Skip to main content
 

แถลงการณ์ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษา

ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้

1 กันยายน 2551

จากเหตุการณ์การชุมนุมยืดเยื้อและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาอันเป็นความขัดแย้งทางการเมืองของฝ่ายชนชั้นนายทุน มิใช่การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของชนชั้นล่างอย่างแท้จริง กลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาที่ลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้มีความคิดเห็นและข้อเรียกร้องต่อสังคม ดังต่อไปนี้

1. เราคัดค้านการใช้ความรุนแรงโดยรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตำรวจทหารในการปราบปรามผู้ชุมนุมทางการเมือง และการประกาศสภาวะฉุกเฉินของฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งการเรียกร้องยั่วยุให้รัฐใช้ความรุนแรงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่น การเรียกร้องให้ทหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครองเข้ามาทำรัฐประหาร

2. เราต้องไม่ประณามวิธีการต่อสู้ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือวิธีการที่ไม่ใช่ "สันติวิธี" ไม่ว่ากลุ่มนั้นๆจะมีจุดยืนทางการเมืองแบบใดก็ตามหากเป็นการกระทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กับรัฐ เช่น การชุมนุมแบบปิดถนน การยึดสถานที่ราชการ และการนัดหยุดงานแบบผิดกฎหมาย ซึ่งวิธีการทั้งหมดนี้เป็นวิธีการต่อสู้ทางการเมืองของชนชั้นล่างทั้งในประเทศและในระดับสากลในการต่อสู้กับความยุติธรรมปลอมๆที่สร้างขึ้นโดยระบบทุนนิยมและรัฐตลอดมา

3. เราคัดค้านแนวทาง "การเมืองใหม่" ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เสนอให้ตัวแทนของประชาชนในรัฐสภามาจากการแต่งตั้ง หรือที่เรียกว่า "70: 30" ซึ่งข้อเสนอเช่นนี้เป็นข้อเสนอที่จำกัดสิทธิในทางการเมืองของชนชั้นล่าง เราเสนอว่า ทางออกจากปัญหาดังกล่าวต้องใช้วิธีการปฏิรูปและพัฒนาสถาบันทางการเมืองที่เป็นไปเพื่อสนับสนุนและเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนมากกว่าที่จะเป็นการถอยหลังเข้าคลองไปสู่ระบอบเผด็จการเช่นข้อเสนอของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

4.อันเนื่องมาจากการเมืองทั้ง 2 ขั้วในปัจจุบัน คือ รัฐบาลพรรคพลังประชาชน และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่างแสดงจุดยืนทางการเมืองแบบชาตินิยมและอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ซึ่งจุดยืนทางการเมืองเช่นนี้ไม่ใช่ข้อเสนอหรือแนวทางการเมืองที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์จริงของคนชั้นล่าง ทั้งที่เป็นกรรมกร เกษตรกร คนจนเมือง ฯลฯ เราในฐานะกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาที่ลงนามในแถลงการณ์นี้เสนอให้มีการพูดถึงการปฏิรูปการเมืองและสังคมโดยมีการเก็บภาษีทางตรงในอัตราก้าวหน้า ภาษีมรดก ภาษีที่ดินจากคนร่ำรวย เพื่อการสร้างรัฐสวัสดิการที่ดูแลชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตายอย่างเป็นรูปธรรม

 

กลุ่มประกายไฟ

กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง

สหพันธ์สิ่งทอและเครื่องหนังแห่งประเทศไทย

 

บล็อกของ ประกายไฟ

ประกายไฟ
 "...ถ้ารัฐไม่มีหน้าที่บริการประชาชน มหาวิทยาลัยก็จะทำให้เป็นของเอกชน โรงพยาบาลก็จะเป็นเอกชน รถเมล์ น้าประปา ไฟฟ้า ก็จะต้องเป็นของเอกชน แล้วเราจะมีรัฐไปทำไม” เก่งกิจ กิติเรียงลาภ กล่าว  
ประกายไฟ
จริงอยู่ที่ทางกลุ่มแอดมินไทย อาจจะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่อยู่คนละข้าง คนละสี....(บอกมาเถอะว่าสีอะไรปิดไม่มิดหรอก) กับสมาชิกในเพจที่เป็นเพื่อนร่วมชาติชาวไทย แต่นี้มันเพจระหว่างประเทศ ที่ผู้เขียนในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในเพจมีสิทธิที่จะบอกความเป็นจริง....(รับได้ไหมท่านแอดมิน???)...  
ประกายไฟ
..นักสหภาพหลายๆคนมักมาสอบถามกับผู้เขียนบ่อยๆว่า ทำไมฝ่ายบุคคลมักมีทัศนะคติที่เลวร้ายกับสหภาพหรือที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะมหาวิทยาลัยสั่งสอนให้มองสหภาพในแง่ไม่ดีรึเปล่า แล้วถ้าไม่ใช่พวกนักศึกษาที่จบไปเป็นฝ่ายบุคคลในโรงงานนั้น เขามองสหภาพแรงงานอย่างไร เราจึงจัดทำบทสัมภาษณ์สั้นๆชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่าเขา (ว่าที่ฝ่ายบุคคล) คิดยังไงกับเรา(สหภาพแรงงาน)..
ประกายไฟ
..ทำไมคนส่วนใหญ่มักชอบพูดว่าประเทศสหรัฐอเมริกาทีระบบสวัสดิการที่ดีเยี่ยม จนเป็นประเทศในฝันของทุกคน เมื่อได้อ่านความเป็นจริงจากบทความชิ้นนี้แล้วคงทำให้เรามองสหรัฐอเมริกาในแง่ความเป็นจริงมากขึ้น และเลิกพูดมั่วๆซะที ว่าอเมริกามีสวัสดิการดีกว่าไทย
ประกายไฟ
...การที่รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา รวมถึงรัฐบาลชุดนี้กำลังจะขึ้นภาษีทางอ้อมจาก 7 เป็น 10% นั้นถือว่าเป็นการเปิดศึกทางชนชั้นกับชนชั้นกรรมกรและคนระดับล่างของสังคมโดยตรง คือ โยนภาระก้อนโตให้คนระดับล่างเป็นผู้จ่าย โดยที่คนร่่ำรวยลอยตัว...
ประกายไฟ
...ดูๆไปแล้วดันไปสะดุดตรงเหตุการณ์ทางการเมืองในเวลานั้นที่ดันตรงกับช่วงของการเปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี แหมมมมมมมมมมมม เล่นเล่าซะ คณะผู้ก่อการดูเป็นตัวร้ายไปถนัดตา แถม ร.7 ยังดูน่าสงสารจนเกินเหตุ “ตั้งแต่เกิดมาไอ้เคนยังไม่เห็นว่าในหลวงท่านจะทำอะไรไม่ดีเลย” “เหาจะกินกระบาล” 5555 เอาละวะ ...  
ประกายไฟ
อธิการ.มทส. ค้านนศ.แต่งกายข้ามเพศ เข้ารับปริญญาฯ อ้างเป็นบัณฑิตต้องมีคุณธรรม จริยธรรม รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โต้ประเทศนี้อ้างอะไรไม่ได้ ก็อ้างคุณธรรมจริยธรรมปลอมๆ กลวงๆ ย้ำคุณธรรมของบัณฑิตต้องมีจิตใจที่วิพากษ์วิจารณ์ต่อสิ่งที่เป็นอยู่
ประกายไฟ
ผมท้าเลยครับ หลังจากเผาอากง อากงจะถูกลืม..เว้นแต่เรียก กม. "ม.112" ว่า "อากง" เราจะไม่มีทางลืมอากง เพราะมันก็จะอยู่อย่างนี้อีกนานเท่านาน - ด้านเกษียร ตอบ ความทรงจำของสังคมไม่ได้เป็นเรื่องอัตโนมัติ หากต้องสร้างและผลิตซ้ำขึ้น แม้แต่การเอาชื่อไปวางไว้เป็นสมญาของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะได้รับการจดจำจากสังคมหรือจำอย่างถูกต้องครบถ้วนแม่นยำ  
ประกายไฟ
 ..สิ่งที่เรียกว่า "ตลาดไม้โบราณ" ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดใหม่ในยุค ร.4 - ร.6 เป็นยุคที่ พ่อค้าจีน (โดยเฉพาะจีนแต้จิ๋ว) ที่ ได้เป็นเจ้าภาษีสินค้าต่างๆ เช่น มะพร้าว น้ำตาล อ้อย เป็นต้น จนเกิดชุมทางการค้ามากมายตามลุ่มแม่น้ำต่างๆ ทั้งนครชัยศรี ราชบุรี แม่กลอง มหาชัย สามชุก ฯลฯ (ดูดีๆ ทุกๆที่ๆเป็นตลาดไม้โบราณล้วนมีสถานที่ๆเรียกว่า “โรงเจ” และ “ศาลเจ้าทรงเก๋งจีน” แทบทุกๆแห่ง) ที่เรียกว่าสิ่งใหม่ๆสำหรับคววามเป็นไทยในยุคนั้น..
ประกายไฟ
สาระหลักที่น่าสนใจของเรื่องแม่นั้นอยู่ที่จิตสำนึกของปัจเจกชนที่ต่างจากปัจเจกชนในวรรณกรรมรัสเซียเล่มดังๆที่ส่วนใหญ่มุ่งเสนอการดิ้นรนเอาชีวิตของตัวเองให้รอดไปวันๆ เป็นปัจเจกชนที่กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
ประกายไฟ
แนะสภาฯเดินหน้าวาระ3 มั่นใจผ่านฉลุย พร้อมด้วยสนทนากับนายซิม ไฮแอท เยาวชนผู้อดข้าวหน้าพรรคเพื่อขอให้นายอภิสิทธิ์ถอนคำพูดเหยียดคนเสื้อแดง
ประกายไฟ
"..คุณอาจจะคิดเอาง่ายๆว่าขอแค่เพียงคุณเป็นคนรักเจ้า คุณก็จะไม่ต้องเผชิญกับความบ้าคลั่งของพวกคลั่งเจ้า (ชี้แจงเพิ่มเติมไว้หน่อยว่าสำรับผม "รักเจ้า" กับ "คลั่งเจ้า" นี่ไม่เหมือนกัน) แต่จากกรณีคุณโกวิทก็เป็นอีกตัวอย่างรูปธรรมหนึ่งที่ทำให้เราเห็นได้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใคร รักหรือไม่รักเจ้า คุณจะมีโอกาส/มีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญความบ้าคลั่งแบบนี้ได้ทั้งนั้น"