Skip to main content

ย่างเข้ากลางเดือนตุลาคม

หมอก จางๆลอยเป็นทางยาวเหนือทุ่งนากว้างที่ห่างออกไป ดวงอาทิตย์เดินทางเฉียง กลางคืนยาวกว่ากลางวัน ผมตื่นแล้วมายืนที่ระเบียงหลังบ้าน ลมเย็นตอนเช้าพัดมาเย็นสบาย สดชื่นจนผมต้องสูดหายใจยาวลึกๆ หน้าอกขยายขึ้น ดูดซับความปลอดโปร่งโดยสมองไม่ได้สั่งงาน เสียงนกเขาร้องระงมล้อมรอบตัวผม จนกลบเสียงนกชนิดอื่นสิ้น หมู่บ้านทุ่งทองกว่า 90 หลังคา ปลูกบ้านแทรกตามต้นไม้ที่ยังมีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นต้นลำไย จะได้ยินเสียงนกเขาร้อง “ จุ๊กกรู๊ๆ กุ๊ก” ไปทั้งหมู่บ้าน เสียงทุ้มชวนฟัง มันดังแว่วมาจากตรงโน้น ตรงนั้น และตรงนี้ ใครแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านทุ่งทองต้องเข้าใจว่า บ้านทุ่งทองริมฝั่งน้ำแม่ขานด้านตะวันออก เลี้ยงนกเขาทั้งหมู่บ้านเป็นแน่แท้ คนในหมู่บ้านจะบอกว่าไม่ใช่เลย มันเป็นนกเขาที่อยู่ตามธรรมชาติ หมู่บ้านเล็กๆที่มีนกเขามากมาย

ผมปั่นจักรยานเล่น

ตาม ถนนในหมู่บ้าน นั่นข้างหน้ามีนกเขาชวา 2 ตัว กำลังเดินจิกอะไรข้างถนน พอเราปั่นจักรยานมาใกล้ มันจะบินสู่สายไฟหรือต้นไม้ แต่บางครั้งมันเพียงขยับตัวชิดข้างถนน ไม่บินหนี โน่นบนสายไฟหน้าบ้าน มีนกเขาใหญ่คู่หนึ่งเกาะเคียงกันรับแสงแดด ตัวหนึ่งหันมาทำท่าคำนับอีกตัวพร้อมส่งเสียงร้องจุ๊กกรู๊ เป็นตัวผู้กำลังออดอ้อนขอความรักจากตัวเมีย กลางแดดอุ่น ลมพัดเย็นบางเบา ฟ้าสีน้ำเงินสดใส ริ้วเมฆขาวทาทาบ...หมู่บ้านทุ่งทองมีนกเขามากดังไปถึงหมู่บ้านอื่น จึงมีผู้ชอบเลี้ยงนกเขาพากันมาจับไปเลี้ยงพักหนึ่ง เจ้านกเขานี่มันรู้นัก ใครคิดทำร้าย ใครคิดจะยิงมันไปผัดกะเพราะ ทอดกระเทียมพริกไทย เพียงเดินย่องๆถือปืนลมตามใต้ต้นไม้ มันจะบินพรึบหนีไปทันที ผมปั่นจักรยานเล่นตามถนนยามเช้าบ้างเย็นบ้าง นกเขาใหญ่เกาะบนสายไฟเหนือหัวก็ไม่บินหนี แต่พอเราก้มๆเงยๆตามใต้ต้นไม้ จะขอถ่ายรูปสวยๆสักหน่อย มันก็บินหนีไปอีกเช่นกัน

นกเขาในหมู่บ้าน

ที่ ผมเห็นมี 2 ชนิด ที่ร้องจุ๊กกรู๊ๆเรียกนกเขาใหญ่ ขนสีน้ำตาล ด้านข้างคอและท้ายทอยมีแถบสีดำ มีจุดกลมเล็กๆสีขาวกระจายในแถบดำ มีเสียงร้องทุ้ม ไพเราะ เพราะมันร้องดังจุ๊กกรู๊ๆ กุ๊ก บางครั้งหางเสียงจะลงท้ายกุ๊กหลายครั้ง ถ้าถึง 9 ครั้งหรือมากกว่า นักเลงนกถือว่าเป็นนกเขาดีมาก ต่อมาเป็นนกเขาชวา ตัวเล็กกว่านกเขาใหญ่ มันจะร้อง “ก้อ กะร็อก ก๊อก.” ขนออกสีเทา มีแถบสีดำสลับขาวเป็นลายตามขวางกับลำตัว นกเขาทั้ง 2 ชนิดมักบินลงมาจิกทรายหรือกรวดเม็ดเล็กๆที่ลานหน้าบ้านผมเสมอ เพราะทรายหรือกรวดเม็ดเล็กจะช่วยบดอาหารให้ย่อยเร็ว

บ่ายวันหนึ่ง

ผม นั่งเก้าอี้ใต้ถุนบ้าน ได้ยินเสียงคล้ายไก่ชนกัน เสียงดังผับๆติดๆกัน ผมมองที่พื้นดินบ้านข้างเคียงไม่เห็นมีไก่สักตัว มองตามต้นไม้ก็ไม่มี มันเสียงอะไรกันนะ พักหนึ่งได้ยินทางหลังบ้าน สงสัยจริงๆ ผมผุดลุกไปดู ภาพที่เห็นทำให้ตลึง ไม่เคยเห็นมาก่อน ตื่นเต้น นกเขาใหญ่ 2 ตัว บินโผเข้าหากัน ลักษณะบินลอยในอากาศ ประจันหน้ากันระยะประชิด มันเหมือนภาพยนตร์จีนที่จอมยุทธ์ 2 คน ลอยพุ่งตัวในอากาศตะหวัดกระบี่ขาววะวับเข้าหากันเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว มันขยับปีกตีกันดังผับๆๆ จากหลังคาบ้านผมสู่พื้นดิน แล้วมาสู้กันต่อใต้ต้นลำไยในวัด รุกไล่กันแบบไม่ยอมกัน ต่อเนื่องมาที่ต้นลิ้นจี่ มันเกาะตั้งหลักตามกิ่งไม้แล้วโผเข้าหากัน ฟาดกันด้วยปีก ทราบจากผู้รู้ภายหลังว่า เป็นการต่อสู้เพื่อขับไล่นกต่างถิ่นออกจากเขตพื้นที่หากินของมัน...ใครทราบ เรื่องดีกว่านี้ ได้ส่งความคิดเห็นด้วยครับ นึกว่าแบ่งปันความรู้กันนะครับผม

………………………………………….

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เป็นเวลายามเย็นแล้ว ผมยืนบนฝั่งริมตลิ่งแม่น้ำปิง ปัจจุบันเป็นทางเท้า มือจับราวเหล็กที่กั้นไว้ ทอดสายตาดูลำน้ำแม่ปิง เข้าสู่กลางเดือนมีนาคม ระดับน้ำลดลง ไหลราบเรียบ สายน้ำนี้มีตำนาน มีเรื่องราวเล่าขานมากมาย ผมเหลียวดูทางซ้าย เจดีย์ขาวอยู่ห่างไปราว 10 เมตร ยังทาองค์เป็นสีขาว รถราวิ่งวนรอบ องค์เจดีย์ขาวนี้ ถ้ามองจากระเบียงชมวิว ด้านตะวันออกของวัดพระธาตุดอยสุเทพ มองไกลออกไปไกลทางทิศตะวันออก ถ้าไม่มีหมอกควัน ไม่มีเมฆบัง จะเห็นเจดีย์ขาวชัดเจนทีเดียว ถัดไปอีกเล็กน้อย จะเป็นหน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ ข้างตลิ่งมีทางขึ้นลง พลันภาพในวัยเด็กอายุราว 10-…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เช้าตื่นขึ้นมา ราว 5 นาฬิกาเศษ เดินบริหารร่างกายลงบันได 10 ครั้ง ขึ้นบันไดโดยหลับตาอีก 10 ครั้ง ร่างกายรายงานว่า แสบจมูก แสบตา มองไปที่โค้งฟ้าทิศตะวันออก เป็นทุ่งนา สูงขึ้นไปอีกนิดเป็นถนนโค้งสายเชียงใหม่-สันป่าตอง ท้องฟ้าขมุกขมัว (ฟ้าหลัว)ไปทั่ว มันเป็นหมอกควันผสมฝุ่น สาเหตุมาจาก การเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเกษตรในฤดูฝน เผาเศษใบไม้กิ่งไม้ เผาขยะมูลฝอย ส่วนการเผาป่านั้น ต้องมีคนเผา คงไม่เกิดไฟลุกเองได้ อีกสาเหตุหนึ่ง คนเผาป่าเพราะเข้าใจว่า ถ้าไม่เผาผักหวานก็จะไม่แตกยอด เห็ดถอบ (เห็ดเผาะ) ก็จะไม่ได้กิน การเผาทุกชนิด ทำให้เกิดอากาศเสีย เรียกให้เป็นทางการว่า " มลพิษทางอากาศ "…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ปีแรกที่เป็นข้าราชการครู ผ่านมาได้ 30 ปีเศษ ได้ซื้อจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าขนาด 90 ซี.ซี.คันหนึ่ง สีแดงสดใหม่เอี่ยม นำออกจากร้านวันอังคาร โหราศาสตร์ถือว่าวันแรงไม่ดี ผมไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไร ขับไปให้พระผูกสายสิญจน์ที่วัดดับภัยกับน้อง ผูกเสร็จลองขับดู รถแฉลบกองทรายวัดเล็กน้อย น้องพูดว่า ไม่เป็นไรขับขี่ปลอดภัย พระก็สวดแล้ว สบายใจได้ ผมไม่ได้ซื้อเงินสด ต้องผ่อนรายเดือน ขับขี่โฉบเฉี่ยวได้ 22 วัน จำได้แม่นยำ เพราะรถถูกจี้บนดอยบ้านปง อำเภอแม่แตง จากปากทางเขื่อนแม่งัดเข้าไปราว 3 กิโลเมตร คนจี้ผิวขาว ตัดผมสั้นเกรียน ผ้าขาวม้าลายคลุมไหล่ รถผมกำลังลงดอย ต้องเบรกรถเล็กน้อย โดยวิ่งชิดทางด้ายซ้าย…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นึกถึงอำเภอ ที่เคยทำงาน มีเหตุใดให้ระทึก น่าจดจำ มองไปที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ก่อนแห่งอื่น ดินแดนแห่งสวนส้มสายน้ำผึ้ง ที่ลือชื่อระดับประเทศ เข้าตัวอำเภอมองไปทางทิศตะวันตก จะเห็นสวนส้มปลูกเป็นแถวเขียวไปทั้งดอย สวนส้มที่มีมากบอกถึงปริมาณยาที่ต้องใช้ฉีด พื้นที่อยู่ใกล้เคียงสวนส้ม เช่น โรงเรียน บ้านที่อยู่อาศัย คงต้องระมัดระวัง อำเภอฝางมีร้านอาหาร สถานบันเทิงมากมาย พื้นที่กว้างขวาง ประชากรมาก แต่ยังคงเป็นอำเภอ ไม่ได้เป็นจังหวัดจนบัดนี้ มีแม่น้ำฝางไหลขึ้นทิศเหนือ ผิดแผกแม่น้ำทั่วไปที่ไหลล่องใต้ แม่น้ำฝางไหลไปพบกับแม่น้ำกก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
จากนั้นเขาจะกลับลำเรือ กลางน้ำที่เชี่ยวจัด ช่วงนี้สำคัญ ต้องอาศัยความชำนาญ ให้กระแสน้ำปะทะข้างกราบเรือ โดยให้สัมพันธ์กับมุมเรือเลี้ยวกลับ รวมทั้งความเร็วการใช้พายบังคับเรือให้กลับตัว ไม่อย่างนั้นแล้วเรือจะพลิกคว่ำได้ จากนั้นล่องเรือตามกระป๋องล่าปลาที่ตัวโตและราคาดีที่สุดของแม่น้ำนี้ กระป๋องใดจมๆโผล่ๆ นั่นปลากินเบ็ดแล้ว รีบพายเรือไปคว้าขึ้นมา ปลาเต๊าะตัวโตเนื้อหนุ่มจะติดขึ้นมา ปลานี้แกงส้มผักบุ้งอร่อยมาก ได้มาก็นำมากินมาขาย ให้พ่อค้าแม่ค้าตลาดต้นลำไยข้างลำน้ำแม่ปิงนั่นเอง บางทีเขาก็มาซื้อที่บ้านพรานนักล่าปลา บางคนก็ทอดแหยามน้ำแห้ง บางคนใช้เศษไม้กิ่งไม้ มากองรวมกันในน้ำริมตลิ่ง
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ย่างเข้าเดือนมีนาคม น้ำแม่ข่าเริ่มแห้งแล้ว สามารถกระโดดข้ามไปได้ น้ำกินน้ำใช้ที่อาศัยบ่อน้ำในหมู่บ้าน เริ่มแห้งเช่นกัน ถ้าตักน้ำบ่อใช้มากๆ มันจะแห้งเกือบขอดก้น
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ผมย้าย จากโรงเรียนในป่าในดอย มาอยู่โรงเรียนขนาดใหญ่ประจำอำเภอ จากโรงเรียนขนาดเล็ก 1 ชั้นมี 1 ห้อง มาเป็น 1 ชั้นมี 5 ห้อง นักเรียนโรงเรียนใหม่มีจำนวน 1,500 คน เกือบเต็มสนามฟุตบอลทีเดียว ครูมีถึง 30 กว่าคน มากคนก็มากเรื่อง เพียงเข้าประชุมโรงเรียนครั้งแรก ได้พบการประคารมระหว่างครูด้วยกัน 2 กลุ่ม และครูกับผู้บริหาร มันช่างดุเด็ดเผ็ดร้อน เหมือนขบพริกขี้หนูแตกถูกลิ้นสัก 4-5 เม็ด มีรสชาติจริงๆ ผมเป็นผู้มาใหม่ จึงได้เพียงฟัง เก็บข้อมูล ครูแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นฝ่ายอาจารย์ใหญ่ อีกกลุ่มค้านอาจารย์ใหญ่ ในเวลาต่อมา มีตัวแทนสองกลุ่มมาพูดคุยกับผม ด้วยอัธยาศัยที่ดี ชักชวนเข้ากลุ่ม…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ในปี 2546ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานที่ผมทำงานครั้งสำคัญ ซึ่งตรงกับรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ (พ.ศ.2544-2548) มีการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน ในระดับสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ เปลี่ยนจากการใช้เครื่องพิมพ์ดีด มาใช้คอมพิวเตอร์แทน บุคลากรในฝ่ายงานต่างๆ เช่น การเงิน หน่วยศึกษานิเทศก์ ต่างก็ยกเครื่องพิมพ์ดีดไปไว้ในห้องพัสดุบ้าง วางไว้บนตู้บ้าง ใครมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ก็ใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์หนังสือ เก็บข้อมูล ใช้ข้อมูล ใครใช้ไม่เป็นก็ต้องไปเรียน หรือเข้าอบรมตามโปรแกรมที่ต้องใช้ในการทำงาน เรียนจากเอกชนบ้าง เข้าอบรมตามโครงการของหน่วยราชการบ้าง มีเพียง 2-3 คนยังใช้เครื่องพิมพ์ดีด…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก รอทักทายอยู่ข้างหน้า กลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีสวยสด รวยรินชวนให้สัมผัส โลกคงอบอวลด้วยกลิ่นจรุงใจของเจ้า ใยหอมชื่นเพียงไม่กี่วันคืนเล่า นี่คือวันแห่งความรัก อยากรู้นัก รักคืออะไร
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ก่อนนอน ย่าผมจะเล่านิทานให้ฟังแทบทุกคืน บางครั้งท่านก็คงจะเบื่อที่เล่าเรื่อง “เสือเย็น” ซ้ำๆ กัน แต่ทนเสียงรบเร้าของผมไม่ไหว ก็เรื่องมันสนุกตื่นเต้นนี่ครับ เรื่อง “เสือเย็น” เกิดขึ้นที่วัดหมื่นสาร ในวัยเด็ก ผมอยากทราบเหมือนกันว่า วัดนี้อยู่ที่ใด มีวัดนี้จริงไหม แต่ไม่สามารถจะค้นหาได้ ด้วยมีข้อจำกัดหลายประการ เมื่อย่าเสีย เรื่อง “เสือเย็น” เริ่มจางไปจากความทรงจำ วัยมากขึ้นก็คิดถึงเรื่องอื่นสารพัด จนกระทั่งผมเกษียณ วันหนึ่งตรงกับวันที่ 3 มกราคม 2552 ผมขับรถผ่านวัดหมื่นสาร ย่านประตูหายยา จังหวัดเชียงใหม่ เห็นมีป้ายชื่อวัด ใต้ป้ายมีรูปปั้นวัวสีขาวตั้งอยู่ ขับรถเข้าไปในวัด…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ย่านั่งบนพื้นบ้าน ซึ่งเป็นไม้ ใกล้กับหลายชายวัย 10 ขวบ เปลวไฟสีส้มจากโคมตีนสูง ส่องแสงให้เห็นลังสบู่ซันไลท์เปล่าวางอยู่ข้างหน้า “ย่าหาลังเปล่ามาให้แล้ว เห็นบ่นอยากได้นัก” “ย่าไปเอาที่ไหนมาล่ะ” ผมถาม ตามองดูลังไม้ที่ทำจากต้นจามจุรีวางตะแคง หันหน้าเข้าหาอย่างพอใจเต็มที่ ข้างในมันถูกแบ่งเป็นสองชั้น “ก็ไปขอร้านขายของปากซอยมา” ผมเปิดกระเป๋าหนังสือ หยิบหนังสือเรียนมาวางแถวล่าง สมุดแถวบน นี่ละตู้หนังสือชั้นดีของผม “รักจะเอาไว้หนังสือเรียน จะจัดหนังสือ สมุดตามตารางสอน ใส่กระเป๋าเป็นวันๆ สะพายมันจะได้เบาๆ”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ในวัยเด็ก ผมปล้ำเล่นกับน้อง น้องชายอายุ 4 ขวบ ผมอายุ 7 ขวบ ผมปล้ำสู้ไม่ได้ น้องแข็งแรงมาก ผมอดขำหัวเราะไม่ได้ ผมปล้ำเจียนอยู่เจียนแพ้ จึงเปลี่ยนยุทธวีธี ใช้ลำตัวกดทับขาน้องให้แนบพื้นกระดานบ้าน ป้องกันการถีบสกัด ใช้มือทั้งสองจับข้อมือน้องชายกดไว้ น้องสะบัดหน้าไปมา แรงแกสม่ำเสมอ ผมอดหัวเราะไม่ได้ จนเผยอปากอวดฟันหลอ อดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงไปใช้จมูกหอมแก้มซ้าย 1 ฟอด น้องส่ายหน้าไปมาคงเขิน ผมหัวเราะชอบใจพูดว่า เก่งนักหรือ หอมแก้มขวาอีกฟอดแล้วปล่อย น้องลุกขึ้นยืนถ่างขา มือน้อยๆ กำเป็นรูปกำปั้นเตรียมสู้ต่อ แม่ทำอาหารหันมาเอ็ดว่า ทำอะไรกันเสียงดังลั่น ผมออกปากยอมแพ้แกจึงหยุด…