Skip to main content

ถนอมรัก  เดือนเต็มดวง

 

สถาบันนักเขียนไทย
ผมได้สอบถามบุคคลสำคัญของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน พ.ศ.2558 คุณบูรพา อารัมภี เป็นนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย วาระ 2 ปี ถามในประเด็น จำนวนนักเขียนไทยในประเทศ นโยบายหรือวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ  การดำเนินการผลักดันนักเขียนไทยสู่รางวัลโนเบล ได้รับคำตอบว่า
ยังไม่ได้ทำข้อมูลนักเขียนทั้งหมดในประเทศ ส่วนนโยบายของสมาคมฯ มีการจัดอบรมผู้สนใจงานเขียนประเภทต่างๆ เช่น นวนิยาย สารคดี เรื่องสั้น โดยนักเขียนดังเป็นวิทยากร ส่วนเรื่องการเดินทางสู่รางวัลโนเบลนั้น  เป็นเรื่องของนักเขียนไทยแต่ละคนจะผลักดันตนเอง

ผมต้องนั่งคิด
มองหาความสำเร็จของคนไทยระดับโลก มีอะไรบ้าง เพื่อปลุกปลอบให้ความหวังเป็นรูปร่าง แม้เลือนรางก็ตาม ด้านกีฬาเห็นภาพชัดเจนที่สุด โผน กิ่งเพชร ได้เป็นแชมป์โลกมวยสากลรุ่นฟลายเวท คนแรกของไทย เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2503 ทั้งที่ก่อนนี้ จำเริญ ทรงกิตรัตน์ เพียรพยายามชิงแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท ถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2497 ณ สนามศุภชลาศัย  ครั้งที่ 2 ในอีก 4 เดือนต่อมา  ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2498 แต่ไม่สำเร็จสักครั้งเลย โผนมีทีมงานที่สนับสนุนชัดเจน 2 คน คุณทองทศ อินทรทัต นายห้างเทวกรรมโอสถเป็นผู้จัดการ อาจารย์นิยม ทองชิตเป็นเทรนเนอร์ ได้ลบล้างความเชื่อที่ว่า ครูมวยสากลต้องเป็นคนต่างชาติเท่านั้น และคนไทยไม่มีทางเป็นแชมป์โลกมวยสากลได้สำเร็จ อาจารย์นิยม ทองชิต ได้ศึกษาค้นคว้าตำราเกี่ยวกับมวย ท่านได้สรุปว่า ทั่วโลกแบ่งมวยเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเป็นมวยบ็อกเซอร์(Boxer) ใช้ชั้นเชิง หลบอีกเอาชนะคู่ต่อสู้  ใช้สมอง ประเภทที่ 2 มวยไฟท์เตอร์(Fighter) เป็นมวยหมัดหนัก  ใช้ความแข็งแกร่ง กำลังเข้าปะทะเอาชนะคู่ต่อสู้ โผนเป็นประเภทแรกคือมวยชั้นเชิง(Boxer)  โผน ได้รับการยกย่องว่า มีหมัดแย็บที่ดีที่สุด

อีกคนเถอะ
น้องเมย์ รักชนก อินทนนท์ แชมป์แบดมินตันเยาวชนโลกอายุไม่เกิน 19 ปี 3 ปีซ้อน แชมป์แบดมินตันโลก หญิงคนแรกของไทย อายุน้อยที่สุดเพียง 18 ปี โดยได้แชมป์เมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ.2556 และเมื่อ 26 เมษายน พ.ศ.2558 น้องเมย์ยังได้แชมป์เอเชีย จากรายการแบดมินตันชิงแชมป์เอเชีย 2015 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยน้องเมย์มืออันดับ 7 ของโลกเอาชนะหลี เสี่ยว เล่ย มืออันดับ 3 ของโลก นับเป็นแชมป์เอเชียคนแรกของประวัติศาสตร์ไทย น้องเมย์เป็นผลงานสร้างของสโมสรบ้านทองหยอด สโมสรนี้สนับสนุนด้วยใจรักให้เยาวชนเล่นกีฬาแบดมินตัน ความสำเร็จเกิดจากตัวน้องเมย์ สโมสร และผู้สนับสนุนอื่นๆ ขอชื่นชม

ที่ยกตัวอย่างมานั้น
เพียงจะบอกว่า การจะประสบความสำเร็จระดับโลก ระดับนานาชาติ ต้องมีการวางแผน มีผู้สนับสนุน ทั้งกำลังเงินและความคิด มีใจรัก ทีมงานทำงานอย่างทุ่มเท นักเขียนไทยจะสู่รางวัลโนเบลก็เช่นกัน ไม่ใช่จบแค่นักเขียนซีไรต์  อาเซียน ในอดีตกาล นางงามจักรวาลไทยได้มาถึง 2 คน เหรียญทองมวยโอลิมปิคได้ 3 คน เหรียญทองยกน้ำหนักหญิงอีก  2 คนกระมัง...ขอนักเขียนไทยรางวัลโนเบลสักคนได้ไหม ไม่รู้ต้องรอกี่ทศวรรษ คนไทยอีกกี่รุ่น นักเขียนไทยมีฝีมือมากมาย อยากให้กรรมการโนเบลได้อ่านมากเลย
                                   
มีข่าวล่าสุด(ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต, 28 พ.ค. พ.ศ.2558)
มาจากประเทศเกาหลีใต้ว่า ในงานประชุมสามัญประจำปี “สมาคมผู้จัดพิมพ์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Publishers Association : APPA)” นั้น “ปราบดา หยุ่น” อุปนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ได้รับคัดเลือกด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกทั้ง 17 ประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมผู้จัดพิมพ์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกคนล่าสุด โดยถือเป็นคนไทยเป็นคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้

สมาคมผู้จัดพิมพ์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Publishers Association : APPA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1992 โดยเป็นองค์กรในระดับนานาชาติ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันอุตสาหกรรมหนังสือให้เติบโตในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีสมาชิกจาก 17 ประเทศ คือ บังคลาเทศ บรูไน จีน ติมอร์ตะวันออก อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย มองโกเลีย ปากีสถาน ปาปัวนิวกีนี ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม ไต้หวัน และไทย

การได้รับการคัดเลือกครั้งนี้ ไม่ทราบจะมีผลต่อการก้าวไปข้างหน้าของนักเขียนในประเทศดังกล่าว มากน้อยแต่ไหน...หวังลึกๆน่าจะมีก้าวต่อไปสำหรับคนรุ่นใหม่เช่นคุณ ปราบดา หยุ่น วัย 42 ปี(นักเขียนซีไรต์ ปี พ.ศ.2545,เกิด 2 สิงหาคม พ.ศ.2516) เอาใจช่วยครับ.

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เมื่อบิดาสาวทราบ จึงมอบไข่จำนวนหนึ่งให้ชายหนุ่ม และให้รีบกลับบ้านโดยเร็ว ทันใดนั้น ได้ยินเสียงม้าวิ่งดังก้องมาแต่ไกล เป็นเสียงผีม้าบ้อง ซึ่งได้ไปเลียซากหัวควาย จึงได้ลิ้มรสพริกแต้อันเผ็ดร้อน มันจึงรู้ว่าเพื่อนแกล้ง ชายหนุ่มรีบลงเรือนสาว วิ่งกลับบ้านโดยเร็ว โดยมีผีม้าบ้องวิ่งไล่ตามไปติดๆ เมื่อเกือบทัน ชายหนุ่มก็โยนไข่ให้ 1 ฟอง ผีม้าบ้องก็หยุดเลียกินไข่ที่ตกแตกบนพื้นดิน ชายหนุ่มก็วิ่งห่างออกไป เหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ทุกระยะ เมื่อไข่หมดก็ถึงบ้านพอดี วิ่งขึ้นบ้านแล้วก็กลับบันได ตามคำแนะนำของบิดาสาว ผีม้าบ้องมาถึง มันพูดว่า ‘ เรือนใช่ บันไดบ่ะใจ่…’ ชายหนุ่มได้ยินเสียงม้าร้อง…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ครูที่เราเคารพศรัทธา มีตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ท่านเป็นครูทั้งการสอนและความประพฤติ ใครหนอเป็นครูคนแรก ตอบได้เลยว่าพ่อแม่ พ่อแม่บางคนทันสมัย ได้ทราบถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวว่า เด็กสามารถเรียนรู้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา มีการอ่านหนังสือให้เด็กฟังขณะอยู่ในท้องแม่ เป็นการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เด็กจะมีการพัฒนา เช่น ด้านภาษา กล้ามเนื้อ อารมณ์ ฯลฯ
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ควันจะฟังรู้เรื่องหรือไม่มิอาจยืนยันได้ แต่เด็กๆอย่างพวกเรา มักจะพูดอย่างนี้ทุกคน มันได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง บางครั้งว่าแก้เคล็ดแล้ว ย้ายที่นั่งผิงแล้ว ไฟยังตามรังควานไม่เลิก แสบจนต้องหลิวตาเบนหน้าหนี ยุคสมัยนั้น แต่ละบ้านจะมีการนั่งผิงไฟยามกลางคืน ส่วนใหญ่หย่อมบ้านยังใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด โทรทัศน์วิทยุยังไม่มี บ้านใครมีวิทยุใช้ถ่าน ถือว่าเยี่ยมยอด ทันสมัย ดังและเท่ ใครมักพูดถึงเสมอ วิทยุต้องใช้ถ่านเป็นลังทีเดียว วิทยุนี้จะมีหลอดตัวเร่งเสียงให้ดัง จึงได้เกิดสำนวนเปรียบเปรยคนพูดเสียงดังว่า “อู้ดังเหมือนวิทยุ 8 หลอด”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ใกล้ประตูบ้านอู๊ด เห็น “อุ๊ยลอย” ยายของอุ๊ด กำลังใช้ปลายนิ้วหมุนกระบอกข้าวหลาม กลับไปมาตามราวเหล็กเหนือกองถ่านแดง ราวเหล็กสำหรับผิงกระบอกข้าวหลามมีสองด้านขนานกัน ถ่านแดงๆกองอยู่ระหว่างราวทั้งสองนี้ กองถ่านแดงๆจะส่งความร้อนให้กระบอกข้าวหลามทั้งสองแถว แม่ของอุ๊ดเป็นลูกสาวของอุ๊ยลอย อุ๊ยลอยอายุ 60 กว่าปีไล่เลี่ยกับอุ๊ยคำของผม แต่ก็ยังขายข้าวหลามเลี้ยงตนเอง ผมวิ่งขึ้นบันไดไปหาอุ๊ยคำ กอดเอวอุ๊ยแล้วเหนี่ยวไหล่ลงมา กระซิบที่หูของตังค์ 1 บาท บอกจะไปซื้อข้าวหลาม “กิ๋นข้าวเจ้าแล้ว ยังบ่ะอิ่มเตี้ยกา ?” อุ๊ยบ่นแต่มือล้วงเข้าไปใต้เสื้อกันหนาว…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ทำตามอุ๊ยบอก เดินลงบันได สวมรองเท้าแตะที่เย็นเล็กน้อยมานั่งก้อม (ม้านั่งเตี้ย) ข้างกองไฟ เจ้านากคงนอนต่อไป ปีกจมูกสีดำชื้นๆขยับขึ้นลง แสงแดดอ่อน ค่อยสาดส่องลอดใบไม้กิ่งไม้สู่ลานบ้าน ความหนาวเยือกถูกเทพแห่งความร้อนรุกไล่ เสียงอุ๊ยตะโกนจากบนบ้าน ให้ผมปัดกวาดสาดแหย่ง (เสื่อที่ทอจากผิวคล้า คือกกชนิดหนึ่ง) ที่ปูบนตั่ง (ที่สำหรับนั่ง ไม่มีพนัก อาจมีขาหรือไม่มีขาก็ได้) ให้สะอาด ตั่งนี้อยู่ข้างรั้ว ห่างจากกองไฟเล็กน้อย สักครู่อุ้ยถือถ้วยมายืนที่ตีนบันได เรียกผมให้ไปรับ ผมสาวเท้าไปหา อุ๊ยบอกว่า “แกงผักขี้หูด” ใส่ปลาแห้งมันร้อน ให้ถือย่างระมัดระวัง อีกถ้วยใส่แคบหมูกรอบๆขนาดชิ้นละคำน่ากิน…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ปีนี้หนาวเหน็บจนคางสั่น ฟันกระทบกันดังกึกๆ วิทยุรายงานว่า หนาวที่สุดในรอบ 30 ปี ผมวัย 10 ขวบกับอุ๊ยคำ (มารดาของพ่อหรือแม่)เข้านอนแต่หัวค่ำ ไม่ได้มาหิง(ผิง)ไฟข้างรั้วเหมือนทุกคืน พ่อแม่ผมที่อยู่อีกหลังหนึ่ง มานั่งหิงไฟสักพัก พ่อได้ส่งเสียงถามอุ๊ย
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เวลา 13.00 น. เศษ ผมจำได้ว่าเป็นวัน “มาฆบูชา” เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โรงเรียนปิด ผมไม่ได้ไปฝึกสอนที่โรงเรียนเทศบาลวัดเชียงยืน บอกก่อนว่า ผมเป็นนักศึกษาวิทยาลัยครูเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยราชภัฏในปัจจุบัน) กำลังศึกษาในระดับ ป.ป.(ประโยคครูประถม) หลักสูตรเรียน 1 ปี ขณะนี้อยู่ระยะฝึกสอน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  อาจารย์ชูชัย อธิบายตัวอย่างพีชคณิตบนกระดานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ท่านหันมามองพวกเราสลับกับการบอกความเป็นมา เมื่อได้คำตอบของโจทย์แล้ว ท่านโยนเศษชอล์กกะให้ลงในกล่อง มันลงกล่องได้พอดิบพอดี เป็นครั้งแรกในการโยนราวสิบกว่าครั้ง ท่านยิ้มพอใจในผลงาน ขยับแว่นตานิดหนึ่ง หันมามองพวกเราอีกครั้ง “แค่นี้แหละ...เข้าใจไหม ? ใครไม่เข้าใจตรงไหนถามได้”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
หัวมะพร้าวถูกมีดสับเป็นฝาเล็กๆ เราใช้มือง้างออก เสียบหลอดดูดจากแม่ค้าลงไป กลิ่นหอมมะพร้าวเผาเข้าจมูกขณะเราก้มลงดูดน้ำมะพร้าวแสนหอมและหวาน เราแบ่งกันดูด พอน้ำหมด เราจะใช้นิ้วมือหยักเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆมาชิมก่อน จับมะพร้าวทั้งลูกทุบลงกับพื้นหินผ่าเสียงดังโป๊ะๆ จนกะลาแตก เราใช้มือทั้งสองดึงง้างให้กะลาแยกเป็นสองส่วน เนื้อมะพร้าวที่ล่อนไม่ติดกับผิวข้างใน จะปรากฏเป็นผลกลมให้เราได้ลองลิ้ม เนื้อมันมันนุ่มหอมเหมือนน้ำมะพร้าว ถ้าเป็นมะพร้าวแก่เนื้อจะหนา เนื้อจะบางถ้ามะพร้าวหนุ่ม กะลาที่กินหมดแล้วเราโยนเข้าป่าเพราะไม่มีถังขยะ ในน้ำใสยังมีกะลาถูกทิ้งลงไปหลายแห่ง…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าร้านนี้ ผมกินประจำ จะปั่นรถถีบ “ราเล่ห์” (RALEIGH) สีเขียวคู่ใจมาซื้อกินเสมอมา ซื้อไปกินกับข้าวเหนียวที่บ้านอร่อยมากครับ ไม่ใช่กินแบบประหยัด สาเหตุหนึ่งคงมาจากถูกสอน อะไรๆก็กินกับข้าวเหนียว เราเดินผ่านร้านนี้มาแล้ว แต่เสียงตะหลิวสัมผัสกระทะขณะผัดก๋วยเตี๋ยว ยังดังตามหลังเรามาแล้วห่างหายไป แต่ภาพเส้นราดหน้าขนาดขนาดใหญ่ ที่ถูกจับวางบนแผ่นวัสดุใส่ ซึ่งรองด้วยกระดาษหนังสือชั้นล่างสุด เจ้าตี๋คนผัดฝีมืออันดับหนึ่งของร้าน ใช้กระบวยตักน้ำราดหน้า ที่มีเนื้อหมูชิ้นหวาน คละเคล้าผักคะน้าคลุกน้ำขุ่นข้น ถูกเทราดลงบนเส้น…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ห้างตันตราภัณฑ์ เป็นร้านขายของที่ดังที่สุดของเชียงใหม่ขณะนั้น ใครซื้อสินค้าจากร้านนี้ถือว่าคุณภาพเยี่ยมแต่ราคาค่อนข้างแพง สินค้าขายมีนานาชนิด เช่น เสื้อกันหนาว เสื้อ กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา แว่นตา ของเล่นเด็ก ฯลฯ พวกเราเดินกันไปจนสุดถนนท่าแพ มองข้ามถนนไปตรงหน้า จะเห็นประตูท่าแพ พวกเรานักเที่ยววัยรุ่นผู้ชอบเที่ยวแบบประหยัด เลี้ยวซ้ายตามกันไปเป็นพรวน เดินไปไม่กี่ก้าวจะถึงโรงหนังสุริวงค์ พาเหรดเข้าไปในโรงหนัง กระจายกันดูหนังแผ่นตามแผงที่ติดรูป โดยมีกระจกปิดอีกชั้น เป็นภาพโปรแกรมหนังที่ฉายในวันนี้ และโปรแกรมต่อไป…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา “เจียงใหม่” ครั้งกระนั้นเป็นอย่างไร อยากฉายภาพให้คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันได้รับรู้ อยากเล่าเรื่องราวที่ผมได้พบเห็น ได้โลดแล่นบนแผ่นดินนี้ ได้เดินไปมาบนถนน ได้หายใจได้สัมผัส และยังเหลือร่องรอยเค้าเดิม มากบ้างน้อยบ้าง ให้ผู้คนในวันนี้ได้มองเห็นบ้านเรือน ถนนหนทาง สะพานนวรัฐ เจดีย์กิ๋ว เจดีย์หลวง ประตูท่าแพ ดอยสุเทพ ห้วยแก้ว ฯลฯ วัฒนธรรมอันดีงามของคนเมือง ทั้งยังสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวที่ผ่านมาไม่นานกับปัจจุบันได้ โดยสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ สิ่งตีพิมพ์เก่าได้ไม่ยากนัก