Skip to main content

เรื่องที่สอง

เกิดขึ้นก่อนอาหารเที่ยงของผมและเพื่อนๆ คณะของเรามักแสวงหาร้านอาหารที่อร่อยลือชื่อ บรรยากาศที่หลากหลาย บางวันเป็นร้านดังในตัวเมือง บางทีเป็นสวนอาหาร บางทีริมดอย ร้านชื่อ “ดอยล้อม” วันนี้เป็นร้านอาหารป่า อาหารป่านั้นผมไม่กินเลย แต่ไม่อยากขัดคอใครทำนองเป็นคนเรื่องมาก เขาสั่งมาผมก็แกล้งตักกินพอเป็นพิธี ทำหน้าให้ปรกติ อาหารบนโต๊ะยังมีอาหารอื่นๆอีก เราก็กินพวกนี้ให้มาก ต่างคนต่างกินไม่มีใครสังเกตอะไรใคร ร้านอาหารที่เราไปกินวันนี้ ต้องเข้าทางถนนเลี่ยงเมือง จากฝางสู่แม่อาย เรานั่งรถคันเดียวไปด้วยกัน เรากินไปด้วยคุยไปด้วย ได้ยินเสียงหัวเราะเป็นระยะ มีชายหนุ่มและหญิงสาว นั่งรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน หญิงสาวนำห่อผ้าเข้ามาหาเจ้าของร้านอาหารป่า เปิดห่อผ้าออก มันเป็นอุ้งตีนหมี 2 ข้าง


ปี้(พี่) ซื้อก่อ ? อุ้งตีนหมีสดๆ เพิ่งยิงมาได้ ”

อาหารป่า ในตู้เย็นปี้ยังมีจ๊าดนัก ขายบ่ตัน ยังบ่เอาเตี้ยเน้อน้อง”


ผมและเพื่อนๆได้ยิน เราก็ลุกไปดู มันเป็นอุ้งตีนหมีจริงๆ ยังสดอยู่ มีเลือดแห้งติดตรงเนื้อที่ตัดเกรอะกรัง ผมชักผะอึดผะอมสลดหดหู่ พูดอะไรไม่ออก

 

 

ที่บ้านผม

เลี้ยงหมาหนุ่มพันธุ์ดัชชุน 1 ตัว แม่มันตายแล้ว ส่วนพ่อไปอยู่กับเจ้าของใหม่ เราหวังว่าคงรักมัน ความรักของผู้เลี้ยงเท่านั้น จะทำให้มันได้อยู่ดีกินดี ไม่อดอยาก เจ็บป่วยเขาคงรักษา นอกจากเลี้ยงหมาแล้ว ก็เลี้ยงแมวอีก 1 ตัว เลี้ยงแมวเพราะที่บ้านมีหนูมาก เลี้ยงมันตั้งแต่เล็กๆจนมันเป็นหนุ่ม แมวกับหมาก็เล่นด้วยกันได้ แต่เราต้องคอยชำเลืองดู ด้วยเกรงว่าเจ้าหมามันนึกมันเขี้ยวอาจงับเจ้าเหมียวได้

เราเชื่อนานแล้วว่า แมวต้องจับหนู แต่แมวผมนั้นไม่เคยเห็นมันคาบหนูมาอวดเจ้าของเลย ได้แต่นั่งมองจิ้งจกแมลงสาบ มันจับจิ้งจกได้บ่อย มันจะนำจิ้งจกมาเป็นของเล่น วางจิ้งจกบนพื้น ใช้เท้าเขี่ยไปมาให้จิ้งจกที่ยังไม่ตายสนิทวิ่ง แล้วมันก็ไล่ตะปบ บางทีมันก็กิน เจ้าหนูที่เคยกัดเพดานบ้าน กัดฝาบ้านดังกรอดๆ ดังก้องในยามค่ำคืน รบกวนการนอนของผม ไม่รู้มันหายไปไหน เสียงหนูกัดไม่ได้ยินอีกต่อไป เราไม่เห็นหนูวิ่งผ่านหน้าเราไปซ่อนตามหลังตู้ หายไปหมด เข้าใจว่ามันคงได้กลิ่นหนู นึกออกแล้ว แมวผมเป็นตัวผู้ มันมีผลงานเคยจับหนูตัวขนาดปานกลางได้
2 ตัว และวันอาทิตย์ที่ผ่านมามันเดินคาบหนูตัวใหญ่ เข้ามาบ้านหนูตัวใหญ่เต็มปาก นี่คือผลงานระดับเหรียญทองของมันทีเดียว นายแน่มากเจ้าเหมียว

ใช่ครับ ผมกับแม่บ้านตั้งชื่อมันว่า “เหมียว” มันขี้อ้อนชะมัด ขี้อ้อนมากถึงมากที่สุด เดินพันแข้งพันขาร้องเหมียวๆ แล้วทิ้งตัวล้มลงทับหลังเท้าเรา หัวมันพาดหลังเท้า เราต้องลูบตัวมันไปมาก่อน มันจึงจะหยุดเดินตามเรา มันฉี่ไม่ออกเราพาไปหาหมอ มันเที่ยวกลางคืนเพราะติดแมวตัวเมีย เรากลัวเขาวางยาหรือทำร้ายมัน พามันไปตอนอัณฑะออก หลังตอนแล้ว มันยังคงไปเที่ยวกลางคืนเช่นเดิม แต่ไปไม่นานเหมือนก่อน บางทีไปสักครู่ก็กลับ ได้ยินเสียงกระดิ่งที่คอมันดังกริ๊งๆ ส่งเสียงร้องเหมียวๆ ทำเสียงเล็กเหมือนลูกแมว แต่เวลามันส่งเสียงหาตัวเมีย เสียงมันกลับเปลี่ยนเป็นเสียงห้าว มีคำกล่าวว่า คนสองเสียงคบไม่ได้ แมวผมมีสองเสียงก็ช่างมันเถอะเพราะเรารักมันแล้ว
.

 

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ขณะเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยกับย่า พูดในทิศทางเดียวกันว่า อุ๊ย(ย่าหรือยาย)
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ตื่นแล้ว ยังหนาวขอนอนงอเข่านิ่งๆต่ออีกหน่อย เสียงเจ้าเหมียวแมวตัวผู้ประจำบ้านร้องเหมียวๆที่ประตูห้องนอน ได้ยินเสียงเล็บมันข่วนประตูถี่ มันจะมาร้องทุกเช้าปลุกเจ้าของบ้าน ผมตะโกนบอกมันว่ายังไม่ลุกยังหนาวอยู่ มันไม่ยอมยังคงร้องเหมียวๆและข่วนประตูต่อไป ผมชักฉุนมันเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อาศัย พูดกันคนละภาษา อับจนสุดปัญญาหาล่ามแปล มันอาจคิดว่าเราเป็นคนใช้ก็ได้ ถ้าหิวมันร้องเราก็เอาอาหารให้ มันหนาวมันร้องบอกอีก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มองเข้าไปในมิติการเมืองไทย
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบที่เข้าอวยพรว่า “...ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรเราก็น้อมรับ...ขอโอกาสให้ทำงานอยู่จนครบ เทอม จะได้ตอบว่า ผลงานที่ได้แถลงไว้ทำได้อย่างไร ได้คะแนนเท่าไรบ้าง.”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้หาเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย โดยชูนโยบายเด่นด้าน ความปรองดอง การแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ปราบปรามคอรัปชั่น ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกยาวเหยียด และท่านมักจะทิ้งท้ายวาทะสำคัญคือ “ ขอโอกาส” จากประชาชน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฮัก(รัก)รออยู่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ เป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งใจจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหลังพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ(10 สิงหาคม 2554) แต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงต้องอยู่กรุงเทพฯ เพื่อบริหารจัดการน้ำก่อน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    หากไม่ย้ายเมืองหลวง คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป  มาในแนวสู้ไม่ถอย  ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง  หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน  และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว  ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท  แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท  ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท  แรงงานว่างงาน 7-9.2  แสนคน  และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม  ในวงเงินประมาณ 7.56  แสนล้านบาท…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ประเทศแรก ที่จะจมมหาสมุทร คือประเทศมัลดิฟว์ ประเทศเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรราว 270,000 คน มีพื้นที่ 298 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543.034 ตารางกิโลเมตร มัลดิฟว์เป็นหมู่เกาะปะการัง มีหาดทรายขาวและสวยงามมาก หมู่เกาะกระจายราว 1,200 เกาะ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1.5 เมตรเท่านั้น ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ นายโมฮัมเหม็ด แอนนี นาชิด กำลังหนักใจเกี่ยวกับการมองหาที่ตั้งประเทศแห่งใหม่ ได้มองไปที่ประเทศศรีลังกา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
     ในอดีต มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย  เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค  ลองไล่ตามลำดับ เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486  บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก  ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม  คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ต่อมาในในสมัยรัฐบาล  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  พอมาถึงยุคท่านสมัคร  สุนทรเวช  เจ้าของวลีเด็ดๆ  เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ   อะไรกันนักหนา ฯลฯ”  ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  การย้ายเมือง มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ  ดังเช่น  เมืองลำพูนในอดีต  ในปี พ.ศ. 1490  เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ “โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก  ผู้คนล้มตายมากมาย  ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า  ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต  จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี”  คือเมืองสะเทิม  ประเทศรามัญหรือมอญ  และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี  เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง  จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม เวียงกุมกาม
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เขตอุตสาหกรรม 5 แห่ง ที่อยุธยาถูกน้ำท่วม มูลค่าลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามลำดับดังนี้ 1.นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง ฯลฯ มูลค่าลงทุน 9,472 ล้านบาท คนงาน 14,000 คน โรงงาน 48 โรง พื้นที่ 2,050 ไร่ 2.ส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนไฟฟ้า โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ฯลฯ มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท คนงาน 90,000 คน โรงงาน 183 โรง พื้นที่ 12,000 ไร่ 3.นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ…