โรงเรียนกับรากฐานความสัมพันธ์ของ "รัฐนำการพัฒนา"

กรอบคิดเรื่อง "รัฐนำการพัฒนา" หรือ Developmental State เป็นการอธิบายบทบาทของรัฐบาลที่เข้ามามีส่วนในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ การผลิต และการเข้าแทรกแซงตลาด รวมไปถึงการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศ ในกรณีของญี่ปุ่น บทบาทของกระทรวง Ministry of International Trade and Industry (MITI) มีบทบาทอย่างมากในการควบคุมทิศทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นโดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนตัวของนักการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ดังเช่นโรงเรียนอิจิโกะ (Ichiko) ที่เป็นโรงเรียนระดับสูง (higher school) แห่งแรกของญี่ปุ่น จริงๆก็คือแนวๆโรงเรียนม.ปลาย 

สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง โรงเรียนอิจิโกะก็เป็นเหมือนแหล่งผลิตนักเรียนผู้ชายเพื่อป้อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยโตเกียว (Tokyo University) เพื่อที่ไปรับราชการของญี่ปุ่นต่อไป โรงเรียนมีระบบการสอนและการจัดการเตรียมความพร้อมสร้างเครือข่ายให้นักเรียนหลายๆอย่าง เช่น นักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนชาย แต่งเครื่องแบบ อยู่หอด้วยกัน

ในหอมีห้องพักอาศัยจำนวน 90 ห้อง โดยแต่ละห้องก็จะมีนักศึกษาอาศัยอยู่ด้วยกันประมาณ 10-12 คน โดยการแบ่งนักเรียนตามห้องจะแบ่งตามความชอบความสนใจของนักเรียน เช่น ความสนใจเรื่องการยิงธนู การปีนเขา หรือความสนใจเรื่องมาร์กซิสต์ เป็นต้น

ตัวแทนของแต่ละห้องก็จะเข้าไปเป็นตัวแทนในสภาของโรงเรียนที่มีหน้าที่ตัดสินใจประเด็นบางเรื่องของโรงเรียน

นักเรียนที่นี่จะถูกสอนให้คิดเสมอว่า พวกเขามีหน้าที่พิเศษที่จะต้องออกไปนำพาประเทศชาติ เพราะคนข้างนอกที่เป็นชาวบ้านชาวประชาทั่วไปนั่นขี้เกียจ (lazy) และขาดความรู้ (ignorant) เกินกว่าจะทำหน้าที่นำพาประเทศชาติได้

นักเรียนในโรงเรียนจะมีพิธีกรรมต่างๆที่ทำให้นักเรียนเกิดอัตลักษณ์ร่วมกันภายในโรงเรียน และความรู้สึกอัตลักษณ์ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบ สัญลักษณ์เกียรติยศต่างๆ ประตู หรือแม้แต่ธงของโรงเรียนที่ชื่อว่า "ธงปกป้องประเทศ" (flag to protect the nation)

โรงเรียนไม่มีเพลงประจำโรงเรียน หากแต่ใช้เพลงที่ชื่อว่า Cherry Blossoms Received in the Jade Sake Cup ที่มีเนื้อร้องว่า

"Common people lead the lazy life, but we despise such attitude. The people are drowning in a sea of international struggles, but we have to save them and steer the ship. Drawn the sword at the top of the ship, the devils now hide, seas are calm."

นักเรียนที่จบจากโรงเรียนนี้ไปก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียว แล้วสร้างเครือข่ายของพวกเขาทั้งในระบบราชการ และธุรกิจ จนกลายมาเป็นลักษณะสำคัญของสังคมญี่ปุ่นที่สืบทอดมาถึงแม้กระทั่งปัจจุบันนี้

-----------

ที่มาของเนื้อหา: Richard A. Colignon & Chikako Usui. (2003). Amakudari: The Hidden Fabric of Japan's Economy. New York: Cornell University Press, pp.32-33. 

ที่มาของภาพ: http://www.oldtokyo.com/the-1st-higher-school-tokyo-c-1910/

ข้อสังเกตต่อภูมิภาคศึกษา​ (?)

ผมเริ่มต้นเขียน blog นี้ด้วยความสนใจต่อประเด็นองค์ความรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภูมิภาคนิยม และภูมิภาคศึกษา จึงอยากเริ่มเขียนและสนทนากับผู้สนใจในประเด็นที่คล้ายๆกัน ผมใช้เวลาคิดอยู่หลายวันว่าจะเริ่มต้นเขียนหัวข้ออะไรเป็นหัวข้อเปิด ซึ่งจะได้เชื่อมโยงต่อไปยัง