Skip to main content

อธิการ.มทส. ค้านนศ.แต่งกายข้ามเพศ เข้ารับปริญญาฯ อ้างเป็นบัณฑิตต้องมีคุณธรรม จริยธรรม รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โต้ประเทศนี้อ้างอะไรไม่ได้ ก็อ้างคุณธรรมจริยธรรมปลอมๆ กลวงๆ ย้ำคุณธรรมของบัณฑิตต้องมีจิตใจที่วิพากษ์วิจารณ์ต่อสิ่งที่เป็นอยู่

แม้วิวาทะนี้จะถูกเผยแพร่ในหลายที่แล้ว แต่ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจจึงได้รวบรวมนำมาเผยแพร่ต่อใน blog นี้อีกทีเพื่อการถกเถียงแลกเปลี่ยนกันต่อไป

 

ภาพจาก Facebook เพจ วิวาทะ

หลังจากที่ นายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ออกมาคัดค้านการให้นักศึกษาแต่งกายข้ามเพศ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร โดยอ้างการเป็นบัณฑิตต้องมีคุณธรรม จริยธรรม รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คตัวเองโต้ ว่า

“โคตรเบื่อประเทศนี้เลย อ้างห่าอะไรไม่ได้ ก็อ้างเรื่องคุณธรรม จริยธรรมปลอมๆ กลวงๆ ประจำ แม้แต่คนระดับอธิการบดี (เรื่องนี้ดูเหมือนมี "ข้อยุติ" ไปแล้ว ในแง่ที่ ที่ประชุม อธิการบดีทั่วประเทศ ตกลงให้เป็นสิทธิ์ของแต่ละมหาลัย แต่ในทีนี้ ผมขอแสดงความเห็นต่อสิ่งที่ อธิการบดี มทส. พูดวันก่อนหน่อย)

คุณประสาท สืบค้า อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) ออกมาคัดค้าน การที่ มธ. ให้นักศึกษา "ข้ามเพศ" แต่งเครื่องแบบ ตามเพศที่ตัวเองเลือก ดังนี้

"สมัยก่อนเคร่งครัดมาก แม้จะทำสีผมเป็นสีทองเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ก็ยังไม่ได้ มือขวาที่ใช้ยื่นรับพระราชทานปริญญาบัตร ต้องไม่สวมแหวนหรือเครื่องประดับใดๆ ปัจจุบันถึงจะหย่อนยานลงไปบ้าง แต่ใครขานเพศไหน ก็ควรแต่งกายตามเพศนั้น ขณะเดียวกันบัณฑิตควรพึงระลึกไว้ว่า การเป็นบัณฑิตนั้นไม่ใช่เพราะสอบได้ คะแนนถึง ก็เลยได้เป็นบัณฑิต แต่ต้องถึงพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควรด้วย"

“คุณธรรม จริยธรรม ของบัณฑิต ที่แท้จริง ตามปรัชญาการศึกษาสมัยใหม่ คือการรู้จักคิด วิเคราะห์วิจารณ์ด้วยตัวเอง รู้จักพิจารณาเรืองราวต่างๆในโลก อย่างเปิดใจกว้าง ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย รู้จักใช้เหตุผลในการโต้แย้ง มีจิตใจที่วิพากษ์วิจารณ์ต่อสิ่งที่เป็นอยู่ (ฝรังเรียก critical thinking)”

คนระดับอธิการบดี หาเหตุผลอะไรไม่ได้ เอะอะ ก็อ้าง "คุณธรรม จริยธรรม" กลวงๆ แบบนี้ นับว่า น่าอนาถมาก

(ปล. ผมตระหนักดีว่า ในหมู่คนที่รณรงค์เรื่องสิทธิทางเพศ มีความเห็นที่คัดค้านการที่ มธ. ต้องให้มี "ใบรับรองแพทย์" เรื่องบัณฑิตข้ามเพศ จะแต่งกายตามเพศที่ตัวเองเลือกอยู่ เรื่องนี้ ผมก็เห็นด้วยว่า มีประเด็นที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์เรียกร้องต่อไป แต่ส่วนหนึ่งคือ ผมเข้าใจว่า ที่ยังต้องมีการทำเช่นนั้น เพราะมันมีระเบียบตัวหนังสืออยู่ ถ้าไม่ทำ จะมีปัญหา ดังนั้น ถ้าจะให้เรื่องนี้ เลิกไป อาจจะต้องแก้ไขที่ตัวระเบียบเอง ซึ่งก็ควรทำกันต่อไป แต่การอนุญาตของ มธ.ครั้งนี้ ผมยังมองว่า เป็น positive step ที่สำคัญ)”

 

โดย มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า  เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 55 นายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ได้เสนอให้บรรจุเรื่องการแต่งกายข้ามเพศเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในวาระการประชุมของ ทปอ.วันที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อให้เกิดความชัดเจนและ มีการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน และเชื่อว่ามหาวิทยาลัยเกินครึ่งจากสมาชิก ทปอ. 24 แห่ง จะไม่เห็นด้วยกับการยอมให้นักศึกษาแต่งกายข้ามเพศ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มทส. ก็อยู่ในฝ่ายไม่เห็นด้วย

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานยังได้รายงานด้วยว่า วันเดียวกัน(25 ส.ค.55) นายบารมี พานิช แต่งกายด้วยชุดบัณฑิตหญิงมาร่วมการซ้อมใหญ่พิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร ที่ มธ.ท่าพระจันทร์ เพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

และถ้าจะมองต่อไปอีกในประเด็นชุดนักศึกษาหรือแม้แต่ชุดรับปริญญานั้น ผศ.ดร. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เคยกล่าวไว้เมื่อ 22 ส.ค. 50 ว่า

"เหตุผลของการบังคับเรื่องการแต่งกายของนักศึกษาเพราะชนชั้นปกครองต้องการรักษาอำนาจ เนื่องจากระเบียบวินัยชุดนักศึกษาสามารถจำกัดระบบวิธีคิดของนักศึกษาได้ด้วย เพราะการเชื่อฟังผ่านการปฏิบัติตามกฎระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกายคล้ายการยอมรับอำนาจของชนชั้นปกครอง.."  

ดังนั้นด้วยหน้าที่ของชุดหรือยูนิฟอร์มที่นอกจากจะเป็นเครื่องนุ่งห่มแล้ว ยังทำหน้าที่ในแง่ของการเป็นสัญญาลักษณ์ที่ผลิตซ้ำความคิดของชนชั้นปกครองแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่อธิการบดี มทส. จะมีความเห็นดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องคุณธรรมกับชุดนักศึกษา ชุดรับปริญญา ที่ว่าด้วยเรื่อง บัณฑิตควรรู้สิ่งใดควรไม่ควร เพราะการเป็นผู้รู้ในสังคมนี้คือการสร้างคนยอมรับกติกาที่ชนชั้นนำเป็นผู้สร้าง แทนที่จะคิดวิพากษ์กติกาที่เป็นอยู่เหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ปัญหามันไม่ใช่แค่ชุดรับปริญญาว่าจะข้ามเพศได้หรือไม่ แต่มันอยู่ตั้งแต่พิธีรับปริญญา ชุดนักศึกษาและที่สำคัญคือ ระบบการศึกษาที่แค่ต้องการสอนให้คน "รู้ว่าอะไรควรไม่ควร" อย่างที่ อธิการ มทส. ว่านั่นล่ะ

 

บล็อกของ ประกายไฟ

ประกายไฟ
 "...ถ้ารัฐไม่มีหน้าที่บริการประชาชน มหาวิทยาลัยก็จะทำให้เป็นของเอกชน โรงพยาบาลก็จะเป็นเอกชน รถเมล์ น้าประปา ไฟฟ้า ก็จะต้องเป็นของเอกชน แล้วเราจะมีรัฐไปทำไม” เก่งกิจ กิติเรียงลาภ กล่าว  
ประกายไฟ
จริงอยู่ที่ทางกลุ่มแอดมินไทย อาจจะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่อยู่คนละข้าง คนละสี....(บอกมาเถอะว่าสีอะไรปิดไม่มิดหรอก) กับสมาชิกในเพจที่เป็นเพื่อนร่วมชาติชาวไทย แต่นี้มันเพจระหว่างประเทศ ที่ผู้เขียนในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในเพจมีสิทธิที่จะบอกความเป็นจริง....(รับได้ไหมท่านแอดมิน???)...  
ประกายไฟ
..นักสหภาพหลายๆคนมักมาสอบถามกับผู้เขียนบ่อยๆว่า ทำไมฝ่ายบุคคลมักมีทัศนะคติที่เลวร้ายกับสหภาพหรือที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะมหาวิทยาลัยสั่งสอนให้มองสหภาพในแง่ไม่ดีรึเปล่า แล้วถ้าไม่ใช่พวกนักศึกษาที่จบไปเป็นฝ่ายบุคคลในโรงงานนั้น เขามองสหภาพแรงงานอย่างไร เราจึงจัดทำบทสัมภาษณ์สั้นๆชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่าเขา (ว่าที่ฝ่ายบุคคล) คิดยังไงกับเรา(สหภาพแรงงาน)..
ประกายไฟ
..ทำไมคนส่วนใหญ่มักชอบพูดว่าประเทศสหรัฐอเมริกาทีระบบสวัสดิการที่ดีเยี่ยม จนเป็นประเทศในฝันของทุกคน เมื่อได้อ่านความเป็นจริงจากบทความชิ้นนี้แล้วคงทำให้เรามองสหรัฐอเมริกาในแง่ความเป็นจริงมากขึ้น และเลิกพูดมั่วๆซะที ว่าอเมริกามีสวัสดิการดีกว่าไทย
ประกายไฟ
...การที่รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา รวมถึงรัฐบาลชุดนี้กำลังจะขึ้นภาษีทางอ้อมจาก 7 เป็น 10% นั้นถือว่าเป็นการเปิดศึกทางชนชั้นกับชนชั้นกรรมกรและคนระดับล่างของสังคมโดยตรง คือ โยนภาระก้อนโตให้คนระดับล่างเป็นผู้จ่าย โดยที่คนร่่ำรวยลอยตัว...
ประกายไฟ
...ดูๆไปแล้วดันไปสะดุดตรงเหตุการณ์ทางการเมืองในเวลานั้นที่ดันตรงกับช่วงของการเปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี แหมมมมมมมมมมมม เล่นเล่าซะ คณะผู้ก่อการดูเป็นตัวร้ายไปถนัดตา แถม ร.7 ยังดูน่าสงสารจนเกินเหตุ “ตั้งแต่เกิดมาไอ้เคนยังไม่เห็นว่าในหลวงท่านจะทำอะไรไม่ดีเลย” “เหาจะกินกระบาล” 5555 เอาละวะ ...  
ประกายไฟ
อธิการ.มทส. ค้านนศ.แต่งกายข้ามเพศ เข้ารับปริญญาฯ อ้างเป็นบัณฑิตต้องมีคุณธรรม จริยธรรม รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โต้ประเทศนี้อ้างอะไรไม่ได้ ก็อ้างคุณธรรมจริยธรรมปลอมๆ กลวงๆ ย้ำคุณธรรมของบัณฑิตต้องมีจิตใจที่วิพากษ์วิจารณ์ต่อสิ่งที่เป็นอยู่
ประกายไฟ
ผมท้าเลยครับ หลังจากเผาอากง อากงจะถูกลืม..เว้นแต่เรียก กม. "ม.112" ว่า "อากง" เราจะไม่มีทางลืมอากง เพราะมันก็จะอยู่อย่างนี้อีกนานเท่านาน - ด้านเกษียร ตอบ ความทรงจำของสังคมไม่ได้เป็นเรื่องอัตโนมัติ หากต้องสร้างและผลิตซ้ำขึ้น แม้แต่การเอาชื่อไปวางไว้เป็นสมญาของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะได้รับการจดจำจากสังคมหรือจำอย่างถูกต้องครบถ้วนแม่นยำ  
ประกายไฟ
 ..สิ่งที่เรียกว่า "ตลาดไม้โบราณ" ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดใหม่ในยุค ร.4 - ร.6 เป็นยุคที่ พ่อค้าจีน (โดยเฉพาะจีนแต้จิ๋ว) ที่ ได้เป็นเจ้าภาษีสินค้าต่างๆ เช่น มะพร้าว น้ำตาล อ้อย เป็นต้น จนเกิดชุมทางการค้ามากมายตามลุ่มแม่น้ำต่างๆ ทั้งนครชัยศรี ราชบุรี แม่กลอง มหาชัย สามชุก ฯลฯ (ดูดีๆ ทุกๆที่ๆเป็นตลาดไม้โบราณล้วนมีสถานที่ๆเรียกว่า “โรงเจ” และ “ศาลเจ้าทรงเก๋งจีน” แทบทุกๆแห่ง) ที่เรียกว่าสิ่งใหม่ๆสำหรับคววามเป็นไทยในยุคนั้น..
ประกายไฟ
สาระหลักที่น่าสนใจของเรื่องแม่นั้นอยู่ที่จิตสำนึกของปัจเจกชนที่ต่างจากปัจเจกชนในวรรณกรรมรัสเซียเล่มดังๆที่ส่วนใหญ่มุ่งเสนอการดิ้นรนเอาชีวิตของตัวเองให้รอดไปวันๆ เป็นปัจเจกชนที่กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
ประกายไฟ
แนะสภาฯเดินหน้าวาระ3 มั่นใจผ่านฉลุย พร้อมด้วยสนทนากับนายซิม ไฮแอท เยาวชนผู้อดข้าวหน้าพรรคเพื่อขอให้นายอภิสิทธิ์ถอนคำพูดเหยียดคนเสื้อแดง
ประกายไฟ
"..คุณอาจจะคิดเอาง่ายๆว่าขอแค่เพียงคุณเป็นคนรักเจ้า คุณก็จะไม่ต้องเผชิญกับความบ้าคลั่งของพวกคลั่งเจ้า (ชี้แจงเพิ่มเติมไว้หน่อยว่าสำรับผม "รักเจ้า" กับ "คลั่งเจ้า" นี่ไม่เหมือนกัน) แต่จากกรณีคุณโกวิทก็เป็นอีกตัวอย่างรูปธรรมหนึ่งที่ทำให้เราเห็นได้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใคร รักหรือไม่รักเจ้า คุณจะมีโอกาส/มีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญความบ้าคลั่งแบบนี้ได้ทั้งนั้น"