ต้นทุนประชาธิปไตย ดูแพง แต่ไม่แพง

สมการทางคณิตศาสตร์ง่ายๆ น่าจะให้สติคนที่ออกไปเสี่ยงชีวิตและก่อความเดือดร้อนให่้คนที่เขาต้องการสันติสุขกลับคืนมา

ลองคิดดูว่าต้นทุนประชาธิปไตยเป็นอย่างไร

 

ทุกคนรู้ว่าการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นเป็นการปกครองที่ต้องการให้คนออกมามีส่วนร่วม จะได้ช่วยเหนี่ยวรั้งความไม่ถูกต้อง และคอยกำกับให้ฝ่ายการเมืองเดินตาม general will ของเรา

การที่จะให้คนมีส่วนร่วมทางการเมือง ก็เริ่มจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม อย่างน้อย อ. พิชญ์เพื่อนผมก็ได้เขียนและแจงให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามี integrity มากขึ้น

ลองมาดูสมการของงบการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่มีงบประมาณเป็นเงิน 3,885,006,500 บาท

มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 44,649,742 คน

ตกต้นทุนจัดการคนละ 87 บาทโดยประมาณ

ที่มาใช้สิทธิ 20,468,646 คน คิดเสียว่าเป็นค่าใช้จ่ายหัวละ 189.8 บาทเท่านั้น

มีผู้ใช้สิทธิรวมกันร้อยละ 45.84

คิดแล้วราคาถูกมาก หากเลือกไปจบวันนั้น ไม่ต้องลากยาวถึงวันนี้เกินครึ่งปีแล้ว ชีวิตคนที่ตาย บาดเจ็บเพื่ออะไรก็ไม่รู้จะได้ไม่สูญเสียอีก

 

แล้วที่คนเสี่ยงตายไปเลือกตั้งกว่า 20 ล้านคน

ไพบูลย์ นิติตะวันมาจากไหน? ถึงบังอาจบอกว่าเสียงของประชาชนไม่สำคัญ

 
 

 

ข้อเสนอผ่าทางตันประเทศไทย 2020 (ตอนที่ 2)

ประการที่สอง เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องกระบวนการทางการเมืองควรได้พิจารณาจากบทเรียนความรุนแรงทางการเมืองและความพยายามแสวงหาทางออก ซึ่งมีบทเรียนสำคัญจากสองกรณี ได้แก่

ข้อเสนอผ่าทางตันประเทศไทย 2020 (ตอนที่ 1)

ในสถานการณ์ที่เยาวชนลุกขึ้นเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ยุบสภาและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในหลายแห่งและขยายตัวไปทุกภูมิภาคทั่วประเทศนั้น หลายคนมองว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บ้างก็หมิ่นแคลนว่าไม่เคยช่วยพ่อแม่ล้างจานจะมาแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร หรือหางานและจ่ายภาษีได้แล้วค