Skip to main content

 


 

เนารัตน์ข้าราชการบำนาญ
นั่งเก้าอี้พลาสติกของวัด   ดูซอที่ตั้งเวทีข้างประตูวัด สถานที่ซอเป็นยกพื้นขึ้นสูงราวคอผู้ใหญ่ ปูพื้นด้วยไม้กระดาน ล้อมสามด้านด้วยไม้ไผ่ลำโตขนาดข้อมือเด็ก ด้านละ 2 ต้น คล้ายเชือกกั้นเวทีมวย อีกด้านมีบันไดพาด สำหรับให้คณะซอปีนขึ้นไป สถานที่ขับซอเรียกว่า “ผามซอ” พื้นจะปูด้วยเสื่อ ความจริงเนาวรัตน์ไม่อยากมาชมเท่าไร   อยากได้เรื่องราวเกี่ยวกับด้านบันเทิงของชาวเหนือ นำไปเขียนลงเวบเพื่อเผยแพร่ หรือส่งไปยังหนังสือที่เขาต้องการ...ในวัยเด็กย่าบอกว่า ซอสนุกมาก บอกให้เนาวรัตน์ไปดูที่งานวัดใกล้บ้าน ก็ไม่ได้ไปดู เพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียงดนตรีประเภทปี่ซึง มันดังอี้อ้อๆไม่เห็นเพราะตรงไหน คล้ายวนเวียนเล่นอยู่เพลงเดียวตลอด แต่เนาวรัตน์กลับขึ้นไปนั่งอมยิ้มยองๆบนกำแพงข้างศาลาวัด ดูเข่าเล่นลิเกตรงศาลาวัด เพราะมันตลก 
 
เด็กชายเนารัตน์ชอบมาก
ตอนช่วงเวลาตัวตลกแสดง มันตลกสนุกสนานจริง ยังจำติดตาเลย ตอนผู้ร้ายวิ่งไล่ฟันพระเอก วิ่งเข้าออกจากประตูหนึ่งเข้าอีกประตู วนไปมา แค่ตัวตลกแต่งหน้าตาก็แทบหัวเราะก๊าก หากถึงตอนพระเอกนางเอกออกมา ร้องเพลงเอ้อเอิงเอย ช้าๆเนิบๆ เนาวรัตน์หมดอารมณ์เลย มันยืดยาดมาก เมื่อสูงวัยขึ้น เนาวรัตน์กลับอยากดูการขับซอ อยากดูเพราะต้องการศึกษา อยากได้เรื่องราวไปเขียน พยายามมองหาจุดดีจุดที่ชวนดู... การขับซอจะเริ่มเวลาประมาณ 13.00 น. สังเกตดู มีคนนั่งเก้าอี้ใต้ต้นมะม่วงหน้าผามซอ ด้านข้างมีพอสมควร ใต้ต้นมะขามใหญ่ด้านข้างขวาผามซอ มีกลุ่มแม่บ้านนั่งล้อมวงม้าหินอ่อน บนโต๊ะมีเบียร์กระป๋องหลายกระป๋อง ขวดเหล้าอีก 2 ขวด   แน่นอนที่สุดกลุ่มนี้นำทีมโดยเมียผู้ใหญ่บ้าน หน้าแดงเรื่อดูร่าเริงผิดปรกติ ผู้ดูการแสดงส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนถึงสูงอายุ ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เด็กหนุ่มสาวมองไม่เห็นเลย นอกนั้นเป็นเด็กเล็กที่ตามแม่หรือย่ายายมาด้วย 
 
ได้เวลาแล้ว 
ผู้ขับซอชายหญิงก้าวขึ้นผามซอ ผู้ขับซอฝ่ายชายที่ชื่อสิงห์คำ รูปร่างสันทัดผิวขาว สวมเสื้อแขนยาวลายเขียว ผู้หญิงร่างท้วมชื่อผ่องพรรณ รวบผมไว้ด้านหลัง แต่งกายเรียบร้อย หน้าตายามสาวคงสวยคมไม่น้อย คะเนอายุทั้งคู่คงไม่เกิน 50 ปี หรืออาจ 50 ปีต้นๆ ทั้งคู่นั่งซอคู่กัน เป็นการขับซอโต้ตอบกันไปมา เรียกทั้งคู่ว่า “คู่ถ้อง”     นักดนตรีประเภทซอซึงเดินขึ้นบันไดตามมา นั่งล้อมวงอยู่ข้างหลังผู้ขับซอทั้งคู่    แม่ยายเคยบอกเนาวรัตน์ว่า เครื่องดนตรีประกอบด้วย   ปี่กลาง   เป็นเสียงกลางๆสำหรับเป็นทำนองเพลง   ปีก้อย เป็นปี่เสียงเล็กที่เป็นเสียงนำ   ปี่ตัด เป็นปี่ที่มีขนาดเล็กที่สุด   ใช้แทรกเสียงเพื่อให้เกิดความไพเราะมากขึ้น   และปีเค้า(ปี่แม่) เป็นปีขนาดใหญ่   สำหรับทำเสียงคลอเพื่อให้เกิดความกลมกลืน   แม่ยายปิดท้ายว่า   ปัจจุบันได้ใช้เครื่องดนตรี “ซึง” แทนปี่เค้า.

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ขณะเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยกับย่า พูดในทิศทางเดียวกันว่า อุ๊ย(ย่าหรือยาย)
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ตื่นแล้ว ยังหนาวขอนอนงอเข่านิ่งๆต่ออีกหน่อย เสียงเจ้าเหมียวแมวตัวผู้ประจำบ้านร้องเหมียวๆที่ประตูห้องนอน ได้ยินเสียงเล็บมันข่วนประตูถี่ มันจะมาร้องทุกเช้าปลุกเจ้าของบ้าน ผมตะโกนบอกมันว่ายังไม่ลุกยังหนาวอยู่ มันไม่ยอมยังคงร้องเหมียวๆและข่วนประตูต่อไป ผมชักฉุนมันเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อาศัย พูดกันคนละภาษา อับจนสุดปัญญาหาล่ามแปล มันอาจคิดว่าเราเป็นคนใช้ก็ได้ ถ้าหิวมันร้องเราก็เอาอาหารให้ มันหนาวมันร้องบอกอีก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มองเข้าไปในมิติการเมืองไทย
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบที่เข้าอวยพรว่า “...ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรเราก็น้อมรับ...ขอโอกาสให้ทำงานอยู่จนครบ เทอม จะได้ตอบว่า ผลงานที่ได้แถลงไว้ทำได้อย่างไร ได้คะแนนเท่าไรบ้าง.”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้หาเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย โดยชูนโยบายเด่นด้าน ความปรองดอง การแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ปราบปรามคอรัปชั่น ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกยาวเหยียด และท่านมักจะทิ้งท้ายวาทะสำคัญคือ “ ขอโอกาส” จากประชาชน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฮัก(รัก)รออยู่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ เป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งใจจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหลังพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ(10 สิงหาคม 2554) แต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงต้องอยู่กรุงเทพฯ เพื่อบริหารจัดการน้ำก่อน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    หากไม่ย้ายเมืองหลวง คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป  มาในแนวสู้ไม่ถอย  ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง  หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน  และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว  ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท  แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท  ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท  แรงงานว่างงาน 7-9.2  แสนคน  และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม  ในวงเงินประมาณ 7.56  แสนล้านบาท…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ประเทศแรก ที่จะจมมหาสมุทร คือประเทศมัลดิฟว์ ประเทศเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรราว 270,000 คน มีพื้นที่ 298 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543.034 ตารางกิโลเมตร มัลดิฟว์เป็นหมู่เกาะปะการัง มีหาดทรายขาวและสวยงามมาก หมู่เกาะกระจายราว 1,200 เกาะ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1.5 เมตรเท่านั้น ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ นายโมฮัมเหม็ด แอนนี นาชิด กำลังหนักใจเกี่ยวกับการมองหาที่ตั้งประเทศแห่งใหม่ ได้มองไปที่ประเทศศรีลังกา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
     ในอดีต มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย  เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค  ลองไล่ตามลำดับ เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486  บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก  ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม  คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ต่อมาในในสมัยรัฐบาล  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  พอมาถึงยุคท่านสมัคร  สุนทรเวช  เจ้าของวลีเด็ดๆ  เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ   อะไรกันนักหนา ฯลฯ”  ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  การย้ายเมือง มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ  ดังเช่น  เมืองลำพูนในอดีต  ในปี พ.ศ. 1490  เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ “โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก  ผู้คนล้มตายมากมาย  ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า  ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต  จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี”  คือเมืองสะเทิม  ประเทศรามัญหรือมอญ  และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี  เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง  จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม เวียงกุมกาม
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เขตอุตสาหกรรม 5 แห่ง ที่อยุธยาถูกน้ำท่วม มูลค่าลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามลำดับดังนี้ 1.นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง ฯลฯ มูลค่าลงทุน 9,472 ล้านบาท คนงาน 14,000 คน โรงงาน 48 โรง พื้นที่ 2,050 ไร่ 2.ส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนไฟฟ้า โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ฯลฯ มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท คนงาน 90,000 คน โรงงาน 183 โรง พื้นที่ 12,000 ไร่ 3.นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ…