Skip to main content

"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "
คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้า
ปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์
หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !



* "บุ ต ร ของ เ ธ อ มิใช่ บุ ต ร ของ เ ธอ
เ ขาเหล่านั้นเป็น บุ ต ร และ ธิ ดา แห่ง ชี วิ ต
เขามาทางเธอ แต่มิได้มาจาก เ ธอ
และแม้ว่า เ ข า อยู่กับ เ ธ อ
แต่ก็มิใช่สมบัติของ เ ธ อ ฯลฯ "

"ท่าน คาลิล ยิบราน"
วจีกวีบทนี้ทำให้ข้าพระเจ้าพอบรรลุธรรมได้บ้าง
ช่างเป็นบทเพลงธรรมชาติที่มีชีวิตชีวา ...เป็น " ปรัชญาชีวิต "
มิให้เรา ** "ยิดมั่น ถือมั่น รู้จักปลดปล่อยวาง...
เมื่อมันหนักก็จักแบกหามเอาไว้ทำไม? ปลดปล่อยวางลงไปซี"

นี้คือคำสอนของ " ท่านพุทธทาส" ... มหาปราชญ์กวีแห่งอุษาคเนห์ แลแห่งโลก
โ อ ... ข้าฯน้อมรับ
บางครา... ข้ารู้สึกทุกข์ร้อนใจในเรื่องลูกสาวที่ดื้อรั้นอันตกอยุ๋ในหุบเหวแห่งโครงสร้างสังคมอภิมหาบริโภคทุนนิยมโลกาวินาศสุดโต่ง

ทว่า... เมื่อได้ยลยินคำกวี - คำสอน แห่งมหาปราชญ์สองท่านแล้ว
ด วง ใ จ จิ ต วิ ญญา ณ ทั้งผองของข้าฯก็ปลดปล่อยวาง ... ฉ่ำชื่น เบาโหวง
ล่องลอยไป...ล่องลอยไป...ไร้กาลเวลา และสถานที่
..." NO TIME AND SPACE "

โ อ...ข้าคารวะน้อมรับด้วย จิ ต วิ ญ ญา ณ อันงดงาม
หรือแม้กระทั่งคราที่ข้าฯแยกทางเดินกับ แ ม่ ของ ลู ก
และ แม้กระทั่ง ข้าฯ แยกทางเดินกับ ค น รั ก ณ ป รั ต จุ บั น
หรือ แม้กระทั่งเรื่องราวแห่งโลกชีวิต ธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม
การเมือง ห่าเหว ฯลฯ
ที่รุมเร้าทำลายรากเหง้าวิถีชีวิตของเพื่อนมนุษยชาติ และ สรรพชีวี ฯลฯ
โดยโครงสร้างสังคมสามานย์สุดโต่งทั่วโลก ฯลฯ

แต่ เมื่อข้าได้เสพสมรสคำกวี - คำสอน แห่ง " ท่าน คาลิล ยิบราน" และ "ท่านพุทธทาส" แล้ว
ข้าฯ ก็ ลดละความเจ็บปวดร้าว ยึดมั่นถือมั่น ลง
" ต ถา ตา ...มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
* " เ ธ อ อาจให้ ควา มรัก แก่ เขา
แต่ ไม่อาจให้ ค วา มนึ กคิ ด ได้
เพราะว่า เ ขา มี ควา มคิ ด ข อ ง ต น เ อ ง ฯลฯ "

" ฯลฯ เ ธ อ อาจให้ ค วา มรั ก แก่ เ ขา
แต่ ไม่อาจให้ ค วา มนึ กคิ ด ได้
เพราะว่า เ ขา มี ค วา มนึ ก คิ ด ของ ต น เ อ ง ฯลฯ
เ ธ อ เป็นเสมือน คั น ธ นู
แล บุ ต ร ห ลา น เหมือนลูกธนูอันมี ชี วิต
ผู้เล็งยิ่งเห็นที่หมายบนทางอันมิรู้สิ้นสุด
พ ระ อ ง ค์ จะ น้าว เ ธ อ เต็ ม แ ร ง
เพื่อว่า ลู ก ธ นู จะวิ่งเร็ว และ ไปไกล

ขอให้การโน้มงอของ เ ธ อ ในอุ้งหัตถ์ ฃอง พ ระ อง ค์
เป็นไปด้วยความยินดี
เพราะว่า
เมื่อ พ ระ อง ค์ รัก ลู ก ธ นู ที่ บิ น ไปนั้น
พ ระ อง ค์ ก็ รั ก คั น ธ นู ซึ่งอยูนิ่งด้วย "

"ท่าน คาลิล ยิบราน"
ธรรมชาติชีวิตจิตวิญญาณอิสรา
คือ ด น ตรี บรรเลงพริ้งเพราะผสานให้มุนษ์โลก เอกภพ มหาจักรวาล
อันมิรู้สุดสิ้น ได้บรรลุธรรม แล มีจิตใจงดงาม แล
ศานติภาพจักเกิดขึ้นเป็นจริง !!!

หากว่ามีดวงจิตวิญญาณปรารถนา บ ร ร ลุ ธ ร ร ม !!!
อา เ ม น !
สา ธุ!
WE LOVE YOU !!!


บ้านดิน, ดินแดนขบถพญาผาบ, ต หนองจ๊อม, อ. สันทราย, เจียงใหม่
* จากหนังสือ " ป รั ช ญา ชี วิ ต "

บล็อกของ แสงดาว ศรัทธามั่น

แสงดาว ศรัทธามั่น
ฉั น นั่งคุยกับ อ. เปี๊ยก(เพื่อนร่วมชีวิตกับสุดสะแนน) ใต้ร่มต้นมะปราง ลิ้นจี่ ลำใย ฯลฯ ณ ร้าน - บ้าน "สุดสะแนน" ฉั นมักมาพำนักที่นี่เสมอด้วยความกรุณาของผองเพื่อนพีน้องสุดสะแนน ดังที่ฉั น เคยเขียนว่า ที่นี่เป็นป่าในเมือง รายล้อมด้วย ตึก คอนโด เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯไก่ชนรูปร่างสง่างามคุ้ยเขี่ยหาอาหารใต้ร่มไม้กะ อ.เปี๊ยก ที่ผูกเปลนอนใต้ร่มไม้ ไก่ชนตัวนี้รอดชีวิตมาได้ เพื่อนๆจะเอาไปต้มกิน แต่ "อ.คิง" เอามาที่สุดสะแนน ก่อนที่เพื่อนๆจากเชียงของ, เชียงราย จะมาบ้าน "อ้ายต้อม และ พี่กบ" ที่สันทรายแม่โจ้, เชียงใหม่....เพื่อนๆ จากเชียงของคือผู้ที่ปกป้องรักษารากเหง้าวิถีชีวิตให้กับโลก แผ่นดิน…
แสงดาว ศรัทธามั่น
เ ดื อ น - ดา ว งามแจ่มฟ้าลาวัณย์แ ร ม - เรืองรองพลันบรรเจิดจ้าป ระ กา ย - เดือนดาวแห่งคืนวันดับวูบ แล้วเฮยเ รื อ ง - เรื่อเหลืองอร่ามแล้วอาบโลก งามนิรันดร์ ฯน้ อ ง ชา ย....ยินข่าวเจ้ากลับคืนสู่ผืนดินข่าวคราวจากผองเพื่อนแห่งล้านนาฉัน งงงวย และใจหายต่อมา... เริ่มเข้าสู่ห้วงภวังค์จิตสมาธิ* " ต ถา ตา .... มันเป็นไปเช่นนั้นเอง "
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
แสงดาว ศรัทธามั่น
 (1)พรรษาราตรีพรรษาฤดูฉันนั่ง ณ ลานโล่งกว้างแห่งเมืองใหญ่ยามราตรีนี้ทุ่งฟ้าดูมิสดใสด้วยเมฆฝนทว่า...เป็นครรลองของธรรมชาติที่เป็นไปเช่นนั้นเอง“ตถาตา”
แสงดาว ศรัทธามั่น
( 1 ) พ ลิ้ ว โ ผ แ ล โ อ บ ก อ ดอรุณรุ่ง ฉันนั่งใต้ร่มไม้มะม่วง ณ ที่นี่มีต้นไม้พันธุ์ไม้หลากหลาย ฯลฯทั้งไม้ดอก ไม้แดก ( หมานถึงกินได้ ) เช่น มะม่วง มะปราง ลิ้นจี่ตาขบ ฯลฯ ที่นี่ ถือว่า เป็นป่าในเมือง มีความร่มรื่น มี นก หนูแมลง กระรอก ผีเสื้อ แมลงปอ กบ เขียด ปาด อึ่งอ่างคางคก และไก่แจ้ ฯลฯ ขณะฉันเดินออกกำลังกาย รับแสงตะวันยามเช้าไก่แจ้หลายตัวก็เริงรำย่ำย่างมาหาฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไรฉันรีบเดินไปเอาข้าวสาร ณ บ้าน - ร้านนี้ มาโปรยปรายให้พวกเธอบ้ า น - ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ตึก คอนโด ด้านทิศตะวันออก กำลังสร้าง ตึก คอนโด ฉันคำนวณความสูงไม่ต่ำกว่าสิบชั้น...โอ้ ...นกกระจอกมาแล้ว…
แสงดาว ศรัทธามั่น
*1  เรียวนิ้ว บรรเลง เพลง บลูส์ กีร์ต้า     เรียวปาก พริ้ม ฮาร์โมนิการ์ขับขาน*2  กลอง บองโก้ บรรเลง เพลงรัก ฉ่ำชื่นบาน     โอบกอดโลก สุข สราญย์เบิกบาน ชีวี     สาก มือ นิ้ว ด้าน  ด้าน เหนี่ยว ไกปืน      ผงาดยืน สาดกระสุนใส่ ในทุกที่ *3  ระเบิดบาป กระสุนบ้า ณ เพลานี้      ถล่มโลก ให้ป่นปี้ ด้วย ไ ฟ ส ง ค ร า ม*4   เธอ “ผิวปากเป็นบทเพลงแห่งความคิดถึง”      เพราะรักจึงจิตวิญญาณ – หัวใจ มิอาจห้าม     …
แสงดาว ศรัทธามั่น
Up fighting together for "FRIEND OF BURMA" and give power heart hug for.......FRIEND SENDING  STRENGTH TO NAGIS VICTIMS"พ ลั ง ใ จและโอบกอดแด่การ ลุ ก ขึ้ น สู้ของพี่น้องชนเผ่า และป ระ ชา ช น ชา วพ ม่า (มิใช่ชนชั้นปกครองรัฐบาลเผด็จการทหารฟัสซิสม์มิยันม่าร์) และพี่น้องที่ถูกพายุนากิส โหมซัดกระหน่ำทำให้ต้องตายนับแสนๆ คนและสูญหายอักนับหมื่นคน******
แสงดาว ศรัทธามั่น
ภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/poakpong/2301645201/  ..... เ พ ลง ROCK ผสานเพลง เ ร ก เ ก้"บอบมาเล่ย์" and WE CAN PLAY พริ้งผ่องใสทั้ง ไทย - สากล - ลูกทุ่ง ...COUNTRY SIDEทั้ง เพลง ฉ่ อ ย ชื่นฉ่ำไล้ เพลง ร อ ง เ ง็ งเพลง ลำ เพ ลิ น เพลง จ๊ อย ซ อเพลง ป ว่า เ ก อ ญ อ พลิ้วบรรเลงเพลง รั ก โ ล ก เฉิดเชวงคือ บทเพลง แห่ ง รั ก อั น งด งา ม !!!For Humanity friend on Earth ... We Love Y ou !!!!คิมหันตฤดู, 22 เมษายน 2551"สุดสะแนน", ล้านนาอิสระ , เจียงใหม่
แสงดาว ศรัทธามั่น
* @ " ปุ๋ ย ... นั น ท โ ช ติ  ชั ย รั ต น์ "เพื่อนแจ่มชัด สู้เพื่อโลก - ประชาชนได้สุขสันต์พริ้มบทเพลงกล่อมเห่เป็นนิรันดร์พลิ้วเพลงฝันกล่อมโลก กล่อมชีวี- - - ชั่วชีวาแห่งเธอแกร่งกล้างามเสมอนั้นเหลือที่คุณค่า คงมั่น หยัดยืน ณ ปฐพีร่วม " ลุ ก ขึ้ น สู้ " เพื่อพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ... ประชาชน... เ ธ อ มี จิ ตวิ ญ ญา ณ สะอาดสดใสงา ม ด ว ง ใ จ เ จิ ด จ้าแจ่มเหลือล้นแห่งเพื่อนพี่น้อง " ส มั ช ชา ค น จ น "เพื่อ ผู้ทุกข์ทน ทุกข์ยาก ได้กำ ชั ย !!!... พริ้ มตาหลับลงเถิด เพื่อนแก้วเอ๋ยสายลมโชยพัดรำเพย อวยพรให้ผีเสื้อ แมลงปอ แล ดอกไม้โ ล ก เ อ กภ พ จั ก ร วาล ฉ่ำไล้ โอบกอด เ ธ อ** จิ ต วิ ญญา ณ- เ ธ…
แสงดาว ศรัทธามั่น
"ท่าน ค า ลิ ล ยิ บ ร า น "คือหนึ่งในมหาปราชญ์กวีแห่งโลกหล้าปลุกปลอบเพื่อนมนุษยชาติให้งดงามจิตวิญญาณ์หลอมคุณค่าชีวีโลกให้ ฉ่ำ บา น !
แสงดาว ศรัทธามั่น
*** "มองดูความจริงซีพี่ น้องผองเพื่อน"มองดูแล้วย้ำเตือนคนหนุ่มสาวโลกร้อนแล้งเลวร้ายเนิ่นนานยาวทั้งเหน็บหนาวปวดร้าวทุกคราวครั้ง
แสงดาว ศรัทธามั่น
@ - - - ป รา ก ฏ กา ร ณ์ธรรมชาติดูเหี้ยมโหดเกรี้ยวกราดโกรธทำลายไปทั่วดิน ฟ้า อากาศ ดูน่าสะพรึงกลัวแตกตัว เติบใหญ่ ไปทุกที่ลูกเอ๋ย... แม่ก็รู้ ลูกเจ็บปวดร้าวรวด ทุกข์ทรมาน เหลือที่ก็ แ ม่ ก็ อยู่ ของ แ ม่ อยู่ ดี ดีแล้ว ลู ก อัปรีย์ ไยมาย่ำยีกดขี่ข่มเหง แ ม่ ทำ ไม ?แ ม่ เองก็เจ็บปวดรวดร้าวนักเหน็บหนาว รุ่มร้อนประจักษ์ เจ็บป่วยไข้ไฉนเล่ามาเฆี่ยนโบยตี มาสุมไฟรุกไล่ ทำลาย ล้างผลาญเจ้า ลู ก ริ ยำ เอ๋ย ...ไย เ ธ อ ไม่รู้ ?อวิชชาพรั่งพรูกรูกลบหมดสิ้นโลภ โกรธ หลง เมามัว เข่นฆ่าแ ผ่ น ดิ นพังภินท์ไปหมดทั่วเอกภพ จักรวาลลูกหลานเอ๋ย ... แ ม่ก็ปวดเจ็บ ...หนาวเหน็บเมื่อม า ร ลู ก มาล้างผลาญหยุดเถิดยังมิสาย…