Skip to main content


ทักษิณ ชินวัตร

เดินทางลงมาจากยอดเขาสูง
ลงมาสู่พื้นดินเบื้องล่างเป็นเวลานานนับปีแล้ว
หลังจากต่อสู้ปีนป่าย...ขึ้นไปอยู่บนยอดสุดเป็นเวลานานหลายปี
แต่ทันทีที่เขาก้าวย่างลงมา
เหยียบฝ่าเท้าลงไปแตะผืนแผ่นดินเบื้องล่าง
เขาก็พลันพบว่า...
พื้นดินบนผืนแผ่นดินไทย
มิใช่พื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขาเสียแล้ว

เช่นเดียวกับ
สนธิ ลิ้มทองกุล
ที่เพิ่งเดินทางลงมาจากยอดเขาสูงอีกลูกหนึ่ง
ที่เขาต่อสู้ปีนป่าย...ขึ้นไปหยัดยืน
ในฐานะคู่ปฏิปักษ์ทางการเมืองหมายเลข  1 ของ ทักษิณ ชินวัตร
ทันทีที่เขาก้าวย่างลงมา
เหยียบฝ่าเท้าลงไปแตะผืนแผ่นดินเบื้องล่าง
เขาก็พลันพบว่า...
พื้นดินบนผืนแผ่นดินไทย
มิใช่เป็นเพียงพื้นที่อันตราย ของ ทักษิณ ชินวัตร คู่ปฎิปักษ์ของเขาเท่านั้น
แต่ยังเป็นพื้นที่อันตรายอย่างยิ่งของเขา...อีกคนหนึ่ง - ในวันนี้

ใช่
เมื่อพื้นทางการเมืองบนท้องถนนนอกรัฐสภา
ได้ปรากฏโฉมหน้าตัวละครการเมืองชุดใหม่
ที่มีผู้รู้เชื่อกันว่า
เป็นตัวละครชุดเดียวกันกับที่ส่งคนไปวางคาร์บอม
หมายจะระเบิดบึ้ม ! เอาชีวิต ทักษิณ ชินวัตร ให้ฉีกขาดย่อยยับ
แต่ก็ยังไม่มีใครยอมเชื่อ...
ณ กรอบเวลาและสถานการณ์ที่สับสนในตอนนั้น
เพิ่งมาเชื่อกันสนิท
เมื่อพวกเขาได้ปรากฏตัว
ออกมาปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่ง...ที่เพิ่งผ่านไปอย่างสดๆร้อนๆ
เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 17 เมษายน 2552 ณ บริเวณสี่แยกบางขุนพรหม
โดยใช้อาวุธสงคราม เอชเค อาก้า เอ็ม 16 และ เอ็ม  79
รุมซัลโวรถยนต์ ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่หวุดหวิดรอดตายอย่างเหลือเชื่อ
จากห่ากระสุนปืนนับร้อยกว่านัด...
ท่ามกลางพื้นที่การประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
สนธิ ลิ้มทองกุล
แม้เขาจะประกาศหลังจากการรอดตายว่า
มีอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ - บวกกับอำนาจความดีที่เขาได้กระทำ...คุ้มครองชีวิตเขาเอาไว้
แต่กระนั้น...
คนที่กล้าหาญจนน่าขนลุก
เพราะไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ
และไม่เข้าไม่ออกใครอย่างเขา
นอกจากความดีงามและความถูกต้องตามทัศนะความเชื่อของเขา
ก็ยังเกริ่นกล่าวออกปากเลือก...ที่จะเดินทางออกจากบ้านเกิดเมืองนอน
แทนการยืนหยัดต่อสู้บนผืนแผ่นดินไทยเช่นเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร
ท่ามกลางความดีงามและความถูกต้องอีกมากมายหลายชุด - หลายทัศนะความเชื่อ
ที่แต่ละคน - แต่ละสังคม แต่ละฝักแต่ละฝ่าย - แต่ละพรรคแต่ละพวก

เกือบร้อยทั้งร้อย...
ต่างก็กำหนดกันขึ้นมา "ยึดมั่นถือมั่น" เป็นความเชื่อของตัวเอง
บนพื้นฐานผลประโยชน์ ของใครของมัน
ใช่หรือมิใช่...
นี่คือความดีงามและความถูกต้อง - ในโลกของความเป็นจริง
ที่เห็นได้ชัดจากความขัดแย้งทางการเมือง
ตั้งแต่ชั้นบนสุดในรัฐสภาลงมาจนถึงท้องถนน  
โอ้
ตัวละครชุดใหม่
พวกเขาเป็นใคร
มาจากอำนาจฝ่ายใด
เหตุใด...จึงไม่เอาทั้งทักษิณ ชินวัตร และ สนธิ ลิ้มทองกุล
และคิดกำจัดเขา ถึงขั้นต้องลงมือเข่นฆ่ากัน...อย่างเย้ยฟ้าท้าดิน
นี่ คือโจทย์ชุดใหม่ของการเมืองในสังคมไทย
สังคมที่เต็มไปด้วยอำนาจสารพัดอำนาจ
ผลัดเปลี่ยนกันโผล่หน้าออกมาแสดงพลัง

ใช่
พลัง พลัง พลัง พลัง พลัง พลัง
พลังที่มีผู้รู้...
กล่าวกันให้อับอายขายหน้าฟ้าดิน
แหละขุนเขาศิขริน...มาเย้ยหยันให้เจ็บใจ - แทนคนไทยทั้งชาติว่า
คนไทยเรานั้น...ช่างแสนรู้เหลือเกิน
ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก
เพื่อเรียกร้องเอาโน่นเอานี่ได้สารพัดอย่าง - ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ
แต่ไม่รู้ อยู่อย่างเดียวเท่านั้น
นั่นคือ...
ไม่รู้จักขอบเขตในการแสดงออกสิทธิและเสรีภาพของตัวเอง
ว่าควรจะทำกันได้มากน้อยแค่ไหน
และไม่แยแสว่าบ้านเมืองจะพังพินาศสักปานใด
ซึ่งเรื่องนี้...
เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งกว่า
การรู้จักการใช้สิทธิและเสรีภาพในการเรียกร้องมากมายหลายเท่า
เพราะนี่คือ...การรู้จักเคารพและรับผิดชอบ - ความเป็นมนุษย์ของคนอื่นเขา
ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
มิให้พลอยเดือดร้อนไปด้วย นั่นเอง

ใช่
พวกเขาคือโจทย์ชุดใหม่
ที่ใครต่อใครคงเฝ้ารอคอยการเฉลยคำตอบ
ด้วยความระทึกใจ...ยิ่งกว่าตัวละครทุกชุด
ที่เคยโผล่หน้าออกมาแสดงบทบาทบนเวทีการเมืองในวันนี้
เพราะพวกเขาทำราวกับว่า...
การลงมือปฏิบัติการแบบกองโจรผู้ก่อการร้ายสากลของเขา
ไม่มีอำนาจใดๆในสังคมไทยจะเอื้อมมือไปถึง
ถึงขนาด...นักวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง
ผู้เปรื่องปราด - รายสัปดาห์ท่านหนึ่ง ฟันธงฉับเอาไว้ว่า
ยิ่งรู้ยิ่งเห็นเป็นใคร - ก็ยิ่งมืดมนและต้องรีบหดมือ - ล่าถอยออกมา...
โดยเทียบเอาจากประวัติศาสตร์สังคม - ที่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
กับบุคคลสำคัญทางการเมืองบางท่านในอดีต...ที่เคยถูกฆ่าปิดปาก
และไม่อาจจับมือใครดมได้
จากสถานการณ์ทางการเมืองแบบเดียวกันนี้ !

แน่นอน
วันนี้...
ทั้งทักษิณ ชินวัตร และ สนธิ ลิ้ม ทองกุล ย่อมต่างมองเห็นแล้วว่า
เหนือฟ้ายังมีฟ้าอีกชั้นหนึ่งปรากฏอยู่
และคงต่างตระหนักอย่างแน่ชัดเช่นเดียวกันว่า
แท้จริงแล้ว...
เขาทั้งสองคน...หาใช่ศัตรูที่แท้จริง และน่าสะพรึงกลัวของกันและกันไม่
หลังจากลงจากยอดเขาสูงลงมาสู่พื้นดินเบื้องล่าง
และยากจะยืนอยู่ได้บนผืนแผ่นดินไทย
พร้อมกับราคาของคำตอบราคาแพงที่สุดในโลก
ที่เขาถูกเรียกร้องให้จ่ายด้วยชีวิต !

ใช่
คงมีเขาทั้งสองคนเท่านั้นแหละที่รู้ดีว่า
เป็นเวลาที่ยังไม่สาย...หรือว่าสายไปเสียแล้ว !
สำหรับการรับรู้และมองเห็น - ฟ้าที่อยู่เหนือฟ้าขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ซึ่งได้แสดงออกมาให้รู้เช่นเห็นชาติ...กันอย่างชัดเจนแล้วว่า
มันมิได้มีความรักให้แก่เขาทั้งสองคน
ที่ต่างเคยประกาศ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
บนผืนแผ่นดินที่กำลังลุกเป็นไฟนี้ !
อำนาจ
อำนาจ อำนาจ อำนาจ อำนาจ อำนาจ อำนาจ
อำนาจนี้...มาจากฝ่ายใด
เป็นอำนาจที่ไม่มีใคร...สามารถเอื้อมมือไปแตะต้องได้จริงหรือ

ใช่
ถ้าคนอย่าง สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่รอดตาย...อาจเป็นเช่นนั้น !
เพราะคงจะหาคนกล้าหาญจนน่าขนลุกอย่างเขา...มาแทนตัวเขาไม่ได้อีกแล้ว
แต่นี่เขากลับรอดตายราวกับปาฏิหาริย์...
แล้วคิดหรือ...ว่าคนกล้าอย่าง สนธิ ลิ้มทองกุล ที่มี ASTV
เป็นกระบอกเสียงที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการเปิดโปง ตอบโต้ และโค่นล้ม
จะปล่อยให้คนที่เล่นเกมกับเขาอย่างรุนแรง - แบบเอากันให้ถึงตาย...
เป็นความลับที่มืดดำอำมหิต !

ใช่
แน่เสียยิ่งกว่าแน่
ถ้าหากการวิเคราะห์ระบบความคิดจิตใจของเขา
ไม่ผิดพลาด
การคิดล่าถอย...ของเขาในครั้งนี้
ย่อม หาใช่การล่าถอย...ไปขุดหลุมหลบภัยอย่างเด็ดขาด !
แต่มันคือการล่าถอยไปตั้งหลัก - เพื่อเตรียมตัวรุกและเปิดโปง และตอบโต้ครั้งใหญ่
เพราะขนาดเขายังไม่ได้เริ่มต้นถอย...ไปตั้งหลักที่ไหนเลยสักก้าว
ทันทีที่เขาลุกขึ้นมาพูดได้ !
เขาก็เริ่มแพลมๆออกมา
จนคนสำคัญหลายคน - ที่ถูกเขากล่าวพาดพิงถึงแทบจะบ้า...ดังที่ปรากฏออกมาเป็นข่าว
ที่ทำให้หนังสือพิมพ์ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
และบางทีตั้งแต่นี้ต่อไป
คำว่าเอื้อมมือไม่ถึง "อำนาจมืด"...
อาจจะไม่มีอยู่...ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของสังคมไทยอีกต่อไป
แต่คงต้องแลกเอาด้วยความรุนแรงกันอีกต่อไป
ไม่รู้จักจบสิ้น

ใช่
เมื่อคนอย่าง สนธิ ลิ้มทองกุล รอดชีวิต
จงระวังเอาไว้ให้ดี !
เพราะคนที่เอาจริง...และเต็มไปด้วยลูกบ้าติดเทอร์โบ - ทุกเที่ยวบินแบบนี้แลหนอ...  
คือคนชนิดพิเศษ...ที่โลกได้กล่าวเอาไว้ว่า
คนที่เอาจริงแบบนี้แหละ
ที่แม้แต่พระเจ้าก็ยังเกรงใจ - และทรงหลีกทางให้ !

ยกเว้นเสียแต่ว่า
เขาจะยอมลดละอัตตาปัญญาทางโลก
( ที่เริ่มต้นและจบลง...ด้วยการทำลายกันและกันให้พินาศไปข้างหนึ่ง )
พลิกกลับมาใช้ธรรมะปัญญาของพระพุทธองค์ที่ว่า "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"
ที่เขากำลังรู้ซึ้ง...อย่างถึงที่สุดในชีวิตของเขาในขณะนี้ - มาแก้ปัญหา
ซึ่งดูเหมือนว่า
ตัวเขาเองก็มีท่าทีในการคิด...
ที่จะแก้ปัญหาในเชิงบวกที่ดียิ่ง...ในช่องทางนี้ - อีกทางหนึ่ง                  

และเราได้แต่ภาวนา...
ขอให้เขาจงเลิกล้มระบบความคิดแบบ "ปากต่อปาก ฟันต่อฟัน"
ที่ยิ่งจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด
หันหน้ามาใช้ธรรมะปัญญาบทนี้ของพระพุทธองค์ - มาแก้ปัญหา
และยุติ...การเริ่มต้น จองเวรจองกรรมกันและกัน - ในรอบใหม่
ให้สิ้นสุดกันเพียงแค่ประโยคเหลือร้าย
ที่เขากล่าวออกมาเปิดฉาก - ทิ่มแทงแสยงใจใครต่อใครว่า
"คนเรานั้น โกหก ใครก็ได้ แต่ โกหก กับตัวเขาไม่ได้หรอก"

ใช่
เราอยากจะเห็นปาฏิหาริย์...
ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ในครั้งแรก - จาก สนธิ ลิ้มทองกุล อีกสักครั้ง
เพื่อพิสูจน์สัจธรรมของพระพุทธองค์บทนี้
และเพื่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวมภายในประเทศ
ที่กำลังนอนป่วยร่อแร่อยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู.
สาธุ !

7 - 13 พฤษภาคม 2552
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
น้องชายอย่าสิ้นคิดสิ้นหวังให้มากนักไปเลยโลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่โลกนี้ทั้งโลก...ไม่ได้มีแต่คนเลวและความชั่วร้ายอย่างที่น้องชายประณามและสิ้นหวังหรอกโลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่มากมายมองดูสิเห็นไหมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทุกครั้งที่มีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในโลกถึงขั้นทำลายล้างชีวิตมนุษย์อย่างมโหฬารไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกันหรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น ณ ซีกใดในโลกนี้เราจะเห็นคนดีและความดีของพวกเขาที่ทำให้โลกนี้...…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  ชีวิต ชีวิตเป็นเรื่องยาก เพราะชีวิตเป็นอย่างที่มันเป็น ไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็น อย่างนั้น-อย่างนี้ ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  จริงหรือที่เขาพูดกันว่าเราหว่านเมล็ดใดลงไปในท้องทุ่งถ้าหากเมล็ดนั้นมิได้เน่าเปื่อยตายด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งมันย่อมจะงอกงามเติบโตให้พืชผลแก่เราตามชนิดของเมล็ดพืชพันธุ์นั้นดังเช่นชาวนาหว่านเมล็ดข้าวลงไปในท้องทุ่งเขาก็ย่อมได้ต้นข้าวและเมล็ดข้าวเป็นผลของการหว่านเมล็ดลงไปในท้องทุ่งเมื่อถึงวาระแห่งการงอกงามเติบโตและแตกดอกออกผลจริงหรือที่เขาพูดกันว่าการกระทำทุกอย่างทางกาย วาจา และ ใจของคนเราที่เราได้กระทำต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน โลก…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
                     ลมแล้งโชย…ปลิดโปรยใบไม้แห้ง                     สีส้มแดง เหลือง น้ำตาล หวานอมเศร้า                     ร่วงหล่นลอยเคว้งคว้างมาบางเบา                     ซบลานดินเงียบเหงา……
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
                    เป็นอย่างที่เธอเป็นเช่นนั้นแหละ                    ไม่ต้องแตะแต้มแต่งแสร้งเสกสรรค์                    เป็นอย่างที่เธอเป็นเช่นทุกวัน                   …
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ยิ่งชูก้านกิ่งใบไปสู่ฟ้าราวจักคว้าดวงตะวันอันสุกใสลงจากฟ้ามาเล่นเป็นโคมไฟส่องดวงใจตกอับคนคับแค้นและยิ่งสูงขึ้นไปจนไกลลิบราวจักหยิบดวงดาวพร่างพราวแสนมาเรียงร้อยสร้อยดาววับวาวแทนสร้อยใส่แขนเจ้าสาวผู้หนาวรักยิ่งต้องหยั่งรากลึกลงสู่ดินดูดดื่มกินโลกธาตุอย่างหน่วงหนักทุกเส้นสายชอนไชลงไกลนักเพื่อที่จักเติบใหญ่ให้ร่มเงาเพื่อผลิดอกออกผลจนสุกงอมเพื่อโน้มน้อมกิ่งลงดำรงเผ่าเพื่อสืบเนื่องชีวิตนี้แนบเนาเพื่อกล่อมเกลาโลกขมขื่นให้ชื่นบานเพื่อที่จักตายไปในวันหนึ่งเมื่อยามถึงกาลเวลามาเรียกขานทอดกายลงพักผ่อนนอนนิ่งนานอยู่ในกาลนิรันดร์สงบเงียบ.27 มีนาคม 2551กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
วิถีในทางโลกและทางธรรมมันเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามและสวนทางกันแทบทุกกรณี เช่น ในขณะที่ทางโลกสอนให้เรายึดมั่นถือมั่นเอาโน่นเอานี่ แต่ทางธรรมกลับสอนให้เราลดละปล่อยวางทั้งสิ่งที่เป็นวัตถุธรรมและนามธรรม เพื่อจะนำชีวิตไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ จากมุมมองของผม ซึ่งเป็นคนที่ยังมีกิเลสค่อนข้างหนาหนัก ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ยากแสนยากที่ปุถุชนคนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆที่ยังติดข้องอยู่ในโลก จะเดินเข้าไปสู่ทางธรรมได้ ถ้าหากไม่มีเหตุปัจจัยอะไรสักอย่าง ทำให้เกิดความศรัทธาและแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวง ดึงดูดให้เข้าไปโดยเฉพาะการเดินเข้าไปสู่ทางธรรมในฐานะนักปฏิบัติ…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
น้องชายน้องชายที่รักของข้าจงฟังคำของข้าและจำใส่ใจเอาไว้ให้ดีอาวุธที่น่ากลัวที่สุดของมนุษย์ คือ ภาษาของมนุษย์ไม่ว่าเจ้าจะเกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีภาษาที่ดีหรือว่าเลวจงจำใส่ใจเอาไว้ให้ดีภาษาที่เจ้ามีอยู่และกำลังใช้สื่อสารมันสามารถที่จะเป็นได้ทั้งข้าทาสผู้รับใช้และเป็นนายของตัวเจ้า
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
แล้วในที่สุดก็ถึงวันนี้วันที่อดีตท่านนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางกลับเมืองไทยโดยสายการบินไทยเที่ยวที่ ที จี 603 ที่ร่อนลงบนรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 09.40น.ของวันที่ 28 ก.พ. เพื่อกลับมาต่อสู้คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดา ที่ท่านตกเป็นจำเลยที่หนึ่ง รวมทั้งข้อกล่าวหาอื่นๆในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ท่ามกลางความดีอกดีใจของฝ่ายที่สนับสนุนที่พากันไปต้อนรับอย่างเอิกเกริก และท่ามกลางความตึงเครียดของฝ่ายคัดค้าน ที่เริ่มส่งเสียงคำรามฮึ่มๆ ออกมาประปรายถึงแม้การยอมรับกลับมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมในสังคมของอดีตท่านนายกฯ…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ค้นพบหนังสือธรรมะเล่มเล็กๆขนาดฝ่ามือ หนาร้อยกว่าหน้าเล่มหนึ่ง ชื่อว่า “หลวงปู่ฝากไว้” ที่ร้านหนังสือเก่าหลังตลาดมะจำโรงในตัวอำเภอ ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าใดนัก หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเผยแพร่การแสดงธรรมะของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล แห่งวัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งรวบรวมและบันทึกเอาไว้โดย พระโพธินันทมุนีหลวงปู่ดูลย์ อตุโล เป็นลูกศิษย์อาวุโสรุ่นแรกสุดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ฝ่ายอรัญญวาสีในยุคปัจจุบัน ท่านเป็นพระที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว ดังที่ พระโพธินันทมุนี ได้กล่าวเอาไว้ในคำนำหนังสือว่า “หลวงปู่เป็นผู้ไม่พูดหรือพูดน้อยที่สุด…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
หญิงสาวผู้มีฐานะดีคนหนึ่ง เป็นคนที่ชอบตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระแต่เช้ามืดทุกวัน จนเป็นกิจวัตร เช้าวันหนึ่ง หลังจากตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระเรียบร้อยแล้ว ขณะเดินกลับเข้าประตูรั้วบ้าน เธอก็ได้ยินเสียงร้องครางหงิงๆดังมาจากรั้วข้างประตูด้านใน เมื่อเหลือบตาไปมองดูที่มาของเสียง เธอก็พบกล่องกระดาษแข็งขนาดย่อมใบหนึ่งที่เปิดฝาด้านบนเอาไว้ ซึ่งคงจะมีใครสักคนหนึ่ง เอาลอดรั้วบ้านมาวางไว้ที่นั่น ก่อนที่เธอจะลงจากบ้านออกมาใส่บาตรพระเมื่อเดินเข้าไปดู เธอก็พบลูกหมาตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักน่าสงสารตัวหนึ่ง นอนตัวสั่นอยู่ในกล่องกระดาษที่รองไว้ด้วยเศษผ้าเก่าๆ เธอจึงรีบทรุดลงอุ้มมันเอาไว้แนบอก…