Skip to main content

 

แปรงฟันล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย
ผมกลับมายืนดูที่หน้าต่างดังเดิม ฝูงนกยางยังคงบินตามกันเต็มท้องฟ้า ไม่รู้จักหมดสิ้น อากาศเริ่มเย็น ลมเย็นพัดมาจากทุ่งหน้าบ้านเอื่อยๆ บอกสัญญาณย่างเข้าสู่ฤดูหนาว นกมากมายไม่รู้มันมาจากไหน มาไกลแค่ไหน บ้างว่ามันมาจากไซบีเรีย จีน มองโกล หิมาลัย มันเป็นนกปากห่าง  นกยาง ฯลฯ จำนวนเป็นแสนตัวทีเดียว สิ่งที่ตามมาคือโรคติดต่อ ต้องระวังไข้หวัดนก ที่มันนำมาฝากเจ้าของบ้าน
 
ปลายกันยายน 2553
ผมเฝ้าสังเกตธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าอากาศ ต้นไม้ สัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะนก ผมเห็นนกยางจำนวนมาก อาศัยอยู่ที่ป่าไมยราบ ป่านี้อยู่ห่างจากบ้านผมไปทางทิศตะวันออก 200 เมตร ต้นไมยราบนี้สูงกว่าศีรษะเล็กน้อย ขึ้นเต็มทุ่งนาที่ว่าง จนถึงสวนลำไยริมถนนสายเชียงใหม่-ฮอด

ป่าไมยราบจะปรากฏระหว่างกิโลเมตรที่ 34 ถึง 35 ตรงจุดนี้ เป็นการพบกันของถนนสองเส้น เหมือนเส้นตรง 2 เส้น เส้นหนึ่งลากจากทิศเหนือ อีกเส้นหนึ่งลากจากทิศใต้ มาบรรจบกันเป็นมุมเรียกกันว่า
“ถนนโค้ง” ถนนฟากตะวันออกจะสูงกว่าตะวันตก นกยางจะพักนอนที่ป่าไมยราบนี้ มองด้วยตามันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างราว 20 เมตร ยาวราว 40 เมตร พอตอนเย็นเริ่มไม่มีแสงแดด นกยางจะทยอยบินกลับจากหากินมาเป็นฝูง ฝูงละ 4-5 ตัวบ้าง 8-9 ตัวบ้าง มาจากทิศตะวันตก มาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บ้างมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ มันบินมาเร็วมาก พอใกล้ถึงต้นไม้ใหญ่รูปคล้ายทรงกระบอกริมป่าไมยราบ มันจะลดเพดานบินลงระดับต่ำ ปีกเหยียดตรงนิ่งเหมือนปีกเครื่องบินรบ พุ่งวาบลงมาอย่างสง่า โผเกาะพักกิ่งไมยราบ บางฝูงยังไม่ลดระดับ พอใกล้ถึงเป้าหมาย มันจะเอียงตัว แฉลบซ้ายขวาแวบลง บางตัวว่องไว หุบปีกทันที แล้วดิ่งลงไป กางปีกออกมาเพียงครึ่งความยาวทั้งหมด พอใกล้ถึงกิ่งไมยราบยักษ์  มันจะกระพือปีกถอยหลังต้านแรงดิ่งลง เท้าทั้งคู่เหยียดลง หมายเกาะกิ่งไมยราบ  เหมือนนักโดดร่มระดับเซียน ทิ้งร่างดิ่งลงมาก่อน พอลิ่วๆลงมาถึงระยะหนึ่งก็กระตุกร่มกางพรึบ ถ้ายังไม่กางก็กดร่มสำรอง หากไม่กางก็กระแทกดินสิ้นชีวา มันค่อยร่อนลงสู่เป้าหมาย พากันส่งเสียงเริงร่าได้ยินทั่ว  
 
บางวันท้องฟ้าครึ้มฝน
ลมพัดแรง กิ่งมะพร้าวใบลำไยไหววูบวาบตามแรงลม พวกมันจะพากันบินวนเป็นวงกลม เหนือบ้านไมยราบของมัน ดูมันร่าเริงเป็นพิเศษ เหมือนวิหคเหินลม บางกลุ่มยืนเกาะกิ่งไมยราบ พร้อมกับขยับปีกพึบพับ ถ้ามีนักล่านกมือฉมัง กดเปรี้ยงๆ คงตายไปหลายตัว ตอนเย็นราว 17.45 น. ผมเคยขับรถยนต์มาจอดตรงถนนโค้ง นับระยะจากถนนสายเชียงใหม่-ฮอดนี้เข้าไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 20 เมตร จะเป็นสวนลำไย ต่อจากนั้นจะเป็นป่าไมยราบ ผมไปสำรวจดูหลายมุมแล้ว ป่าไมยราบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า นี่คือบ้านประจำฤดูหนาวของมัน   เจ้านกยางปากแหลมขาเล็กยาว ตัวขาวราวสำลี.
 
 

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ขณะเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยกับย่า พูดในทิศทางเดียวกันว่า อุ๊ย(ย่าหรือยาย)
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ตื่นแล้ว ยังหนาวขอนอนงอเข่านิ่งๆต่ออีกหน่อย เสียงเจ้าเหมียวแมวตัวผู้ประจำบ้านร้องเหมียวๆที่ประตูห้องนอน ได้ยินเสียงเล็บมันข่วนประตูถี่ มันจะมาร้องทุกเช้าปลุกเจ้าของบ้าน ผมตะโกนบอกมันว่ายังไม่ลุกยังหนาวอยู่ มันไม่ยอมยังคงร้องเหมียวๆและข่วนประตูต่อไป ผมชักฉุนมันเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อาศัย พูดกันคนละภาษา อับจนสุดปัญญาหาล่ามแปล มันอาจคิดว่าเราเป็นคนใช้ก็ได้ ถ้าหิวมันร้องเราก็เอาอาหารให้ มันหนาวมันร้องบอกอีก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มองเข้าไปในมิติการเมืองไทย
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบที่เข้าอวยพรว่า “...ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรเราก็น้อมรับ...ขอโอกาสให้ทำงานอยู่จนครบ เทอม จะได้ตอบว่า ผลงานที่ได้แถลงไว้ทำได้อย่างไร ได้คะแนนเท่าไรบ้าง.”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้หาเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย โดยชูนโยบายเด่นด้าน ความปรองดอง การแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ปราบปรามคอรัปชั่น ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกยาวเหยียด และท่านมักจะทิ้งท้ายวาทะสำคัญคือ “ ขอโอกาส” จากประชาชน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฮัก(รัก)รออยู่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ เป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งใจจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหลังพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ(10 สิงหาคม 2554) แต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงต้องอยู่กรุงเทพฯ เพื่อบริหารจัดการน้ำก่อน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    หากไม่ย้ายเมืองหลวง คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป  มาในแนวสู้ไม่ถอย  ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง  หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน  และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว  ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท  แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท  ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท  แรงงานว่างงาน 7-9.2  แสนคน  และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม  ในวงเงินประมาณ 7.56  แสนล้านบาท…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ประเทศแรก ที่จะจมมหาสมุทร คือประเทศมัลดิฟว์ ประเทศเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรราว 270,000 คน มีพื้นที่ 298 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543.034 ตารางกิโลเมตร มัลดิฟว์เป็นหมู่เกาะปะการัง มีหาดทรายขาวและสวยงามมาก หมู่เกาะกระจายราว 1,200 เกาะ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1.5 เมตรเท่านั้น ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ นายโมฮัมเหม็ด แอนนี นาชิด กำลังหนักใจเกี่ยวกับการมองหาที่ตั้งประเทศแห่งใหม่ ได้มองไปที่ประเทศศรีลังกา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
     ในอดีต มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย  เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค  ลองไล่ตามลำดับ เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486  บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก  ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม  คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ต่อมาในในสมัยรัฐบาล  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  พอมาถึงยุคท่านสมัคร  สุนทรเวช  เจ้าของวลีเด็ดๆ  เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ   อะไรกันนักหนา ฯลฯ”  ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  การย้ายเมือง มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ  ดังเช่น  เมืองลำพูนในอดีต  ในปี พ.ศ. 1490  เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ “โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก  ผู้คนล้มตายมากมาย  ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า  ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต  จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี”  คือเมืองสะเทิม  ประเทศรามัญหรือมอญ  และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี  เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง  จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม เวียงกุมกาม
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เขตอุตสาหกรรม 5 แห่ง ที่อยุธยาถูกน้ำท่วม มูลค่าลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามลำดับดังนี้ 1.นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง ฯลฯ มูลค่าลงทุน 9,472 ล้านบาท คนงาน 14,000 คน โรงงาน 48 โรง พื้นที่ 2,050 ไร่ 2.ส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนไฟฟ้า โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ฯลฯ มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท คนงาน 90,000 คน โรงงาน 183 โรง พื้นที่ 12,000 ไร่ 3.นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ…