Skip to main content

  

เมื่อวานนี้
ข้าจำใจ
ต้องตัดสินใจซื้อบัตร
ตีตั๋ว - ขึ้นชิงช้าสวรรค์กับเด็กๆในงานสวนสนุกข้างบ้าน
เพราะทนคำรบเร้าของเด็กๆ
ที่ต้องการให้ข้าขึ้นไปนั่งเป็นเพื่อนไม่ไหว

ก็เท่านั้น

เต็มใจหรือไม่เต็มใจ

เมื่อตัดสินใจตามใจเด็กแล้ว

ก็ต้องทำใจไปกับความต้องการเด็กๆ

เพื่อให้เขาสนุกสนานและเบิกบานใจ - ไปกับเครื่องเล่นของเด็กๆ

ที่หมดคุณค่าความหมายสำหรับผู้ใหญ่อย่างข้ามานานแล้ว

และยอมปฏิบัติตามกฎกติกาการนั่งชิงช้า

อย่างเคร่งครัดแต่โดยดี

 

และในทันที

ที่เจ้าหน้าเด็กๆ

ล๊อคเหล็กกั้นที่นั่งด้านหน้าสำหรับกันไม่ให้คนตก

และเริ่มดึงคันโยกปล่อยชิงช้าขึ้นๆลงๆ

ข้าก็เริ่มภาวนาขอให้เวลาแห่งการจำใจของข้า

เพื่อความสนุกสนานและเบิกบานของเด็กๆ

จงจบสิ้นโดยเร็วไว.

 

หมายเหตุ ; เมื่อปีที่แล้ว มิตรสหายรุ่นน้อง ซึ่งเป็นคนอำเภอสันป่าตองและเป็นศิลปินเขียนรูปชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย และเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ในตำบลหนึ่งในอำเภอสันป่าตอง เขาได้มาทาบทามขอเสนอชื่อผมเป็นบุคคลสำคัญที่มีผลงานทางวัฒนธรรมดีเด่นของอำเภอ เพื่อเสนอกระทรวงอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วจะได้รับประกาศนียบัตรจากกระทรวงรับรองมาให้ ถ้าได้รับการเลือกจากกระทรวง

 

ผมได้ปฏิเสธเขาไป ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมไม่ได้เขียนหนังสืออะไรมากนัก และก็ไม่ได้มีผลงานดีเด่นอะไร ที่สำคัญที่สุด ก็คืองานของผมนี่ เป็นงานที่ไม่ได้รับใช้อะไรในท้องถิ่นเลย เพราะผมเขียนหนังสือลงในสื่อส่วนกลาง ที่ชาวบ้านเขาไม่รู้จัก และไม่เคยอ่านกัน

 

ทุกวันนี้ ตั้งแต่ผมโยกย้ายกลับมาสู่บ้านเกิด เวลามีคนถามผมว่า ตอนนี้ทำงานอะไร พอผมบอกเขาว่าเขียนหนังสือ เกือบทุกคนต่างเข้าใจว่า ผมรับจ้างเขียนป้ายโปสเตอร์ หรือป้ายโฆษนาอะไรนั่น และต้องอธิบายให้เขายิ่งงุนงงขึ้นไปอีกจนเบื่อ...

 

ผมคิดว่า เรื่องที่ผมปฏิเสธ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะสม และควรจะเสียสละที่ของตัวเอง ให้คนที่เขาเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น และทำงานรับใช้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เช่น ช่างฟ้อน ช่างแกะสลัก ช่างปั้น ช่างเขียนภาพพุทธประวัติตามโบสถ์วิหาร ช่างซอ หรือนักดนตรีพื้นบ้าน สะล้อ ซอ ซึง ฯลฯ ได้รับการยกย่องให้สังคมรู้จัก จะเป็นการดีและเหมาะสมกว่า คงจะเป็นเรื่องที่จบไปแล้ว อย่างสมเหตุสมผล

 

แต่ปรากฏว่า ปีนี้ เมื่อ 3 - 4 เดือนก่อน เขามาอีก แต่เข้ามาทางภรรยาของผม คือให้ภรรยาของผมเป็นคนเขียนประวัติและผลงานของผมให้เขา ผมเห็นความพยายามอย่างอุกอาจของเขาแล้ว ผมรู้ว่าคราวนี้ ผมไม่ควรปฏิเสธ คนที่เขาเอาจริงถึงขนาดนี้ ( เพราะแม้แต่พระเจ้าก็ยังเกรงใจคนที่เอาจริง ) และเมื่อไม่ปฏิเสธแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตามกฎกติกาของเขา และเล่นไปตามบทที่เขากำหนดให้ - ให้ดีที่สุดไปเลย

 

ผมจึงแย่งงานเขียนประวัติของตัวเองจากภรรยามาเขียนเอง และค้นหารูปเกี่ยวผลงานและชีวิตของตัวเองไปให้เขาอย่างดีที่สุด ( ทั้งๆที่ผมรู้สึกว่า การที่คนๆหนึ่ง ต้องมานั่งเขียนเล่าประวัติของตัวเองและโคตรเหง้าศักราช พร้อมกับพรรณนาถึงคุณงามความดีของตัวเอง เพื่อนำไปให้ใครก็ไม่รู้ พิจารณาตัดสิน เพื่อจัดงานมอบประกาศนียบัตรให้สักแผ่นหนึ่ง หรือมอบเงินเชยๆให้สักก้อนหนึ่ง เป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยศรัทธาสักเท่าไหร่ ) และผมมีความรู้สึกนึกคิดในเรื่องนี้ ไม่ต่างไปจากการขึ้นไปนั่งชิงช้าสวรรค์กับเด็กๆในบทกวีที่ ผมนำมาเสนอบทนี้

 

และได้เฝ้าแต่ภาวนาขอให้ทางกระทรวง อย่าได้เห็นคนที่สามารถตัดสินตัวเองได้อย่างผม เป็นคนที่สมควรได้รับการยกย่อง ตามความเชื่อของศิลปินเขียนรูปผู้โด่งดัง ที่เป็นผู้ใหญ่บ้านจากบ้านช่างกระดาษ จะเป็นเรื่องที่ดีกว่า สวัสดี.

 

กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่

 

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  แล้วในที่สุด ผมก็ได้รับรู้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล เป็นเรื่องเป็นราว (ที่อยากรู้มานาน) ของ คุณหมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายราษฎร์อาสาปกป้องสถาบัน หรือกลุ่มเสื้อหลากสี ที่ออกมาต่อต้านข้อเสนอแก้ ม.112 ของนิติราษฎร์และครก.112 จากการเป็นวิทยากรรับเชิญอภิปรายในเรื่องนี้ ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ FCCT เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 55 ที่ประชาไทนำมาลงในหน้าแรกประชาไท เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 55 ทั้งคลิปภาพและเสียงการอภิปรายที่ใช้ภาษาอังกฤษล้วนๆ และเนื้อหาที่ประชาไทแปลแบบย่อความมา รวมทั้งการตอบคำถามของผู้สื่อข่าว
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ผมเข้าใจว่า
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ช่างเถิด ถึงแม้ว่า เขาจะดื่มตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา ตั้งแต่เช้าจนจรดเย็น เพื่อบำบัดความเปล่าเปลี่ยวในหัวใจของเขา ในยามที่ชีวิตของเขาตกต่ำ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
การต่อสู้กันทางการเมืองครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างชนชั้นนำในสังคมที่ขัดแย้งกัน หรือพูดง่ายๆก็คือระหว่างทุนเก่ากับทุนใหม่ ที่ช่วงชิงอำนาจกันเพื่อขึ้นเป็นรัฐบาล ที่ต่างฝ่ายต่างมีประชาชนเป็นฐานคะแนนเสียงสนับสนุนอุดมการณ์ของแต่ละฝ่าย ซึ่งต่างจากการต่อสู้กันในยุคเดือนตุลามหาวิปโยค ที่เป็นความขัดแย้งกันระหว่างรัฐบาลเผด็จการกับประชาชน นิสิตนักศึกษา ปัญญาชน โดยตรง
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
เมื่อคน คนหนึ่งล้มลงป่วย เขาย่อมได้รับการเยียวยารักษา ไม่ว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน ยากดีมีจนอย่างไร หาไม่เช่นนั้น..อาการป่วยไข้ของเขาย่อมลุกลามใหญ่โต และชีวิตเขาย่อมมีอันเป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือแม้กระทั่งถึงแก่ชีวิตได้  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  800x600 Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4 /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt;…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  1. ผมสัมผัส งานวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองของ คำ ผกา ด้วยความรู้สึกเดียวกันกับใครบางคนหรือสองคนสามคน ที่เคยแอบเป็นห่วงความแรงเธอ และต่อมาต่างก็พากันเลิกรู้สึก เมื่อเธอยืนยันความเป็นตัวตนของเธออย่างเสมอต้นเสมอปลาย และยืนหยัดอยู่ได้มานานจนเป็นปรกติธรรมดามาจนถึงวันนี้ และสรุปกันว่ามันเป็นธรรมชาติวิสัยของเธอที่ต้องเป็นเช่นนั้น เช่นเดียวกับสังคมที่เคยตกอกตกใจ ต่างก็เคยชิน...และยอมรับความเป็นตัวตนในการสื่อสารของเธอ ทั้งคนที่รักเธอและเกลียดเธอในเรื่องอุดมการณ์ความคิดที่ต่างกัน
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  สวย เขาก็หาว่า สวยแต่รูปจูบไม่หอม  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
"นางแบบโดย อรวรรณ ชมพู จาก ชมพูเชียงดาว coffe" คุณพยายามหลีกเลี่ยงลดละ การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ การถกเถียงกันเพื่อเอาชนะกัน การทะเลาะเบาะแว้งกัน การท่องเที่ยวในยามวิกาล การขับรถด้วยความรีบร้อน  
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  น้ำท่วม เดือนตุลาคม 2554 ไหลลงไปจากที่สูงลงไปท่วมท้น ทุกหนทุกแห่งที่เป็นที่ต่ำ - ตามธรรมชาติของน้ำ ไม่ละเว้นว่าพื้นที่แห่งนั้นจะเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ กี่พัน กี่หมื่น กี่แสน กี่ล้าน ล้านเท่าไหร่ ไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงหรือชนบท แม้แต่วัดวาอารามศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนกราบไหว้ ยังมิอาจป้องกัน ยังมิอาจสวดมนต์ภาวนาใดๆ ขอให้มวลมหึมาของอุทกภัยอันยิ่งใหญ่ ละเว้นไว้อยู่กับองค์พระปฏิมา