Skip to main content

ผมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นฝีมือของพวกฉวยโอกาส หากพันธมิตรฯจะทำก็ต้องเป็นตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี เพราะสามารถสร้างความเสียหายมากกว่า ได้ผลมากกว่า และสะใจมากกว่า ไม่อย่างนั้นจะเก็บไว้อย่างดีทำไม

สุริยะใส กตะศิลา, 5 ธ.ค. 2551

 

ทีมข่าวการเมือง

 

ภาพในตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาลหลังการชุมนุมยุติ
ที่มาของภาพ
: คุณ Me.....O กระดานข่าวพันทิพ ห้องราชดำเนิน
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7288033/P7288033.html

 

ประกาศชัยชนะหรือคำปลอบใจมวลชน

2 ธ.ค. หลังจากมีคำตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน กับอีก 2 พรรคร่วมรัฐบาลอย่างชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ใครจะไปนึกว่าพันธมิตรฯ ที่ตลอดบ่ายของวันนั้นมีข่าวว่า แกนนำอย่างสมศักดิ์ โกศัยสุขยังยืนยันจะชุมนุมต่อไป แต่ไม่รู้ว่าได้ สัญญาณ อะไร พอถึงเวลา 18.30 น. หลังแกนนำรุ่น 1 และรุ่น 2 หารือกันที่บ้านพระอาทิตย์ ก็ออกมาประกาศชัยชนะ [1] และประกาศให้ยุติการชุมนุมอันยาวนาน อ่อนล้า และถูกสาปแช่ง ก่นด่ากว่า 193 วัน ในวันที่ 3 ธ.ค.

ไม่รู้ว่าแกนนำพันธมิตรฯ และบรรดาผู้ให้ท้ายจะคิดว่าพวกเขาชนะจริงหรือไม่ เพราะเครือข่ายของสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ระบอบทักษิณนั้น ลำพังอำนาจตุลาการไม่อาจฆ่าไม่ได้ทำลายไม่หมดไปเสียแล้ว การยุบพรรคพลังประชาชน ได้เกิดความไม่พอใจในหมู่ฐานเสียงของพรรคพลังประชาชน แถมบรรดา ส.ส.พลังประชาชน ที่รอดตายจากการล้างโคตรทางการเมืองก็เดินทางไปสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งที่ยุบไปแล้วและไม่ยุบก็ประกาศแล้วว่าจะสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เชื่อว่าถ้าอำนาจอื่นหรือกำลังภายในไม่สำแดงฤทธิ์เดชอีก หรือกลุ่มเพื่อนเนวินและกลุ่มต่างๆ ไม่หันไปซบประชาธิปัตย์หนุน 'พี่มาร์ก' เสียก่อน พวกเขาในนามพรรค เพื่อไทยก็เตรียมจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ได้เลย

 

เลิกชุมนุม ถอยตั้งหลัก

การยุบพรรคพลังประชาชนก็ดูเป็นเรื่องเป็นราวและเป็นชิ้นเป็นอันเพียงพอที่จะนำมาเป็น ข้ออ้างที่ฟังขึ้นสำหรับมวลชนที่เหนื่อยล้าจากศึก ม้วนเดียวจบที่ดำเนินมาตั้งแต่ 23 พ.ย. ประกอบกับแรงกดดันจากสังคมจากการยึดครองสนามบินดอนเมืองอันเป็นทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว และสนามบินสุวรรณภูมิจนทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วประเทศ ประกอบกับมวลชนบาดเจ็บล้มตายจากการจองกฐินจาก กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่ใช้ระเบิดโจมตีพันธมิตรฯ เกือบทุกคืนที่ทำเนียบรัฐบาล และต่อมาการโจมตีขยายวงไปที่ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ

จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องประกาศชัยชนะเลิกชุมนุม ไม่ได้แปลว่าพันธมิตรชนะหรือแพ้ แต่เป็นการถอยไปตั้งหลักมากกว่า และดูเป็นการถอยที่รีบร้อน ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อการถอยด้วย ดูได้จากเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ พล.ต.จำลอง ประกาศให้ผู้ชุมุมรีบถอนออกจากทำเนียบให้ไปสมทบกันที่ดอนเมือง และสุวรรณภูมิเมื่อ 1 ธ.ค. เนื่องจากเกรงว่าผู้ชุมนุมจะไม่ปลอดภัย โดยในทำเนียบมีการปิดเวทีปราศรัยในเวลา 20.00 น. และเหลือเพียงนักรบศรีวิชัยเฝ้าอยู่ โดยผู้สื่อข่าวไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในได้ ต้องรอจนถึงเช้าวันที่ 2 ธ.ค. [2]

 

ข้าวของ หลักฐานที่เก็บไม่ทัน

สมมติฐานเรื่องการถอยที่รีบร้อนนั้น ยิ่งปรากฏชัดหลังจากประกาศชัยชนะและต้องคืนทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 4 ธ.ค. ก็มีข่าวพันธมิตรฯ เคลียร์ หลักฐานในทำเนียบไม่หมด

ทั้งเรื่องที่ ตำรวจนครบาลภาค 1 พร้อมเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด และพนักงานทำความสะอาด กทม. เข้าเคลียร์พื้นที่รอบนอกทำเนียบรัฐบาลเมื่อเช้าวันที่ 3 ธ.ค. มีการพบน้ำกรดบรรจุขวดเครื่องดื่มชูกำลังจำนวนมาก โดยน้ำกรดนั้นมีอานุภาพทำลายเยื่อบุโพรงจมูก ใกล้ๆ กันนั้นพบขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีการนำผ้ามาเป็นฉนวนคล้ายระเบิดเพลิง และยังยึดได้กระป๋อง ท่อพีวีซี หรือวัตถุดัดแปลงอาวุธต่างๆ [3]

ทั้งเรื่องที่ นายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีและบรรดาผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล เข้าตรวจสอบความเสียหายของทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 4 ธ.ค. และพบอาวุธสารพัด เช่น ระเบิดปิงปองหลายสิบลูก ไม้ติดปลายมีด ไม้คมแฝก ไม้กอล์ฟ ท่อนเหล็ก เสื้อเกราะ โล่ ระเบิดเพลิง กระสุนปืน สนับแขนที่ทำจากท่อพีวีซี หลายร้อยชิ้น รวมทั้งพลุที่มีอำนาจระเบิดที่รุนแรงรัศมีกว้าง 10 เมตร สามารถทำให้ อวัยวะฉีกขาดได้ถ้าโดนในระยะใกล้ๆ และลูกปืนขนาด .38 อีก 110 นัด

มิพักต้องพูดถึงสภาพเสียหาย การทุบประตู หน้าต่างของตึกบัญชาการ 1-2 เพื่องัดแงะทรัพย์สินราชการและทรัพย์สินส่วนตัวของข้าราชการ มิพักต้องพูดถึง ระเบิดคนอุจจาระบนโต๊ะทำงานรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี [4]

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่าง สุริยะใส กตะศิลา เคยบอกเมื่อ 1 ธ.ค. ว่า สำหรับการดูแลทรัพย์สินภายในทำเนียบฯ พันธมิตรได้จัดเวรยามและป้องกันรักษาสมบัติทุกชิ้นไว้อย่างดี ไม่มีการสูญหายหรือไปทำลายทรัพย์สินใดๆ ทั้งสิ้น [5]

สุริยะใสยังบอกว่า หากสำนักนายกฯ ต้องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ก็สามารถทำได้ตามสิทธิ์ แกนนำพันธมิตรทั้งหมดพร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะพวกเราไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายอยู่แล้ว[6]

 

ปัดไม่เกี่ยว ถ้าจะทำต้อง ไทยคู่ฟ้า-สันติไมตรี

แต่พอเกิดเรื่องเคลียร์ หลักฐาน ไม่หมด สุริยะใสจึงออกมาแก้เกี้ยวเมื่อ 5 ธ.ค. ว่าว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากสายข่าว พวกมิจฉาชีพ เข้ามาฉวยโอกาสสร้างความเสียหายและโยนความผิดให้กับพันธมิตรฯ และอ้างว่าเพราะในคืนวันที่ 1-3 ธ.ค.51 ที่ผ่านมาทำเนียบรัฐบาลไม่มีการ์ดพันธมิตรฯ อยู่เลย [7]

ข้อมูลของสุริยะใส จึงสวนทางกับข้อเท็จจริงที่ พล.ต.จำลอง สั่งให้การ์ดตรึงกำลังเฝ้าทำเนียบไว้ตั้งแต่คืนวันที่ 1 ธ.ค. หลังให้ผู้ชุมนุมถอนออกจากทำเนียบ ในคืนนั้นแม้แต่นักข่าวจะเข้าไปในทำเนียบก็ยังไม่ได้ ต้องรอกระทั่งเช้า การ์ดถึงจะยอมให้เข้าไปทำข่าวในทำเนียบได้

สุริยะใสยังกล่าวว่า

ผมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นฝีมือของพวกฉวยโอกาส หากพันธมิตรฯจะทำก็ต้องเป็นตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี เพราะสามารถสร้างความเสียหายมากกว่า ได้ผลมากกว่า และสะใจมากกว่า ไม่อย่างนั้นจะเก็บไว้อย่างดีทำไม[8]

คงต้องช่วยกันเชื่อผู้ประสานงานพันธมิตรฯ รายนี้ ว่าระดับพันธมิตรฯ ออฟฟิศข้าราชการทำเนียบกระจอกๆ คงไม่ทำแน่นอน ต้องเป็นระดับไทยคู่ฟ้า สันติไมตรี

เหมือนกับที่เอ็นบีที ที่พวกเขาเคยส่งคนไปยึดเพื่อหวังเชื่อมต่อสัญญาณ ASTV มาแล้ว

เพราะสามารถสร้างความเสียหายมากกว่า ได้ผลมากกว่า และสะใจมากกว่า

เหมือนกับที่สุวรรณภูมิ ที่พวกเขาก็ไม่เคยเอาไว้มาแล้ว ด้วยการเข้าไปชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จนเสมือนถูกปิดประเทศโดยปริยายในวันที่ 25 พ.ย. – 3 ธ.ค. รวมเวลากว่า 9 วัน จนส่งผลกระทบต่อการคมนาคมขนส่ง ภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจปากท้องของเพื่อนร่วมชาติโดยรวม

เพราะสามารถสร้างความเสียหายมากกว่า ได้ผลมากกว่า และสะใจมากกว่า

บทสรุปของพันธมิตรฯ เฟส 2 ตลอด 193 วัน สังคมไทยสูญเสียถ้วนหน้า ขณะที่พวกเขาและผู้ให้ท้ายสามารถประกาศชัยชนะกันได้อย่างชื่นบาน!

 

หมายเหตุ

[1] คุณ hectic101 ในกระดานข่าวประชาไทตั้งข้อสังเกตเรื่องการรีบประกาศชัยชนะและยุติการชุมนุมของพันธมิตรเอาไว้ ใน http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic.php?id=755680

[2] จำลอง ประกาศถอนคนออกจากทำเนียบฯ ยืนยันยังไม่คืน, ประชาไท, 1 ธ.ค. 2551 http://www.prachatai.com/05web/th/home/14705 และ พันธมิตรฯ ย้ายไม่จริง ให้การ์ดตรึงทำเนียบ, ประชาไท, 2 ธ.ค. 2551 http://www.prachatai.com/05web/th/home/14720

[3] ตร.ค้นทำเนียบเจอพลุแท่ง-น้ำกรดอื้อ, เดลินิวส์, 3 ธ.ค. 2551 http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=184303&Newstype=1

[4] ทำเนียบเยิน-เสียหาย25ล., มติชนรายวัน, 5 ธ.ค. 2551

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0104051251&sectionid=0101&day=2008-12-05

[5] ยอมทิ้งทำเนียบแล้ว พธม.อพยพ ปักหลัก2สนามบิน, ข่าวสด, 2 ธ.ค. 2551

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEF5TVRJMU1RPT0=

[6] แหล่งเดียวกัน

ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เป็นคำคมที่สุริยะใสนำมาจากคำพูดของ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง อดีตประธานกรรมการ บมจ.เหมราชพัฒนาที่ดิน) ที่เพิ่งถูกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นบุคคลล้มละลาย ลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 1 ก.ค. 2551 ในคดีหมายเลขแดงที่ 4423/2549

สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ยังเป็นนายทุนพรรคชาติไทย เป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทยที่เพิ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองหลังพรรคถูกยุบ

[7] สุริยะใสแจงหากพันธมิตรฯจะทำลายข้าวของจริง ตึกไทยคู่ฟ้าไม่พ้นแน่ เพราะสะใจกว่า, แนวหน้า, 5 ธ.ค. 2551, http://www.naewna.com/news.asp?ID=137001

[8] แหล่งเดียวกัน

บล็อกของ หัวไม้ story

หัวไม้ story
 ทีมข่าวการเมืองข่าวเรื่องนิตยสาร ดิ อิโคโนมิสต์ ถูกแบน ในประเทศไทย ได้รับการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของเอพี และเสตรทไทม์ ขณะที่ในเมืองไทย [1] ข่าวดังกล่าวไม่ปรากฏในสื่อกระแสหลัก และเพิ่งมาปรากฏขึ้นในลักษณะของการตอบโต้จากทางการไทย ผ่าน.นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงบรรณาธิการนิตรสาร ดิ อิโคโนมิสต์  ระบุว่า....            "รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งต่อมุมมองและทัศนคติของนิตยสารฉบับดังกล่าว ซึ่งลงบทความเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไทย และตีความเหตุการณ์ต่างๆ ไปตามการคาดเดา…
หัวไม้ story
“ผมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นฝีมือของพวกฉวยโอกาส หากพันธมิตรฯจะทำก็ต้องเป็นตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี เพราะสามารถสร้างความเสียหายมากกว่า ได้ผลมากกว่า และสะใจมากกว่า ไม่อย่างนั้นจะเก็บไว้อย่างดีทำไม” สุริยะใส กตะศิลา, 5 ธ.ค. 2551  ทีมข่าวการเมือง   ภาพในตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาลหลังการชุมนุมยุติที่มาของภาพ: คุณ Me.....O กระดานข่าวพันทิพ ห้องราชดำเนินhttp://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7288033/P7288033.html  
หัวไม้ story
"ถ้างวดนี้ มีการใช้ความรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง พี่น้องครับ พี่น้อง พ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศไทย ต้องลุกฮือขึ้นมาแล้วให้เลือดนองแผ่นดิน"  ... "ผมจะบอกให้พวกสัตว์นรกรู้ ว่างวดนี้ถ้าประชาชนเขามา เขามาพร้อม ‘ของ' กันหมด" - สนธิ ลิ้มทองกุล 20 พ.ย. 2551 ทีมข่าวการเมืองประชาไท สนธิ ลิ้มทองกุล ได้รับการอารักขาโดย ‘นักรบศรีวิชัย’ เมื่อ 26 ส.ค. 51 ที่มาของภาพ adaptorplug (CC)  
หัวไม้ story
  วันที่ 15 พฤศจิกายน คือวันประชุมสุดยอดผู้นำโลก 20 ชาติว่าด้วยเศรษฐกิจ ซึ่งถูกคาดหมายว่า จะเป็นการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการทางการเงินของโลกอีกครั้งหลังจากมันเคยเกิดขึ้นแล้วหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเศรษฐกิจโลกพังพาบลง จนนำมาสู้ระบบแลกเปลี่ยนเงินที่ชื่อว่า Bretton Woods SystemG20: "we must rethink we must rethink the financial system from scratch, as at Bretton Woods."นิโคลัส ซาร์โกซี ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศสเป็นผู้เอ่ยประโยคนี้ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา และนำมาสู่การกำหนดการประชุมสุดยอดผู้นำโลกที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 พ.ย. นี้
หัวไม้ story
โอบามากับสงครามสีผิวที่กำลังจะเปิดฉาก? ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่งจบลงไปด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของบารัก โอบามา ผู้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นคนผิวสี คนแรกที่เดินเข้าสู่ทำเนียบขาวในฐานะประธานาธิบดี โอบามา เป็นลูกผสมระหว่างแม่ซึ่งเป็นคนผิวขาว กับพ่อเชื้อสายแอฟริกัน ซึ่งไม่ได้ย่างเท้าลงบนแผ่นดินอเมริกาในฐานะทาส แต่เป็นนักศึกษา แม้จะไม่ใช่คนผิวดำ หรือลูกหลานแอฟริกันขนานแท้ ที่เติบโตขึ้นจากครอบครัวที่มีบรรพบุรุษเป็นทาส แต่บารัก โอบามา ก็ถูกจำจดในฐานะเป็นตัวแทนของคนผิวสีที่ได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี แม้จะไม่ได้ผ่านประวัติศาสตร์ร่วมกับคนแอฟริกัน-อเมริกัน…
หัวไม้ story
แม้ว่าคนจนในประเทศไทย จะเลือกตาย ด้วยหวังให้การตายส่งเสียงได้มากกว่ายามที่พวกมีชีวิตอยู่ ทว่า ไม่ช้าไม่นาน ความทรงจำของสังคมก็เลือนรางลงไป แต่คนจนอย่างนวมทอง ไพรวัลย์ เลือกวิธีตาย และเลือกใช้การตายของเขาส่งเสียงดังและอยู่ยาวนาน อย่างน้อยก็ใน 2 ปีต่อมา เขายังไม่ถูกลืมเลือน
หัวไม้ story
ประชาไทขอนำเสนอคลิปวิดิโอ 'หลังทักษิณ' มุมมอง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากคนใกล้ตัวที่บ้านเกิด อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และบทวิเคราะห์การเมืองไทยหลังทักษิณ โดย รศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ นักวิชาการภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
หัวไม้ story
  ทีมข่าวภาคใต้มายาภาพของการต่อสู้ทางการเมืองไทยในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ถูกกล่าวว่าอ้างว่าเป็นสงครมมระหว่างภูมิภาค คือ ภาคใต้ กับภาคเหนือและภาคอิสาน แต่หากมองลึกลงไปในกระบวนการต่อสู้ของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและพรรคพลังประชาชน อาจพบว่าแท้จริงแล้วการพื้นที่ทางการเมืองระดับนำก็ยังคงเป็นของคนใต้อยู่เช่นเดิม
หัวไม้ story
จับตาการเดินทัพของพันธมิตรฯ จากคำปราศรัยของแกนนำชื่อ ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ หลังประกาศทบทวนแนวทางสันติวิธี ระบุแกนนำทั้งหลายไม่กลัวตาย “แต่ถ้าพวกเราบางคนจะต้องตาย พี่น้องสัญญาอย่าง ต้องให้แผ่นดินนี้ ลุกขึ้นเป็นไฟให้ได้”
หัวไม้ story
  เมื่อพูดกันถึงเรื่องการปฏิรูปการเมืองก็ไม่แคล้วตามมาด้วย การแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้ง นับเป็นสิ่งที่สังคมไทยถนัดในการแก้ปัญหาการเมืองโดยการเขียนอะไรบางอย่างขึ้นมาบังคับอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร กระทั่งแม้แต่นักกฎหมายมหาชนเองก็ยังแซวผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตัวเองได้ว่า ประเทศไทยนั้นมีความเชี่ยวชาญในการร่างรัฐธรรมนูญที่สุดในโลกนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2539 กล่าวในรายการตอบโจทย์  ทางสถานีไทย เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่าที่สุดแล้ววิกฤตของการเมืองไทยวันนี้มันก็เริ่มมาจากการแก้รัฐธรรมนูญที่ฝ่ายรัฐบาลนำเสนอนั่นเองย้อนเหตุการณ์ให้ฟังอีกครั้งว่า…
หัวไม้ story
  พิณผกา งามสม   ในระหว่างที่การต่อสู้ทางการเมืองไทยยังคงถกเถียงกันเรื่องโมเดลการเมืองใหม่ การเมืองใหม่กว่า รวมถึงระบบโควตาและระดับความชอบธรรมของ ‘เสียง' การเมืองเพื่อนบ้านของไทยก็กำลังเข้มข้นอยู่บนหนทางเดิมๆ ตามระบอบรัฐสภาเมื่อนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านของมาเลเซียประกาศว่าจะเขย่ารัฐบาลมาเลย์ให้ล่มเพื่อเปิดโอกาสในการจัดสรรที่นั่งในสภากันใหม่ โดยยึดเอาวันที่ 16 กันยายนเป็นวันดีเดย์ แรกทีเดียว หลายฝ่ายอาจคิดว่าเป็นเพียงการสร้างสีสันให้การรณรงค์ทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้านอย่างที่เคยทำมาอย่าแข็งขัน เพราะต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า…
หัวไม้ story
  วิทยากร  บุญเรืองขณะที่ Frank Lampard ดาวเตะแข้งทองของทีม Chelsea พึ่งบรรลุข้อตกลงสัญญา 5 ปีที่มีมูลค่าสูงถึง 39.2 ล้านปอนด์ โดย Lampard จะได้รับค่า 151,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็น 3,775 ปอนด์ต่อชั่วโมง! แต่จากการสำรวจของ The Fair Pay Network และ Institute of Public Policy Research (IPPR) พบว่าพนักงานทำความสะอาด พ่อครัวแม่ครัว และแรงงานตัวเล็กๆ ทั้งหลาย ของสโมสรอย่าง Chelsea, Spurs, Arsenal, West Ham และ Fulham กลับได้รับค่าเหนื่อยจากสัญญาจ้างค่าแรงขั้นต่ำแค่ 5.52 ปอนด์ต่อชั่วโมงเท่านั้น