
นักตีความ
ให้ความสนใจโคลงบทนี้มาก ต้องมาตีความกันอย่างหนัก เหตุการณ์จริงคือ สลัดอากาศจี้เครื่องบินโบอิ้ง จำนวน 2 ลำ พุ่งชนอาคารเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ของอเมริกา ซึ่งเป็นตึกแฝดพังทลายลง(11 กันยนยน 2001) เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ตรงตามคำพยากรณ์ แต่ปี เดือน ไม่ตรงกัน
ผมได้เช่าซีดีหนัง โลก 2012
มาดู เพื่อรับทราบถึงจินตนาการในอนาคตของฝรั่ง ในหนังที่เขาสร้างขึ้นมา ซึ่งเราทราบกันดีว่า กว่าจะเป็นหนังสัก 1 เรื่อง ผู้สร้างต้องศึกษาหาข้อมูลต่างๆมากมาย ทั้งข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์มาประกอบ เพื่อสร้างเรื่องราวของหนัง เรื่องจึงดูสมเหตุสมผล หนังเรื่องนี้ผมเช่ามาดู 4 ครั้ง ต่างเวลาและอารมณ์ แรกๆดูเพื่อความเพลิดเพลินเป็นหลัก สาระเป็นเรื่องรอง ดูครั้งที่ 4 ดูไปจดบันทึกไป มีการดูย้อนหลังส่วนที่สำคัญและอยากรู้ หนังเรื่องนี้กล่าวถึง การพยากรณ์ของพวกมายาเผ่าโบราณพบว่า โลกจะแตกในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 การอพยพคนในทิเบต พบรอยแยกของผืนดิน ที่พิพิธภัณฑ์มีการเก็บของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย เช่น ภาพโมนาลิซ่า ผลงานของปิกัสโซ ดาวินชี่
หนังแสดงภาพสลับไปสลับมา
ภาพการสร้างยานอวกาศเตรียมขนคนหนี การจัดชกมวยตามปรกติ การสร้างเรือโนอาห์จำนวน 4 ลำ จะช่วยขนคนได้ 4 แสนคน หนังดำเนินมาถึงจุดเข้มข้น เกิดแผ่นดินแยก แผ่นดินถล่มในหมู่บ้าน ต้นไม้เสาไฟฟ้าโค่น ตึกถล่ม พระเอกพาครอบครัวขึ้นเครื่องบินหนี รอยเลื่อนต่างเคลื่อนตัว เมืองทั้งเมืองถูกน้ำทะเลบ่าท่วม แต่ชายคนหนึ่งชื่อชาลี รู้เรื่องโลกจะแตก ไม่หนีไปไหน ยืนบนสันเขาสูง ยกมือขึ้นและตะโกนโหวกเหวก มองดูแผ่นดินถล่ม ดังยอมรับการพิพากษาของโลก ไม่ยอมหนีไปกับพระเอก เครื่องบินพาครอบครัวพระเอกบินหนีแผ่นดินถล่ม เห็นเปลวไฟลุกเบื้องล่าง มุ่งหน้าสู่ประเทศจีน ต่อมาเป็นภาพองค์ดาไลลามะพูดกับลูกศิษย์
“ อย่าเชื่ออะไรตามที่ได้ยินมา.”
ภาพยนตร์ตัดภาพมาเป็นเศรษฐีตัวอวบสูงใหญ่พาลูกหลานเตรียมขึ้นเรืออพยพพูดว่า
“ ต้องซื้อบัตรขึ้นเรืออพยพราคา 1 ล้านยูโรต่อ 1 คน.”
ภายในโบสถ์
ประชาชนกำลังสวดมนต์ โบสถ์ค่อยถล่มลงมาเรื่อยๆ ผู้สวดมนต์มองอย่างตกตลึง ในทะเลปรากฏภาพเรือบรรทุกผู้หนีภัยแผ่นดินถล่มของรัสเซีย สึนามิถล่ม ขั้วโลกใต้เปลี่ยนไปอยู่รัฐวิสคอนซิน
ชาวอินเดียมากมายที่ตีนเขา คลื่นสึนามิกำลังเคลื่อนเข้ามาทำลาย ครอบครัวพระเอกเดินทางมาถึงค่ายอพยพพร้อมหญิงชราชาวจีนและพระทิเบต ทหารไม่ยอมให้เข้า หญิงชรากล่าวคำพูดสำคัญว่า
“...เราเป็นพลเมืองโลก...”
ทหารจึงยอมให้เข้าค่ายอพยพผู้ประสบภัย ภาพแสดงผู้คนจำนวนมากเตรียมตัวขึ้นเรือเพื่ออพยพ.
บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ขณะเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยกับย่า พูดในทิศทางเดียวกันว่า อุ๊ย(ย่าหรือยาย)
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ตื่นแล้ว ยังหนาวขอนอนงอเข่านิ่งๆต่ออีกหน่อย เสียงเจ้าเหมียวแมวตัวผู้ประจำบ้านร้องเหมียวๆที่ประตูห้องนอน ได้ยินเสียงเล็บมันข่วนประตูถี่ มันจะมาร้องทุกเช้าปลุกเจ้าของบ้าน ผมตะโกนบอกมันว่ายังไม่ลุกยังหนาวอยู่ มันไม่ยอมยังคงร้องเหมียวๆและข่วนประตูต่อไป ผมชักฉุนมันเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อาศัย พูดกันคนละภาษา อับจนสุดปัญญาหาล่ามแปล มันอาจคิดว่าเราเป็นคนใช้ก็ได้ ถ้าหิวมันร้องเราก็เอาอาหารให้ มันหนาวมันร้องบอกอีก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบที่เข้าอวยพรว่า “...ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรเราก็น้อมรับ...ขอโอกาสให้ทำงานอยู่จนครบ เทอม จะได้ตอบว่า ผลงานที่ได้แถลงไว้ทำได้อย่างไร ได้คะแนนเท่าไรบ้าง.”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้หาเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย โดยชูนโยบายเด่นด้าน ความปรองดอง การแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ปราบปรามคอรัปชั่น ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกยาวเหยียด และท่านมักจะทิ้งท้ายวาทะสำคัญคือ “ ขอโอกาส” จากประชาชน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฮัก(รัก)รออยู่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ เป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งใจจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหลังพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ(10 สิงหาคม 2554) แต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงต้องอยู่กรุงเทพฯ เพื่อบริหารจัดการน้ำก่อน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
หากไม่ย้ายเมืองหลวง
คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป มาในแนวสู้ไม่ถอย ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท แรงงานว่างงาน 7-9.2 แสนคน และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม ในวงเงินประมาณ 7.56 แสนล้านบาท…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ประเทศแรก
ที่จะจมมหาสมุทร คือประเทศมัลดิฟว์ ประเทศเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรราว 270,000 คน มีพื้นที่ 298 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543.034 ตารางกิโลเมตร มัลดิฟว์เป็นหมู่เกาะปะการัง มีหาดทรายขาวและสวยงามมาก หมู่เกาะกระจายราว 1,200 เกาะ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1.5 เมตรเท่านั้น ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ นายโมฮัมเหม็ด แอนนี นาชิด กำลังหนักใจเกี่ยวกับการมองหาที่ตั้งประเทศแห่งใหม่ ได้มองไปที่ประเทศศรีลังกา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ในอดีต
มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค ลองไล่ตามลำดับ
เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486 บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาในในสมัยรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา พอมาถึงยุคท่านสมัคร สุนทรเวช เจ้าของวลีเด็ดๆ เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ อะไรกันนักหนา ฯลฯ” ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
การย้ายเมือง
มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ ดังเช่น เมืองลำพูนในอดีต ในปี พ.ศ. 1490 เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ “โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก ผู้คนล้มตายมากมาย ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี” คือเมืองสะเทิม ประเทศรามัญหรือมอญ และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม
เวียงกุมกาม
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เขตอุตสาหกรรม 5 แห่ง
ที่อยุธยาถูกน้ำท่วม มูลค่าลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามลำดับดังนี้
1.นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง ฯลฯ มูลค่าลงทุน 9,472 ล้านบาท คนงาน 14,000 คน โรงงาน 48 โรง พื้นที่ 2,050 ไร่
2.ส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนไฟฟ้า โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ฯลฯ มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท คนงาน 90,000 คน โรงงาน 183 โรง พื้นที่ 12,000 ไร่
3.นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ…