Skip to main content

เปิดอัลบั้มเห็นภาพตนเอง
ยืนคู่กับผู้บริหารโรงเรียน กอดอกวางมาดเท่ หน้าที่ว่าการอำเภอเวียงแหง สวมหมวกไหมพรมเสื้อกันหนาว ถุงมือ กางเกงสีทึมทึบและรองเท้าผ้าใบ ถ่ายนานหลายปี ภาพๆ เดียวทำให้เกิดภาพชีวิตจริงในอดีตปี 2530 ทยอยเคลื่อนมาสู่มโนคติมากมาย มันตื่นเต้นระทึก เข็ดขยาด น่าจดจำ

ภาพรถติดโคลนยาวเหยียดบนดอย ภาพจอดรถจักรยานยนต์ ยืนกินข้าวเหนียวกับไส้อั่วกลางฝนกลางป่า ดื่มน้ำฝนที่ไหลผ่านหน้าผาก จมูก ผ่านปากกลั้วคอ ภาพบ่างโฉบจากต้นไม้ ภาพเป่าเขา ควาย เพิงขายของริมทาง ภาพนั่งเฮลิคอปเตอร์เลียบเลาะผ่านหุบเหว เหตุการณ์บนรถยนต์กลางดอยยามดาวสาดแสง ยุงกัดตลอดคืน ฝูงหิ่งห้อยบินส่องแสงวิบ ๆ กลางป่ามืด ริมน้ำแตะ ภาพรถยนต์กระโจนลงสู่น้ำแตะ เร่งเครื่องสุดแรงสู่ริมฝั่งให้ได้ ถ้าแรงส่งไม่พอ รถหยุดกึ่งกลางน้ำ ผู้โดยสารจบการเดินทางแค่นั้น ต้องเดินต่อน่องโป่งแน่นอน


วันแรก

ของการเดินทางมาถึง ผมนั่งรถโดยสารจากเชียงใหม่ ไปลงที่บริษัทดาวทอง ก่อนถึงโรงพยาบาลเชียงดาวเล็กน้อย รถโดยสารขึ้นเวียงแหงจอดรอแล้ว คนขับรถและเจ้าของบริษัทดาวทอง เรียกผู้โดยสารขึ้นรถ เที่ยวนี้ผู้โดยสารเต็มรถ หลังคามีประปราย การนั่งบนหลังคามีผลดีเหมือนกัน เมื่อสิ้นสุดการเดินทางจะเฉลยให้ฟัง

ค่าโดยสารนั่งหลัง 80 บาท ถ้านั่งหน้าใกล้คนขับ 100 บาท รถวิ่งผ่านโรงพยาบาลเชียงดาว แล้วเลี้ยวเข้าปากทางเมืองงาย ผ่านเส้นทางแยกที่ไปสถูปพระนเรศวร ราว 6-7 นาทีจึงถึงปากทางแม่จา เลี้ยวซ้ายแล้วจอด ตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาตรวจตามหน้าที่ ถนนเปลี่ยนจากราดยางกลายเป็นดินแดงปนเหลือง รถเริ่มวิ่งต่อ เวียงแหงได้ปูถนนยาวเหยียดระยะทาง 56 กิโลเมตรต้อนรับ รถวิ่งผ่านป่า ฝุ่น ฝน แดด โจรผู้ร้าย...

เสียงรถยนต์ดังบ้าง เบาบ้าง ตามสภาพความยากง่ายของถนน รถวิ่งลึกเข้าไป ไต่ระดับสูงขึ้นไปตามลำดับ อากาศเริ่มเย็นลง แสงแดดเปรี้ยง เมฆก้อนใหญ่กระจายเต็มโค้งฟ้า ไม้ข้างทางไหวตามแรงลม รถวิ่งผ่านโค้งข้อศอกหลายโค้ง ล้อรถตะกุยฝุ่นกระจายฟุ้ง ม้วนตลบกลับย้อนเข้าในรถ หลายๆ ครั้ง ผู้โดยสารในรถ หมวก คิ้ว หนวดเครา เต็มไปด้วยฝุ่น ขนจมูก ขนตา ฝุ่นเกาะไปหมด ทั้งเสื้อกางเกงรองเท้า หน้าเหมือนทาฝุ่น

เมื่อผ่านแหล่งฝุ่นไปได้ ผมมองผู้โดยสารข้างเคียง ชายหนุ่มตรงข้าม กลายเป็นคนแก่ไปทันที ผมและคนอื่นคงเป็นเช่นกัน ถ้าผู้กำกับหนังฝรั่งประเภทบู๊ บังเอิญมาเห็น คงร้องว่า “ โอ...พระเจ้าช่วย ทำไมแต่งหน้าได้วิเศษอะไรอย่างนี้...คนไทยเก่งมากๆ.”...ผู้โดยสารบนหลังคาปลอดภัย เพราะลมปนฝุ่นไม่ย้อนเข้าหา


ท้องฟ้า

เริ่มมืดมัว ฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ครู่เดียวจึงหยุด แสงแดดโผล่มาเหมือนเดิม สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นสน นานกว่าชั่วโมงครึ่ง รถไต่ถึงจุดสูงสุดของเทือกเขา ที่เรียกว่า “บ้านเลาวู” รถจอดให้ทหารตรวจ บริเวณนี้ลมแรงมาก มองเห็นแนวเขาสลับซับซ้อน เป็นวงกลมล้อมรอบ มองด้านข้างเป็นหุบเหวลึกลงไป มองไปทิศตะวันตก เห็นถนนดินสีน้ำตาลปนเหลือง คดเคี้ยวไปมาเหมือนงู ทอดตัวตรงข้างหน้า


ปลายหางค่อยเรียวเล็ก หายไปในหมู่ไม้...อีกครึ่งชั่วโมง รถพาผมถึงบ้านเวียงแหง ผมลงรถตรงสามแยก ถามถึงสถานที่ว่าการอำเภอเวียงแหงจากคนขับ แล้วผมก็เดินไปตามถนนดินขรุขระ มุ่งสู่อาคารไม้สองชั้น


ถึงแล้วที่ว่าการอำเภอเวียงแหง เดินขึ้นบันไดมองหาห้องหน่วยงานที่สังกัด เดินเข้าไปในห้อง ผมเคยพบท่านหัวหน้าการที่จังหวัดมาก่อนแล้ว เมื่อพบจึงยกมือไหว้ พร้อมกับยื่นใบส่งตัวให้หัวหน้าหน่วยงาน


เสียงกระดึง

หรือโปงที่แขวนคอควายดัง ก๊องแก๊งๆ เป็นระยะ นกเขาขันคูเรียกหากัน ดังจากแนวป่าข้างที่ทำการอำเภอ

สายลมเย็นแห่งฤดูหนาวพัดพรูผ่านหน้าต่างทักทาย ความเงียบเหงาทยอยตามติด...ถนนชีวิตสายใหม่ ตำแหน่งใหม่ และที่ทำงานใหม่ แต่ตัวและหัวใจยังเหมือนเดิม ยังคงมั่นคงจะไปให้ถึงเป้าหมายของชีวิต หากจะเหนื่อยและลำบาก ขอยืนหยัดเพียงลำพัง.


บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ขณะเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยกับย่า พูดในทิศทางเดียวกันว่า อุ๊ย(ย่าหรือยาย)
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ตื่นแล้ว ยังหนาวขอนอนงอเข่านิ่งๆต่ออีกหน่อย เสียงเจ้าเหมียวแมวตัวผู้ประจำบ้านร้องเหมียวๆที่ประตูห้องนอน ได้ยินเสียงเล็บมันข่วนประตูถี่ มันจะมาร้องทุกเช้าปลุกเจ้าของบ้าน ผมตะโกนบอกมันว่ายังไม่ลุกยังหนาวอยู่ มันไม่ยอมยังคงร้องเหมียวๆและข่วนประตูต่อไป ผมชักฉุนมันเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อาศัย พูดกันคนละภาษา อับจนสุดปัญญาหาล่ามแปล มันอาจคิดว่าเราเป็นคนใช้ก็ได้ ถ้าหิวมันร้องเราก็เอาอาหารให้ มันหนาวมันร้องบอกอีก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มองเข้าไปในมิติการเมืองไทย
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบที่เข้าอวยพรว่า “...ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรเราก็น้อมรับ...ขอโอกาสให้ทำงานอยู่จนครบ เทอม จะได้ตอบว่า ผลงานที่ได้แถลงไว้ทำได้อย่างไร ได้คะแนนเท่าไรบ้าง.”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้หาเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย โดยชูนโยบายเด่นด้าน ความปรองดอง การแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ปราบปรามคอรัปชั่น ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกยาวเหยียด และท่านมักจะทิ้งท้ายวาทะสำคัญคือ “ ขอโอกาส” จากประชาชน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฮัก(รัก)รออยู่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ เป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งใจจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหลังพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ(10 สิงหาคม 2554) แต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงต้องอยู่กรุงเทพฯ เพื่อบริหารจัดการน้ำก่อน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    หากไม่ย้ายเมืองหลวง คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป  มาในแนวสู้ไม่ถอย  ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง  หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน  และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว  ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท  แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท  ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท  แรงงานว่างงาน 7-9.2  แสนคน  และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม  ในวงเงินประมาณ 7.56  แสนล้านบาท…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ประเทศแรก ที่จะจมมหาสมุทร คือประเทศมัลดิฟว์ ประเทศเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรราว 270,000 คน มีพื้นที่ 298 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543.034 ตารางกิโลเมตร มัลดิฟว์เป็นหมู่เกาะปะการัง มีหาดทรายขาวและสวยงามมาก หมู่เกาะกระจายราว 1,200 เกาะ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1.5 เมตรเท่านั้น ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ นายโมฮัมเหม็ด แอนนี นาชิด กำลังหนักใจเกี่ยวกับการมองหาที่ตั้งประเทศแห่งใหม่ ได้มองไปที่ประเทศศรีลังกา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
     ในอดีต มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย  เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค  ลองไล่ตามลำดับ เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486  บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก  ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม  คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ต่อมาในในสมัยรัฐบาล  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  พอมาถึงยุคท่านสมัคร  สุนทรเวช  เจ้าของวลีเด็ดๆ  เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ   อะไรกันนักหนา ฯลฯ”  ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  การย้ายเมือง มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ  ดังเช่น  เมืองลำพูนในอดีต  ในปี พ.ศ. 1490  เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ “โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก  ผู้คนล้มตายมากมาย  ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า  ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต  จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี”  คือเมืองสะเทิม  ประเทศรามัญหรือมอญ  และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี  เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง  จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม เวียงกุมกาม
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เขตอุตสาหกรรม 5 แห่ง ที่อยุธยาถูกน้ำท่วม มูลค่าลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามลำดับดังนี้ 1.นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง ฯลฯ มูลค่าลงทุน 9,472 ล้านบาท คนงาน 14,000 คน โรงงาน 48 โรง พื้นที่ 2,050 ไร่ 2.ส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนไฟฟ้า โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ฯลฯ มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท คนงาน 90,000 คน โรงงาน 183 โรง พื้นที่ 12,000 ไร่ 3.นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ…