สัมภาษณ์พิเศษ ประธานายกจอมพลนายพล อาราดีน เผด็จการคนสุดท้ายกับหนึ่งปีประชาธิปไตยในวาดิย่า

         สวัสดีครับพบกับรายการพะโล้ทุกเรื่องกับมิสเตอร์อเมริกันอีกครั้ง ตอนนี้ผมอยู่ที่ประเทศวาดิย่า ประเทศเล็ก ๆ ทางแอฟริกาเหนือครับ ซึ่งพึ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีในระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี และตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่กับประธานาธิบดีนายกรัฐมนตรีแห่งวาดิย่า นายพล อาราดีนครับ
 

 

มิสเตอร์อเมริกัน : สวัสดีครับ

นายพล อาราดีน : สวัสดีเช่นกันครับ ว่าแต่ไอ้นั้นมันคืออะไร

มิสเตอร์อเมริกัน : ครับ เขาเรียกว่าการสวัสดีครับเป็นการทักทายของคนไทยครับท่าน

นายพล อาราดีน : งั้นเหรอ งั้นก็ช่างหัวมันเถอะนะ 

มิสเตอร์อเมริกัน : มาเข้าเรื่องกันดีกว่านะครับ ก่อนอื่น ผมต้องขอแสดงความยินดีกับชัยชนะอย่างท่วมท้นถล่มทลายในการเลือกตั้งที่ผ่านมาของท่านนะครับ ท่านคิดว่าชัยชนะแบบท่วมท้นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ

นายพล อาราดีน : อ๋อ... ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ประชาชนนิยมในตัวผมก็แค่นั้น ผมทำประโยชน์ให้กับประเทศนี้เยอะแยะจนตัวเองพูดไม่ถูกเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางสาธารณะสุข นโยบายด้านการศึกษาและอื่น ๆ ผมคิดว่า นั้นคือสาเหตุที่คนเลือกผมครับ และก็บวกกับโชคช่วยเล็ก ๆ และก็รถถัง

มิสเตอร์อเมริกัน : รถถัง ??? 

นายพล อาราดีน : ใช่ รถถัง

มิสเตอร์อเมริกัน : หมายความว่ายังไงครับ ไอ้รถถังน่ะ

นายพล อาราดีน : ก็รถถังน่ะสิครับ ตอนเลือกตั้งผมเอารถถังไปตั้งไว้เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับผู้มาเลือกตั้งก็เท่านั้นแหละครับ มีพวกไม่หวังดีกับการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ไปสู่การเป็นประชาธิปไตยเยอะแยะไปหมด เพราะงั้นการปกป้องประชาชนจากอันตรายก็เป็นหน้าที่ของรัฐไม่ใช่เหรอ

มิสเตอร์อเมริกัน : โอเคครับ บางคนสงสัยว่า ทำไมคุณถึงตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศจากเผด็จการไปเป็นประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่คุณบอกว่า คุณเกลียดระบอบนี้

นายพล อาราดีน : ที่สหประชาชาติผมพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว อย่างแรก ประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ห่วยที่สุดในสายตาของผม ต้องมานั่งฟังมุมมองโง่ ๆ ของคนอื่นทุกวัน ให้คุณค่าของคนหนึ่งเสียงเท่ากัน ทั้งผู้หญิงคน คนดำ ไปจนถึงคนพิการ ที่คุณหลายคนก็ไม่ได้มองว่า พวกเขาเท่าเทียมกันกับคุณ ถ้าให้เปรียบประชาธิปไตยเป็นมนุษย์ล่ะก็มันคงจะขนจั๊กกะแร้ดก อ้วน เหมือนพวกคนแคระใส่วิกราคาถูก พูดรวม ๆ ก็คือ ประชาธิปไตยมันมีข้อเสีย ไม่ใช่ระบอบสมบูรณ์แบบ เหมือนเผน็จการนั้นล่ะ 

มิสเตอร์อเมริกัน : เพราะแบบนั้นคุณถึงฉีกรัฐธรรมนูญของทาเมียร์ที่ร่างเอาไว้

นายพล อาราดีน : ใช่ เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เป็นสัญญาให้พวกทุนข้ามชาติ พวกบริษัทหน้าเลือดเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศที่รักยิ่งของผมต่างหาก คุณลองคิดสิว่า ถ้าพวกนี้เข้ามาจะสูบน้ำมันในประเทศของผมออกไปมากมายขนาดไหน แถมมันยังจับผมไปจะฆ่าแล้วเอาตัวปลอมมาสวมรอยแทนอีกต่างหาก 

มิสเตอร์อเมริกัน :  มีคนบอกว่า คุณยอมเปลี่ยนแปลงประเทศเพราะประสบการณ์ในการไปอยู่ที่อเมริกา

นายพล อาราดีน : คงงั้น มันเป็นประสบการณ์ที่ดีใช่เล่นนะ คุณลองคิดถึงประเทศที่ชุมนุมประท้วงเพื่อช่วยเหลือประเทศที่คุณยังต้องหันมาถามว่า มันอยู่ที่ไหนเนี่ย มันคงเป็นอะไรที่ตลกสุดยอดเลยนะ และแบบว่า ผมนั่งขำนะเวลาที่เดินไปบนถนนแล้วได้ยินประมาณว่า ผมเป็นผู้นำเผด็จการแบบไหนในสายตาของคนอเมริกันเนี่ย ผมพึ่งรู้นะว่า ผมสั่งประหารประชาชนเป็นพัน ๆ  คน ด้วยเรื่องไร้สาระ ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่เคยทำ อะไรนะ โอเค ผมสั่ง แต่ไม่มีใครตายสักหน่อย แค่โดนเนรเทศมาไว้ที่ประเทศนี้ก็เท่านั้น ผมถามจริงนะ ทำไมพวกคุณถึงเกลียดเผด็จการกันจังนะ ลองจินตนาการประเทศคุณเป็นประเทศคุณเป็นเผด็จการดูสิ

มิสเตอร์อเมริกัน  : (…)

นายพล : โอ้... ลืมไป ประเทศคุณมันมีรัฐประหารตั้ง 17 ครั้งนี่เนอะ คงจินตนาการออก แถมมีรัฐบาลทหารอีกเป็นกระตัก เอาเถอะ ลองจินตนาการดูล่ะกัน ถ้าประเทศคุณเป็นเผด็จการน่ะ คนแค่หยิบมือเดียวก็ฮุบเอาทรัพย์สมบัติของชาติไป คนรวยก็จะช่วยกันรวยขึ้นไปอีกด้วยกลไกของภาษี พอเจอวิกฤตกันทีก็พากันล้มลงบนฟูกนิ่ม ๆ โดยไม่ต้องไปแยแสพวกรากหญ้าที่ขาดสวัสดิการหรือการศึกษาอะไรพวกนั้น เพราะฉลาดมากก็วุ่นวายตามไปด้วย เผด็จการน่ะไม่ชอบให้ประชาชนฉลาดเพราะ มันควบคุมยากแถมพวกสื่อนี่คุณอาจจะเห็นว่า พวกเขามีอิสระ แต่เอาจริงเขาก็มีเบื้องหลังคอยชักใยอยู่ เวลารัฐบาลไปขัดขาใครเข้า คุณก็กระทืบซ้ำ แถมคุณเป็นเผด็จการคุณจะดักฟังโทรศัพท์ก็ได้ จะจับต่างชาติมาทรมานขังคุกนรกก็ได้ สามารถโกงเลือกตั้งก็ได้ แต่งเรื่องโกหกคนเพื่อทำสงคราม ใส่ร้ายชาติอื่นว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ตั้งข้อหาพิเศษ เพื่อจับคนบางกลุ่มเข้าคุก โดยไม่มีใครกล้าเถียง สั่งสื่อปลุกกระแสตื่นกลัวให้ประชาชนเพื่อให้พวกเขาสนับสนุนนโยบายที่ทำลายประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พวกของคุณ ดูอย่างคิม จอง อิล สิ เขาคุมประเทศสงบราบรื่นเพราะอะไร เพราะเขาตามสิ่งที่ผมพูดออกมาทั้งหมดไม่ใช่หรือไง

มิสเตอร์อเมริกัน :  แต่ว่ามีคนบอกว่า คุณรังเกียจยิว แล้วภรรยาของคุณเป็นยิว จะไม่ขัดกันเหรอ

นายพลอาราดีน : ใช่ ผมเกลียดยิว คนดำ ลิงเหลือง และก็พวกอเมริกัน แต่เรื่องพวกนี้ผมมองว่า มันเป็นเรื่องที่ทุกชาติมีกันทั้งนั้นแหละ อย่างตอนผมไปอเมริกาเนี่ย ผมโดนตำรวจจับเพราะ ผมไปพูดบนเฮลิคอปเตอร์ว่า ผมเป็นเพื่อนกับบินลาเดนเท่านั้น คุณคิดดูสิ ผมแค่พูดว่าบินลาเดนมาอาบน้ำที่บ้านผมเท่านั้น ยัยป้าแร้งทึ้งนั้นก็ร้องกรี้ดโว้ยวายอย่างกับถูกเชือดน่ะ คิดดูล่ะกันว่า คนอเมริกาเนี่ยเป็นโลกรังเกียจคนต่างชาติมาขนาดไหน และอีกอย่างผมไม่ใช่อาหรับ ไอ้บอดี้การ์ดของผมมันก็ดันเรียกผมว่า อาหรับอีก ทั้งที่ผมมาจากแอฟริกาเหนือแท้ ๆ เอาเข้าไป คุณลองคิดนะทัศนคติเหมารวมแบบนี้มันยิ่งบอกว่า ทุกชนชาติก็เป็นแบบนี้เหมือนกันล่ะ

มิสเตอร์อเมริกัน : คุณจะบอกเรื่องนี้เป็นปกติ

นายพลอาราดีน : ใช่ ทุกประเทศล่ะ มันจะต้องเกิดอาการกลัวชาติอื่นที่ไม่ใช่พวกตัวเองทั้งนั้นล่ะ ยกตัวอย่าง ประเทศคุณล่ะก็ เวลาคุณนั่งรถเมล์ไปเรียน ไปทำงาน หรืออะไรพวกนี้ แล้วจู่ ๆ มีพวกกระเหรี่ยง พม่า เขมร ลาว ที่ไม่ใช่พวกประเทศคุณขึ้นมาแล้วคุณรู้สึกสบายใจไหมล่ะ แน่นอนคุณต้องรู้สึกประมาณว่า รังเกียจพวกเขาบ้างนั้นล่ะ เดี๋ยว ๆ อย่าพึ่งบอกว่า ประเทศเคารพในความเป็นมนุษย์ของคนอื่น ให้ตายเถอะ ผมขำนะ เวลามีคนพูดแบบนี้ อย่างประเทศคุณน่ะ ให้เกียรติพวกคนชาติอื่นเท่าเทียมกันหรือเปล่าล่ะ หรือมองตัวเองเป็นประเทศที่สูงส่งกันแน่ เอาเป็นว่า ผมเคยได้ยินคนประเทศคุณเรียก อเมริกาว่า ไอ้กัน เรียกพวกญี่ปุ่นว่า ไอ้ยุ่นเชียวนะ แต่นั้นล่ะ การที่แฟนผมเป็นยิวก็ไม่ได้แปลว่า ทัศนคติพวกนี้จะลดน้อยลงไปซะหน่อย เอาเป็นว่า มันต้องค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากันทั้งนั้นล่ะ 

มิสเตอร์อเมริกัน : แบบประชาธิปไตยในประเทศคุณ

นายพลอาราดีน : ถูกต้องอย่างที่สุด

มิสเตอร์อเมริกัน : มาพูดนอกเรื่องบ้างดีกว่า มีหลายคนอยากทราบถึงงานอดิเรกของท่านว่า ท่านชอบทำอะไรเวลาว่างบ้าง

นายพลอาราดีน : เวลาว่างเหรอ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมชอบเล่นเกม Wi นะ พวกเกมตัดคอเชลย ระเบิดรถไฟ อะไรพวกนี้สนุกดีใช่ย่อย แล้วก็ชอบนอนกับดาราฮอลลีวู้ดด้วยอย่าง เมแกน ฟ๊อกซ์ ไง เสียดายผมไม่ได้นอนกอดเธอทั้งคืนเพราะมีนัดกับนายกรัฐมนตรีของอิตาลี

 

มิสเตอร์อเมริกัน : แล้วเรื่องจรวดนิวเคลียร์ของคุณล่ะ ผมสงสัยว่า ทำไมประเทศแบบคุณจะต้องมีของพวกนี้

นายพลอาราดีน : นี่ ผมจะบอกอะไรให้นะ ประเทศเล็ก ๆ อย่าง วาดิย่า เนี่ยต้องมีของพวกนี้เอาไว้ต่อรองกับพวกหน้าเลือดข้างนอกนั้นนะ คุณดูประเทศพวกนี้สิ พวกเขาก็แค่สร้างอาวุธพวกนี้เอาไว้ใช่ป้องกันตัวแค่นั้น ไม่ได้เอาไปรุกรานใครสักหน่อย ลองคิดดูนะ ประเทศผมมีจรวดลูกเดียว แต่ประเทศบางประเทศมีตั้งแต่เครื่องบินล่องหนที่เรดาร์จับไม่ได้ มีเรือบรรทุกเครื่องบินที่บรรทุกเครื่องบินได้เป็นร้อย ๆ ลำ แถมมียังมีซุปเปอร์ฮีโร่เต็มประเทศ มีหุ่นทรานฟอร์เมอร์อีก ใครจะไปสู้ได้ล่ะ ดังนั้นพวกเราก็ต้องป้องกันตัวกันทั้งนั้น 

มิสเตอร์อเมริกัน : คุณก็เลยทะเลาะกับคนสนิทของคุณเรื่อง จรวดหัวทู่กับหัวแหลม

นายพลอาราดีน : ไม่ ๆ ไอ้หมอนั้นมันงี่เง่า จะทำจรวดหัวแหลมไปทำไม มันต้องหัวทู่สิ เพราะรูปทรงของหัวจรวดมันไม่มีผลกับการระเบิดสักหน่อย ไอ้หมอนั้นมันงี่เง่าไปเองแค่นั้น แถมมาเถียงอีกว่า นั้นคือคำพูดของมันอีกต่างหาก ถ้าเป็นสมัยก่อนผมสั่งเก็บไปนานแล้ว

มิสเตอร์อเมริกัน : ถ้างั้นสุดท้าย แผนการของท่านต่ออนาคตวาดิย่ามีอะไรบ้างครับ

นายพลอาราดีน : อย่างแรกภรรยาของผมต้องการจะเปิดศูนย์สตรี 300 แห่งทั่วประเทศวาดิย่า เพื่อช่วยเหลือสตรีผู้ยากไร้ ในชื่อ กองทุนพัฒนาสตรี ต้องปรับปรุงพจนานุกรมของวาดิย่าใหม่ ต้องพัฒนาระบบสาธารณะสุขของประเทศนี้ให้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญประชาชนต้องอยู่ดีกินดีในระบอบประชาธิปไตยแบบวาดิย่านี้ด้วย แต่ว่า ผมคงต้องวุ่นไปสักระยะเพราะ ภรรยาของผมพึ่งตั้งท้องลูกคนแรก

มิสเตอร์อเมริกัน : โอ้ ยินดีด้วยนะครับ

นายพลอาราดีน : ขอบคุณมากครับ

มิสเตอร์อเมริกัน : และนี่คือการเปิดใจครั้งสำคัญของประธานายกจอมพลนายพลอาราดีนแห่งวาติย่า และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรายการวันนี้ สวัสดีครับ

The Dictator (จอมเผด็จการ) (2012) (Larry Charles) 

 

Happy Birthday Father : แสงสว่างสู่ความมืดมนจากพรหมพิราม สู่ เชียงราย

เสียงปืนที่ดังขึ้นภายในงานเลี้ยงของกำนันผู้มีอิทธิพลในจังหวัดเชียงรายดังขึ้น ร่างของกำนันคนดังล้มลงกองกับพื้น หลังจากพึ่งรับตำแหน่งได้ไม่นาน เสียงหวีดร้องของผู้คนในงาน เสียงร่ำไห้ และ ความตื่นตะลึงเกิดขึ้น มือปืนยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าของศพที่แน่นิ่งจมกองเลือดอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ ข

ครั้งแรกของผม มันไม่ได้สวยงามขนาดนี้หรอก !! : 10 ผู้กำกับกับหนังเรื่องแรกอันแสนวายป่วง

               สำหรับหลายคน หนังเรื่องแรกเป็นเสมือนความฝันอันงดงามที่อยากจะทำให้สำเร็จ แต่สำหรับผู้กำกับหลายคนนั้นหนังเรื่องแรกของพวกเขานั้นไม่ได้สวยงามหรืออกมาราบรื่นอย่างที่คิด บางคนถูกไล่ออกจากโปรเจ็ท บางคนเกือบสติแตก หรือ บางคนก็เจอการกดดันจากอิทธิพลที่เหนือกว่าตัวเองจนหนังพังพินาศไปก็มี นี่ค

ถึงทุนต่ำ แต่ใช่ว่า ไม่มีฝีมือ : 10 หนังทุนน้อย เปลี่ยนโลก

              ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเขียนต้นฉบับอยู่ตอนนี้ภาพยนตร์ซอมบี้ทุนต่ำเรื่องใหม่จากเกาะญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า One Cut of the dead กำลังสร้างกระแสครั้งใหญ่ให้กับวงการหนัง เมื่อ หนังซอมบี้ทุนต่ำเรื่องนี้ทำรายได้ถล่มทลายไปแล้วทั่วโลกกว่า 10 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างไม่ถึง 30000 เห

จากอูเมซุ สู่ เสียงกระซิบจากคนตาย : ความสยองที่ไม่มีคำอธิบาย

คิชิดะ จุน เป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายที่มองเห็นคนตายได้ และ ข้าง ๆ เขานั้นมี ฮายาคาวะ เคียวโกะ เพื่อนสมัยเด็กที่ถูกฆ่าตายและมาปรากฏตัวอยู่เคียงข้างเขา ท่ามกลางเรื่องราวสยองขวัญ ลึกลับที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา