Skip to main content
ว่าจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว ก็ได้แต่พูดคุยแลกเปลี่ยนกับมิตรสหาย ก็มีคำถามมากมาย ปุจฉาว่า ...

- - - เรา ต้องการสังคมเช่นไรที่มีความเป็นธรรม ไร้การกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบกัน ดังเช่นในอดีต และปรัตยุบัน ?

 

...สังคมเผด็จการศักดินาอมาตยาธิปไตยจอมปลอม ?

...สังคมเผด็จการรัฐสภาพลเรือนสามานย์จอมปลอม?

...สังคมเผด็จการฟาสซิสต์ท็อบบู้ททมิฬทหาร ?

...สังคมนิยมจอมปลอม ?

... คอมมิวนิสต์จอมปลอม ?

... สังคมอภิมหาบริโภคทุนนิยมสามานย์โลกาวินาศสุดโต่ง ?

ฯลฯ ... ฯลฯ ... ฯลฯ

ถ้าถามฉัน ฉันขอวิสัชนาว่า ...

- - -ฉัน ต้องการอยากได้ สั ง ค ม ห้า นิ้ ว !

 

ฉันเคยอ่าน เคยฟังคนพูดคนเขียนเรื่องนี้มาก่อน ฉันต้องขอโทษที่จำชื่อคนเขียน คนพูดไม่ได้

ฉันเห็นด้วยเป็นที่สุด! เอาล่ะสังคมห้านิ้วเป็นฉันใด ? ไม่ยากนักที่จะคิดเฉลยเลย

คนเรามีนิ้วมือ ๕ นิ้ว แต่ละนิ้วสั้น -ยาวก็ไม่เท่ากัน แต่ ... แต่ละนิ้วมือโอบเอื้ออาทรช่วยเหลือกัน

ยกตัวอย่าง ...

ถ้าเราเอามือจับแก้วน้ำ จอกน้ำมังสวิรัติ แก้วน้ำชากาแฟ ร้อน - เย็น ฯลฯ ยกขึ้นดื่มด่ำ เราประคองกอดจับเขาทั้งห้านิ้ว แล้วยกขึ้นดื่ม โอ ช่างสุดแสนที่จะกลมกลืน สะดวก ง่ายดาย มิลำบากเลย แต่ถ้าเราเอาเพียงนิ้วมือ นิ้วกลาง หรือนิ้วโป้งจับภาชนะนั้นๆ ยกขึ้นดื่ม เราจะรู้สึกลำบาก ไม่ถนัดมือ ดีไม่ดี แก้วอาจหลุดมือตกแตกได้ เพราะมือไม่มั่นคงเกื้อกูลกัน ! แต่ถ้าใช้นิ้วมือ ๕ นิ้ว โอบกอดเกื้อกูลช่วยเหลือให้เรายกแก้วน้ำขึ้นดื่มด่ำ ก็แสนจะมีชีวิตชีวา งดงามนัก!

 

ที่ยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่าน ก็เป็นด้วยเหตุฉันนี้

 

... คือในสังคมทุกๆ สังคม ในโลก เอกภพ จักรวาลนี้ เมื่อเกิดเป็นสังคม เป็นประเทศ และมีระบบการปกครองสมมุติขึ้นมา ( เมื่อก่อนตอนเกิดโลก เกิดสิ่งมีชีวิต คน พืช สัตว์ ฯลฯ เราไม่มีประเทศ พรมแดน สีผิว เผ่าพันธุ์ ฯลฯ เราล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนโลกเดียวกัน ไม่มีการกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ รุกรานกัน ฯลฯ) แต่เมื่อมีระบบการปกครอง ฯลฯ มันก็มีการกดขี่ ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ รุกรานกันอย่างบ้าคลั่ง ไร้คุณธรรม ฯลฯ (ตัวอย่างรูปธรรม ... จักรวรรดินิยมอเมริกา จักรวรรดินิยมอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกศ ฯลฯ ล่าเมืองขึ้น ฯลฯ หรือแม้แต่ยุคศักดินายุคก่อนจนถึงยุครัตนโกสินทร์ก็ทำการกดขี่ข่มเหง ล่าเมืองขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดินแดนล้านนาอิสาน ศรีวิชัย หรือสามจังหวัดภาคใต้ ฯลฯ ก็ถูกรุกราน กดขี่ข่มเหง ทำลายธรรมชาติ รากเหง้า วิถีชีวิตของชุมชน ประชาชน ขูดรีดทรัพยากรธรรมชาติของชาวบ้านไปปรนเปรอระบบอภิมหาบริโภคเผด็จการสามานย์ทุนนิยมสุดโต่ง ที่ประดาซ้ายไทยบางคน บางหมู่บางพวกนิยมชมชอบนัก อ้างความก้าวหน้าแต่ทำลายรากเหง้าวิถีชีวิตของมนุษยชาติของตัวเอง ของลูกหลาน เหลน โหลน หลีด ลี้ ฯลฯ ของตัวเอง โดยไม่ตระหนักว่าโลกธรรมชาติชีวิตขาดความสมดุลย์ โลกร้อนขึ้นทุกทีๆ เมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะรู้สึก!) ซึ่งมีการกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบกันทั้งระบบโครงสร้างสังคม ระบบเศรษกิจ การเมือง การศึกษา ฯลฯ

 

แต่เมื่อใดที่เป็นระบบสังคมห้านิ้ว ที่โอบเอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฉันคิดว่า สังคมอธรรม การกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบกันก็ต้องค่อยๆ หมดหายมลายไป


แ น่ น อ น !!! คนในสังคมย่อมไม่เท่าเทียมกัน เหมือนดังเช่นนิ้วมือทั้ง ๕ นิ้วที่สั้น-ยาวไม่เท่ากัน แต่...โอบกอด เอื้ออาทรช่วยเหลือกันและกันได้ ในสังคมระบบนี้ย่อมมี กรรมกรเกษตรกร ชาวนาพี่น้องชนเผ่าบนดอยสูง คนยากไร้ขอทาน คนพลัดถิ่น ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง หรืออภิสิทธิชน (อันย่อมมีอยู่เพียงชั่วคราว) ข้าราชการ คนทำงามออฟฟิศ พ่อค้า แม่ขาย นักเรียน นิสิต นักศึกษา ครูอาจารย์ กวี นักคิด นักเขียน ศิลปิน ฯลฯ มีสาขาอาชีพต่างกัน ไม่เหมือนกัน ย่อมไม่มีใครจะเป็นกรรมกร ชาวนา นักธุรกิจ นักคิด นักเขียน เหมือนกันหมด ฯลฯ

 

แต่ทว่าถึงแตกต่างกันในฐานะอาชีพ ความเป็นอยู่ แตกต่างกันด้านโลกทรรศน์ - ชีวทรรศน์ ฯลฯ ซึ่งไม่เท่าเทียมกัน ไม่เหมือนกัน เช่นนิ้วห้านิ้วของเราแต่หากคนในสังคมมีความเห็นอกเห็นใจกัน เกื้อกูล ช่วยเหลือกัน ( ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละในเรื่องการปฏิวัติ ปฏิรูปที่ดินที่แท้จริง ที่กลุ่มทุน และศักดินาเหมาครอบครอง ฯลฯ แล้วเกื้อกูลยกให้ชาวบ้านที่ถูกทำให้ยากจน มีโอกาสถือครองที่ดิน และทำการผลิต หล่อเลี้ยงโลก สังคมได้ ... สังคม ๕ นิ้ว นี้ ย่อมงดงาม !!!

 

 

ฉันไม่เชื่ออีกแล้วดอก ในระบบสังคมที่ นักวิชาการบางส่วนที่ขายจิตวิญญาณ นักธุรกิจกินเมือง นักเลือกตั้ง ศักดินาอมาตยาธิปไตย และสังคมเผด็จการทุกสายพันธุ์ หรือระบบสังคมนิยม คอมมิวนิสต์จอมปลอม ฯลฯต่างล้วนเป็น"เสือตัวใหม่ " ที่มาปกครองขูดรีด คอร์รับชั่น ฯลฯ ประชาชน

 

ขอถาม ... ประเทศจีน หลังการปฏิวัติ, ประเทศลาวหลังการปฏิวัติ, รัสเซีย หลังการปฏิวัติ หรือเขมรพม่า หลังการปฏิวัติ ฯลฯ ที่อ้างว่าเป็นสังคมนิยม เป็นคอมมิวนิสต์นั้น แต่ก็ยังมีการคอรัปชั่น กดขี่ประชาชน กลายเป็นเผด็จการ เสือตัวใหม่ที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ ... คนทุกข์จนยาก หิวโหย คนไร้บ้าน วณิพกพเนจร ฯลฯ อยู่ ซึ่งก็ไม่แตกต่างกันจากระบบเผด็จการรัฐสภาพลเรือน, ระบบเผด็จการท๊อบบูททมิฬ ฯลฯ

 

ดังนั้น ฉันจึงต้องการและโหยหาสังคมห้านิ้วที่เอื้ออาทร ช่วยเหลือกัน ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมโลก ร่วมแผ่นดิน ร่วมสังคม เดียวกัน

 

OH ..."WE ARE THE WORLD"

จะ เ ป็ น ไ ป ไ ด้ ไ ห ม ห น อ ???

 

ต้นฤดูร้อน, มีนาคม ๒๕๕๒, ล้านนาอิสระ, เจียงใหม่.

 

 

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…