Rate R : ตุลาประชาชน (People Of October)
(โคลงอิสระ)
คม - คมมีด* คมมุยข่ม เ ผ ด็ จ กา ร
กล้า - แกร่งห้าวเหิมหาญ กอบกู้
ตุลาฯ - กาลแม้เนิ่นนาน นับเนื่อง ประชาฯเฮย
คม - ตุลาฯ ลุกขึ้นสู้ พรั่งพร้อม แหลนหลาว ฯ
@ ศาสตราวุธเพียบพร้อม บุราณ
ธนู หอก ดาบ พรั่งยืนนาน ทั่วหน้า
ประกายไฟโหมไหม้ มาร โฉดชั่ว ครองเมือง
พลังร่วมไพร่ราบท้า ผนึกพร้อม ผู้รักธรรม์ ฯ
Rate X : ลุกขึ้นสู้ (Up Fighting)
(กลอน + กาพย์ อิสรา)
@ มันมิใช่งานเช็งเม้ง
ทว่าเป็นบทเพลงงามสร้างสรรค์
หลอมร่วมพลังใจกัน
ปลุกชีพใหม่ให้เป็นจริง
ใด ว่า ใด ขบขัน
ผ่านคืนวันในทุกสิ่ง
พรั่งพร้อมช่วยช่วงชิง
โค่นโครงสร้างฯอันสามานย์
… มีภูเขาอยู่สามลูก
ประชาฯถูกมารล้างผลาญ
หนึ่ง พลเรือนรัฐสภาฯเผด็จการ
ที่มันอ้างมาชอบธรรม
สอง เผด็จการทหารฟัสซิสต์
ยังสถิต ยังเหยียบย่ำ
ด้วยผลประโยชน์นำ
อันปล้นชาติ ประชาชน
สาม เผด็จการศักดินาอมาตยาฯ
เนื่องนานมาล้วนฉ้อฉล
อภิสิทธิ์ชนเล่ห์ หากรู้กล
ก็บรรลุ เล่ห์มายา
เผด็จการทุกสายพันธุ์
ร่วมชนชั้นอย่ากังขา
กดขี่ เบียดบีฑา
ชนไพร่ราบ มาเนิ่นนาน
… โอหนอ ประชาชน
พลังท่วมท้น โลก เพรียกขาน
เอกภพ จักรวาล
ร่วมแซ่ซ้อง อำนวยชัย
- - สะพานรุ้งเรืองเจ็ดสี
สายนทีรินหลั่งไหล
ผีเสื้อ และ ดอกไม้
ตะวัน ดาว เดือน อำไพ
- - ลมหนาวเหนือเดือนตุลาฯ
โชยฉ่ำฟ้า แล แสงไฟ
สาดจ้างามเรืองไร
ให้ โลกมืด งามผ่องพรรณ
. . . เพียงเพื่อน พราวจุดยืน
มิลื่นไหล ใจหมายมั่น
ถามใจเธอก็ แล้วกัน
ว่า ของจริง หรือ ของปลอม
มิหวาดหวั่น คำนินทา
จิตวิญญาณ์ พร้อมเบ้าหลอม
อวิชชา อย่ายินยอม
มิพับพ่าย … เฉิดรางชาง
. . “มี มืด ย่อมมี แจ้ง
เมื่อออกแรงย่อม ส ว่า ง
สายตาเคยฝ้าฟาง
ย่อม สดใส มินานวัน ”
. . . มือ นี้ คือ มือเรา
อัน ร้อนเร่า ร่วมรังสรรค์
พลิก ฟ้า - แผ่นดิน พลัน
ย่อมสวรรค์ พราว ปฐพี !!! @
* คมมุย = คมขวาน
๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ , ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
รำลึกการลุกขึ้นสู้กับเผด็จการทุกสายพันธุ์ของมหาประชาชนทุกยุคสมัย
บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น
แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1 เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2 กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี สาก มือ นิ้ว ด้าน ด้าน เหนี่ยว ไกปืน ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3 ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้ ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4 เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง” เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/ ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…