Skip to main content

 

   + + + +++++++++++++++++

 

             @   เ ค ย   มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์   กลุ่มที่ ทำโพล์ ถาม เด็กวัยรุ่น (หรือทุกๆวัย)   ถึงเรื่องการ  โกง  ทุจริต คอรัปชั่น ของ นักการเมือง (หรือ ไม่ว่า จะเป็นใครๆ  … ข้าราชการ    พ่อค้า ประชาชน ฯลฯ )     ประมาณนี้แหละ…  คนตอบแบบคำถาม    ส่วนมากตอบทำนองว่า      ถ้า  โ ก ง   แล้ว ทำให้ประเทศชาติ เจริญ แล้ว   ก็ ไม่ น่าจะเป็นไร

 

                                    อืออมม์  พี่น้องคิดยังไง  ?   ฉันก้อเป็น งง  งง ว่า  โกง   แล้วประเทศชาติมันจะเจริญ ได้อย่างไร 

 

                                  และ เรื่อง คำว่า “เจริญ” นี้  เราต้องกลัวมันด้วยเน้อ   เจริญแบบทำลาย ธรรมชาติ  รากเหง้า วิถีชีวิต ของชุมชน ประชาชน นี้  อี ฉาน   บ่  อาวว    บ่อ เอาเน้อ ….  “ ไม่ อาวว     ไม่ อาววว    … ถอย  ดีกว่า    ไม่    อาววว    ดีกว่า    … ถอย ดีกว่า ฯลฯ”… ต้องร้องเพลง “ไม่เอาดีกว่า ของหนู “ น้อง อ้อม…    น้องสุนิศาฯ” นักร้องดังในอดีตแล้ว   ตอนนี้เธอหันมาสนใจใน ธรรมมะ  ในศาสนา   เราก็ขอ อนุโมทนา ด้วย จ้า “น้องหนูอ้อม”

          … เช่น “เจริญ” แบบมีตึกรามบ้านช่อง  แออัด  เต็มบ้านเต็มเมือง   โบราณสถานเก่าแก่ ก็ทุบสร้างอย่างอื่นทางธุรกิจแทน    … สร้างเขื่อน แบบบ้าคลั่ง ทำความเดือดร้องให้ ธรรมชาติ  รากเหง้า วิถีชีวิตของชุมชน  ประชาชน ...  นักวิชาการ อาจารย์   “ด๊อกเต้อร์  ด๊อก ตีน”  ( คำๆนี้  “อาจารย์ นิธิ  เอียวศรีวงศ์” เป็น คนเรียก  พูด เอง     เน้อ  มิใช่อีฉาน เรียก )  ที่ขายจิตวิญญาณ เพราะได้ผลประโยชน์จากการเจ้าของโครงการ  แม๊กกะโปรเจ็คใหญ่  ที่   โกง กิน คอรัปชั่น เอื้ออาทรกันเป็นทอดๆ… แต่นักวิชาการที่ดีๆ ก็มี เน้อ ฉันมิได้เหมารวม ทั้งหมด!)    นักวิชาการพรรค์ นี้ ก็สามารถ ทำเรื่อง  “ผลกระทบสิ่งแวดล้อม”  ให้โครงการผ่านได้  ตัวเองก็สบาย ไปเลย

 

                    การคิดเรื่อง  การโกง   กันแบบนี้  มันเหมือน “อุปทานรวมหมู่” ทำให้คิดเช่นเดียวกัน ทำให้เป็นค่านิยมที่ผิดๆ หรือไม่?   ที่คิดกันแบบเนี้ยย 

 

                                   เมื่อ มาพูด เรื่อง โกง นี้แล้ว  มีเรือง ขำ   เรื่องจริ๊งง …  เพื่อนสาวรุ่นน้อง เขาเล่า ให้ฉันฟังคราหนึ่ง   ไม่นานมานี้  

 

                           “  อ้าย  น้องขำมาก   พี่ …  เล่า ให้ น้องฟังว่า    พี่…คุยในหมู่ คนมาก   มีทั้งเพื่อนของพี่ และคนอื่นๆ  มีตอนหนึ่งนะอ้าย…”   น้องคนเล่า เอามืออุ่มปาก  ทั้งๆที่ยังไม่ทันเล่า เธอก็จะ ขำ แล้ว     และ เธอ ก็เล่าต่อ…

 

                 “  เขาพูดถึงเรื่อง  ความรวย   และ การ  โกง  กัน  มีคนหนึ่งพูดสรุป ทำนองว่า… ไอ้คนที่  รวย   มากๆ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง  ข้าราชการ   มันรวย ก็เพราะ  มัน  โก ง   กิ น    กันทั้งนั้น…ได้ฟังเช่นนั้น แล้ว  พี่ … ( ที่ ฉันเขียน … สาม จุดนี้  ไม่บอกชื่อ   เพราะ ไม่อยากบอกชื่อเขา จ้า …  เพื่อนสาวคนที่ ฉัน เขียน … นี้   เธอเป็นคนที่ รักความถูกต้องเป็นธรรม  มี  จิตใจไพศาล งดงาม เห็นอกเห็นใจ  และช่วยเหลือคนทุกข์คนยาก เมื่อมีโอกาส  และ เธอ ก็มีน้ำใจ ช่วยเหลือ เพื่อนๆ และน้องๆด้วย ฯลฯ       ) 

 

                    “ แล้วพี่ …  ก็พูดโพล่งออกมาเสียงดัง เชียว   ว่า…

                        “ พ่อกูรวย และ กู ก็ ร ว ย  แต่ ไม่ โกง โว๊ยยย”

 

        พูด  แค่นี้  ในวง เงียบปิ้ง กันไปเลย    คนที่พูดทำนองว่า คนที่    ร ว ย     ล้วน เป็นคนที่โกง ทั้งนั้น!  …    ก้อ เหมือนโดน หมัด ฮุกที่ท้อง  สะอึก   อึ้ง นิ่ง เงียบไปเลย !

                       5 5 6  …  5 5 6   … 5 5 6

               ห้า     …       ห้า       …        หก  @

 

(  ปล.  หมายเหตุ :  คำ   5 5 6  นี้  เป็นคำ ไค้หัว (หัวเราะ) ของอ้าย “ กุดจี่ … พรชัย  แสนยะมูล  ”  กวี นักเขียน อารมณ์ดี แห่งอิสาน   ไปอ่านที่เขาเขียนใน เนชั่นสุดสัปดาห์ ( อ้ายกุดจี่ฯ เขาเป็นนักเขียนประจำที่นั่น ) ฉบับล่าสุด  เขา  บอกว่า   ชาว เฟสฯ ที่ชอบ   โพสต์  หัวเราะ  5 5 5   นั้น เปลี่ยนได้แล้ว  เพราะปีนี้ เปลี่ยน จาก พศ.  2555  เป็น  2556  แล้ว    5 5 6 )

 

 

    ราตรี  ๔ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๖

เชิงดอยสุเทพ , ล้านนาอิสระ , เชียงใหม่.

 

 

 

             

 

              

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…