Skip to main content

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

 

 

 

เหตุเกิดกลางคืนวันอาทิตย์

กำลังนั่งดูข่าวทางโทรทัศน์ ได้ยินเสียงอื้ออึงมาทางทิศใต้ เงี่ยหูฟังเป็นเสียงลม ติดตามด้วยเสียงซู่ซ่าทางระเบียงหลังบ้านและหน้าบ้าน ฝนเริ่มโปรยเม็ด พายุเริ่มแรงและกระพือโหมต่อเนื่อง ได้ยินเสียงใบโพธิ์ข้างบ้านสะบัดกราวใหญ่ เสียงอะไรบางอย่างกระทบกระเบื้องหลังคาบ้านดังโป้งป้าก ดังใครโยนก้อนกรวดเล็กลงมา เป็นลูกเห็บนั่นเอง เปิดไฟแล้วเปิดประตูบ้านด้านใกล้กับต้นโพธิ์ที่ปลูกติดมุมกำแพงวัด พายุยังพัดอย่างคึกคะนองต่อเนื่อง ใบโพธิ์และกิ่งโยกไหวรุนแรงดังจะหลุดลอยไปให้ได้ มองคล้ายผมผู้หญิงโดนพัดลมเครื่องใหญ่เป่ารุนแรง เห็นลูกเห็บหล่นกระทบหลังคาโรงรถกระดอนกระเด็น เหมือนข้าวตอกหล่น โตขนาดปลายนิ้วก้อย พอหยุดนิ่ง ลูกเห็บละลายตัวอย่างรวดเร็ว กดกล้องถ่ายรูป กล้องทำงาน 3 จังหวะ ไม่ทันการลูกเห็บละลายหมดเสียก่อน ตรวจดูภาพที่ถ่าย มันเห็นมัวๆขาวๆเท่านั้น หากลูกเห็บโตเท่าไข่ไก่อย่างที่เป็นข่าว หลังคาบ้านผมคงไม่เหลือ  คงต้องแยกเขี้ยวเปลี่ยนทั้งหลัง


ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

เห็นใบไม้สดเขียวและใบแห้งสีน้ำตาล ตกเกลื่อนกลาดถนนลาดยางที่คั่นระหว่างบ้านผมกับวัด เหมือนคนหนุ่มสาวและคนแก่เฒ่าสูญสิ้นชีวิตเพราะภัยธรรมชาติ...อีก 20 วัน จะสิ้นเดือนกันยายน ผมไม่รู้สึกอะไร ที่ต้องเกษียณราชการในปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ วันที่ 30 กันยายนนั้น ถูกกำหนดให้เป็นวันสุดท้ายของการทำงานของข้าราชการที่จะเกษียณ บางคนเล่าว่า เคยมีข้าราชการครูที่เกษียณ เช้าเคยแต่งตัวไปทำงานทุกวัน พอวันที่ 1 ตุลาคม ตื่นขึ้นแต่งตัวจะไปโรงเรียน ภรรยาถามว่า พ่อจะไปไหนกัน เกษียณแล้วไม่ใช่หรือ ข้าราชการนั้นยิ้มเฝื่อนๆ บอกภรรยาว่าพ่อลืมไปมันเคยชินนะ บางคนทำใจไม่ได้ อาลัยอาวรณ์ยศตำแหน่ง อำนาจ เคยมีคนเคารพนบนอบ ปฏิบัติตามคำสั่ง ครับผม คะขา ไม่มีปฏิเสธ บัดนี้หมดสิ้นกลายเป็นคนแก่ธรรมดาๆ นั่งๆนอนๆอยู่บ้าน บ้างยืนดีดนิ้วหน้ากรงนกเขา บ้างยืนพุงยื่นรดน้ำต้นไม้  แรกๆพบกันยังมีคนทักทาย ยกมือไหว้ นานๆไป เดินสวนกันแทบชน กลับมองไม่เห็นนึกว่าตอไม้ผุๆดำๆ


ผมยืนสลัดแขนขาหน้าห้องสำนักงาน

มองผืนดินผืนฟ้า สิ่งรอบๆตัว คล้ายดังจะดูดซับไว้ระลึกถึง อาคารไม้ 2 ชั้น ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ชั้นบนเป็นที่ทำงานของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการฯอีกราว 20 คน ทำไมตำแหน่งรองฯถึงมาก ในวงการศึกษารู้ดีถึงความเป็นมา ชั้นล่างเป็นบุคลากรฝ่ายการเงินและบุคลากร ส่วนงานฝ่ายที่ผมทำงานอยู่นั้น อยู่ด้านทิศใต้ เรียกชื่อว่าหน่วยศึกษานิเทศก์ เป็นอาคารตึกชั้นเดียว สิ่งปลูกสร้างยังคงอยู่อีกนาน  แต่ผู้คนเล่าหมุนเวียนไปทุกปี เก่าไปใหม่มา ชีวิตมีอะไรอีกเล่า มืดแล้วสว่าง กินแล้วนอน หนุ่มสาวสดใส หล่อสวย และแล้วก็อ้วนเผละแก่เฒ่า.

 ..................................................................

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ขณะเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยกับย่า พูดในทิศทางเดียวกันว่า อุ๊ย(ย่าหรือยาย)
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ตื่นแล้ว ยังหนาวขอนอนงอเข่านิ่งๆต่ออีกหน่อย เสียงเจ้าเหมียวแมวตัวผู้ประจำบ้านร้องเหมียวๆที่ประตูห้องนอน ได้ยินเสียงเล็บมันข่วนประตูถี่ มันจะมาร้องทุกเช้าปลุกเจ้าของบ้าน ผมตะโกนบอกมันว่ายังไม่ลุกยังหนาวอยู่ มันไม่ยอมยังคงร้องเหมียวๆและข่วนประตูต่อไป ผมชักฉุนมันเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อาศัย พูดกันคนละภาษา อับจนสุดปัญญาหาล่ามแปล มันอาจคิดว่าเราเป็นคนใช้ก็ได้ ถ้าหิวมันร้องเราก็เอาอาหารให้ มันหนาวมันร้องบอกอีก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มองเข้าไปในมิติการเมืองไทย
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบที่เข้าอวยพรว่า “...ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรเราก็น้อมรับ...ขอโอกาสให้ทำงานอยู่จนครบ เทอม จะได้ตอบว่า ผลงานที่ได้แถลงไว้ทำได้อย่างไร ได้คะแนนเท่าไรบ้าง.”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้หาเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย โดยชูนโยบายเด่นด้าน ความปรองดอง การแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ปราบปรามคอรัปชั่น ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกยาวเหยียด และท่านมักจะทิ้งท้ายวาทะสำคัญคือ “ ขอโอกาส” จากประชาชน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฮัก(รัก)รออยู่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ เป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งใจจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหลังพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ(10 สิงหาคม 2554) แต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงต้องอยู่กรุงเทพฯ เพื่อบริหารจัดการน้ำก่อน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    หากไม่ย้ายเมืองหลวง คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป  มาในแนวสู้ไม่ถอย  ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง  หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน  และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว  ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท  แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท  ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท  แรงงานว่างงาน 7-9.2  แสนคน  และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม  ในวงเงินประมาณ 7.56  แสนล้านบาท…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ประเทศแรก ที่จะจมมหาสมุทร คือประเทศมัลดิฟว์ ประเทศเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรราว 270,000 คน มีพื้นที่ 298 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543.034 ตารางกิโลเมตร มัลดิฟว์เป็นหมู่เกาะปะการัง มีหาดทรายขาวและสวยงามมาก หมู่เกาะกระจายราว 1,200 เกาะ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1.5 เมตรเท่านั้น ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ นายโมฮัมเหม็ด แอนนี นาชิด กำลังหนักใจเกี่ยวกับการมองหาที่ตั้งประเทศแห่งใหม่ ได้มองไปที่ประเทศศรีลังกา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
     ในอดีต มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย  เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค  ลองไล่ตามลำดับ เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486  บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก  ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม  คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ต่อมาในในสมัยรัฐบาล  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  พอมาถึงยุคท่านสมัคร  สุนทรเวช  เจ้าของวลีเด็ดๆ  เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ   อะไรกันนักหนา ฯลฯ”  ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  การย้ายเมือง มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ  ดังเช่น  เมืองลำพูนในอดีต  ในปี พ.ศ. 1490  เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ “โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก  ผู้คนล้มตายมากมาย  ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า  ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต  จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี”  คือเมืองสะเทิม  ประเทศรามัญหรือมอญ  และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี  เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง  จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม เวียงกุมกาม
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เขตอุตสาหกรรม 5 แห่ง ที่อยุธยาถูกน้ำท่วม มูลค่าลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามลำดับดังนี้ 1.นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง ฯลฯ มูลค่าลงทุน 9,472 ล้านบาท คนงาน 14,000 คน โรงงาน 48 โรง พื้นที่ 2,050 ไร่ 2.ส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนไฟฟ้า โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ฯลฯ มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท คนงาน 90,000 คน โรงงาน 183 โรง พื้นที่ 12,000 ไร่ 3.นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ…