Skip to main content

  “  แสงดาว   ศรัทธามั่น ”

 

 @   โคตร กระสันต์ หน้าด้านที่จะสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น  จากรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย

                เ อ๊า     จักเล็คเช่อร์  ง่ายๆ ให้ พวก “ ลูกอีพวกชอบสร้างเขื่อน ”    ฟัง ( ขอโทษ พี่น้อง มา  version  rhythm  มาจังหวะนี้ที ดุหน่อย กรุณาอย่าถือสา  ฯลฯ )    ว่าที่หากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแล้ว จะป้องกันไม่ให้น้ำท่วมจังหวัดยมตอนกลางตอนล่าง  เช่น สุโขทัย  พิษณุโลก พิจิตร ฯลฯ    นั้น ไม่เป็นความจริง!   อมพระเต็มปากมาพูด ก็อย่าไปเชื่อ   ทั้งนี้มีนักวิจัย นักวิชาการ ที่ ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ  ไม่ใช่ นักวิชาการ นักวิจัยที่ทรยศต่อวิชาชีพที่ร่ำเรียนมา ครูอาจารย์ที่สอน คงจะส่ายหัวกะ ไอ้พวกลูก ศิษย์ ที่ทำเป็นงี่เง่านี้

                           “ ไอ้ห่า   เสียชื่อกูหมด ไอ้ศิษย์ตะแบงพวกนี้  ”  อาจารย์ บ่นพึมพำ เกาหัวแกร๊ก  ขี้รังแคปลิวร่วงหล่นอย่างงดงามเป็นว่าเล่น (ก็ดีเหมือนคับอาจารย์ ขี้รังแค จะได้หลุดออกซะบ้าง )

                              นักวิชาการ และชาวบ้านในพื้นที่ ทั้ง ยมตอนบน และยมตอนกลาง  เขาเข้าไปสำรวจ พบว่าพื้นที่ ยมตอนล่าง ของเขื่อนแก่งเสือเต้น ที่จะสร้าง นั้น มีลำน้ำสาขามากมายที่ไหลลงสู่แม่น้ำยม ทั้งลำน้าสาขาทั้งยมฝั่งซาย และฝั่งขวา ทุกอำเอในจังหวัดแพร่  แม่น้ำสาขาเหล่านี้ จะ drain  ระบายไหลลงเข้าสู่แม่น้ำยมทั้งสิ้น! ( มันไม่ให้มีน้ำหลากมากได้ยังงัยเจ้า  นักสร้างเขื่อนเอ๋ย )  และ  อีกที่หนึ่ง พระเดชพระคุณทั่น…

                           - - -  ทางตอนเหนือของสุโขทัย มีเทือกเขาหลวงอยู่ ลำน้ำสาขา จากอำเภอ ศรีสัชนาลัย  คีรีมาส ก็จักระบายไหลสู่ แม่น้ำยมเช่นกัน  …ลำน้ำสาขาเหล่านั้น มี flow  การทะลักหลั่งไหลลงสูแม่ยม  จำนวนมากมายมหาศาลแค่ไหน  ยิ่งเป็นตอนฤดูฝน !   โปรดกรุณาเอาหัวแม่ตีน ตรึกตรองดู !      เป็น ดั่งนั้น …

 

                           . . .  น้ำที่ไป ท่ ว ม ภา ค เ ห นื อ ต อ น ล่า ง จึงมีสาเหตุมาจากตรงนี้ !   ในแง่ของ เหตุผล และ ตรรกะวิทยาตรงนี้แล้ว  การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จึง ไม่ได้แก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่จังหวัดยมตอนล่างแต่ประการใดๆทั้งสิ้น!  (เข้าใจ๋ … นี่ถ้าเป้น นักเรียนมหาวิทยาลัย  “ครูแสงดาวฯ  แจก เกรด   F   ระนาว เลยเธอ จ๋า ) 

      และอีก   อีก  เอาอีก     … เอาตัวอย่างรูปธรรม ให้เห็นกัน จะ  จะ  …

                           - - -    และตรรกะที่ อ้างว่า  ลำน้ำยมเป็น ๑  ใน  ๔  ของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไม่มีเขื่อน ก็ยิ่งไม่มีเหตุผลมารองรับ  เพราะว่า ขนาด แม่น้ำวัง ซึ่งเป็น แม่น้ำสาขา  และไหลลงน้อยที่สุด  มีเขื่อนอยู่ สองแห่ง คิอ เขื่อนกิ่วลม   และ เขื่อนกิ่วคอหมา   ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถป้องกัน ตัวเมืองจังหวัดลำปาง ไม่ให้น้ำท่วม ได้เลย !

                        และ   และ   …   สันปันน้ำ  ( water shed )  หรือต้นน้ำแม่ยม ที่อยู่เขตอำเภอปง และ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ก็ยังมี flow    หรือ  volumn  ของน้ำตรงนี้ ยังไหลลงสู่แม่น้ำยมไม่มาก … ข้อมูลเหล่านนี้ เป็นที่ทราบกันทั่วไป ถ้าพวกนักกระสัน ชอบสร้างเขื่อน ถ้าไม่ถูกบดบังด้วย    ignorance ( อวิชชา  โง่ ง่าวบัดซบ ฯลฯ )  ไปวะก่อน 

               ด้วยเหตุผลตรรกะแห่งความเป็นจริงนี้  การกระหายกระหือรือ ที่อยากจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ถ้าไม่ด้วยความงี่เง่า  ก็จักเป็นช่องทางให้ พวกโสโภณทุจริต  ทั้งนักการเมือง ข้าราชกรรมประจำ ผู้รับเหมา ฯลฯ  รวมหัวกัน เผาผลาญ งบประมาณแผ่นดินของชาติ (ชาติคือ ประชาชน ที่เสียภาษีทั้งทางตรง และ ทางอ้อม ให้พวกเองแดกกิน! )   …  เผาผลาญ ล้างผลาญ  เท่านั้นเอง หรือไม่? !   พี่น้องเอ๋ย … 

           (หมายเหตุ )  :   เหตุผลที่ยกมาหลายประเด็น นี้  เป็นข้อเขียน ข้อคิดของ   “คุณ หมอ พิรุณฯ   ”     ผู้ศึกษาและรอบรู้ในเรื่องด้านต่างๆ  ….  ส่วน บางสำนวนที่ ดูกวนอวัยวะเบื้องล่าง คือกวนตีน  นั้น เป็นของ ข้าพระพุทธเจ้าเอง  “คุณ หมอพิรุณฯ “  เปิ้นบ่เกี่ยว โตย เน้อ เจ้า ! )

                                  - - -    ข้า พ ระ พุ ท ธ เ จ้า  เคยลง พื้นที่ตำบลสะเอียบ  แก่งเสือเต้น  และอุทยานแห่งชาติแม่ยม ครั้งแรก ราวยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ที่พี่น้องคัดค้านมาตลอด ต่อรัฐบาลทุกยุคสมัย มีอยู่ตอนหนึ่งที่ ข้าฯ ขำมาก ในกิ๋นของ อธิบดี กรมชลประทานในขณะนั้น  จำชื่อเขาไม่ได้แล้ว ไม่ต้องจำก็ได้นะ  …  เมื่อพี่น้องชาวบ้านตำบลสะเอียบ และ ใกล้เคียง สำแดงพลังชุมนุม คัดค้าน ลำด้เชิญ อธิบดี กรมชลประทานคนนั้น ขึ้นพูด ให้พี่น้องชาวบ้านฟังบนเวทีที่มีระบบเสียงเยี้ยมยอด  ดังกึกก้อง ไปถึง โลกสามเลยทีเดียว  …

                    “  ผมเป็นอธิบดีกรม ชลประทาน   มีหน้าที่ หาน้ำ ให้ประชาชน   ถ้าไม่ให้สร้างเขื่อน แล้วผมจักทำอะไรได้เล่า? ”   … นี่แหละกิ๋น    อ่องออ  มันสมองของคนที่เป็นถึงขั้นอธิบดีฯ  มันน่าขำกลิ้งในกิ๋นของเค้า มั๊ย หล่ะ ? 

                              ข้าฯ  ตื่นเต้น ยินดี  ประทับใจมาก ในน้ำใจ และ  วิถีชีวิต ของพี่น้องชาวบ้าน ที่เรียบง่าย อยู่กินพึ่งพิง ธรรมชาติ  มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์  …  ดิน  น้ำ ป่า และวัฒนธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็น หม้อข้าว ของพี่น้องชาวบ้าน  แล้วจู่  จู่ ก็จักมีอำนาจรัฐ งี่เง่า ฉ้อฉลจะมารุกราน  ทุบหม้อข้าว ของพี่น้อง ฯลฯ   แล้วใครบ้างจะยอม!   ข้าฯ ยังจำคำพูดของพ่อเฒ่าผู้อาวุโส แห่งหมู่บ้าน  คือ “ พ่อปิง  สะเอียบคง  ”   พ่อปิง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า …

                   “  ให้เอาลูกระเบิด  หรือ ให้เครื่องบิน มาทิ้งระเบิด ที่นี่  พ่อก็จะไม่ ยอมออกไปไหน  ขอตายที่นี่ ”  นี่  นี่  คือ ระเบิดบูมบ์ ลูกใหญ่  ที่ทิ้งใส่ พวกอธรรม โจรร้ายผู้รุกรานจะมาปล้นชิง มาทุบหม้อข้าว ของพี่น้อง …  น่าเสียใจนักที่พ่อเฒ่าปิง  สะเอียบคง    ท่านได้จากเราไปนานแล้ว ข้าฯ เอง กะผองเพื่อน กวี  นักเขียน ศิลปิน ฯลฯ ก็เคยไปคารวะสัมผัสท่าน สนทนา กับท่านด้วยความปิติยินดี ได้รับความรู้ จากท่านมากมาย ได้นั่งกินข้าว ขันโตก กับครอบครัวท่านด้วย

                            . . .  พี่น้อง เพื่อนร่วมโลกร่วมแผ่นดินของเรา มีวิถีชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุข  อากาศบริสุทธิ์ สดใส  ทำมาหากิน  ปลูกข้าว พืชผัก  ผลไม้   หาของป่า  ( สมุนไพร  เห็ด   หน่อไม้   รังผึ้ง  จักจั่น แมลงฯลฯ )   ในแม่น้ำยม ก็มีพันธ์ปลาอุดมสมบูรณ์     นอกนั้นก็ ทำอุตสาหกรรมเหล้าพื้นบ้านเสรี  ซี่งมีสมุนไพรมากมาย เอามาทำแป้งเหล้า  ( หมายเหตุ ::   น้ำมังสะวิรัติ (เหล้า) ที่นี่ รสชาติหอมอร่อย ใครได้ดื่มด่ำก็  เป็นอันติดอกติดใจ  ( ฉันเอง ด้วยหล่ะ   แหะ  แหะ )

                          “  แก่งเสือเต้น”   ชื่อนี้มีตำนานเล่าขานมาว่า สมัยก่อน เสือชุกชุม  เวลาเสือจะข้ามแม่น้ำยมไปอีกฝั่ง  เสือก็จะเต้นกระโดดข้ามไปตามเกาะแก่ง หิน จึงเรียกว่าแก่งเสือเต้น   ใครได้มายลชมเกาะแก่งในแม่น้ำยมแล้วจะประทับใจมาก งดงาม  น้ำไหลกระทบเกาะแก่ง เป็นฟองคลื่นขาววาวงามยามต้องแสงพระอาทิตย์   มีเสียงดนตรีแห่งเกาะแก่ง ให้เราได้ สดับรับฟัง ฯลฯ

                               ตอนนี้ พี่น้องชาวบ้านสะเอียบออกมาตระการเข้มข้นเด็ดขาดแล้ว  คือห้ามมิให้ใครหน้าไหน เข้ามาทำเป็นทำวิจัย   อีกแล้ว   “ ไอ่ห่าวอก  ไอ้ห่าปัก   กูให้พวกมึง มาวิจัยหลายห่า หลาย องค์กรแล้ว  ต่อไป พวกมึงอย่าเข้ามา  ”  ใครอย่าแหลมเข้าไปทำแบบนี้เน้อ กะเด่ว จะหาว่า หล่อเล็ก ไม่เตือน   ha  ha  …

                   - - -   พี่น้องทุกชนชั้น ทุกชั้นชน ทุกสาขาอาชีพ เอ๋ย ฯลฯ  ถ้าอยากรู้จริง ต้องลงมาสัมผัส ณที่นี่  โปรดอย่า นึกคิดเอาเอง และหมิ่นหยามพี่น้องชาวสะเอียบ  ว่าโง่ เง่า ไม่ยอมรับการพัฒนา  หรือไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ฯลฯ  (ดังที่สาธยายข้างต้นแล้วว่ามันไม่มีประโยชน์ ที่จะเสือกมาสร้าง!)  ต้องลงมาสัมผัสด้วย ด้วยตัวเอง ให้เห็นกันจะ  จะ  มาสนทนาธรรมกับพี่น้องชาวบ้าน มิใช่ นั่งอยู่บนหอคอยงามช้าง นึกคิด เอาเอง (มันจะเป็นบาป)    โดยเฉพาะพวกนักธุรกิจ กินเมือง โกงเมือง ( ใครไม่กินไม่โกง ก็อย่าโกรธ ) นักเลือกตั้ง ทั้งหลาย ฯลฯ  ตลอดจนพวกท่านข้าราชการ  ทหาร   ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนทั้งหลาย ฯลฯ  แน่จริงลงมาเอาตินติดดิน มาเยือนมาเหยียบ  มาสัมผัสเถอะ  พี่น้องชาวบ้านยินดี ต้อนรับให้มาศึกษา เรียนรู้  แต่ ขอบอก อย่าทำเป็นมาใช่จิตวิทยา โดยคิดว่าประชาชนโง่ เป็นเด็ดขาด!   

                  . . .  มันมีเรื่องน่าขำ แกม สมเพทเวทนา ใน กิ๋น ในความงี่เง่า (ขอใช้คำที่ดูถูกแบบนี้เลย  ไม่ยับยั้งรีรอ กั๊ก แก๊ก อะไรแล้ว เจ้า  ตีแสกหน้า เลย! )   หากใครสนใจติดตามในเรื่องนี้  มีการออกข่าวให้สัมภาษณ์ อยู่เรื่อยๆ  เอาพวกไร้กิ๋นตัวเป้งๆดีกว่า นะ  ตัวอย่างเช่น …

                         หนึ่ง  … นายคนนี้  ( ไม่รู้ว่าเขาจะมาฟัง  มาอ่าน อะเป่า วะ ) …   “ นายสนั่น  ขจรประสาท ( ตั้งใจเขียนสะกดคำนี้ จิงๆ เพราะ เขา ประสาท ตีนไม่ติดดิน จิง  จิง )   ผู้เฒ่าหนั่น น้ำตาจระเข้ แห่งเมืองชาละวัน  พิจิตร   ตอนเป็นรองนายกรัฐมนตรี สมัยใครวะ  สมัยอ้าย สมชาย   วงศ์สวัสดิ์  ที่เป็นนายยกฯ  … เฒ่าหนั่นก็กระสัน จะให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ฟังดู พี่น้อง  เค้าพูดทำนองว่า …  “  ไม้สักทองที่อุทธยานแห่งชาติ มีเพียง สอง สามต้น ”  ( ทำนองว่า มีไม่มาก)  เห็นไหม เขาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์  ให้คนเชื่อ    พวก  “ ผู้แทนผู้ทรงเกือก ” )  …  ป๊าดดดด    ฉันอยากให้พี่น้องสะเอียบ ลากคอ เสธน หนั่น ฯ  ประเภท “  ใหญ่เพราะกินข้าว    เฒ่าเพราะอยู่นาน ”   ไปแหกตาดู ดงป่าสักทอง ซักกะที  … เฒ่า  เอ๊ย …                    

                  สอง …  แขกผู้ทรงเกียรติอีกคน  … “  เฒ่า   น้าหมัก ….  สมัคร  สุนทรเวทนา ”  (ขอโทษ ตั้งใจเขียนแบบนี้ หล่ะ )    อดีตนายกรัฐมนตรี  …   มาอีก รายนี้ก็มาลีลา  ลีลากระฉูด   น้าโวให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าว ทำนองแบบกิ๋นกระฉูด ว่า…

                     “   ถ้าสร้างเขื่อน  ไอ้พวก นกยูง หน้าโง่ สองสามตัว  ไม่บินหนี ”  ทำนองว่า ถ้าไม่บินหนีก็ให้น้ำท่วมตายไปซะ เสือกมาโง่  ( เอ ใครโง่ กันแน่  คร๊าบพี่น้อง)  … เขาเอาตำแหน่งใหญ่โตอันน่าเชื่อถือมาดูถูกกื๋นประชาชน  …   เอ   รายยนี้ รายนี้    ก็ต้องให้พี่น้องสะเอียบ  ลากกก คอ    เฒ่า ออหมัก   ไปดู ฝูงนกยูงท่าอุทธยานป่าแม่ยม  ให้รู้แล้วรู้รอด เป็นบุญตา  บางที่โชคดี อาจเห็นฝูง น้องนกยูง  ฟ้อนรำแพน เย้ย ต้อนรับ น้าหมัก ก้ได้ ให้ตกตะลึง  นะ จัง งัง  ไปเลย…  แต่ตอนนี้ น้าหมัก ขวาจัด ได้ สิ้นชีพไปล้า เราก็ขอ อโหสิ ให้น้า   …  ป่านนี้ น้าหมักคงได้เจอ พี่  “มด … วนิดาตันติวิทยาพิทักษ์ ”  หญิงแกร่ง ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน  พบกับ  “ อ้ายสุวิทย์  วัดหนู ” นักสู้เพื่อคนจน คนสลัม  หรือไม่ ก็คงได้พบกับ “ พันเอก สุดสาย  เทพหัสดิน ณ อยุทธยา ”   อดีตเจ้าพ่อ กลุ่มกระทิงแดงอันธพาลการเมืองสมัยหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ฯลฯ   อาจได้พบกันและจับมืออโหสิกรรม ให้กัน และ กัน ก็ได้   ฯลฯ

                           เอ๊า   อีกหน่อหนึ่ง  กะเด่ยวจักน้อยใจว่าหล่อใหญ่ ไม่พูดถึง  ก็ใครเล่า  ถ้าไม่ใช่ น้า “ ปอด   ปะศพ ”  (กรุณา อย่าตกใจ  ฉันก็ตั้งใจเขียนชื่อให้ใหม่ จิง  จิง )      น้าร่างใหญ่ดังยักษ์ ปักหลั่นตนนี้  ก้อให้สัมภาษณ์ พูดทำนองว่า จะต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น( น้าโดนพี่น้องสะเอียบ เผาหุ่นไปในวันที่ ๒๘ กย นี้ เรียบร้องโรงเรียน แก่งเสือเต้นไปแล้ว )  น้าบอก ว่า ปีหน้า ๒๕๕๖ คงได้สร้าง  …   เอ๊า พี่น้องเตรียมตัวต้อนรับ ผู้รุกรานได้แล้ว!  …   น้า ปอด ปะศพ   นี่  เป็นคนประเภทที่หนังสือกำลังภายในว่า “  มิเห็น โลงศพ    มิหลั่งน้ำตา ”   หรือที่คนเฒ่าคนแก่ พูดถึงคนพิลึกกึกกือ ประสาท เอาความคิดเผด็จการ มาเป็นใหญ่  ว่า  “  ไอ้ชาติคางคก   ยางหัวไม่ตก  ก้ไม่รู้สึก ”    เภทนี้แหละพี่น้องเอ๋ย…

                              - - -  ฉัน อยากมีข้อเสนอต่อพี่น้องชาวสะเอียบ แก่งเสือเต้น ต่อการ ต้าน มิให้โครงการสามานย์ นี้ เกิดขึ้นได้  (ถ้าพี่น้องเพื่อนฝูงที่ได้มาอ่านมาเยือนยาม ณ ที่นี้  อยากจะเสนอทางออก และ ทางต้านความกระสันของพวกนักสร้างเขื่อน ก็เชิญ แสดงความคิดเห็นสนทนาธรรมกันได้   และ ท่านที่เห็นด้วยกับการอยากให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ก็กรุณาเข้ามาเยือนเสนออะไรตามความคิดของท่านได้ เราต้อง เปิดประชาธิปไตยที่แท้จริง (ย้ำคำว่า “ที่แท้จริง! ”)  กันเต็มที่!

                            ข้อเสนอของ ฉันคือ …

              - - -   อย่าให้ พวก หน่วยงานที่จะสร้างเข้ามาในพื้นที่     ต้องเด็ดขาดกันแล้ว  และพี่น้องก็ได้ทำแล้ว!

 -         - -  อย่าให้เขามาลงหัวงานที่จะสร้างเป็นอันขาด ต้องจัดเวรยามกันไว้ (พี่น้องคงทำกันแล้ว)  เราจำบทเรียนกันได้ไหมท  ที่เขื่อนปากมูล  มันมาลงมือสร้างหัวงาน  และอ้างว่าการก่อสร้างทำได้หลาย  เปอร์ เซนต์ แล้ว  ต้องทำต่อ หยุดไม่ได้

             - - -    รวมพลังกันให้กว้างใหญ่ไพศาล กระจายความคิดข้อมูลที่แท้จริงออกสู่วงกว้าง ทั้งในประเทศ และทั้งในสากล  ( เขื่อน แม่วงศ์   และ เขื่อน  ไซยะบุรี ที่พี่ไทยหนับหนุนหลายด้าน )

                                 ฯลฯ    ฯลฯ  ฯลฯ 

        ของแถม …. เมื่อหลายปีมาแล้ว  ที่ฝรั่งเศส   มี พิธีการ   พังเขื่อน  คืนสายน้ำให้ชุมชน ให้ฝูงปลา (ยายไฮ ก็เคยทำมาแล้ว!)  …  มีบาทหลวง ขึ้นไปนั่งบนสันเขื่อน  แล้วท่านก็ตีระฆัง เป็นสัญญาณ ให้ประชาชน คืนสายน้ำให้กับชุมชน ให้ปลา ฯลฯ   นั่นคือการพังเขื่อน  อนุสาวรีย์ อันสามานย์ ในส่วนที่ไม่มีประโยชน์  …  แล้วเขื่อนที่ไม่มีประโยชน์ ที่ทำลายรากเหง้า วิถีชีวิตของชุมชน ของประชาชน หล่ะ  เช่น ที่เขื่อน ปากมูน  อิสาน   หรือ       ฯลฯ  … เป็น  question  marks  เท่านั้นเอง!

                         - - -     ขอให้กำลังใจ พลังใจ พี่น้องทุกๆแห่ง ทุกหน ฯลฯ  ที่กำลังต่อสู้  กับ  พวก   GODDAM!  …  LONG   LIVE    THE   PEOPLE !

 

สา ธุ        อา เ ม น     อิ สลา ม มา ลา กุ ม         ฯลฯ 

  ปลายฤดูหนาว , ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

 

 เชิงดอยสุเทพ ,  ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่ .

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
  --- เป็นความงดงามมากที่ “แมว (กฤคน ชัยแก้ว ) หรือ อ้ายแมว ( “ MAE)"  คนเพลง นักดนตรี แห่งล้านนาเจียงใหม่ เป็นคีย์แมนที่สำคัญ ดำริจัดงาน ฟรี Concert รายได้ทั้งหมดจัดซื้อเครื่องดนตรี ให้กับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครูแมวและเพื่อนนักดนตรีไปร้อง และสอนดนตรีให้เด็กเหล่านั้น (เราจะไม่เรียกเขาว่าเป็น “นักโทษ” เขาเป็นเยาวชน แม้กระทั่งผู้คนหลายวัยที่ถูกจองจำในคุก เราก็ไม่ควรเรียกเขาว่าเป็น “นักโทษ” เพราะคำๆนี้ยิ่งเป็นตราบาป ความน้อยเนื้อต่ำใจให้พวกเขา แต่ก็แน่นอนเมื่อเขาทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามคำพิพากษา เช่น …ไปฆ่าคน ข่มขืน – ฆ่า …
แสงดาว ศรัทธามั่น
  @  ดิบ เถื่อน ป่า เป็นคำที่งดงามมาก  คำว่า ป่าเถื่อน ป่าดิบเถื่อน นั่นคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ  มีต้นไม้ ใบหญ้า สรรพสัตว์ สรรพสิ่ง นานาพันธุ์ ฯลฯ ยังประโยชน์ให้มนุษย์ แลเริงรมณ์ยามเดินทางเข้าไปคารวะ ดงป่าเถื่อนดิบ ฯลฯ -   -   เอาไปใช้ได้อย่างไร? เอาไปใช้เป็นคำด่าว่า เป็นคนเถื่อน คนหยาบช้าได้อย่างไร? คำๆ นี้ใครเป็นคนคิดหว่า? พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเหรอ? นี่มันเป็นความคิดของข้าราชการศักดินานี่หว่า … คนเถื่อน ก็คือคนอยู่ดงดอยป่าเขา บริสุทธิ์ งดงาม มีอารยธรรม ไม่ได้ฉ้อฉล คดโกงใคร ไม่ได้คอรัปชั่น …
แสงดาว ศรัทธามั่น
    ฉันมีบุญตามาก ได้มาเยือนดอยไตแลง อยากมาเยือนนานแล้ว พอดีพี่น้องชาวปกาเกอญอเชิญชวนไป ตอบตกลงทันที ทั้งๆที่เคยตอบตกลงน้อง “สะอาด นิลคง” ศิลปินที่มาพำนักอยู่ที่อำเภอปาย แม่ฮ่องสอนกับลูกเมีย เธอชวนฉันกับอ้ายไพฑูรย์  พรหมวิจิตร ไปร่วมงานที่ปาย “อ้ายแสงดาว ขอเชิญอ้ายกับอ้ายไพฑูรย์ ไปร่วมงานที่บ้านผม มีงานแสดงศิลปะของผม มีการอ่านกวี น้าเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และพี่จี๊ด…จิระนันท์ พิตรปรีชา ก็มาร่วมด้วย เชิญอ้ายกับอ้ายไพฑูรย์มาร่วมอ่านกวีตวย ครับ”  “คับ ยินดีคับ” ฉันตอบรับคำ แต่แล้วฉันกับอ้ายไพฑูรย์ก็บอกน้องสะอาดว่า … “อาด…
แสงดาว ศรัทธามั่น
  นั่งอ่านหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉ.๑๒ - ๑๘ พ.ย.๕๓ ชอบคำพูดของบทความในนั้นว่า …  “ ว่ากันว่า “อาวุธ”   ที่น่ากลัวที่สุด ชนิดหนึ่งในทางการเมืองก็คือทำให้ผู้นำ “เป็นตัวตลก” ทำอะไรตลก เพราะเมื่อเป็น “ตัวตลก” ทำอะไรตลก แล้วความน่าเชื่อถือก็เปลี่ยนไป” - -   สายลมเหนือแห่งมันตฤดูพลิ้วโชยมา อากาศเย็นสบายภายใต้ร่มไม้อันร่มรื่น ณ บ้าน  - ร้าน ป่าในเมือง “สุดสะแนน” คืนงาน Free Concert  ของอ้าย “ถนอม ไชยวงษ์แก้ว” กวี นักเขียน ศิลปิน คนเพลง ฯลฯ แห่งล้านนาที่น้องๆ เพื่อนๆ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
    1.Rate R ( สีสวยแห่ง รุ้งสาย ) หากเรา * “มองดูความเป็นจริงสิ” ในเนื้อหา เราจะเห็นเนื้อหาที่แท้จริงของสีสมมุติ ขาว แดง เหลือง เขียว ชอล์ค (สีน้ำตาล) น้ำเงิน ชมพู ดำ
แสงดาว ศรัทธามั่น
  ( โคลงอิสระ ) เดือน   ดาว พราวพร่างฟ้า      ลาวัณย์ เมฆ หมอก ดวงตะวัน            เจิดจ้า มี มืด มี แจ้ง เคล้าคละ กัน     ไป่ข้อง ใจเนอ เพียงดวงจิตคนแกร่งกล้า       ผงาดท้า ริยำสมัย  ฯ  
แสงดาว ศรัทธามั่น
    Rate R : ตุลาประชาชน (People Of October)   (โคลงอิสระ)  
แสงดาว ศรัทธามั่น
    ถ้าจะพูดถึงเหตุการณ์อันเศร้าสลดหดหู่ของสังคมนี้ ทั้งที่ผ่านมาจนถึงปรัตยุบัน เราคงแยกออกไม่ได้จากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สังคมไม่ว่าจะเป็นประเทศสมมุติใดๆ สำหรับประเทศไทยสมมุติอันเปลี่ยนผ่านมาตั้งแต่ยุคบุพกาล (ความจริงในยุคบุพกาลนั้นยังไม่มีประเทศดอก (แต่ขอใช้คำนี้
แสงดาว ศรัทธามั่น
ก่อนนี้ เคยได้ฟังอาจารย์ เทพศิริ สุขโสภา  ศิลปิน นักเขียนชื่อดังแห่งสยามและสากล ท่านกล่าวว่า …
แสงดาว ศรัทธามั่น
@  ใน ปีกบางใสของผีเสื้อ มี  ลายสวยงามพริ้งพราย ใน  เจ็ดสีของรุ้งสาย มี  ความรักอันงดงาม
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ “ขอแสดงความยินดีกับพวกท่าน      ชาว  เนปาล  หาญกล้าน่านับถือ      โค่นอำนาจกษัตรย์หัวกระบือ      ใคร ใครหรือ จะหาญสู้ ป ระ ชา ช น  @        ( บทกวีเก็บตก กวีข้างวัด  )