Skip to main content

ภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ภาพจาก http://gotoknow.org/file/i_am_mana/DSC04644.1.jpg

คุณที่รัก

ผมลงมือเขียนต้นฉบับนี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 ซึ่งนับจากวันนี้ไปอีก 3-4 วันก็จะถึงวันเลือกตั้ง แต่จนป่านนี้ ผมซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่งของประเทศที่มีสิทธิไปลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.ในเขต 2 อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ยังนึกไม่ออกเลยว่าควรจะใช้สิทธิอันชอบธรรมนี้ไปเลือกใครหรือพรรคใด หรือว่า...ควรจะโนโหวต คือไม่เลือกใครเลย

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเป็นเพราะว่า ผมเป็นคนที่หน่อมแน้มในเรื่องการเมืองจริง ๆ  จึงไม่สามารถวิเคราะห์และตัดสินด้วยตัวเองได้อย่างเชื่อมั่น ว่าใครหรือพรรคการเมืองใดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด  หรือว่าควรจะ...โนโหวต นั่นเอง นี่เป็นเรื่องจริง ไม่ได้แกล้งเขียนเพื่อประชดประชันหรือแดกดันใคร

ถึงแม้ตอนแรก ผมจะแอบมีใจเอนเอียงไปทางพรรคที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน พ.ร.บ. 8 ฉบับที่สนช.ชุดรัฐบาลทหารร่างออกมา หมายจะทิ้งทวนและเผยธาตุแท้ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย ถึงแม้ตัวผมจะไม่ค่อยศรัทธาในตัวบุคคลในพรรคนี้  

แต่พอผมไปเปิดเผยความในใจเรื่องนี้ของผม ให้ผู้รู้ลึกซึ้งทางการเมืองที่น่าเชื่อถือทั้งในอดีตและปัจจุบันฟัง ท่านก็เอะอะโวยวายเอากับผมว่า
“เฮ้ย ไม่ได้ ไม่ได้ คุณจะมาคิดอะไรหน่อมแน้มอย่างนี้ไม่ได้ นั่นมันฉวยโอกาส ออกมาพูดเอาความดีเข้าตัว ไม่ใช่นโยบายอะไร”

จากนั้นท่านก็ยกเหตุผลต่างๆ นานา ประกอบกับหลักวิชาและประสบการณ์ ที่ทำให้คนหน่อมแน้มอย่างผม เถียงไม่ได้สักแอะ (เพราะไม่มีความรู้ทางการเมืองพอที่จะเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน) ก่อนจะสรุปให้ผมฟังว่า มันเป็นเพียงคำพูดสวยหรูที่เขาพูดออกมาหลอกลวงชาวบ้าน แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ถ้าพวกเขาได้เข้าสภา พวกเขาไม่ทำกันหรอก โดยเฉพาะ เรื่องของชาวบ้าน พวกเขาก็แค่หลอกเอาคะแนนเสียงจากพวกเราเท่านั้นเอง ผมฟังแล้วรู้สึกตกใจ จึงย้อนถามท่านว่า พวกเขาทำอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านตอบว่า ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะจากประวัติศาสตร์ทางสังคมที่ผ่านมา ยิ่งกว่านี้พวกเขายังทำกันได้ จากนั้นท่านก็ยกตัวอย่างการหลอกลวงประชาชน และการแปรพักตร์กลับไปกลับมา เพราะอำนาจผลประโยชน์ของนักการเมืองในพรรคนี้ให้ผมฟัง ผมฟังแล้วได้แต่นึกสิ้นหวังและเศร้าใจ

ต่อมา

ผมก็กลับมาคิดและตัดสินใจใหม่อีกครั้งหนึ่ง นั่นคือ ตัดสินใจว่าจะ โนโหวต กากบาทไม่เลือกใครหรือพรรคใดทั้งสิ้น  ผมคิดว่าผมตัดสินใจได้ถูก ผมจึงไปขอความเห็นกับท่านผู้รู้ท่านนี้อีก แต่ท่านกลับเอะอะโวยวายเอากับผมอีกว่า

“ไม่ได้ ไม่ได้ คุณจะทำหน่อมแหน้มแบบนี้อีกไม่ได้ เพราะคุณจะทำให้พรรคทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้คะแนนเสียงตกและย่ำแย่ลง ทำให้พรรคตรงกันข้ามที่เราไม่ต้องการได้คะแนนเสียงมากกว่าได้”

จากนั้นท่านก็พูดถึงผลดีในการเลือกพรรคที่ท่านถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด (และผมควรจะเห็นด้วย) ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ ที่เป็นคู่ปรับกับพรรคทางการเมืองที่ผมมีใจเอนเอียงในตอนแรก ซึ่งเป็นพรรคใหญ่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลที่ทำให้คนหน่อมแหน้มทางการเมืองอย่างผมเถียงไม่ได้อีกเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไร ผมก็ไม่ชอบพรรคนี้เท่าไหร่นัก เพราะดูเหมือนจะมีชื่อเสียงด้านดีแต่พูดมานานแล้ว

ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อยอื่น ๆ ผมคงไม่จำเป็นต้องพูดถึง เพราะไม่มีพรรคใดอยู่ในสายตาของผม เพราะผมมองเห็นว่า ถ้าหากพวกเขาถูกเลือกเข้าไปในสภา ในที่สุดเขาก็จะถูกพรรคใหญ่ในสภา บีบและดูดกลืนเข้าไปอยู่ใต้อำนาจ และไม่อาจชี้นำอะไรได้

สรุปแล้วการเลือกตั้งครั้งนี้

ถึงแม้จะมีคนที่น่าเชื่อถือมาชี้นำ ผมก็ยังติดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรผมก็จะไปใช้สิทธิ์เมื่อถึงวันเลือกตั้ง และหวังเอาไว้ว่าในนาทีสุดท้าย ผมคงจะตัดสินใจได้ เพื่อที่รัฐบาลทหารที่น่าเบื่อชุดนี้...จะได้ออกไปให้พ้น ๆ เสียที และไม่ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลชุดต่อไป ไม่ว่าจะย่ำแย่ขนาดไหน ยังย่อมดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ (ถ้าหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจริง)

20 ธันวาคม 2550
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่

 

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
เมื่อรักจะเล่นกันในระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของประชาชนจากผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะออก เหลือง หรือออก แดง ก็ตาม การเลือกตั้งในยุโรปหลายประเทศ ก็มีตัวอย่างมาแล้ว เมื่อประชาชนเบื่อ “ทุนนิยม” ขึ้นมา ก็หันไปเลือก “พรรคสังคมนิยม” เป็นรัฐบาลแทน เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจากหน้ามือเป็นหลังมือ พออยู่แบบ “สังคมนิยม” ไปสักพักเกิดเบื่อ “สังคมนิยม” ขึ้นมา ก็กลับไปเลือก “พรรคทุนนิยม”ขึ้นมาใหม่  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ยุทธวิธีการหาเสียง แบบใช้ความสุภาพอ่อนโยน ไม่ขุดคุ้ยโจมตีคู่ต่อสู้ ของ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้กระทั่งกรณีการประกาศเข้าไปปราศรัยหาเสียงที่สี่แยกราชประสงค์ในวันที่ 23 มิ.ย. ของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยไม่ยอมฟังเสียงคัดค้านจากผู้ใด โดยคุณอภิสิทธิ์อ้างว่าทุกคนมีสิทธิ ไม่มีใครผูกขาด และคุณสุเทพช่วยเสริมว่า “ถ้าสิ่งที่พวกผมทำนั้นไม่ถูกต้อง ประชาชนก็ตัดสินเอง...” ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจคุณอภิสิทธิ์ที่ออกไปหาเสียงต่างจังหวัดที่ไหน ก็มักถูกคนเสื้อแดงชูป้ายต่อต้าน หรือเข้าไปประชิดตัวตั้งคำถามที่คุณอภิสิทธิ์ยากที่จะตอบได้...
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
      "ภาพประกอบจากมติชนออนไลน์" ผมเกิดคำถามขึ้นมาว่า การเลือก คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวคุณทักษิณ เข้ามาเป็นปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 ของพรรคเพื่อไทย และมีสิทธิ์ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกแห่งประเทศไทย ถ้าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ซึ่งตอนนี้ทั้งโพลและสื่อการเมืองที่น่าเชื่อถือได้ ต่างก็ออกมาชี้ให้เห็นว่า คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยนำหน้าพรรคประชาธิปัตย์คู่แข่งอย่างท่วมท้น และแทบจะฟันธงได้เลยว่า ชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน ผมได้รับหนังสือ “มหัศจรรย์ดอกไม้กินได้” เป็นอภินันทนาการจาก อันยา โพธิวัฒน์ เจ้าของร้าน สายหมอกกับดอกไม้ อดีตคนข้างเคียง จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา หลังจากที่คุณอันยาได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคุณจรัลในเชิงบันทึกจากมุมมองของเธอเอาไว้ 2 เล่ม คือ รักและคิดถึง จรัล มโนเพ็ชร และ ตามรอยฝัน...จรัล มโนเพ็ชร ในช่วงตอนแรกๆที่คุณจรัลได้จากไปเมื่อหลายปีก่อน และเป็นหนังสือที่อยู่ในอันดับขายดี  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  สถาปนิกผู้หนึ่ง ทำงานอยู่บริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งมานานหลายปี ตลอดชีวิตการทำงานของเขาได้ออกแบบและสร้างสิ่งก่อสร้างให้บริษัทมากมาย ขณะนี้เขาใกล้จะปลดเกษียณ อยู่มาวันหนึ่ง ซีอีโอได้เรียกเขาเข้าพบ “คุณได้ทำงานใหญ่ๆให้เรามานานหลายปี ขณะนี้ผมมีงานสุดท้ายให้คุณทำก่อนเกษียณ” ซีอีโอกล่าว “ผมต้องการให้คุณออกแบบบ้านหลังหนึ่งให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ และเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งหมด ที่คุณต้องทำคือ จัดซื้อวัสดุที่ดีที่สุดและจ้างช่างที่มีประสบการณ์มาสร้าง ส่วนค่าใช้จ่าย...ไม่อั้น!”  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4 "ภาพผู้เขียน โดย ตุ๊ - ช่ออัญชัน กันทะปินตา ที่ยิปซีบาร์" ในกาลครั้งหนึ่ง มีภิกษุรูปหนึ่งพบอุปสรรคในการทำสมาธิ เมื่อไหร่ก็ตามที่พยายามเข้าสมาธิจะมี แมลงมุมยักษ์ปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
    โลกอันอ้างว้าง ทุกอย่างเหมือนความฝัน หมุนไปผ่านไปทุกวัน แปรผันสลายอยู่ทุกโมงยาม  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  ผมรู้จัก ม.ล.ศักดิ์สิน เกษมสันต์ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า คุณด้วง หรือ ด้วง ในฐานะศิลปินอิสระที่มีความสามารถที่แสดงให้เห็นเด่นชัดเท่าที่ผมได้ประจักษ์อยู่ 4 ประการ นั่นคือเป็นคนเขียนรูป เป็นคนเขียนบทกวี เป็นนักแสดงสดๆที่เราเรียกกันว่าเปอร์เฟอร์แมน และเป็นนักดนตรีที่มีความถนัดในสไตล์แบบเร็กเก้ที่น่าทึ่ง  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  "นางแบบ มาลานชา ตากล้อง Tou Paycheck" ท่านเคยพบไหมว่า ในบางครั้งเราไม่สามารถปล่อยเรื่องราวใน อดีต ให้ผ่านพ้นไป หรือไม่สามารถยุติความวิตกกังวลเกี่ยวกับ อนาคต ลงได้ เมื่อไหร่ที่รู้สึกเช่นนั้น ข้าพเจ้าจะนึกถึงนิทานเซ็นที่โด่งดังเรื่องหนึ่ง   วันหนึ่ง ขณะกำลังเดินผ่านป่ารกชัฏ ชายคนหนึ่งได้พบเข้ากับเสือดุร้ายตัวหนึ่ง เขาออกวิ่งสุดชีวิต โดยมีเสือไล่ตามมา
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
    รักรัก...ฉันมีความรัก ด้วยแจ้งประจักษ์คุณค่า ความรักคืออมฤตา ชุบชูชีวาสดใหม่  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  "นางแบบ มาลานชา ตากล้อง Tou paycheck"   ในกาลครั้งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งหลงทางอยู่ในทะเลทราย น้ำในกระติกได้หมดไปเมื่อสองวันที่แล้ว เขารู้ดีว่า ถ้ายังหาน้ำไม่ได้ภายในเร็วๆนี้ เขาต้องตายแน่ๆ  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ที่ชายแดนภาคเหนือ ของประเทศจีนในสมัยโบราณ มีชายผู้หนึ่งซึ่งมีความเชี่ยวชาญพิเศษในการเลี้ยงม้า คนที่รู้จักเขาเรียกเขาว่า ซีเวิง ซึ่งหมายถึงผู้เฒ่าที่อยู่ตามชายแดน   วันหนึ่ง โดยเหตุใดไม่ทราบ ม้าของเขาตัวหนึ่งได้หนีเข้าไปในดินแดนของชาวหู ซึ่งอยู่นอกกำแพงยักษ์ เนื่องจากชาวหูเป็นปรปักษ์กับชาวจีน ดังนั้น ทุกคนจึงคิดว่า คงจะไม่ได้ม้ากลับคืนมาแน่ๆ