หลักการในการทำหน้าที่ของสื่อจากนักธุรกิจผู้ซื้อกิจการของ Washington Post เมื่อ ค.ศ. 1933

ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมต้องไปประชุมกับนักวิชาการที่ได้รับทุนฟุลไบรท์ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี

มีคนอธิบายว่าสาเหตุที่ลงท้ายด้วย Washington ด้วย DC เพื่อแยกให้ต่างไปจากวอชิงตันที่ซีแอตเติลและ DC หมายถึง District of Columbia ที่หมายจะให้เป็นศูนย์ราชการของสหรัฐอเมริกานั่นเอง ทุกวันนี้กรุงวอชิงตันดีซ๊จึงไม่มีผู้แทนราษฎรทั้งๆ ที่ต้องจ่ายภาษี และตามหลักการของประชาธิปไตยเบื้องต้นที่บอกว่าจะไม่จ่ายภาษีถ้าไม่ให้เรามีตัวแทนในสภา นั้น ไม่นับเอาเขตโคลัมเบียนี้ เพราะถือว่าเป็นศูนย์ราชการไม่ใช่แหล่งที่อยู่อาศัย เป็นเขตของสหพันธรัฐ (Federal state) หลังจากความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ แต่มีสถานะพิเศษคือมีเสียง electoral vote สามเสียง มีตัวแทนในสภาแต่ไม่ใช่ผู้แทนราษฎร ใช้เสียงผ่านคณะกรรมาธิการได้เท่านั้น ทุกวันนี้คนในกรุงวอชิงตันดีซีก็ยังใช้ป้ายทะเบียนรถที่สะท้อนความขมขื่นใจว่าจ่ายภาษีแต่ไม่มีตัวแทน (taxation without representation) ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตหลายคนก็เลือกใช้ป้ายทะเบียนนี้กับรถประจำตำแหน่ง เช่น บิล คลินตันและบารัค โอบามาสมัยที่สอง

เช้าวันหนึ่งระหว่างเดินเล่นไปตามท้องถนนผมเดินผ่านสำนักงานของหนังสือพิมพ์ Washington Post โดยบังเอิญและได้เห็นป้ายระบุหลักการเจ็ดข้อในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเอาไว้เลยค้นคว้าต่อว่ามีความเป็นมาอย่างไร

Eugine Meyer ซื้อกิจการหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1933 ในราคา 825,000 เหรียญสหรัฐ นับว่าเป็นเงินไม่น้อยในยามวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำขณะนั้น แม้จะเป็นนักธุรกิจ แต่เขาพยายามยืนยันหลักการในการทำหนังสือพิมพ์ไว้เจ็ดข้อ

 
ทุกวันนี้หลักการที่ Eugene Meyer แห่ง Washington Post ตั้งเอาไว้แต่นานมาถูกติดขึ้นป้ายไว้บริเวณทางเข้าสำนักงานว่า
 
หน้าที่ประการแรกของหนังสือพิมพ์ก็คือบอกสัจจะที่ใกล้เคียงสัจจะที่สุด 
The first mission of a newspaper is to tell the truth as nearly as the truth may be ascertained.
 
หนังสือพิมพ์จะต้องบอกสัจจะที่ได้รับรู้มา โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวกับอเมริกาและโลก
The Newspaper shall tell ALL the truth so far as it can learn it, concerning the important affairs of America and the world.
 
ขณะที่ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าว หนังสือพิมพ์ก็ควรระมัดระวังความผูกพันที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของบุคคล
As a disseminator of the news, the paper shall observe the decencies that are obligatory upon a private gentleman.
 
สิ่งที่ตีพิมพ์เผยแพร่ จะต้องเป็นสิ่งที่รับฟังได้ทั้งคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ
What it prints shall be fit reading for the young as well as for the old.
 
หน้าที่ของหนังสือพิมพ์ต่อผูอ่านและสาธารณชน ไม่ใช่เพื่อเพื่อประโยชน์ของเจ้าของกิจการ
The newspaper's duty is to its readers and to the public at large, and not to the private interests of its owners.
 
ในการติดตามค้นหาความจริง หนังสือพิมพ์จะต้องพร้อมจะเสียสละแม้ผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมของตัวเองเพื่อผลประโยชน์ส่วนร่วม
In the pursuit of truth, the newspaper shall be prepared to make sacrifices of its material fortunes, if such course be necessary for the public good.
 
หนังสือพิมพ์จะต้องไม่เป็นพันธมิตรกับผลประโยชน์พิเศษอื่นใด แต่จะต้องยุติธรรมเสมอหน้าและมีเสรีต่อกิจการสาธารณะและผลประโยชน์ของบุคคลสาธารณะทั้งหลาย
The newspaper shall not be the ally of any special interest, but shall be fair and free and wholesome in its outlook on public affairs and public men.
 
Washington Post มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข่าวในคดี Watergate ซึ่งสะเทือนเก้าอี้ของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน
 
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เปลี่ยนมือจากตระกูล Meyer มายัง Jeffrey P. Bezos ผู้ก่อตั้งเว็บ Amazon.com เมื่อปี 2013 นี้เอง 

ข้อเสนอผ่าทางตันประเทศไทย 2020 (ตอนที่ 2)

ประการที่สอง เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องกระบวนการทางการเมืองควรได้พิจารณาจากบทเรียนความรุนแรงทางการเมืองและความพยายามแสวงหาทางออก ซึ่งมีบทเรียนสำคัญจากสองกรณี ได้แก่

ข้อเสนอผ่าทางตันประเทศไทย 2020 (ตอนที่ 1)

ในสถานการณ์ที่เยาวชนลุกขึ้นเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ยุบสภาและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในหลายแห่งและขยายตัวไปทุกภูมิภาคทั่วประเทศนั้น หลายคนมองว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บ้างก็หมิ่นแคลนว่าไม่เคยช่วยพ่อแม่ล้างจานจะมาแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร หรือหางานและจ่ายภาษีได้แล้วค