มาอ่านเขียนที่ญี่ปุ่น (ตอนที่ 10)

 

 

เพลง Dreamin’ Man หรือชายช่างฝันอยู่ในอัลบั้ม Harvest Moon ของ นีล ยัง ศิลปินคนโปรดของผม เสียงเพลงนี้ก้องในหัวพอๆ กับเพลง Harvest Moon แต่ให้ความรู้่สึกโหยหาใครบางคนมากกว่า Harvest Moon เสียอีก ผมชอบอัลบั้มนี้มานานแล้ว แต่ไปได้แผ่น CD มือสองจากร้านหนังสือและของมือสองขนาดใหญ่ที่ชัททานูกา รัฐเทนเนสซี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ที่เพื่อนรักพาผมไปเดินเล่น ผมหยิบอัลบั้มของนีล ยังเป็นที่ระลึก เพราะตามหาที่บอสตันไม่เจอ แต่ที่บอสตันผมได้แผ่นไวนิลชุด Old Ways ที่ชอบทุกเพลงในแผ่น จึงเรียกว่าพึงพอใจมากที่ได้ไวนิลและ CD ชุดโปรดของศิลปินที่ชอบ

ผมชอบความหมายของเพลงนี้ ชอบที่ความเรียบง่ายของเนื้อเพลง จนอยากจะหยิบกีตาร์มาร้องคลอไปด้วยทุกครั้ง ประทับใจจนอดไม่ไหว จนต้องแปลออกมา

มีมิตรสหายท่านหนึ่งกระซิบว่า ผมมีอาการเวิ่นเว้อที่ญี่ปุ่นมากกว่าตอนอยู่อเมริกา ผมหัวเราะเบาๆ เพราะช่วงแรกผมมีเวลาว่าง แต่ช่วงหลังยุ่งและป่วยจนไม่ว่าง เลยอดไม่ได้ต้องเวิ่นเว้อ หรืออาจเป็นเพราะความสงัดเงียบของหอพักก็เป็นได้ จึงทำให้เสียงของหัวใจเต้นแรงผิดปกติ

ถึงจะเวิ่นเว้ออย่างไร  หรือเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ผมก็มีผลงานเป็นบทความวิชาการภาษาอังกฤษสองชิ้น และบทความวิชาการไทยหนึ่งชิ้น งานแปลจากภาษาอังกฤษหนึ่งชิ้น รวมในเวลาสี่เดือนผมมีบทความทั้งหมด 3 ชิ้น และผลงานแปลหนึ่งเล่ม 

นับว่าไม่เสียข้าวสุก

 

….

 

ไหนๆ ก็เวิ่นเว้อ ก็ขอแปลเนื้อเพลงที่กินใจ และเสียงร้องเหงาๆ ของนีล ยัง มาดังนี้

 

 

ผมคือนักฝัน นั่นเป็นปัญหาของผม

ผมบอกไม่ได้ว่าเวลาไหนคือตัวตนที่แท้ของงผม

ในตะวันรอนบนพรมหญ้า

ผมจอดรถมินิแวนแอโรสตาร์พร้อมวางปืนบรรจุกระสุน

แล้วฝันหวานถึงคุณ

 

ผมเป็นคนช่างฝัน

และไม่จะเป็นต้องเข้าใจตัวเอง

ผมรู้ว่าคงไม่เป็นไร

ผมเห็นรูปร่างที่คุ้นตาของคุณ

ผมรับรู้ถึงความหวั่นไหวนั้น

คุณอยู่ในชุดสีขาวดำ

เดินลับหายไปในห้างร้าน

ขณะที่ผมเห็นคุณหายไปจากสายตา

ข้างๆ กับโฆษณาวันหยุดที่คลับเมด

เป็นค่ำคืนที่หลับไม่ลง

เพราะพระอาทิตย์ไม่ตกในคืนนี้

 

ผมเป็นชายนักฝัน

และไม่จะเป็นต้องเข้าใจตัวเอง

ผมรู้ว่าคงไม่เป็นไร

บัดนี้ที่ราตรีจากลา

วันใหม่เดินเข้ามา

และฝันที่ไร้ที่พำนักของเรา

กลับคืนสู่ท้องถนน

ในที่อื่นและเวลาอื่น

และในอารยธรรมอื่น

อาจจะพาให้ชีวิตนี้รู้สึกเติมเต็ม

 

ผมเป็นชายนักฝัน

และไม่จะเป็นต้องเข้าใจตัวเอง

ผมรู้ว่าคงไม่เป็นไร

ชายนักฝันย่อมมีปัญหาของเขา

ชายช่างฝันย่อมมีปัญหา

 

มาคิดต่อว่าทำไมเขาถึงจอดรถฟอร์ดมินิแวนรุ่นแอโรสตาร์ แล้ววางปืนที่บรรจุกระสุนลงข้างตัว เขาจะปล้นธนาคาร หรือเขาจะปลิดชีวิตตัวเอง ยากจะคาดเดาจริงๆ แต่บาทท้ายๆ ของเพลงบอกว่า ชายช่างฝันทุกคนมีปัญหา เหมือนจะบอกถึงความสิ้นหวังในบางเรื่องหรือเกิดความรู้สึกท้อแท้ด้วยเรื่องบางอย่าง

 

 

….

 

ในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผมจะไปอคิตะนั้น เป็นช่วงเวลาที่เร่งเขียนงานให้เสร็จและปรับแก้งานให้ทันก่อนการนำเสนอ และเป็นช่วงสัปดาห์งานประจำปีของมหาวิทยาลัยโตเกียวไกได ผมเพิ่งเคยสัมผัสงานของมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จึงตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ จึงขอเล่าไว้เพื่อเป็นบันทึกความทรงจำ

 

ก่อนจะเริ่มงานสัปดาห์ที่เรียกว่า University Festival ปีที่ 93 ผมมีโอกาสได้พบกับคณาจารย์ภาคไทยศึกษาซึ่งมีอาจารย์มิยาตะ อาจารย์สุนิสา และอาจารย์โฆษิต ทั้งสามท่านเป็นผู้สอนนักศึกษาให้สามารถพูดภาษาไทยและเข้าใจวัฒนธรรมไทยได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว

ก่อนหน้านี้ อาจารย์สุนิสาเชื้อเชิญให้ผมเข้าชมการซ้อมของนักศึกษาเอกภาษาไทยซึ่งกำลังซ้อมละครภาษาไทยเรื่อง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ผมพบว่านักศึกษาเอาจริงเอาจังมากๆ และมีน้องๆ นักเรียนแลกเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒประสานมิตรมาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนด้วยจำนวนหนึ่ง ละครจึงมีอรรถรสมาก ทั้งบรรยากาศงานลอยกระทงที่พระเอกนางเอกได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันและให้อารมณ์ของสาววัยสามสิบที่อยากจะมีคู่รักอย่างเหมยลี่ได้ไม่ขัดเขิน ผมคิดว่าเรื่องนี้ตัวละครเอกอยู่ที่เหมยลี่ ซึ่งนักศึกษาทุกคนทำได้ดีมากๆ

ในวันแสดงผมก็ได้ไปชมในโรงละครของมหาวิทยาลัยและพบว่ามีการฉาย subtitle เป็นภาษาญี่ปุ่นข้างๆ นับว่ามีความพยายามเต็มร้อยเลย หลังจากละครเล่นเสร็จแล้ว อาจารย์มิยาตะและอาจารย์สุนิสายังให้เกียรติชวนผมถ่ายรูปร่วมกับนักแสดง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ซื้อหาไม่ได้จริงๆ ที่ชมละครนักเรียนญี่ปุ่นพูดภาษาไทย เล่นละครไทยที่ดัดแปลงบทจากภาพยนต์รถไฟฟ้ามาหานะเธอได้ดีมากๆ

จนภายหลังถึงได้รู้ว่าที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้สอนทั้งหมด 27 ภาษา เพราะเพื่อนอาจารย์ชาวกัมพูชาบอกว่ามีละคร 28 เรื่อง เป็นละครแต่ละเอกภาษา 27 เรื่อง และเป็นละครที่ใช้ภาษาร่วมอีกหนึ่งเรื่อง รวมเป็น 28 เรื่อง นับว่าจุใจจริงๆ เพราะทั้งอาทิตย์ เริ่มจากวันพุธจนถึงวันจันทร์ นับได้หกวันเป็นเทศกาลมหาวิทยาลัยที่แสนสุขและเปิดกว้างให้ชุมชนได้เข้ามาชมความรู้ ความก้าวหน้าของนักศึกษา มีทั้งผู้ปกครองและชาวบ้านใกล้เคียง กระทั่งนักเรียนที่อยากมาเรียนต่อที่นี่ก็จะเกิดแรงบันดาลใจให้เรียนภาษาได้อย่างมีนัยสำคัญ

เจ้าหน้าที่ประสานงานท่านหนึ่งถามผมว่า ช่วยบอกชื่อเต็มของกรุงเทพมหานครฯ ให้เธอฟังสักครั้งจะได้ไหม? ผมไม่ลังเลที่จะออกชื่อเสียงเต็มๆ ของกรุงเทพฯ เธอแสดงอาการประหลาดใจแล้วเล่าให้ผมฟังว่า ลูกชายเธอดูรายการเกมส์โชว์แฟนพันธุ์แท้รายการหนึ่ง ซึ่งให้ผู้แข่งขันบอกชื่อเต็มของกรุงเทพฯ และมีผู้เข้าร่วมคนหนึ่งสามารถพูดได้ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนจนเป็นผู้ชนะในเกมส์ ลูกชายเธอประทับใจมากและสนใจภาษาไทยด้วยความทึ่งในความสามารถของกระทาชายคนนั้น และเธอสงสัยว่าจะมีใครจำชื่อเมืองหลวงที่ยาวขนาดนั้นได้ ผมอธิบายให้เธอว่าสมัยเด็กๆ เคยถูกจับให้ท่องจำจนขึ้นใจ และในสมัยวัยรุ่นตอนปลายยังมีเพลงของศิลปินคู่สองพี่น้องอัสนี วสันต์ โชติกุลแต่งทำนองอีกด้วย ผมสัญญาว่าจะส่งลิงค์เพลงไปให้เธอ เพื่อเธอจะได้ให้ลูกชายได้ดูอีกต่อหนึ่ง ผมเชื่อว่าลูกชายเธอคงจะสนใจภาษาไทยด้วยเหมือนกันหากเขาประทับใจจริงๆ

ในช่วงเวลา 6 วัน เปลี่ยนมหาวิทยาลัยอันเงียบเหงา ให้มีอาคันตุกะมากมาย ตั้งแต่เช้าจนถึงราวสองทุ่มจะมีการแสดงต่างๆ บนเวทีกลาง ทั้งระบำเกาหลี รัสเซีย จนถึงระบำหน้าท้องที่แสดงอยู่ในห้องย่อย ผมชมการแสดงลีลาศบนลานกว้างของมหาวิทยาลัยแล้วตื่นตาตื่นใจมากๆ 

บรรดาเอกภาษาต่างๆ พากันออกร้านอาหารประจำชาติของภาษาที่ตัวเองเรียน เช่น เอกฝรั่งเศสทำซุ้มเป็นรูปภัตตาคารเจ้าชายน้อย เอกรัสเซียจะมีน้องๆ แต่งกายในชุดประจำชาติ เช่นเดียวกับเวียดนามและอื่นๆ โดยร้านสหกรณ์โรงอาหารจะปิดทำการ มีบริษัทมืออาชีพเอาผ้ามาปูโรงอาหารและติดตั้งตู้เย็นเพื่อให้ชมรมต่างๆ เอาผักสดอาหารมาแช่เอาไว้ และเป็นการรักษาความสะอาดไปในตัว คนที่มาร่วมงานก็จะได้อุดหนุนกิจกรรมนักศึกษา 

ผมเองไปชิมอาหารไทยที่ร้านค้าเอกภาษาไทย พบว่าผัดไทยที่ทำจากเส้นโซบะญี่ปุ่นมีรสชาติดีมาก ๆ 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในจุดต่างๆ ฝั่งสถาบันวิจัยก็มีการนำเสนอนิทรรศการวรรณกรรมและภาษาของตะวันออกอีกด้วย

มีการจัดการเศษอาหารและขยะอย่างดี โดยมีจุดแยกขยะที่นักศึกษาจะผลัดกันมาประจำการ อีกส่วนก็คอยทำความสะอาดภาชนะในที่ล้างจานที่จัดไว้ส่วนกลางและเป็นจุดที่ติดตั้งไว้ชั่วคราว หลังงานเลิกก็รื้อถอนออกไป ซึ่งในระดับความเรียบร้อยของงานต้องชื่นชมมากว่า ไปมาไร้ร่องรอยจริงๆ

ต้องกล่าวด้วยว่า ในเทศกาลประจำปีมีการอนุญาตให้ขายเหล้า ไวน์และเบียร์ โดยจะมีจุดลงทะเบียนที่ปากทางเข้างาน ซึ่งจะเสียค่าลงทะเบียน 100 เยน และมีกล่องให้ยื่นแขนเข้าไปเพื่อเขียนหมึกเรืองแสง ป้องกันคนมาเวียนลงทะเบียน จากนั้นจะมีสายรัดข้อมือที่มีช่องให้ทำเครื่องหมายห้าช่อง เท่ากับว่าสามารถดื่มเบียร์ ไวน์ เหล้าได้รวมกันทั้งหมดไม่เกินห้าแก้ว นับว่าเป็นมาตรการที่ดีมาก

ในระยะเวลาหกวันไม่พบว่ามีการทะเลาะวิวาทชกต่อย แย่งหญิงสาวหรือชายหนุ่มให้เห็นเลย

ในระยะเวลาเช้าถึงเย็นมีการใช้เครื่องเสียงในระดับเสียงที่เหมาะสม ไม่รบกวนการทำงานของผมเลย และเมื่อถึงเวลาสองทุ่ม ทุกอย่างหยุดนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ไม่เคยต้องมีตำรวจมาจัดการเหตุทะเลาะวิวาทใดๆ และไม่ต้องมีตำรวจมารักษาการณ์ แต่เป็นหน้าที่ของกรรมการนักศึกษาที่รับผิดชอบจัดงานทั้งหมด

ยกเว้นวันสุดท้ายที่มีการจุดพลุเสียงสนั่นหวั่นไหว โดยมีรถดับเพลิงและรถพยาบาลมารอรับสถานการณ์หากมีอะไรผิดพลาด

ญี่ปุ่นคือญี่ปุ่นในแง่นี้

 

 

 

 

 

เที่ยวกลางโควิด

ช่วงที่พ่อแม่มาอยู่ด้วย ผมจะพาพ่อแม่ไปเที่ยวใกล้บ้าง ไกลบ้าง เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เพราะการพาคนแก่มาอยู่เมืองที่ไม่มีเพื่อนฝูงที่สนิทกันคงไม่ใช่เรื่องสนุก
อาทิตย์ก่อนก็ขับออกไปพุทธมลฑลแล้วไปพระปฐมเจดีย์ วกออกไปทางบ้านแพ้ว ออกมาพระรามสอง ก็เจอรถติดยาว
 

รัฐกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญขึ้นเรื่อยๆ: นิรโทษกรรมหนีความผิด?

บทความนี้เขียนเร็วๆ จากบทสนทนาในไลน์กลุ่มที่ผู้เขียนเป็นสมาชิก เพื่อตอบคำถามสองส่วน ส่วนแรกคือเสถียรภาพทางการเมืองขึ้นอยู่กับความได้สัดส่วนระหว่างขีดความสามารถของรัฐกับความคาดหวังจากสังคม ส่วนที่สองคือรัฐกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญขึ้นเรื่อยๆ

 

เราต้องการผู้บริหารระดับรัฐบุรุษ ไม่ใช่ผู้บริหารระดับกรม

เมื่อเช้ายังงัวเงียอยู่ (เพราะนอนดึก) มิตรสหายในไลน์กลุ่มก็ชวนคุยว่า จะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปทำไม่ ดูอย่างอเมริกาสิ ขนาดเปลี่ยนทรัมป์ออกไปเป็นโจ ไบเด็น ถึงวันนี้คนยังติดโควิดสูง แม้กระทั่งในทำเนียบขาว ผมเลยชวนดีเบตว่าเอาไหม ในที่สุด บทสนทนาก็มาถึงจุดที่ว่า เราไม่ควรเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี

ไทยวิกฤต: การบริหารภัยพิบัติที่ล้มเหลว คือทางไปสู่รัฐล้มเหลว

 

คนเราจะวัดความเป็นรัฐบุรุษที่แท้ได้ก็เมื่อวิกฤตการณ์มาถึง แล้วเขาสนองตอบต่อวิกฤตการณ์นั้นอย่างไร