัญหา" ทั้ง ด้าน รูปธรรม และ นามธรรมต่างๆ ฯลฯ
แสงดาว ศรัทธามั่น
 ________________________________@ ร าษ ฏ ร์ ดำ เ นิ น เดิน... * " เดิน ให้ เพลินเท้า "ล ะ ก้าว - ก้าว ย่ า ง ย่ำ ก อ ง ก ร ะ ดู ก ผู้ ใ ด นั่น ?อัน เกลื่อนกล่น ทับถม เนิ่น นาน วันละ ศ พ - ศ พ ... ทุกชนชั้น ยัง ร่ำ ร้ อ ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
แสงดาว ศรัทธามั่น ________________@ ค ว บ ม้ า ข า ว ยามราตรีออกสู่ท้องถนนอด โรม๊านซ์ ... มิให้ มองฟ้า มิได้มักมองเสมอ... แต่ต้องระมัดระวังการ จราจร คับคั่ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
แสงดาว ศรัทธามั่น  * * * -^- * * * -^- * * *@ ส า ง ส า ย หน่อย ... สายลมพลิ้วฝนหยุดโปรยสาย ห้วงนภามีสีฟ้าหม่นเต็มแผ่นฟ้า ไร้เมฆลอย
แสงดาว ศรัทธามั่น
____________________________________@ " อ้ า ย ค น จ น จ๋ำ ต้องทน ปั่นรถถีบจะไปจีบ อี่น้องคนงามพอไปถึงอ้าย ก่ ฝั่ง เอิ้นถามอี่ น้อง คนงาม กิ๋น ข้าวแลง แล้วกาน้องได้ยิน ก่ ปิด ประตู๋ ดังปั้งอ้าย ก่ ฝั่ง ขี่รถถีบออกมา
แสงดาว ศรัทธามั่น
 
แสงดาว ศรัทธามั่น
***** ++++++ ****** ++++++ *****( ๑ ) Rate X. * ก้ า ว เ ดิ น* -^- * เ มื่ อ ก้ า ว เ ดิ น ไ ป ข้ า ง ห น้ าก็ ต้อง ก ล้ า ใ จ จิ ต แ ก ร่ งหลอม พ ลัง อัน ฝั ง แ ฝ ง