Skip to main content

 

@ เป็น  เรื่อง  HOT   ในเรื่องคดีหมื่นฯ ณ ปัจจุบัน  โดยมาตรา ๑๑๒  ซึ่งออกโดยพวกเผด็จการจารีตนิยม ล่าสุดอากงก็โดนไปแล้ว นอกจากมีมาตรา ๑๑๒ แล้ว ในรัฐธรรมนูญยังมีมาตรา ๘ ด้วย 

เอ๊าไม่ว่ากัน  แต่ที่ว่าและขอถามพวกจารีตนิยมและพวก Royalist  ทั้งหลายหน่อยว่า  ตอนนี้ประเทศเมืองไทยสมมุตินี้มีการปกครองแบบประชาธิปไตยแท้จริงหรือเปล่า  หลังจากที่คณะราษฏร์ซึ่งนำโดยท่านปรีดี   พนมยงค์ ทำการโค่นล้มระบบสมบูรณายาสิทธิราชเมื่อปีพ.ศ.2475  … เกือบแปดสิบปีมาแล้ว  … ถึงที่สุดนักประชาธิปไตยอย่างท่านปรีดีฯ  นักอภิวัฒน์สังคมก็อยู่ไม่ได้  ในเมืองไทยสมมุติ  ต้องไปตายในต่างประเทศที่ฝรั่งเศส

 
 “คนดีอยู่ไม่ได้”
 
ดังบทกวีของ “เฉินซัน” อดีตศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่งบทกวีให้ท่านปรีดีฯ  แล้วน้าหงา…สุรชัย  จันทิมาธร   เอามาใส่ทำนองแต่งเป็นบทเพลงชื่อ  “ปรีดี  พนมยงค์”
 
“คนดีอยู่ไม่ได้” …  ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ ป๋วย  อึ้งภากรณ์  อาจารย์ใจ  อึ้งภากรณ์ (แกเป็นนักมาร์กซิสต์  แต่ในการวิจารณ์แกอาจจะตรงเกินไปโดยไม่มีลีลากระบวนท่าที่ไม่ให้เขาจับได้ แต่เราต้องเคารพเขา อยู่ต่างประเทศนั้นดีแล้วเจ้าอ้ายใจฯ) หรือไม่ว่าจะเป็นสหายจิตร  ภูมิศักดิ์  หรือสหายลุงคำตัน (พันโทพยม  จุลลานนท์  พ่อขององคมนตรี นาม พลเอกสรยุทธ จุลลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีสมัยเผด็จการทหาร คมช. ที่เขาบอกว่าป๋า พลเอกเปรมฯ คล้ายเป็นหัวหน้าอมาตยาฯ นำพวกคมช. นำพวกรัฐประหารคมช.  เข้าเฝ้าฯ และให้ท่านเป็นนายกฯ ขัดตาทัพ
 
ที่พวกท่านเหล่านี้อยู่ในเมืองไทยสมมุตินี้ไม่ได้ เพราะทั้งในระดับนำและระดับล่างก็มีแต่พวกประจบสอพลอ ไร้กึ๋น ไร้ความเป็นตัวตน  เป็นพวก  “ล้าหลัง – คลั่งชาติ” (อ้ายสุจิตต์  วงษ์เทศ  อดีตบรรณาธิการนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” เคยว่าไว้มานานแล้ว ซึ่งฉันเห็นด้วยปัจจุบันท่านเป็นคอลัมน์เขียนในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน พลาดไม่ได้พึงต้องอ่านในคอลัมน์นี้ให้ได้ จักทำให้เราได้เข้าใจประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมที่แท้จริง  มิใช่ให้กระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงวัฒนธรรมมากรอกหูเราทุกเช้าเย็น  ทั้งในหลักสูตรการศึกษาและวิทยุ ทีวี ฯลฯ ที่ร่างหลักสูตรให้นักเรียนเรียน มีมากที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ เมื่อเราอ่านงานเขียนของท่านแล้วจะทำให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์ที่แท้จริง  และก็อย่าลืมอ่านงานเขียนของ “มุกหอม  วงษ์เทศ” ลูกสาวของท่านด้วย อ่านแล้วมันส์ พะยะเจ้า 
 
“ชนชั้นใดร่างกฎหมาย ก็เพื่อชนชั้นนั้น”

คำๆ นี้ต้องใช้ได้อยู่  ใครอย่าดัดจริตคิดว่าใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มจารีตนิยมและกลุ่มพวกผลประโยชน์
!!! เอ๊า สนทนาธรรมกันมาเลยพระเดชพระคุณทั่น
 
ถ้าคิดว่า ประเทศไทยสมมุตินี้เป็นประชาธิปไตย จะต้องไม่มีกฎหมายและมาตราเผด็จการนี้มากดหัวประชาชน!!! (๑๑๒  และ  ๘   พระเดชพระคุณท่านใครจะถึยงก็ว่ามา แต่โปรดกรุณาอย่าใช้อารมณ์อันไม่สุนทรีย์ แต่ถ้าจะด่าฉันก็ได้ ฉันรองรับอารมณ์ของพวกท่านได้ซำเหมอ) 
 
ถ้าพระเดชพระคุณทั่นคิดว่าทั่นเป็นประชาธิปไตยทั่นก็พึงต้องยอมรับ (ฟังการวิพากษ์วิจารณ์ มิเช่นนั้นท่านก็คือเผด็จการทางความคิดดีๆ นี่เอง  อย่าสะเออะว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยเลย  มันดู  ทูเรชั่น…  (คำๆนี้ฉันบัญญัติศัพท์ขึ้นเอง  มาจากคำว่า…ทุเรศ  … ผสานสมาสสนธิกะคำในภาษาไทยว่า   ทุเรศ  …บวกกะภาษาปะกิตคือ  tion   …)   มันหมายถึงว่า   ทุเรศเจ้าคะ
 
ใครจัก  จงรัก  หรือ  ไม่จงรัก  (มีบทเพลงชื่อ “  จงรัก”  เอ๊า ช่วยกันร้องหน่อย ไม่ได้ฟังมานานแล้ว) ก็เป็นเรื่องของเขา ต้องปล่อยให้เป็นประชาธิปไตยเต็มที่  อย่าเป็นเผด็จการทางความคิดกะคนที่เขาคิดไม่ตรงกับเรา… คำว่าสิทธิเสรีภาพ ต้องเป็นสิทธิเสรีภาพที่แท้จริง  (ย้ำว่าต้อง  จริง เน้อ )  อย่าเอาจริตใจ อัตมัน และอารมณ์ของตัวเองไปตัดสินใคร กรุณาโปรดตรึกตรองดูเถิดสุดที่รัก…แล้วเอาอารมณ์อันไม่สุนทรีย์มาก่นด่าคนทั้งมีความคิดไม่เหมือนกะเรา มันดูทูเรชั่นและไร้วุฒิภาวะเจ้าข้า เราต้องสนทนาธรรมกัน (ไม่อยากใช้คำว่า  “วิวาทะทางปัญญา”)
 
เลิกซะเถอะ  มาตรา ๑๑๒ และ มาตรา ๘   … เพราะมันเอามาห้ำหั่นกันทางการเมือง  การมุ้ง  และละเมิดสิทธิมนุษยชน  และการอื่นๆ ฯลฯ
 
และตัวฉันเองคิดว่า สักวันหนึ่งในหลวงที่คนรักเคารพบูชาท่านคงทรงตรัสว่า…”ยกเลิกเถิดลูกหลานเอ๋ย พ่อไม่สบายใจ  พ่อไม่ได้สร้างกฎหมายนี้ขึ้นมา” 
 
เมื่อใดที่พระองค์ท่านทรงตรัสเช่นนี้   ทุกคนจัก ร้อน  และ   หนาว
 
…  สาธุ  อาเมน   อิสลามมาลากุม
 
ต้นฤดูหนาว,  ล้านนาอิสระ,  เจียงใหม่.
 
 
 

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…