Skip to main content

ใส่ “โต๊ป” ไปในทางเส้นเก่า (3)

 

  อบูบักรขอตัวกลับไปทำงานที่สนามบินละฮอร์  ส่วนผมเดินกลับไปในห้องพักเก็บถุงนอนเพื่อเตรียมตัวเดินท่งต่อไปมักกัรไรวิน ช่วงก่อนรถจะมา ผมออกเดินสำรวจรอบๆ บริเวณมัสยิดอิกซี่บาน เสียงเครื่องเจ็ตคำรามลั่นไปทั่ว  รั้วของมัสยิดติดกับสนามบิน หมอกในยามเช้าทำให้บรรยากาศโดยรอบมัสยิดเต็มไปด้วยไอชื้น อากาศค่อนข้างเย็น ผมเดินไปบนลานละหมาดภายนอกอาคารมัสยิด ลานละหมาดปูด้วยหินแดงตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมของพวกโมกุล ทำให้ทั้งบริเวณดูขรึมขลัง ผมพยายามนับดูจำนวนคนที่นั่งอยู่บนลานหินว่ากี่คน พวกเขากำลังนั่งรำลึกถึงอัลลอฮ์ ด้วยการซิกรุลลอฮ์ บางคนลุกขึ้นเดินไปทางห้องอาบน้ำละหมาดอีกครั้ง อีกไม่กี่นาน เป็นเวลาละหมาดสุนัตอิซรอก สักครู่คนที่รินชาให้ผมเมื่อเช้าหลังละหมาดกวักมือเรียกผม ผมเดินกลับเข้าไปใกล้อาคารมัสยิด เขาบอกว่าใกล้เวลารถจะมารับแล้ว เขาบอกว่า หลังละหมาดอิซรอกนี่แหละ เขาบอกให้ผมเตรียมตัว

  ผมตัดสินใจไปอาบน้ำละหมาดอีกครั้ง ก่อนออกมาละหมาดอิซรอกที่บนลานหินแดงนอกอาคาร ละหมาดเสร็จ ผมกลับเข้าไปในห้องสะพายเป้ไปอีกฟากมัสยิด รถตู้สีขาวเก่าจอดรอ คนขับรถยิ้มให้ผม ผมให้สลาม ก่อนที่เขาจะตอบรับสลาม เอาเป้ของผมใส่ไว้ท้ายรถ สักพักเพื่อนร่วมทางผมอีกสามคนก็มาสมทบ พวกเขาน่าจะเป็นแอฟริกัน สังเกตจากสีผิว ผมถามเขา พวกเขาบอกว่า มาจากแอฟริกาใต้ ผมเดาถูก พวกเขาพูดภาษาอังกฤษจนผมฟังไม่ทัน

  รถตู้พาพวกเราออกมาตามเส้นทาง ผมเริ่มสังเกตเห็นความเป็นปากีสถานบ้างแล้ว ผมไม่เห็นรถมอเตอร์ไชค์แบบบ้านเรา ผมเห็นแต่รถมอเตอร์ไซค์ถังน้ำมันสีแดง ของฮอนด้า รถรุ่นนี้เคยมีใช้ในเมืองไทยเมื่อสามสิบสี่สิบปีก่อน แต่ที่นี่เป็นรถรุ่นใหม่เอี่ยมอ่อง เป็นที่บ้านเราก็กลายเป็นรถหายากคลาสสิคไปแล้ว แล้วผมก็เริ่มเห็นล่อลากเกวียนซึ่งใช้ล้อยาง ม้าเทียมเกวียนขนาดใหญ่บรรทุกพวกหินทรายก่อสร้างไปตามถนน ยิ่งเข้าไปในตัวเมืองยิ่งพบมากขึ้น แต่ผมไม่ค่อยเห็นผู้หญิงเลยก็ว่าได้ อาจด้วยเพราะความเคร่งครัดในศาสนาที่ไม่ให้ผู้หญิงออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ผมเห็นแต่ผู้ชายที่ทำงานสวมชุดปากี

  รถตู้ใช้เวลาเกือบชั่วโมงพาผมและเพื่อนทางจากแอฟริกาใต้อีกสามคนมาถึงหน้ามักกัรไรวิน ผมเห็นผู้คนเดินเข้าออกประตูมักกัร เต็มไปหมด มีแต่คนเครายาวโพกผ้าสะบั่น ผมเอามือลูบคาง นึกในใจ ของเราสั้นนิดเดียว รถมาจอดตรงประตูฝั่งตึกสำหรับญามาฮะที่มาจากต่างประเทศ ตึกมักกัรค่อนข้างเก่า ผมลงจากรถไปเอาเป้ท้ายรถ ไม่ทันที่ผมจะหยิบเป้ มือของใครบางคนก็ทำหน้าที่แทน เขาให้สลามก่อนบอกผมให้เดินตามเขาไปในตัวอาคาร มีแต่คนให้สลามจนผมรู้สึกเขิน เพราะนี่เป็นครั้งแรกอย่างที่ผมว่า ในการออกมาเรียนรู้ศาสนาในต่างประเทศ ไม่นับถึงการไปทำฮัจญ์ก่อนหน้านี้...

บล็อกของ ปราชญ์ อันดามัน

ปราชญ์ อันดามัน
ไม่ได้อึดอัดประเทศนี้ แต่อึดอัดพวกผีบ้าอำนาจห่า ฆ่าพลเมืองมากี่ครา ยังเสวยสุขสืบหล้าสบายดี ไม่จำเป็นต้องไปอยุ่ที่ไหนนั่น กูเกิดมาจากครรภ์มาตุภูมิที่ พ่อแม่กูปูย่ากูก็มี ไม่ใช่เป็นเปรตผีขอส่วนบุญ เขาถกเถียงแสดงความคิดบ้าง จะคิดต่างจะคิดเหมือนหรือคิดหนุน
ปราชญ์ อันดามัน
ระหว่างทางที่เสียงอาซานแว่ว -1- เกินก้าวจะผ่านก้าวทางที่ทอดใกล้ก็เหมือนไกลไปตลอดสายถนนคนแปลกหน้า คนบางคนหวาดระแวงตลอดส้นจะก้าวเดิน
ปราชญ์ อันดามัน
ในฝันยังมีฝันอีกหรือไม่?   ในฝันยังมีฝันอยู่หรือไม่?หรือวางวันคืนวัยไปเป็นอื่นไม่มีสิ่งใดในค่ำคืนหลับแล้วความฉ่ำชื่นของเยาว์วัย
ปราชญ์ อันดามัน
อำนาจ(กู) ไปไหน ประเทศนี้มีแต่อีรุงตุงนังเอะอะกาละมังตีปี๊บใส่หรือประเทศนี้ไม่มีประช่าธิปไตยใครจะทำอะไรตามใจตัว
ปราชญ์ อันดามัน
เขียนกันคนละบรรทัด ละบรรทัด ละบรรทัดเขียนประวัติศาสตร์ที่ขาดชัดให้ชัดเห็น
ปราชญ์ อันดามัน
ปราชญ์ อันดามัน
เพราะเรามีศาลรัฐธรรมนวย ประเทศจึงซวยด้วยฉะนี้ ตุลาการก็ตุลากวยกวนวลี พิพากษาละคดีคดวยไทย สภาก็สภาเละสะเปะสะปะ ประชาธิปตวยทุกขณะไม่ไปไหน พรรคบางพรรคระทมระทวยหฤทัย แพ้ไม่เลิกแต่เกริกไกรอันธพาล แย่งเก้าอ้วยฉวยเก้าอี้ปากระดาษ อลเวงอาละวาดประสาทผสาน วิปริตวิปรวยจิตวิญญาณ วิตถารมาตรฐานงานสภา ประชาชีดูดีดีประเทศระทวยนี้ จะระทมอีกกี่ปีอีกกี่ฆ่า หรือต้องอัญเชิญใครมาเป็นศาสดา
ปราชญ์ อันดามัน
เมื่อข้าพเจ้าออกไปจากข้าพเจ้าเอง     ข้าพเจ้าเพิ่งควักดวงตาแห่งการมองเห็นโยนทิ้งไปบนถนนสายหนึ่ง
ปราชญ์ อันดามัน
  จำนวนนวนเท่าไหร่กันสุเหร่าในผืนแผ่นดินนี้ จำนวนเท่าไหร่กันวัดในผืนแผ่นดินเดียวกันนี้
ปราชญ์ อันดามัน
ข้าจะเขียนอะไรอีกในประเทศนี้ กวีคนก่อนๆ เขียนบทกวีมามากพอแล้ว ถ้อยความแห่งยุติธรรมไม่จำเป็นต้องลงอักขระ
ปราชญ์ อันดามัน
ความเง่าโง่ของเราเอง     สมมติว่า ตอนนั้นไม่มีคณะราษฎร์ 2475