
ในอดีต
มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค ลองไล่ตามลำดับ
เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486 บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาในในสมัยรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา พอมาถึงยุคท่านสมัคร สุนทรเวช เจ้าของวลีเด็ดๆ เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ อะไรกันนักหนา ฯลฯ” ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย ท่านอยากย้ายเมืองหลวงไปที่จังหวัดนครปฐม จนมาถึงยุคสมัยท่านนายก “แม้ว” ท่านทักษิณ ชินวัตร มีแนวคิดจะย้ายไปที่จังหวัดนครนายก ส่วนในยุคปัจจุบัน (พ.ศ.2554) ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ได้กล่าวว่า เมืองหลวงของไทยน่าจะเป็นโซนอีสานใต้
นักวิชาการหลายท่าน
ได้ให้ความเห็นถึงสาเหตุย้ายเมืองหลวงไทยไปที่ตั้งใหม่ไว้น่าสนใจมากว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯทุกปีเพราะเป็นที่ลุ่มต่ำ หลายแห่งพื้นดินทรุดตัว 2-4 เซนติเมตรต่อปี เช่น ย่านดอนเมือง เชื่อว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯจะแก้ยากขึ้นตามลำดับ เพราะแผ่นดินทรุด พื้นที่ตั้งยังอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล การระบายน้ำออกจากกรุงเทพฯสู่ทะเลจะยากยิ่งขึ้น เพราะมีสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำไหล มีการถมคูคลอง การแก้ไขน้ำท่วมไม่เป็นระบบ ไม่เป็นเอกภาพ...ในปีนี้จะเห็นว่า ฝ่ายดูแลจัดการน้ำ ดำเนินการแก้ตามปัญหาของน้ำ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้มีแผนเตรียมป้องกันไว้ก่อน ไม่สามารถบริหารน้ำในภาพรวมได้เต็มที่ มีประเด็นให้พูดคุยเรื่องน้ำท่วมกันมากมาย
หากย้ายเมืองหลวง
คงหาใช่การย้ายแบบหน้ามือเป็นหลังมา ย้ายใหญ่แบบยกเมืองไปวางไว้ อาจย้ายไปบางส่วนก่อน เช่น สถานที่ราชการสำคัญๆก่อน ได้แก่ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงต่างๆ ฯลฯ สร้างเมืองใหม่เหมือนสร้างบ้านหลังใหม่ สามารถออกแบบผังเมืองให้อยู่กับโลกอนาคตได้ยาวนาน รองรับการขยายตัวทุกอย่างได้เต็มที่ ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน
ถึงเวลาย้ายเมืองหลวงหรือยังครับ ? ถ้าตอบว่ายัง...ก็ต้องตอบให้ได้ว่า แล้วมั่นใจจะอยู่ได้อย่างปรกติสุขไหม ? แน่ใจว่าบ้านจะไม่แช่น้ำเป็นเดือนๆ ชีวิตวันๆสุ่มเสี่ยงการถูกงูกัด จระเข้งับ ไฟฟ้าดูด น้ำเน่าที่นำโรคภัยมาวนเวียนใกล้ตัว ปัญหาจราจรที่รถติดเป็นชั่วโมงๆ สูญเสียเวลาเดินทาง สิ้นเปลืองน้ำมันรถ เพิ่มความเครียดให้คนเดินทาง หากไม่ย้ายเหมือนเราอยู่บ้านหลังเดิม บ้านอยู่ไม่สะดวก ไม่สบาย ก็ต้องปรับปรุงต้องซ่อมแซม ต้องยกพื้น ทำกำแพงป้องกันน้ำ มีอุปกรณ์สูบน้ำประจำบ้าน ต้องหัดพายเรือ กินนอนบนหลังคาได้ อยู่กับน้ำให้จงได้ อยู่กับเมืองอันดับ 7 ที่เสี่ยงการจมน้ำมากที่สุดในโลก เมืองที่มีประชากรราว 10 ล้านคน คงเป็นอย่างนั้น เห็นใจคนมีรายได้น้อย มีทางเลือกไม่มาก ว่าแต่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จะอยู่หรือจะสู้ต่อไป.
ถึงเวลาย้ายเมืองหลวงหรือยังครับ ? ถ้าตอบว่ายัง...ก็ต้องตอบให้ได้ว่า แล้วมั่นใจจะอยู่ได้อย่างปรกติสุขไหม ? แน่ใจว่าบ้านจะไม่แช่น้ำเป็นเดือนๆ ชีวิตวันๆสุ่มเสี่ยงการถูกงูกัด จระเข้งับ ไฟฟ้าดูด น้ำเน่าที่นำโรคภัยมาวนเวียนใกล้ตัว ปัญหาจราจรที่รถติดเป็นชั่วโมงๆ สูญเสียเวลาเดินทาง สิ้นเปลืองน้ำมันรถ เพิ่มความเครียดให้คนเดินทาง หากไม่ย้ายเหมือนเราอยู่บ้านหลังเดิม บ้านอยู่ไม่สะดวก ไม่สบาย ก็ต้องปรับปรุงต้องซ่อมแซม ต้องยกพื้น ทำกำแพงป้องกันน้ำ มีอุปกรณ์สูบน้ำประจำบ้าน ต้องหัดพายเรือ กินนอนบนหลังคาได้ อยู่กับน้ำให้จงได้ อยู่กับเมืองอันดับ 7 ที่เสี่ยงการจมน้ำมากที่สุดในโลก เมืองที่มีประชากรราว 10 ล้านคน คงเป็นอย่างนั้น เห็นใจคนมีรายได้น้อย มีทางเลือกไม่มาก ว่าแต่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จะอยู่หรือจะสู้ต่อไป.
บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553
ผมเดินทางโดยรถยนต์พร้อมภรรยา ไปยังศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ อำเภอสันป่าตอง เชียงใหม่ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากตอนเย็นวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 ได้พูดคุยนัดหมายกับคุณสกุล มูลคำ เรียบร้อยแล้ว ให้ภรรยานั่งคอยในรถยนต์ ก้าวขึ้นบันไดที่ทำงานของผู้ที่ผมไปพบ ยกมือไหว้คุณสกุลก่อนตามธรรมเนียม คุณสกุลดูยิ้มแย้ม เป็นกันเอง ไม่มากพิธี
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ประจำวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2553 มีข่าวหนึ่งสะดุดตาและสมอง หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า
“ ทึ่ง ‘ ข้าวไม่ต้องหุง’ ศูนย์วิจัยคิดค้นรายแรกของไทย.” มันสะดุดตาตรงที่ ข้าวไม่ต้องหุง ข้าวอะไรไม่ต้องหุง ? ต้องเป็นข้าวที่มีคุณภาพพิเศษมากๆแน่นอน สะดุดยิ่งขึ้นอีก เมื่อบอกว่า ศูนย์วิจัยคิดค้นรายแรกของไทย อะไรที่มีคำว่าวิจัย ผมสนใจเสมอ เพราะมันหมายถึง การค้นหาคำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์ …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
6 กรกฎาคม 2010
รอบรองชนะเลิศ แข่งขัน เวลา 1.30 น. ทีมอุรุกวัยพบฮอลแลนด์ สู้กันดุเดือด สนุกมาก ใครเป็นโรคหัวใจ โรคความดันต้องหลีกเลี่ยง ขณะดู นิ้วมือผมกำเกร็งไปโดยไม่รู้ตัว พอรู้สึกตัวตน ต้องปรับอารมณ์ใหม่ เป็นทีมชาติของเราก็ไม่ใช่ ไฉนต้องปล่อยกายใจอยู่ใต้เกมการแข่งขัน จึงได้ดูแบบไม่เครียดต่อไป ทั้งนี้เพื่อชีวิตที่ยืนยาว รอทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกสักครั้ง จำได้ว่า …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ส่วนผู้เล่นฟุตบอล
ได้แสดงฝีเท้าให้คนทั้งโลกได้ชมอย่างเต็มอิ่ม เป็นประโยชน์ต่อทีมและตัวเอง หากเล่นได้ดีเด่น ค่าตัวจะสูงตาม บรรดาสโมสรดังๆของโลก อีตาลีมีสโมสร อินเตอร์มิลาน ยูเวนตุส นาโปลี ลาซิโอ ฟิออเรนติน่า สเปนมีสโมสร เรอัล มาดริด บาร์เซโน่า เยอรมันมีสโมสร บาเยิร์นมิวนิก มึนเช่นกลัดบัด โบรุสเซีย ฝรั่งเศสมีสโมสร โอลิมปิก มาร์กเซย บาเลนเซีย ปาร์ม่า …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
Normal
0
false
false
false
EN-US
X-NONE
TH
MicrosoftInternetExplorer4
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:"Table Normal";
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-priority:99;
mso-style-qformat:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
Normal
0
false
false
false
EN-US
X-NONE
TH
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:"Table Normal";
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-priority:99;
mso-style-qformat:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin-top:0cm;
mso-para-margin-right:0cm;
mso-para-margin-bottom:10.0pt;
mso-para-margin-left:0cm;
line-…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
พี่วิเศษยืนจดมวย อย่างไม่กระตือรือร้น
ยืนอยู่ด้านทิศ ตะวันออก หันหน้าเข้าหาศาล พี่ เอกสิทธิ์ยกมือจดมวยอยู่ทางทิศตะวันตก ทั้งคู่รูปร่างพอกัน ทึบตันไม่ ถึงล่ำสัน พี่เอกสิทธิ์ขาว พี่ วิเศษคล้ำ ผมยืนอยู่ข้างหลังพี่เอกสิทธิ์ เฉียงออกไปเล็กน้อย พี่วิเศษไม่ขยับตัวเลย ยืนนิ่งเฉย พี่เอกสิทธิ์ตัวแทนผม ผู้จะแก้ แค้นแทนผม ดีดเท้าซ้ายเข้าที่ท้องพี่วิเศษดังบึบ ไม่น่าเชื่อ พี่วิเศษทรุดตัวลงนั่งยองๆ …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ปี พ.ศ. 2500
ผมอายุได้ 11 ปี เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน “ครูหล้า” เรียกชื่อเป็นทางการว่า โรงเรียนสุวรรณศิลป์ โรงเรียนนี้ต้องเข้าซอยไปราว 30 เมตร โรงเรียนติดกับน้ำแม่ข่า โดยมีถนนช้างม่อยตัดใหม่ตัดผ่าน ปากซอยอยู่ตรงข้ามกับโรงหนังศรีนครพิงค์ ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน ถัดจากโรงหนังนี้ไปทางทิศตะวันออก จะเป็นตลาดนวรัฐ คนทั่วไปเรียกติดปากว่า “กาดเจ๊กโอ๊ว” ต้องขออภัยเครือญาติของเถ้าแก่โอ๊ว ที่เรียกคำนำหน้าชื่อว่า “เจ๊ก” เพราะทราบว่าคนจีนไม่ชอบให้ใครเรียกเช่นนั้น …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฉันอดนึกถึง
ครูสอนประวัติศาสตร์ชาติไทยในชั้นไม่ได้ ท่านสอนสาเหตุที่ตั้งกรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง บอกจุดดีจุดแข็ง พอมาถึงยุครัตนโกสินทร์ ครูสอนก็บอกถึงสาเหตุที่ย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรี มาเป็นกรุงเทพมหานคร บอกจุดอ่อนของกรุงธนบุรี บอกจุดแข็งจุดดีของกรุงเทพมหานคร ฉันนึกสงสัยในใจ ทำไมตอนแรกครูบอกว่า บริเวณที่ตั้งกรุงธนบุรีดีอย่างนั้นอย่างนี้ พอเวลาผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง กรุงธนบุรีกลับมีจุดอ่อน กรุงเทพฯเหมาะสมกว่า หรือว่า...เมืองๆ หนึ่งย่อมเหมาะสมดีกับยุคสมัยหนึ่ง พออีกยุคอะไรๆ เปลี่ยนแปลงไป เมืองเดิมนั้นก็เริ่มไม่เหมาะสม มีปัญหา เออนะ…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เมื่อเลื่อนชั้นไปเรียน ม.6
ฉันได้รับคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลรุ่นใหญ่ของโรงเรียน รูปร่างผอมสูง น้ำหนักแค่ 48 กิโลกรัม
เล่นไม่เก่งเท่าใด มาหัดเล่นฟุตบอลช้าไป เพื่อนได้เสื้อสามารถกันหลายคน เขาก็สอนการเล่นฟุตบอลให้ เช่น ฝึกเตะลูกฟุตบอลให้กระทบใต้คาน ลูกจะกระทบพื้นเข้าประตู เพื่อนว่าประตูเทวดาก็รับไม่ได้ ฉันฝึกแล้วมันยากเหลือเกิน อีกลูกเป็นลูกวอลเล่ย์ เพื่อนเสื้อสามารถบอกอีกว่า ต้องเหวี่ยงเท้าขนานพื้นดิน ใช้หลังเท้าเตะตรงกลางลูก ถ้าเตะใต้ลูกลูกจะลอยสูงพ้นตาข่าย ถ้าเตะลูกคอร์นเน่อร์ต้องเตะให้ลูกโด่งมาตกตรงจุดยิงลูกโทษ ฉันฝึกดูลูกนี้เตะได้ไม่ยาก ผู้สอนและคนอื่นชมว่า…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มือซ้ายกอดเธอ
ไว้กับอกตรงหัวใจอย่างทนุถนอมและแสนรัก ไปกับฉันเถอะ เราไปสนุกด้วยกัน ฉันและเพื่อนมีความสุขมากที่ได้เตะเธอ ฉันอายุ 17 ปีแล้วนะ กำลังเรียนชั้น ม.5 อดทนสักนิดได้ไหม อย่าโกรธฉันเลย ฉันอาจดิบ เถื่อน แต่ไม่ถ่อย เงยหน้าขึ้นซิ ตอบฉันได้ไหมว่า ไม่โกรธ เธอไม่ตอบได้แต่นิ่งสงบ ซบกับอกหนุ่มบริสุทธิ์ใสอย่างฉัน...ใช่ ! เธอเป็นเพียงฟุตบอลลูกเก่าๆ รุ่นเก่า แบบมียางใน เวลาเล่นต้องสูบลมให้เต็มก่อน แล้วใช้หนังยางรัดตรงหัวจุก หัวจุกนี้เป็นท่อยางเล็กๆ สำหรับสูบลมเข้าไป แล้วมัดให้แน่น พรรคพวกช่วยกันจับมันยัดเข้าตรงปากช่องยางนอก…