@ ใ น ห้ ว ง ฤ ดู ฝ น บ่ายวันนี้ ณ “ บ้าน - ร้าน สุดสะแนนผับ ท้องฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ พลิกพลิ้ว ผีเสื้อ แมงปอ ยังคงเริงรำร่อน ดูดดื่มเกสรดอกไม้ … ไก่แจ้บางตัว คุ้ยเขี่ยหาอาหาร แม่ไก่ที่นี่ มีอยู่ สาม สี่ คอก งดงามนัก … ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉัน ฉัน นั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงใต่ขึ้นมาเกาะที่แขนฉัน ฉันค่อยๆ จับเขาไปปล่อยเกาะที่ต้นมะม่วง
- - - จำบทกลอนดอกสร้อยนี้ได้ไหม? ในสมัยที่รุ่นเราเรียนชั้นมัธยมต้นรุ่นยุค ซิกซ์ตี้
“ ก เ อ๋ย ก ไก่ … เลี้ยงลูกจนใหญ่ ไม่มีนมให้ลูกกิน ลูกร้อง เจ๊ยบ เจ๊ยบ แม่ก็คุ้ยเขี่ยให้ลูกกิน … ทำมาหากิน ตามประสา ไก่ เอย ” ลูกไก่แจ้ตัวกระจิดริดเพิ่งเกิดใหม่ ร้อง เจี๊ยบ เจี๊ยบ… แม่ไก่ก็ คุ้ยเขี่ยดินหญ้า ให้ลูกกิน ภาพดูงดงามน่ารักมาก … ในขณะที่ บนต้นไม้ นกน้อยๆยังคงร้องเพลงให้เราฟัง
. . . อีก มุมหนึ่ง ณ ใต้ ร่มไม้มะปรางค์ “ ครู ตุ๊กตา ” ( เพื่อนชีวิตของ “อ้ายฮวก – สุดสะแนน ” หรือ “ อรุณรุ่ง สัตย์สวี ” กวี ศิลปิน นักเขียน คนเพลง ฯลฯ ) ครู ตุ๊ก กำลังสอนศิลปะให้เด็กน้อย ลูกของพี่ๆ …
- - - หนู “ วาดฟ้า ” ลูกสาวของ “ พี่จิ๋ว ” ( “ วรา ลักษณา ” … นามปากกาของเธอ) และของ อ้าย “ เหี่ยว … เดโช ชัยทัพ ” Key Man ใหญ่ อีกคนหนึ่งแห่งองค์กร พัฒนา เอกชนภาคเหนือ
- - - หนู “ ใบพลู ” ลูกสาวของ อ้าย “ พัฒน์ ” ศิลปิน นักดนตรีรุ่นกลางเก๋า แห่ง วงดนตรีสุดสะแนน
- - - หนู “ ปราง ” ลูกสาวของ “แม่ฝน ”
- - - หนู “ มายา ” ลูกสาวของ “ อ้ายน้อย … อัคนี มูลเมฆ ” และ “น้องแดง ” ภริยา แต่วันนี้หนู “มายา” ไม่ได้มาเพราะป่วย … “ อ้าย น้อย อัคนี มูลเมฆ ” เป็นกวี นักคิด นักเขียน นักกิจกรรมทางสังคม และเป็นนักแปล เขาเคยแปล หนังสือที่เขียนถึง “ บ๊อบ มาเล่ย์ ” ราชาเพลง จังหวะเรกเก้อันโด่งดังที่ได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว อ้ายน้อยตั้งชื่อหนังสือที่แปลว่า “ บ๊อบ มาเล่ย์ ศาสดาขบถ ” เป็นหนังสือขายดีสำหรับคอ เรกเก้ ( ฉันมักจะ ดัดแปลงชื่อคน หรือชื่อต่างๆ เล่นๆ เสมอ เวลา พวกเรานั่งร่วมวงไพบูลย์ ยามด่ำดื่มน้ำมังสะวิรัติสนุกสนานกัน ฉัน แหย่ชื่อหนังสือแปลของอ้ายน้อย ว่า “ บ๊อบ เมาเละ สาดโซดา สบถ ” ก็หัวเราะครื้นเครงกัน )… เป็นที่น่าสังเกตว่า ชื่อของ ลูกสาว ลูกชาย ของ กวี ศิลปิน นักคิด นักเขียน และ ฯลฯ มักจะตั้งชื่อลูกสวยๆงามๆ มีความหมายในตัว … ส่วน ฉัน เมื่อเมียตั้งท้อง ฉัน ตั้งชื่อล่วงหน้า ไว้ในใจแล้ว ว่าถ้าลูกเกิดมาเป็นผู้ชาย จะตั้งชื่อว่า “ตะวันแดง ” ช่วงนั้น เป็นสหายในเมืองทำงานเคลื่อนไหวใน “ เขตขาว ” ในเมือง (คนที่เคลื่อนไหวในป่า เขาเรียกว่า “เขตแดง ” ) เรียกได้ว่า เป็นประเภท … ของขึ้น แดงแจ๋ … ว่างั้นเถอะ ประเภทว่า พวกเรา “ เดินทางภายใต้ดวงตะวันสีแดง ” จากชื่อบทเพลงในเขตป่าเขา …แต่พอ ลูกเกิดมาเป็น ผู้หญิง ก็เลย ตั้งชื่อลูกว่า “ ทานตะวัน ” หมายถึงดอกทานตะวัน ที่ เบ่งบานรับแสงตะวันอันเจิดจ้า… และตั้งชื่อเล่นให้ลูกสาวเป็นคำเมือง คำล้านนาอิสระ ว่า “ ตาน ” หมายถึงการทำทาน ทำบุญทำทาน อยากให้ลูกเป็นคนใจบุญสุนทาน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น ฯลฯ
- - - ในอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องตั้งชื่อลูกนั้น … ฉัน ตั้งชื่อไปเลย ไม่ มากเรื่อง ตั้งชื่อตามที่ตัวเอง ต้องการ ฉันไม่ไปขอให้พระตั้งชื่อให้ ไม่ดูชื่อตัวอักษรที่เขาว่าเป็นกาลกิณี ที่ต้องตั้งชื่อให้สมพงษ์กับวัน เดือน ปี เกิด ฉันไม่ถือ ไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ดูแคลนคนที่เชื่อในเรื่องนี้ ถือว่าเป็นสิทธิของปัจเจกชนที่เราต้องเคารพ … ลูกเรา ตอนเป็นเด็กเล็ก ย่อมมีการเจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย เรื่อง ทอนซิลอักเสบเนี่ย เป็นบ่อยทีเดียว ต้องพาไปหาหมอ หรือลูกไข้เล็กๆน้อยๆก็พาไปหาหมอลูกเดียว คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หัดเลี้ยงดูนี่ ทั้งๆที่ต้องให้ลูกกินน้ำบ่อยๆ ให้ความอบอุ่นร่างกาย ไปหาหมอคุณหมอก็ให้ยามากินนั่นแหละ จนลูกแพ้ยา ลูกชัก ฉันก็พาไปโรงพยาบาล หมอก็ให้ฝ่ายเช็คสมองเช็ค เจ้าหน้าที่เช็ค เห็นกร๊าฟวิ่งขึ้นลง ขึ้นลง ก็สรุปว่า ลูกฉันเป็นลมบ้าหมู ที่แท้ลูกแพ้ยานั่นเอง กรรมเวรของพวกมือใหม่หัดขับ
. . . เอาอีกเรื่องหนึ่ง ลูกไม่สบายบ่อย ร้องไห้ทุกคืน แม่อุ๊ย (ยาย) ของฉัน ท่านรักเป็นห่วง ท่านก็ให้ น้าของท่าน มา ทำการแกว่งข้าวให้ลูก จุดเทียน พึมพำ แกว่งข้าวเหนียวที่ผูกด้ายไว้ และบอกทำนองว่าพ่อเกิดแม่เกิดมาตามหา เป็นห่วง เพราะฉันตั้งชื่อลูกไม่ตรงตาม โฉลก ไม่สมพงษ์ ให้เปลี่ยนชื่อใหม่ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น “ วันเพ็ญ ” ฉันเห็นว่าชื่อก็งามอยู่ แต่ก็มีคนชื่อนี้อยู่มาก เหมือนกับ ชื่อ “แดง” หรือ “น้อย” ฯลฯ ที่มีเกร่อทั่วไป ฉันไม่อยากให้เป็นชื่อซ้ำ เหมือนกันมากๆ ดูไม่มีสีสัน ฯลฯ … แต่เพื่อเอาใจแม่อุ๊ย อยากให้ท่านสบายใจ ฉันก็ยอมเปลี่ยนชื่อในทะเบียนบ้าน … แต่ถึงเปลี่ยนแล้วลูกก็ยังไม่สบาย บ่อยเหมือนเดิม (ตอนที่ฉันยอมเปลี่ยนชื่อลูก ดังที่บอกต้องเอาใจแม่อุ๊ย แต่ฉันคิดเองรำพึงในใจแล้วว่า … กะเด่วเหอะ รอซักช่วง ฉันจะ กลับไปเปลี่ยนเป็นชื่อเดิม “ ทานตะวัน ” อย่างแน่นอน พอฉันให้ชื่อใหม่ครบเจ็ดวัน ฉันก็แอบไปเปลี่ยนชื่อให้เหมือนเดิม ไม่บอกให้ อุ๊ยรู้ (นี่ไอ้หมอนี่มันดื้อ หัวแข็งมาตั้งแต่เด็กๆ กระทั้งเป็นหนุ่มน้อย จนเป็นหนุ่มน้อย (ความเป็นหนุ่มน้อยลงๆ แย้ว ฮิ ฮิ … มีคนเขาบอกว่า ฉัน นี่เป็นคน ดิ้อเงียบ แต่ที่ดื้อ ที่ขบถ นี่ ฉันมีเหตุผลของฉันนะคร๊าบบบ พณะหัวเจ้าทั่น )
“ พ่อ ทาง พ่อ แม่ ของน้าจูน บอกให้น้อง ไปเปลี่ยน ชื่อใหม่ เขาจะหาชื่อที่สมพงษ์ ให้ แต่น้องไม่อยากเปลี่ยนเลย น้องชอบชื่อ ทานตะวันที่พ่อตั้งให้นี้ ” ลูกสาว ทำหน้าละห้อย มาบอก ฉัน
“ตามใจเขาเถิดลูก เพื่อให้เขาสบายใจ ไม่ต้องไป ยึดมั่น ถือมั่น มันละลูก” ฉัน เอ่ยกับลูก ฉันรู้ว่าลูกต้องอยู่กับผัวของเขาอยู่ อยู่กับลูกของพวกเขาด้วย ลูกสาว ฉันเรียนจบปริญญาตรี จาก “ มหาวิทยาลัยย่อยยับ ” (ชื่อที่ถูกชื่อ “มหาวิทยาลัยพายัพ ” เรียนมาทางด้าน บริหารบุคคล ช่วงนั้นตอน ฟองสบู่ฟูฟ่อง ใครเรียนมาทางนี้เป็นไม่ มีตก งาน …ผู้ปกครองที่ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนนี้ เขาพากันเรียก “มหาวิทยาลัยย่อยยับ” กันทั้งนั้น เพราะค่าหน่วยกิตแพง ค่าจิปาถะแพง ฯลน เอาพ่อแม่เป็นหนี้เป็นสินไปตามๆกันสำหรับพ่อแม่ที่ไม่รวย ล้นฟ้า! ฉันเองก็อยู่ในไฟลัมน์ – สปีชี่ย์ นี้ ! )
“ พ่อ พ่อ ลงทะเบียนค่าหน่วยกิต ต้องเสียค่า ห้องแอร์ ด้วย เน้อ ” ลูกบังเกิดเกล้า บอก กับ ฉัน
“ อะไรวะ ตอนที่พ่อเรียน มอเชียงใหม่ ไม่มีห้องแอร์ มีแต่พัดลม ไม่ได้เสียเลย “ ฉัน เกาหัวแกร๊กๆ ทั้งๆที่ไม่มีขี้รังแคสักขุยเดียว
“ ก้อรุ่นพ่อ มัน โคตร เชย เย้อ ล้าหมัยนี่ ” ไอ้ลูกมันส่ายหน้า จ้องหน้าพ่อมัน พร้อมหัวเราะ เยาะ กวนอวัยวะเบื้องล่าง
- - - ลูกเรียบจบออกมา ทำงานในฝ่ายบริหารบุคคลด้านการเงินของโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง แต่เจ้ากรรม เกิด ฟองสบู่แตก สมัยนายยกฯ น้า “ชาติชาย ชุณหวัน ” ก็ต้องตกงาน เขาไม่มีเงินจ้าง จึง มาเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก ให้ผัวที่ทำงานราชการเลี้ยงดูชูช่วย
“ อ้ายน้อย ชื่อของหนูมายา มีความหมายว่าอย่างไร คับ ”
“ ก้อคือ เป็นมายาไง ชีวิตเป็นมายา เป็นเรื่องสมมุติ ไม่มีตัวตน ไม่ยึดมั่นถือมั่น ” อ้ายน้อยตอบยิ้มๆ พร้อมเล่นกีรต้า ร้องเพลงของ น้าบ๊อบ มาเล่ย์ ให้พวกเราฟังอย่างอารมณ์ดี คราพวกเราไปแอ่ว ไปเยือนยามอ้าย น้อย , น้องแดง และ หนู มายา ที่บ้าน นอกชนบท อ้ายน้อยเป็นคน เกิด ที่ “ดินแดนด้ามขวานด่านใต้ ” พาครอบครัวมาตั้งหลัดปักฐานที่มั่นอยู่เชียงใหม่
. . . ครู “ตุ๊กตา ” เรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และครู ตุ๊กฯ เธอก็เป็นลูกศิษย์ ของ “ครูจีน เรียนไวโอลิน กะครูจีน ” ลูกสาวของ “ อ้ายบูท ” อดีตสมาชิกนักดนตรีวงดังในสมัยก่อนคือ วงดนตรี “ วง ฟรีเบิ๊ด … Free Bird ” น้องจีน หรือ ครู จีน เล่นดนตรีที่สุดสะแนนทุกวันอังคาร เราเรียกวงนี้ว่า “ บูท เฟมมิลี่ … Boot Family ” น้องจีนมีฝีมือด้านสีไวโอลิน (ตอนนี้กำลังเรียนที่คณะดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ สาขาวิชาตรงเผงกับตัวน้องจีน จริงๆ ) … สามคนพ่อลูกเล่นดนตรีด้วยกันน่ารักมาก ฉันชอบไปฟัง ก็ขอ ถือโอกาสชวนทุกๆท่านด้วย หาเวลาไปฟังวันอังคารที่สุดสะแนน (นี่ไม่ได้ค่าประชาสัมพันธ์ นะเนี่ย มีแต่เสียด้วยความเต็มใจ ha ha ) ส่วนลูกชาย “ น้องแจน ” เรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เช่นกัน ลูกชายรูปหล่อ (ลูกสาวก็สวยด้วยเน้อ ) เล่นเครื่องดนตรี เอ … อะไรนะ ฉันก็จำชื่อไม่ได้ แย่จริงคนหนุ่มอย่าง ฉัน เรื่องความจำ … รูปร่างคล้ายกีร์ต้า เวลานั่งเล่น น้องแจน จะเอาเครืองดนตรีนี้วางราบลง ท่านผู้ใดรู้จักเครื่องดนตรีนี้ กรุณาช่วยบอกด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งจ้า
- - - น่ารักมาก ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และวรรรกรรม หนังสือ ฯลฯ ล้วนเป็นหนึ่งเดียว ทำให้โลกงดงาม สดใส ทำให้ เพื่อนมนุษยชาติมีความงดงาม ในจิตวิญญาณ หัวใจ ทำให้เด็กๆยุวชน เยาวชน ฯลฯ มีหัวใจนวลนิ่ม บริสุทธิ์ แจ่มใส ที่ได้สัมผัสความงดงามนั้น … มิใช่พาเด็กไปดูแสนยานุภาพชองกองทัพ ไปดูปืน รถถัง ปืนใหญ่ ในวันเด็ก หรือเล่นเกมส์มนคอมพิวเต้อร์ เพียง อย่างเดียว อันปลุกความรุนแรง แข่งขันห้ำหั่นกัน ทำให้เกิด สงคราม มิใช่ศานติภาพ
โอ … สายลม พัดโชยพลิ้วมาโลมลูบไล้ ดวงใจใบหน้าเราแล้ว
เสียงซ้อมดนตรีตอนกลางวันในผับสุดสะแนนดังขึ้น พวกเขานัดมาซ้อมดนตรีกัน
- - - ดอกไม้ยังคงเบ่งบาน – เบิกบาน … ผีเสื้อ พริ้มพลิ้วโผโบยบิน … เบื้องหน้าไกลโพ้น ทางทิศตะวันตก … พระธาตุดอยสุเทพ เหลืองอร่าม งดงามตา ยกมือวันทา สาธุ
. . . ด ว ง ใ จ ฉั น ฉ่ำ บา น !!! @
พรรษาฤดู , กรกฏาคม ๒๕๕๑ … ใต้ร่มไม้ สุดสะแนน
ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่.
หมายเหตุ : ความเรียงนี้ เขียนนานแล้ว แต่ไม่ได้ตีพิมพ์ที่ไหน … อยากให้ท่านผู้อ่านได้เริงรมณ์ … ครานี้ไม่หนัก ปวดหมอง เอาเบาๆ เรื่อง กางมุ้ง … เอ๊ย เรื่องการเมือง เรื่องปวดหมองเจ็บกระดอง เอาไว้ก่อน แล้วค่อยแลกเปลี่ยน สนทนาธรรมกัน จ้า เอากันทุกเรื่องเลย เจ้า
บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น
แสงดาว ศรัทธามั่น
( ๑ ) เ พ ล ง อ รุ ณอ รุ ณ รุ่ ง อั น รั ง ร อ งแสงทองส่องงามผ่องหล้าเกื้อชีพ เกื้อชีวาคุณค่าหนอ งดงามนักโอ... เ พ ลง รุ่ งอ รุ ณ ฉ า ยพริ้มพราย พร้อมพรักโ ล ก นี้ มี ค ว า ม รั กงามประจักษ์มอบแด่เพื่อนมนุษยชนดอกไม้ ผี เสื้อแมลงปอ ระเริงร่าวิหค นกกา ทุกแห่งหนรำร้องบทเพลงฉ่ำกมลล่วงหลุดพ้นจิตอัตตา สว่างชีวัน
แสงดาว ศรัทธามั่น
“เมื่อความรักเรียกร้อง...จงเดินตามเธอไปฯ”เมื่อสงครามเพรียกหาขอเราจงปฏิเสธมันฯ เมื่อความเขลาขลาดเกาะกุมจิตใจเรา...จงขับไล่มันออกไป !เมื่อความยุติธรรมเรียกร้องดวงใจจิตวิญญาณเธอ...จงแกร่งงามฯ
แสงดาว ศรัทธามั่น
สารคดี : เคยคิดบ้างไหมว่า ตัวเองเป็นคนเสียสละ ?ว นิ ดา : (นิ่งคิดครู่หนึ่ง) ...เรื่องนี้ไม่ค่อยคิดเท่าไร ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่เรื่องว่าใครคนใดคนหนึ่งต้องเสียสละ คนอื่นเขาก็เสียสละ คนที่ทำงานกับเราเสียสละทุกคน จริงๆแล้ว ชาวบ้านเป็นผู้เสียสละ เขาถูกขับไล่ ถูกเวณคืนเพื่อสร้างเขื่อน ไม่อย่างนั้นเราก็ไมมีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าใช้ เรามีโอกาสมากกว่า เราก็ช่วยเขา มีแรงพอจะช่วยเขาได้ เราก็ช่วย ดิฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียสละไม่ได้คิดว่าเป็นนักบุญ หรือ แม่พระ และก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นหญิงเหล็ก คนอื่นเขาเหล็กกว่าดิฉันเยอะดิ ฉั น เ ป็ น ค น ธ ร ร ม ดา เ พี ย ง แ ต่ ดิ ฉั น…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เดินทัพทางไกลไปตามทาง ‘พะโด๊ะ มานซาห์’Long March with “Pado Manza Lapha” ‘พะโด๊ะมาซา ลา พา’หัวใจจิตวิญญาณ์ท่านสะอาดสดใสต่อสู้เพื่อวิถีชีวิตแห่งพี่น้องชนเผ่าเต็มหัวใจเพื่อชีวีงามอำไพ ตราบนิรันดร์
แสงดาว ศรัทธามั่น
ที่ รั ก ... โ อ้ ... My Belovedเก็บ กอด รั ก ที่ ง ด งา ม แห่งเราไว้ใน ค วา ม ท ร ง จำ... ฉั น ข อ โ ท ษถ้า เ ธ อ ถามไถ่ และ เ ธ อ โทรฯฉั น มิได้ตอบรับสายฯฉันขอโทษ... โปรดอย่าได้เคืองโกรธ ฉั น เลยโ อ ... My Beloved !!!เ ธ อ เห็นไหม?ตะวัน เดือน ดาว ยังคงสาดฉายผีเสื้อ แมลงปอ หิ่งห้อย งามพริ้มพราย เริงรำร่ายดวงใจแห่ง รั ก เรียงรายรำร่ายฟ้อน..." ชี วี ชี วา แห่ง รั ก ง ด งา ม แล้ว !!..... โ ป ร ด อ ย่าไ ด้ โ กรธ เคือง ฉั น เลยโ อ้... My Belovedโ อ ... เก็บกอด รัก แห่งเราผองไว้ในความทรงจำอันงดงามตราบนิรันดร์แสงดาว ศรัทธามั่นปลายฤดูหนาวที่มีฝนพรำ , 26 กพ. 51บ้านร้านขายเนื้ออิสลามช้างคลาน เชียงใหม่…
แสงดาว ศรัทธามั่น
“ความรักคือการให้”เป็นดวงใจ สะอาดพิสุทธิ์ สดใสสรวงสวรรค์แห่งรักย่อมเริงระบำงามเรืองไรเพียงเราไซร้ อย่าไร้ซึ่งชีวิตจิตวิญญาณ์เรื่อง…รัก เรื่อง Sex ...ฤา? คือสามัญธรรดาไร้ชนชั้นเพียงหัวใจนั้นรู้รักโลกชีวีกันเถิดหนาเมื่อกลองดวงใจร่ำรัวร้องดังขึ้นบ่งบอกชีวาจึงบรรลุธรรมว่า...โลกเอกภพจักรวาลนี้ ล้วนมีรัก...จักดำรงรัก...ส่วนตน+ส่วนตัว...หรือรักโลกแสงแดด-สายลมโชยโบยโบกหวานฉ่ำนักผีเสื้อ-แมลงปอเริงระบำบทเพลง พริ้มทายทักชีพชีวันจึงประจักษ์ว่าโลกนี้ยังงดงาม!Oh…My BeLoved!...ศานติภาพแห่งรักมนุษยชาติตระหนักว่ารักนี้งามวาบหวามเถิด โอบกอดรักกันไว้ทั่วเขตคามนิยามรักย่อมยั่งยืนนาน-งดงามเป็นนิรันดร์...We…
แสงดาว ศรัทธามั่น
คืออาจารย์ ..”อานันท์ กาญจนพันธุ์”งามรังสรรค์จิตวิญญาณมิเคยหลอกลวงลื่นไหลสู้เพื่อโลกชีวิตเพื่อความเป็นไทสู้ด้วยหัวใจเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน แห่งชีวี...เป็นนักคิดนักเขียน นักวิชาการกล้า แกร่ง หาญ นั้นเหลือที่พร้อมรำฟ้อนสู้เพื่อพี่น้องชนเผ่า ณ ปฐพีแล สู้ เพื่อ ผู้ถูกกดขี่... นิรันดร์ไป“ของหน้าหมู่” คือวิถีชีวิตของส่วนรวมโลกบวมบิดเบี้ยวก็ด้วยเพราะจิตวิญญาณมิเคยหยิบยื่นให้มี อวิชชาบ้าบอดในหัวใจ จึ่งทำลายโลกชีวิตธรรมชาติ พินาศพลัน...อาจารย์”อานันท์”และผองเพื่อนนักวิชาการจึงเหิญหาญ มิดูดายร่วมสร้างสรรค์ร่วมคิด – ร่วมรบ – ร่วมสู้ – ร่วมผูกพันโอ.. โลกเอกภพจักรวาล พร้อมใจกัน...…
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2074673141/ ... โ ล ก นี้ก็เป็นฉันนี้เองบรรเลงเพลงรัก - ชัง – โฉดชั่วช้าทั้ง ง ด งา ม เ ริ ง ร่า พริ้มชีวาหลอมวิญญาณ์ โอบกอดรักงามแอบอิงมิได้พร่ำเพ้อ รันทด ฤา โศกศัลย์ด้วยเรานั้น ณ เพลานี้ ดวงใจนิ่งต่อชีวิต ต่อสัจธรรม ต่อความจริงกับชีวีทุกสิ่ง ย่อมเป็นไปน้อมรับรู้ เรียนรู้ ด้วยวิถีปัจเจกจักรวาล เอกภพ โลก ขับเคลื่อนไหวพราวเส้นทางช้างเผือก พริ้มอำไพโอบกอดดวงใจเพื่อนมนุษยชาติ พิลาสพลันพริ้วบทเพลงพริ้งเพราะเสนาะขับขานกล่อมพลังจักรวาลสู่โลก สู่สรวงสวรรค์ทั้งด่ำดิ่งลึกสู้ห้วงมหหานรก ห้วงโลกันตร์ไร้คืนวัน ไร้กาลเวลา ไร้ถิ่นที่พริ้มเพลงรักงดงาม…
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก : http://www.flickr.com/photos/poakpong/2074330653/ มนุษย์ไยรุนแรงทำบาปกรรมกับเพศแม่ ?อันมีพระคุณให้กำเนิดแด่เธอในทุกที่เพศแม่งามคุณค่าล้ำชีวีจิตวิญญาณวิถีแม่งามอำไพตะวันเดือนดาวพราวพร่างฟ้าทางช้างเผือกบนนภา กระจ่างแจ่มใสเริงระบำรำร่ายฟ้อนงามเรืองไรอวยพรชัยให้เพศแม่สุขสบายดีโอ ! สกุณา ผีเสื้อ แมลงปอ เริงรำฟ้อนระเริงร่อนอวยพรชัยให้สุขีโลก เอกภพ จักรวาล เริงรำฟ้อน โอบกอดชีวีคารวะเพศแม่ ณ วันนี้ ตราบนิรันดร์แม่แห่งโลก + แม่แห่งลูกสายลมโชยโบยโบกจิตสุขสันต์แม่แห่งลูก + แม่แห่งโลกพร้อมใจกัน ร่วมสร้างสรรค์สังคมใหม่ให้เป็นจริง !!!ต้นฤดูหนาว, พฤศจิกายน , ๒๕๕๐ , ล้านนาอิสรา , เจียงใหม่.
แสงดาว ศรัทธามั่น
พ.ร.บ.ความมั่นคงมั่นคงของใคร?ของเผด็จการทหาร ?ของเผด็จการรัฐสภาจอมปลอมของเผด็จการข้าราชการศักดินาฯลฯ...ฯลฯ...ฯลฯ
แสงดาว ศรัทธามั่น
สหาย " รั กไ ห ม ว ง ศ์ ล้า น นา " คับ อ้ายฯ ส่งใบโอนมาให้ที่อ้ายรักไหม กรุณามอบภาพวาดเดือนตุลาฯ มาให้อ้าย เป็นภาพที่อ้ายชอบมากๆ , คับ ..... หากบังเอิญ เกิดฟลุ๊คเมื่อใด จักโอนมาให้ครบในทันทีเลย แต่ตอนนี้ขอเดือนละห้าห้อยก่อน (เพราะอ้ายเป็นมหาโจรห้าห้อย - - - HA ฮา ฮ่า) อ้ายฯ ส่งบทกวีที่เขียนถึงแม่อุ๊ย "พูนศุข พนมยงค์" ไปให้ อ้าย "สุชาติ สวัสดิศรี" แล้ว คงจะลงตีพิมพ์ใน เนชั่น คอลัมน์ "สิงห์สนามหลวง" ไม่ช้านี้.... อ้ายชอบแม่อุ๊ย "พูนศุข พนมยงค์" ที่เขียนพินัยกรรม ก่อนตายว่า ... ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น" ช่างคมเฉียบขาดนัก ... ท่านปรีดี พนมยงค์ และท่านผู้หญิงพูนศุขฯ…