Skip to main content

 

 

ถนอมรัก  เดือนเต็มดวง

 

 

กรมอุตุนิยมวิทยา

รายงานสภาพอากาศ ระยะ 2-3 วันนี้อากาศจะร้อนจัด อุณหภูมิระหว่าง 38-41 องศาเซลเซียส จะมีลมแรงและฝน ให้ระมัดระวัง พอบ่ายวันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ.2556 กลางวันอากาศร้อนอบอ้าว ผมสอดสายตาสำรวจท้องฟ้า ทางทิศตะวันออก เห็นฟ้าเป็นสีตะกั่ว แดดแผดจ้า ร่างกายรับรู้ความอบอ้าว หงุดหงิด ข้อพับเริ่มมีเหงื่อเหนียวหนึบ ขึ้นไปดูเทอร์โมมิเตอร์ที่เสาบนบ้าน ปรอทไต่ระดับแตะเกิน 40 องศาเซลเซียส ต้องรีบลงมาเพราะอากาศชั้นบนร้อนผ่าวจริงๆ กลับมานั่งอ่านเขียนหนังสือใต้ถุนบ้าน ณ ม้าหินอ่อน เปิดพัดลมเพดาน เปิดสปริงเกอร์ฉีดนำให้กระจายเป็นวงกลม เพิ่มความเย็นชื้นในอากาศ พักหนึ่งเห็นเจ้านกขมิ้นบินมาเล่นน้ำ ไซ้ขน สลัดปีก ท่าทางร่าเริง เจ้านกน้อยมันคงดีใจได้เล่นน้ำคลายร้อน เขียดที่ซ่อนตัวใต้พุ่มเฟิร์นใบมะขามร้องรับระงม ถ้าจะนึกว่าฝนตกลงมาแล้ว ตามยอดไม้ไม่เห็นนกบินไปมาดังเคย ได้ยินเพียงเสียงร้องเบาๆแว่วมาเป็นพักๆ ต้นไม้บางชนิดกลับชอบแดดกล้า มันชูดอกกิ่งใบรับแดดอย่างเต็มที่ เช่น ชวนชม โกศล ดอกเข็ม สร้อยทอง มะยม มะม่วง มะพร้าว ดอกบัว ส่วนกล้วยไม้ หนวดฤาษีหลบใต้ชายคาโรงรถที่ร่มรื่น กลุ่มนี้ชอบแดดรำไร

เวลา 15.00 น.เศษ

แดดเริ่มลดความเจิดจ้า ท้องฟ้ามีสีตะกั่วเข้มขึ้น ลมทุ่งหน้าบ้านทยอยมาเป็นพักๆ ต้นไม้ไหวกิ่งใบ ความร้อนอบอ้าวลดลง นกเขาชวาลายเทาแสนเชื่อง ส่งเสียงแว่วมาจากสวนลำไยช่อเหลืองหลังบ้าน ได้ยินมันร้องตอดๆน่าฟัง จนเวลา 17.00 น.เศษ แดดเริ่มอ่อนแสง ลมพัดแรงขึ้น ใบโพธิ์ต้นใหญ่มุมวัดข้างบ้าน สลัดตัวรับบทเพลงแห่งพายุที่เริ่มบรรเลง ผมชักหายใจไม่โล่งจมูก เพราะที่ผ่านมา ภัยธรรมชาติที่เกิดจากภาวะโลกร้อน เริ่มน่ากลัว ลมพัดแรงขึ้นจนต้องเรียกพายุ ฝนตกหนักบ่อยๆ มักเกิดพายุฝนรุนแรงอย่างฉับพลันเสมอ

จนเวลา 20.30 น.

เพลงพายุเริ่มบรรเลงเต็มที่ ลมพัดแรงสลับกับฝน ฟ้องร้องครืนๆปนโครมครามทั่วแผ่นโพยม  ฟ้าแลบเป็นเส้นหงิกงอเจิดจ้าสีทองแสบตาน่าหวาดหวั่น พายุฝนพัดกระหน่ำมาวูบวาบแล้วเคลื่อนที่ผ่านบ้านผมไป พักเดียวกลับมาอีกจนได้ พายุฝนนั้นมันมีเส้นทางของมัน ทุกครั้งจะเคลื่อนที่มาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ครั้งนี้มาแบบเดิม มันมาอีกแล้ว รุนแรงขึ้นตามลำดับ มันเดินทางมายังชายคาบ้านด้านโรงรถ ทันใดนั้น รอบชายคาบ้านเหมือนถูกมืออสุรโหดเขย่าแรงๆ ตามด้วยเสียงกระเบื้องหลังคาถูกพายุกวาด ขยับตัวขึ้นเสียงดังพึบๆไล่กันเป็นทางยาว เหมือนคลื่นคลั่งทะเลยามมรสุม ไม่ได้ยินเสียงกระเบื้องหลังคาหล่นโครมคราม นึกในใจ หากกระเบื้องหลังคาบ้านถูกพายุยกขึ้นเป็นแผงๆ คงได้นอนดูท้องฟ้าโล่งคราวนี้ละ หูแววเสียงภรรยาสวดมนต์ที่ห้องครัวชั้นล่าง ส่วนผมเดินพล่านไปมา ถามตนเองว่ากลัวไหม กลัวแต่ไม่ถึงขั้นขาดสติ ผมว่าคาถาป้องกันลมแรงในใจ เป็นคาถาที่เจ้าอาวาสมอบให้ ยามนี้ทำอะไรให้ปลอดภัยคลาดแคล้วก็ต้องทำ ผมเดินลงมาชั้นล่าง ได้ยินเสียงเจ้าไส้กรอกตะกุยประตู มันคงกลัวฟ้าร้องรวมทั้งพายุฝน ผมส่งเสียงปลอบมันตามเรื่อง ปลอบมันเสร็จแล้วใครจะมาปลอบเรียกขวัญให้ผม กลัวเหมือนกันนะเนี่ย  จนเวลา 20.15น.เพลงพายุฝนคลั่งก็เบาบางลงและจบลง ในเวลาต่อมาผู้ใหญ่บ้านประกาศให้ลูกบ้านสำรวจความเสียหาย กระเบื้องแตกกี่แผ่นให้ถ่ายรูปไปขอเบิกที่บ้านผู้ใหญ่บ้านได้ กระเบื้องนี้ได้รับบริการจากเทศบาลตำบลบ้านกลาง วันรุ่งขึ้น ผมจ้างช่างขึ้นสำรวจหลังคา ต้องเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ 8 แผ่น จ่ายค่าแรงอีก 300 บาท นี่เป็นภัยธรรมชาติครั้งแรก อาจมีอีกหลายครั้ง เพราะเริ่มย่างสู่ฤดูฝนแล้ว อนาคตนั้น ฤดูร้อนจะยาวนานขึ้น ฤดูหนาวจะสั้นลง.

                                                      ......................................................

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553 ผมเดินทางโดยรถยนต์พร้อมภรรยา   ไปยังศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่   อำเภอสันป่าตอง   เชียงใหม่   อีกครั้งหนึ่ง   หลังจากตอนเย็นวันที่ 6 กรกฎาคม 2553   ได้พูดคุยนัดหมายกับคุณสกุล มูลคำ   เรียบร้อยแล้ว  ให้ภรรยานั่งคอยในรถยนต์  ก้าวขึ้นบันไดที่ทำงานของผู้ที่ผมไปพบ   ยกมือไหว้คุณสกุลก่อนตามธรรมเนียม   คุณสกุลดูยิ้มแย้ม   เป็นกันเอง  ไม่มากพิธี
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2553   มีข่าวหนึ่งสะดุดตาและสมอง   หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า “ ทึ่ง ‘ ข้าวไม่ต้องหุง’   ศูนย์วิจัยคิดค้นรายแรกของไทย.”   มันสะดุดตาตรงที่   ข้าวไม่ต้องหุง   ข้าวอะไรไม่ต้องหุง ?   ต้องเป็นข้าวที่มีคุณภาพพิเศษมากๆแน่นอน   สะดุดยิ่งขึ้นอีก   เมื่อบอกว่า   ศูนย์วิจัยคิดค้นรายแรกของไทย   อะไรที่มีคำว่าวิจัย   ผมสนใจเสมอ   เพราะมันหมายถึง   การค้นหาคำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
6 กรกฎาคม 2010 รอบรองชนะเลิศ แข่งขัน เวลา 1.30 น.    ทีมอุรุกวัยพบฮอลแลนด์   สู้กันดุเดือด   สนุกมาก   ใครเป็นโรคหัวใจ   โรคความดันต้องหลีกเลี่ยง    ขณะดู   นิ้วมือผมกำเกร็งไปโดยไม่รู้ตัว   พอรู้สึกตัวตน   ต้องปรับอารมณ์ใหม่   เป็นทีมชาติของเราก็ไม่ใช่  ไฉนต้องปล่อยกายใจอยู่ใต้เกมการแข่งขัน   จึงได้ดูแบบไม่เครียดต่อไป   ทั้งนี้เพื่อชีวิตที่ยืนยาว   รอทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกสักครั้ง   จำได้ว่า  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ส่วนผู้เล่นฟุตบอล ได้แสดงฝีเท้าให้คนทั้งโลกได้ชมอย่างเต็มอิ่ม   เป็นประโยชน์ต่อทีมและตัวเอง   หากเล่นได้ดีเด่น   ค่าตัวจะสูงตาม   บรรดาสโมสรดังๆของโลก   อีตาลีมีสโมสร   อินเตอร์มิลาน   ยูเวนตุส   นาโปลี   ลาซิโอ ฟิออเรนติน่า   สเปนมีสโมสร เรอัล มาดริด บาร์เซโน่า   เยอรมันมีสโมสร  บาเยิร์นมิวนิก   มึนเช่นกลัดบัด   โบรุสเซีย   ฝรั่งเศสมีสโมสร   โอลิมปิก มาร์กเซย   บาเลนเซีย   ปาร์ม่า …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4 /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-qformat:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ใครๆ ก็ต้องมีทีมในดวงใจ
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-qformat:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin-top:0cm; mso-para-margin-right:0cm; mso-para-margin-bottom:10.0pt; mso-para-margin-left:0cm; line-…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
พี่วิเศษยืนจดมวย อย่างไม่กระตือรือร้น ยืนอยู่ด้านทิศ ตะวันออก   หันหน้าเข้าหาศาล   พี่ เอกสิทธิ์ยกมือจดมวยอยู่ทางทิศตะวันตก  ทั้งคู่รูปร่างพอกัน    ทึบตันไม่ ถึงล่ำสัน   พี่เอกสิทธิ์ขาว พี่ วิเศษคล้ำ   ผมยืนอยู่ข้างหลังพี่เอกสิทธิ์   เฉียงออกไปเล็กน้อย   พี่วิเศษไม่ขยับตัวเลย   ยืนนิ่งเฉย   พี่เอกสิทธิ์ตัวแทนผม   ผู้จะแก้ แค้นแทนผม   ดีดเท้าซ้ายเข้าที่ท้องพี่วิเศษดังบึบ   ไม่น่าเชื่อ   พี่วิเศษทรุดตัวลงนั่งยองๆ  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ปี พ.ศ. 2500 ผมอายุได้ 11 ปี เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน “ครูหล้า”  เรียกชื่อเป็นทางการว่า โรงเรียนสุวรรณศิลป์   โรงเรียนนี้ต้องเข้าซอยไปราว 30 เมตร   โรงเรียนติดกับน้ำแม่ข่า  โดยมีถนนช้างม่อยตัดใหม่ตัดผ่าน  ปากซอยอยู่ตรงข้ามกับโรงหนังศรีนครพิงค์  ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน  ถัดจากโรงหนังนี้ไปทางทิศตะวันออก จะเป็นตลาดนวรัฐ  คนทั่วไปเรียกติดปากว่า  “กาดเจ๊กโอ๊ว”  ต้องขออภัยเครือญาติของเถ้าแก่โอ๊ว  ที่เรียกคำนำหน้าชื่อว่า  “เจ๊ก”  เพราะทราบว่าคนจีนไม่ชอบให้ใครเรียกเช่นนั้น …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ฉันอดนึกถึง ครูสอนประวัติศาสตร์ชาติไทยในชั้นไม่ได้  ท่านสอนสาเหตุที่ตั้งกรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง  บอกจุดดีจุดแข็ง   พอมาถึงยุครัตนโกสินทร์ ครูสอนก็บอกถึงสาเหตุที่ย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรี  มาเป็นกรุงเทพมหานคร บอกจุดอ่อนของกรุงธนบุรี  บอกจุดแข็งจุดดีของกรุงเทพมหานคร ฉันนึกสงสัยในใจ ทำไมตอนแรกครูบอกว่า บริเวณที่ตั้งกรุงธนบุรีดีอย่างนั้นอย่างนี้  พอเวลาผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง กรุงธนบุรีกลับมีจุดอ่อน  กรุงเทพฯเหมาะสมกว่า  หรือว่า...เมืองๆ หนึ่งย่อมเหมาะสมดีกับยุคสมัยหนึ่ง พออีกยุคอะไรๆ เปลี่ยนแปลงไป เมืองเดิมนั้นก็เริ่มไม่เหมาะสม  มีปัญหา เออนะ…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เมื่อเลื่อนชั้นไปเรียน ม.6 ฉันได้รับคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลรุ่นใหญ่ของโรงเรียน รูปร่างผอมสูง น้ำหนักแค่ 48 กิโลกรัม เล่นไม่เก่งเท่าใด  มาหัดเล่นฟุตบอลช้าไป เพื่อนได้เสื้อสามารถกันหลายคน เขาก็สอนการเล่นฟุตบอลให้  เช่น ฝึกเตะลูกฟุตบอลให้กระทบใต้คาน  ลูกจะกระทบพื้นเข้าประตู เพื่อนว่าประตูเทวดาก็รับไม่ได้ ฉันฝึกแล้วมันยากเหลือเกิน อีกลูกเป็นลูกวอลเล่ย์ เพื่อนเสื้อสามารถบอกอีกว่า ต้องเหวี่ยงเท้าขนานพื้นดิน ใช้หลังเท้าเตะตรงกลางลูก ถ้าเตะใต้ลูกลูกจะลอยสูงพ้นตาข่าย  ถ้าเตะลูกคอร์นเน่อร์ต้องเตะให้ลูกโด่งมาตกตรงจุดยิงลูกโทษ ฉันฝึกดูลูกนี้เตะได้ไม่ยาก ผู้สอนและคนอื่นชมว่า…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มือซ้ายกอดเธอ ไว้กับอกตรงหัวใจอย่างทนุถนอมและแสนรัก ไปกับฉันเถอะ เราไปสนุกด้วยกัน ฉันและเพื่อนมีความสุขมากที่ได้เตะเธอ  ฉันอายุ  17  ปีแล้วนะ กำลังเรียนชั้น ม.5 อดทนสักนิดได้ไหม อย่าโกรธฉันเลย  ฉันอาจดิบ เถื่อน แต่ไม่ถ่อย เงยหน้าขึ้นซิ ตอบฉันได้ไหมว่า ไม่โกรธ  เธอไม่ตอบได้แต่นิ่งสงบ ซบกับอกหนุ่มบริสุทธิ์ใสอย่างฉัน...ใช่ !  เธอเป็นเพียงฟุตบอลลูกเก่าๆ รุ่นเก่า แบบมียางใน  เวลาเล่นต้องสูบลมให้เต็มก่อน แล้วใช้หนังยางรัดตรงหัวจุก หัวจุกนี้เป็นท่อยางเล็กๆ สำหรับสูบลมเข้าไป แล้วมัดให้แน่น พรรคพวกช่วยกันจับมันยัดเข้าตรงปากช่องยางนอก…