Skip to main content

วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553
ผมเดินทางโดยรถยนต์พร้อมภรรยา   ไปยังศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่   อำเภอสันป่าตอง   เชียงใหม่   อีกครั้งหนึ่ง   หลังจากตอนเย็นวันที่ 6 กรกฎาคม 2553   ได้พูดคุยนัดหมายกับคุณสกุล มูลคำ   เรียบร้อยแล้ว  ให้ภรรยานั่งคอยในรถยนต์  ก้าวขึ้นบันไดที่ทำงานของผู้ที่ผมไปพบ   ยกมือไหว้คุณสกุลก่อนตามธรรมเนียม   คุณสกุลดูยิ้มแย้ม   เป็นกันเอง  ไม่มากพิธี

 

คุณสกุล มูลคำ
ได้เล่าให้ฟังว่า   พันธุ์ข้าวที่ค้นพบนี้เป็นข้าวเจ้า   ไม่ต้องหุง   เพียงแช่น้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาก็รับประทานได้   ผมพูดแทรกขอดูข้าวให้เห็นกับตา   คุณสกุลบอกว่า   ข้าวนี้เก็บไว้ที่อาคารถัดไปอีกหลังหนึ่ง   ถามเด็กๆที่เป็นคณะวิจัย   เขาก็จะนำออกมาให้ดู   คุณสกุลเล่าต่ออีกว่า   ข้าวไม่ต้องหุงที่ค้นพบนั้น   มีข้อดีคือ   มีคุณค่าทางโภชนาการสูง   ใกล้เคียงข้าวกล้อง   ถ้าหุงต้องใช้เวลา 15 นาที   ค่าไฟฟ้าราว 3-4 บาท   ข้าวที่ค้นพบมีความหอมมากกว่า   ข้าวเป็นเม็ดมีสีเหลืองใส พันธุ์ข้าวที่ใช้ทดลองมี 4 ชนิด   แต่ละชนิดใช้ได้เหมือนกัน   แล้วแต่คนชอบ   ไม่มีการผลิตจำหน่าย   เพราะอยู่ในระยะต่อยอด   พัฒนาต่อจากเดิม   หากพูดถึงประโยชน์   อาจไม่จำเป็นสำหรับคนทั่วไป   ในการใช้ชีวิตประจำวัน   แต่จะมีประโยชน์ต่อนักเดินทาง   เพราะมีน้ำหนักเบา   และยังมีประโยชน์กรณีน้ำท่วม   ดินถล่ม   ไฟฟ้าถูกตัดขาด
 
ผมถามแทรกอีกว่า
ด้านการปรับปรุงคุณภาพ   คุณสกุลตอบว่า   จะลดขั้นตอนทำให้น้อยลง  ใช้เวลาแช่ข้าวในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น   ให้น้อยลง   การสนทนาได้เสร็จสิ้นลง   ผมถ่ายรูปท่าน 2-3 ท่า และขอภาพข้าวไม่ต้องหุง   ท่านได้อนุเคราะห์ภาพจากคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กลงใน Handy Drive  ของผม พร้อมกับมอบเอกสาร “ข้าวไม่ต้องหุง” ให้ 1 แผ่น   มีรายละเอียดน่าสนใจมาก.
 
 

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ระยะนี้ผมเป็นทุกข์กังวล เกี่ยวกับการเรียนต่อระดับปริญญาตรีของลูกชาย สถานที่เข้าเรียนเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเล่าเรียนภาคเรียนละสี่หมื่นบาท ผมจะหาเงินจากที่ไหน ปีหนึ่งเกือบแสนบาท จะกู้เงินเพื่อการศึกษาได้นั้น ผู้ปกครองต้องมีเงินได้ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี รายได้ผมเกินไปเล็กน้อย กลางคืนผมนอนหลับๆ ตื่นๆ ลูกชายมีอาการหงุดหงิดกลัวไม่ได้เรียน ตัวผมผู้เป็นพ่อยิ่งกังวลใจมากกว่าลูก สุขและทุกข์ของลูก เป็นสุขทุกข์ของพ่อแม่อย่างแท้จริง...  
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
อายุมากขึ้น ร่างกายเริ่มโรยรา โรคต่างๆ ก็วิ่งเข้ามาหา เวียนหัว นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ปวดตามส่วนต่างๆ เช่น ข้อมือ ข้อนิ้ว หลัง บั้นเอว ต้นแขน ยามวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว ทานอะไรได้หมด ไม่มีปัญหาเจ็บป่วย ทานอร่อยและทานได้มาก ลองคิดทบทวนย้อนหลัง ด้านการใช้ชีวิตและการปฏิบัติงาน ในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาวออกกำลังโดยเล่นกีฬา สู่วัยทำงาน ไม่ได้ออกกำลังกายเลย งดเว้นการวิ่งหรือเดินเสียเฉยๆ ชอบนั่งสังสรรค์ร้องเพลงคาราโอเกะ ด้านการรักษาสุขภาพ เพียงแต่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ตั้งแต่เด็กถึงปัจจุบัน ที่น่าอายมากคืออารมณ์ทางเพศลดลงแทบหมด เหมือนน้ำมันแห้งขอดถัง...