ชวนอ่าน"เรื่องเล่า"โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ(๒๕๑๑)

ชวนอ่าน "เรื่องเล่า" โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (๒๕๑๑)


หมายเหตุ : บังเอิญผมได้อ่าน ข้อเขียนของ "ราชินี" (ดังที่จะคัดให้อ่านด้านล่าง) ในคราวเสด็จเยือนประเทศออสเตรเลียกับในหลวง พบว่าน่าสนใจ จึงคัดมาให้ท่านทั้งหลายได้อ่านกัน - ข้อความด้านล่างนี้เป็นข้อเขียนของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑


-------------------------------------------------------



"ราษฎรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมายืนคอยรับเสด็จอยู่มากมายสองข้างทาง ข้าพเจ้าหันไปดูอย่างแปลกใจ ก็เห็นตำรวจกับประชาชนที่ยืนอยู่แถวนั้นช่วยกันปล้ำตัวชายผู้หนึ่งไว้ แต่ก็ไม่ทัน ชายผู้นั้นได้ยกมือ ๒ ข้างขึ้นแล้วคลี่ป้ายและข้าพเจ้าก็ได้เห็นเข้าพอดี ป้ายนั้นมีใจความเป็นภาษาไทยว่า "เราไม่ต้องการต้อนรับผู้เผด็จการเมืองไทย"" - สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชนิพนธ์ (๒๕๑๑)


"วันแรกที่ถึงออสเตรเลียเราก็โดนดีทันที พอพิธีต้องรับเสด็จที่สนามบินเมืองแคนเบอราเสร็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จขึ้นประทับรถยนตร์พระที่นั่งพร้อมด้วยข้าพเจ้า มีเซอร์ดัลลัส และเลดี้บรุกส์ผู้ว่าราชการแทนผู้สำเร็จราชการออสเตรเลียและภริยาตามเสด็จไปในรถคันที่ ๒ ทันใดนั้นก็มีเสียงพึ่บ ๆ พั่บ ๆ ดังออกมาจากกลุ่มราษฎรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมายืนคอยรับเสด็จอยู่มากมายสองข้างทาง ข้าพเจ้าหันไปดูอย่างแปลกใจ ก็เห็นตำรวจกับประชาชนที่ยืนอยู่แถวนั้นช่วยกันปล้ำตัวชายผู้หนึ่งไว้ แต่ก็ไม่ทัน ชายผู้นั้นได้ยกมือ ๒ ข้างขึ้นแล้วคลี่ป้ายและข้าพเจ้าก็ได้เห็นเข้าพอดี ป้ายนั้นมีใจความเป็นภาษาไทยว่า "เราไม่ต้องการต้อนรับผู้เผด็จการเมืองไทย"


ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้เห็นคนเรียกพระเจ้าอยู่หัวว่าผู้เผด็จการและแสดงว่าไม่ยินดีต้อนรับเมืองเสด็จมาถึงบ้านเมืองเขา ข้าพเจ้ารู้สึกว่าใจหายวาบไปหมด พอคลี่ป้ายเสร็จ เมื่อรถพระที่นั่งจะแล่นผ่านไป ข้าพเจ้าชำเลืองดูก็เห็นตำรวจและราษฎรที่อยู่แถวนั้นทำสีหน้าโกรธขึ้นแย่งป้ายจากมือชายผู้นั้นไปทิ้งเสีย ใจของข้าพเจ้ายังเต้นผิดปรกติอยู่และมือก็สั่นเมื่อนึกถึงถ้อยคำในป้ายนั้น กระซิบทูลถามพระเจ้าอยู่หัวว่า ทอดพระเนตรเห็นป้ายไล่ผู้เผด็จการหรือไม่ รับสั่งตอบว่าทอดพระเนตรเห็น พลางหันไปทรงยิ้มและโบกพระหัตถ์กับประชาชนที่มาโห่ร้องรับเสด็จไปตลอดทางจนถึงทำเนียบรัฐบาลอันเป็นที่ประทับ ไม่ทรงแสดงความรู้สึกแม้แต่น้อย ส่วนข้าพเจ้าทั้ง ๆ ที่โบกมือและยิ้มไปตลอดทางเช่นเดียวกัน แต่ยิ้มนั้นออกจะเหยเต็มที


ข้าพเจ้าเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระทัยเย็นเป็นที่สุด ข้าพเจ้าเองรู้สึกว่าใจยังสั่นด้วยความน้อยใจปนความโกรธ นึกสงสารตัวเองเป็นกำลังว่า เรามาเหนื่อย ๆ เพื่อมาเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศเรากับประเทศเขา กลับมาโดนคลี่ป้ายไล่ทันทีที่มาถึง ใช่ว่าเราขอมาเมื่อไร เขาเชิญเรามาต่างหาก พระเจ้าอยู่หัวกลับรับสั่งปลอบว่า ให้เฉย ๆ ไว้ ทำใจเย็นเข้าสู้ อย่าได้แสดงความรู้สึกเช่นเสียใจหรือน้อยใจออกมาให้ทางฝ่ายบ้านเมืองเห็นเป็นอันขาด อันที่จริงก็เป็นการกระทำทำของผู้ก่อกวนเพียงคนเดียวหรือส่วนน้อย รัฐบาลออกเตรเลียได้ถวายพระเกียรติเต็มที่ และราษฎรก็ต้อนรับเราด้วยความไมตรีอันดียิ่ง อาจจะเป็นความประสงค์ของคนส่วนเดียวก็ได้ที่จะแกล้งทำให้เราโกรธจนหัวเสียไปตลอดเวลา ๑๘ วันที่ท่องเที่ยวอยู่ในประเทศออสเตรเลีย พระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำไม่ให้ข้าพเจ้าลืมว่าเมื่อกี้เป็นการกระทำของคนส่วนน้อย ไม่ใช่เป็นการกระทำของประชาชนทั่วประเทศ" - สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชนิพนธ์
______________________
คัดจากหนังสือ : สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระนางเจ้า,. 'ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางการ.' ใน "เนื่องในวันเฉลิมพระชนมายุครบ ๓ รอบ ๑๒ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๕๑๑." พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๕๑๑, หน้า ๓๘๐-๓๘๒.


บทวิจารณ์ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ : ความเพิกเฉยต่อปัญหาการโยนภาระให้เอกชนแบกรับหน้าที่ให้บริการภายหลังสัญญาอนุญาตฯ/ใบอนุญาตฯสิ้นสุดเป็นการชั่วคราว

บทวิจารณ์ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ :  ความเพิกเฉยต่อปัญหาการโยนภาระให้เอกชนแบกรับหน้าที่ให้บริการภายหลังสัญญาอนุญาตฯ/ใบอนุญาตฯสิ้นสุดเป็นการชั่วคราว

พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล