Skip to main content

เอาล่ะครับ พ่อแม่พี่น้อง เรื่องถัดไปนี่คงเป็นความสนใจของเพื่อนพ้องหลายๆพื้นที่นะครับ มีเรื่องจำนวนมากเกี่ยวกับ  เจ้าพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบางพื้นที่เพิกเฉย ละเลย ดูแลปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ แถมยังมีเรื่องราวกินสินบาทคาดสินบนทำให้ชาวบ้านจนปัญญาจะหาทางแก้ไขเข้าไปอีก   ลองมาฟังเรื่องของชุมชนนี้แล้วผมจะชี้ทางออกและผลักดันให้การแก้ไขให้ได้ด้วยครับ

เรื่องมีอยู่ว่า หมู่บ้านหนึ่งซึ่งอยู่นอกเขตชลประทาน เนื่องจากหมู่บ้านและตำบลนี้ไม่ได้มีการเพาะปลูกอะไรมากนัก เพราะอยู่ห่างไกลแหล่งน้ำและบรรพบุรุษก็ทำกิจกรรมอื่นที่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำมากมายจึงอาศัยน้ำฝน น้ำบ่อในการใช้สอยดื่มกิน   แต่มาในระยะหลังเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงในหน้าแล้งและเกิดปัญหาขาดน้ำอย่างที่เราได้ฟังข่าวกันทุกปีช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม  เมื่อสักสิบปีก่อนพี่ป้าน้าอาเขาเลยไปขอให้ทางกำนันติดต่อการประปาเข้ามาวางท่อส่งน้ำให้ใช้กันหมู่บ้านบ้างก็อยู่กันได้ดีมีสุข   จนในระยะหลังทางหมู่บ้านนี้โด่งดังไปทั่วว่ามีภูมิทัศน์สวยงามน่าท่องเที่ยว จนเริ่มมีนายทุนจากภายนอกเข้ามาสร้างรีสอร์ต ทั้งหน่วยงานรัฐก็มาส่งเสริมให้คนมาเที่ยวกันล้นหลาม จนเมื่อถึงหน้าแล้งปีนี้ ชาวบ้านก็ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้น้ำประปาที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการเนื่องจากสืบได้ว่าทางรีสอร์ตและสถานที่ท่องเที่ยวรายใหญ่ได้กักน้ำไว้ใช้ล่วงหน้า อีกทั้งยังมีการใช้เส้นสายทำให้เกิดการเปลี่ยนทางส่งจ่ายน้ำเพื่อรองรับรับนักท่องเที่ยวจนเกิดความวุ่นวายไปหมด นี่ยังไม่นับรวมปัญหารถเข้ามาในพื้นที่จนแออัด และขยะมูลฝอย มลภาวะที่ตามมาอีกมาก

ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงได้แจ้งให้แก่ทางประปาจังหวัดให้รีบแก้ไข โดยในระหว่างนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ต้องเปลี่ยนวิถีการใช้น้ำมาใช้น้ำตอนกลางคืนแทนตอนกลางวันโดยไปขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านไปต่อรองกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ว่าช่วยไปเคลียร์กับทางรีสอร์ตต่างๆให้ช่วยสลับเวลาดึงน้ำกันหน่อย ชาวบ้านเดือดร้อนจนจะทนกันไม่ไหวแล้ว   เมื่อเวลาผ่านไปปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า งบประมาณหมดต้องรอเบิกจากรัฐเสียก่อน  และได้ทำสัญญาตกลงว่าจะต่อท่อน้ำประปาไปยังหมู่บ้านที่เกิดขึ้นมาใหม่หากชาวบ้านที่เหลืออยู่ในพื้นที่ตกลงขายที่ดินให้กลุ่มนายทุนท่องเที่ยวทั้งหลายและย้ายไปอยู่กับชาวบ้านท้องถิ่นกลุ่มเดิมที่ยอมขายที่ดินแล้วย้ายออกไปก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาผ่านไปจนชาวบ้านทนไม่ไหว จึงมีการร้องเรียนต่อการประปาส่วนภูมิภาค เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตรับเงินของเจ้าหน้าที่   ทำให้ไม่มีงบประมาณในการเพิ่มท่อน้ำให้แก่ชาวบ้าน ดังนั้นในเรื่องนี้การประปาส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่จึงต้องออกมายืนยันว่าจะดำเนินแก้ไขปัญหาของชาวบ้านแทน   แต่จนแล้วจนรอดท่อส่งน้ำและปริมาณน้ำก็ยังไม่พอต่อความต้องการเนื่องจากมีรีสอร์ตเข้ามาเปิดใหม่อยู่เรื่อยๆ รวมถึงมีข่าวว่าจะมีโรงแรมดังระดับโลกมาสร้างอีก ชาวบ้านจึงกังวลว่าสถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้

หลังจากนั้นสิ่งที่ชาวบ้านกังวลก็เป็นจริงเพราะเริ่มมีนายหน้าเข้ามาติดต่อกว้านซื้อที่ดินโดยไม่บอกว่าจะเอาไปทำอะไรแต่พฤติกรรมที่เข้ามกว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ต่อเนื่องกัน ซ้ำยังได้ข่าวว่าอาจรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนที่ชาวบ้านรู้กันดีว่าไม่มีใครจะเข้าไปทำประโยชน์ได้เพราะผิดกฎหมายอาจโดนเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับเอาได้ เพราะเคยมีลุงป้าคู่หนึ่งเข้าไปเก็บหน่อไม้แล้วโดนตำรวจจับติดคุก ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาแล้ว   จนชาวบ้านเข็ดขยาดและ อบตงในพื้นที่ก็ไม่กล้าประกาศเป็นเขตป่าชุมชนเพราะเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในพื้นที่ไม่ประสานความร่วมมือ ต่างจากพื้นที่อื่นซึ่ง อบต.กับ อุทยานฯ ทำสัญญาทางปกครองตกลงกันให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้บ้างแต่ก็มีหน้าที่ร่วมรักษาผืนป่าและฟื้นฟูไปด้วย ดังที่ได้ออกข่าวกับรายการดังจนเป็นที่มาของเรื่อง ป่าชุมชน และมีนักวิชาการ นักศึกษา เข้ามาค้นคว้าวิจัยจนเติบใหญ่ทางวิชาชีพกันไปทั่ว           

เมื่อชาวบ้านไม่ยอมขายที่ดิน นายหน้าก็รุกคืบไปทำกิจกรรมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิก อบต. แทน   โดยชาวบ้านเห็นว่าหลังๆ กิจกรรมในชุมชนจะมีรีสอร์ต นายทุนภายนอกเข้ามาสนับสนุน แต่พอเป็นกิจกรรมงานบุญประเพณีท้องถิ่น กลับไม่มีใครเหลียวแลเหมือนในอดีต  จะมีเข้ามาช่วยบ้างก็ช่วงใกล้จะเลือกตั้งครั้งใหม่   โดยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของ อบต. แต่ใกล้กับพื้นที่ของรีสอร์ตใหม่มาก หมู่บ้านดังกล่าวชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจร เนื่องจากถนนที่ใช้กันภายในหมู่บ้านมีความชำรุด เป็นหลุม เป็นบ่อ ชาวบ้านได้เรียกร้องต่อผู้ใหญ่บ้าน แต่ได้กลับเพิกเฉยไม่ได้ดำเนินการอะไร จนมีชาวบ้านคนหนึ่งได้เขียนข้อความประท้วงลงในใบปลิวตามท้องถนน ปรากฏว่าเช้าวันต่อมา อบต. มีการขึ้นป้ายกระดาษขนาดใหญ่ โดยระบุข้อความว่า ถนนเส้นดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต. แต่เป็นความรับผิดชอบของ อบจ. ซึ่งได้สร้างความแปลกใจว่าการทำงานของหน่วงงานของรัฐไร้ประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในการติดต่อประสานงานกัน เพื่อบรรเทาทุกข์ของชาวบ้าน เรื่องนี้น่าจะร้องเรียนหน่อยงานที่เกี่ยวข้องให้มาจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดเสียที เพราะไม่อย่างนั้นชาวบ้านคงโดนบีบให้ขายที่ดินแล้วหนีไปอยู่หมู่บ้านใหม่ที่ห่างออกไปจากเดิม เพราะนับวันต้องทนกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ปริมาณรถ รวมถึงการเปิดผับบาร์ซึ่งสร้างเสียงรบกวนเพิ่มมาอีก ทั้งที่ชุมชนอยู่มาก่อน

วิเคราะห์ปัญหา

1. การเกิดปัญหาแย่งชิงน้ำ มีกระบวนการพิสูจน์ผู้ก่อผลกระทบและแก้ไขเยียวยาปัญหาอย่างไรได้บ้าง   ใครจะต้องชดเชยค่าเสียหาย และจัดหาน้ำมาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่บ้าง

2. ผลกระทบด้านการสัญจร และถนนหนทางพัง ซึ่งเกิดขึ้นจากโรงแรม รีสอร์ตเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนที่อยู่รอบข้างหรือไม่ ส่วนมลภาวะทางเสียงไม่เกิดค่ามาตรฐานที่กฎหมายเฉพาะกำหนดจะมีกฎหมายอื่นควบคุมไหม

3. การตั้งโรงแรมและรีสอร์ตในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่พักอาศัยของประชาชนสามารถกระทำได้หรือไม่   กระบวนการในการกำหนดผังเมือง หรือบังคับไม่ให้มีการรุกล้ำพื้นที่ซึ่งผังเมืองกำหนดไว้จะทำได้หรือไม่ ประชาชนจะมีส่วนร่วมได้มากน้อยเพียงไร

4. หากร้องเรียนเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ประชาชนจะสามารถดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดการเยียวยาอย่างทันท่วงทีได้บ้าง

5. ปัญหาเกี่ยวกับการแย่งชิงทรัพยากรควรจะใช้วิธีการใดในการเข้าไปแก้ไขจัดการปัญหา เมื่อประชาชนไม่มีเวลาในการเฝ้าหาหลักฐานว่าใครทำถนนเสียหาย หรือขาดความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในการตรวจเสียง ตรวจวัดน้ำ

การนำกฎหมายมาแก้ไข

1. เรื่องการแย่งชิงทรัพยากรน้ำนั้นกฎหมายจะกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการประปาส่วนภูมิภาคต้องมาตรวจวัด และจัดหาน้ำให้ใช้สอยได้ตามเป็นปกติ  หากแจ้งไปแล้วไม่มาดำเนินการถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

2. กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษส่วนใหญ่จะกำหนดค่ามาตรฐานไว้ หากเวลาที่เจ้าหน้าที่มาตรวจวัดแล้วผับบาร์ไม่ทำเสียงดังก็จะไม่ผิดกฎหมาย   ดังนั้นอาจต้องปรับไปใช้กฎหมายอาญาเกี่ยวกับการสร้างความเดือดร้อนรำคาญเพราะเป็นการใช้สิทธิเกินส่วนจนกระทบกระเทือนสิทธิผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษแก่ผู้ก่อความรำคาญ  ในกรณีของผับ ดิสโก้เธค หรือการจัดงานสังสรรค์เสียงดังจนเกิดความรำคาญ

3. การวางผังเมืองโดยทั่วไปจะมีการกำหนดเขตพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ไม่ให้ปะปนกันเพื่อป้องกันการสร้างความเดือดร้อนรำคาญของกันและกัน โดยจะกำหนดมิให้มีการสร้างอาคารหรือใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ตั้งแต่การขอใบอนุญาตสร้างอาคาร และตั้งกิจการต่างๆ   หากมีการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์สามารถเพิกถอนใบอนุญาตและให้ผู้ฝ่าฝืนรับโทษตามกฎหมายได้ และกรมผังเมืองเป็นผู้ดำเนินการกำหนดผังเมืองทุกห้าปี โดยให้ประชาชนมีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดได้

4. หากเจ้าพนักงานเพิกเฉย ละเลยไม่ใส่ใจ สามารถร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาให้มีคำสั่งกวดขันเร่งดำเนินการตามหน้าที่ได้ หรือฟ้องคดีปกครองให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดได้ หากมีความเสียหายก็เรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ด้วย

ช่องทางเรียกร้องสิทธิ

1.  หากเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญเล็กน้อยอาจแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ปกครอง หรือตำรวจได้

2.  คดีเกี่ยวกับมลภาวะนั้นสามารถร้องเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้

3.  กรมควบคุมมลพิษ และคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการควบคุมโรงแรม รีสอร์ตไม่ให้ก่อมลพิษเกินกว่าที่กฎหมายวางค่ามาตรฐานกำหนดไว้   จึงต้องไปร้องเรียนสองหน่วยงานนี้ในระดับท้องที่ เช่น ศาลากลางอำเภอ หรือศูนย์ราชการจังหวัด  หากไม่คืบหน้าก็อาจร้องเรียนต่อไปยังคณะกรรมการอุทธรณ์ของกรมควบคุมมลพิษ หรือฟ้องศาลปกครอง

4.  เรื่องการวางผังเมืองและการใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ที่ผังเมืองกำหนดนั้น ต้องร้องเรียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่นั้นหรือกรมการผังเมือง หรือคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมได้

5. ในคดีแย่งชิงทรัพยากรสามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้แย่งชิงทรัพยากรโดยตรงในศาลยุติธรรมได้ทั้งที่เป็นความผิดทางอาญาและการชดใช้ค่าเสียหายในทางแพ่งฯ แต่ยังมีศาลปกครองที่มีเขตอำนาจรับคดีด้วยเนื่องจากทรัพยากรทุกอย่างจะมีหน่วยงานรัฐรับผิดชอบอยู่   ในหลายกรณีที่ต้องอาศัยความสามารถทางเทคนิคในการตรวจความเสียหายและใช้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ จึงมีการฟ้องร้องคดีไปยังศาลปกครองก่อน เพื่ออาศัยกระบวนการไต่สวนของศาลปกครองที่ผู้พิพากษามีอำนาจเรียกหลักฐานและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาได้ เป็นการแบ่งเบาภาระในการหาหลักฐานของประชาชน เมื่อได้ชุดหลักฐานแล้วก็สามารถนำไปใช้ฟ้องในศาลยุติธรรมต่อไปภายหลังได้ด้วย

สรุปแนวทางแก้ไข

                ใช้หลักสัญญาในการจัดทำบริการสาธารณะ และความโปร่งใส   ซึ่งกรณีนี้เป็นหน้าที่ขององค์กรที่เกี่ยวข้องของรัฐ ทั้ง อปท. และรัฐวิสาหกิจ ในการจัดบริการสาธารณะอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง   ส่วนการทุจริตในการใช้งบประมาณอาจร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ให้ตรวจสอบต่อไป   การควบคุมดูแลกิจการโรงแรมและรีสอร์ตและการเรียกร้องให้จัดบริการขั้นพื้นฐานให้เพียงพอใช้หลักการจัดทำบริการสาธารณะโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการกระทำทางปกครอง  ซึ่งสามารถนำกรณีนี้ไปร้องเรียนต่อองค์กรที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบโดยตรงคือ อบจ. หรือคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรม และต้องพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดผังเมือง หากมีปัญหาให้ร้องเรียนกับกรมผังเมือง หรือฟ้องร้องการทำผังเมืองไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลปกครอง

 

 

บล็อกของ ทศพล ทรรศนพรรณ

ทศพล ทรรศนพรรณ
Nick Srnicek ได้สรุปภาพรวมของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แตกต่างกัน 5 ประเภท คือ1.แพลตฟอร์มโฆษณา, 2.แพลตฟอร์มจัดเก็ยข้อมูล, 3.แพลตฟอร์มอุตสาหกรรม, 4.แพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์, และ 5.แพลตฟอร์มแบบลีน 
ทศพล ทรรศนพรรณ
ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีรายได้และผลกำไรจำนวนมหาศาลจากการประมวลผลข้อมูลการใช้งานของผู้บริโภคในระบบของตน แต่ยังไม่มีระบบการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม    เนื่องจากยังมีข้อถกเถียงเรื่องใครเป็นเจ้าของข้อมูลและมีสิทธิแสวงหาผลประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นบ้าง    จึงจ
ทศพล ทรรศนพรรณ
การบังคับใช้ พรบ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ผลักดันออกมาในปี พ.ศ.
ทศพล ทรรศนพรรณ
แพลตฟอร์มมักเป็นระบบแบบเปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่นำไปสู่ปัญหา จากการที่ทำให้การเข้าถึงข้ามเขตอํานาจ ในทางกลับกัน กลับมีการกําหนดให้หน่วยงานกํากับดูแลและผู้ออกกฎหมายต้องร่วมมือกันข้ามพรมแดนแห่งชาติเพื่อประสานระบอบกฎหมายและกฎระเบียบในขณะที่จัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงประเด็นกา
ทศพล ทรรศนพรรณ
การวิเคราะห์ปรับปรุงเกระบวนการระงับข้อพิพาทของบรรดาผู้บริโภคในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ยืนยันว่าระบบสามารถใช้เพื่อทำการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้บริโภคจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution - ADR) ที่ได้รับการรับรองจากสาธารณะให้เป็นมากกว่ากลไกการระงับข้อพิพาทใน
ทศพล ทรรศนพรรณ
การสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคจึงเป็นผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และการตัดสินใจของผู้บริโภคที่จะทำธุรกรรมออนไลน์กับผู้ขายต่อไป ทำให้ประเทศต่าง ๆ  รวมถึงประเทศไทยให้ความสนใจและมุ่งให้เกิดการคุ้มครองอย่างจริงจังต่อปัญหาการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู
ทศพล ทรรศนพรรณ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันทันใดที่ผู้คนจำนวนมากขาดความรู้ความเข้าใจต่อเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อชีวิตโดยตรง รัฐในฐานะผู้คุ้มครองสิทธิประชาชนและยังต้องทำหน้าที่กระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย จึงมีภาระหนักในการสถาปนาความ “เชื่อมั่น” ให้เกิดขึ้นในใจประชาชนที่ลังเลต่อการเข้าร่วมสังฆกรรมใน
ทศพล ทรรศนพรรณ
โลกเสมือนจริงเป็นสื่อใหม่ในโลกยุคดิจิทัลที่แสดงด้วยภาพและเสียงสามมิติซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในโลกที่ถูกสร้างขึ้นเหล่านี้ ทำให้เกิดเป็นสังคม (Community) ภายในโลกเสมือนจริงที่ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันได้ แต่มิใช่เพียงการเข้าไปรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสเพียงเท่านั้น นอก
ทศพล ทรรศนพรรณ
การทำธุรกรรมบนอินเตอร์เน็ตมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมการเข้าร่วมสัญญาอย่างรวดเร็วสะดวกลดอุปสรรค ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตก็ด้วยไม่ต้องการเดินทางหรือไม่ต้องมีตัวกลางในการประสานความร่วมมือหรือต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับผู้รับรองสถานะของสัญญาในลักษณะตัวกลางแบบที่ต้องทำในโลกจริง ที่อาจถูกกฎหมายบังคับให้ทำตามแบ
ทศพล ทรรศนพรรณ
โลกเสมือนจริง (Virtual World) คือสภาพแวดล้อมเสมือนซึ่งสร้างและปฏิบัติการด้วยซอฟต์แวร์ (Software) ที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของเจ้าของแพลตฟอร์ม (Platform) สิ่งแวดล้อมเสมือนเหล่านี้ออกแบบมาให้ผู้เล่นหรือผู้ใช้โลกเสมือนจริงสามารถใช้ตัวตนเสมือนหรืออวตาร (Avatar) ในการท่องไปในโลกนั้น โดยสามารถติดต
ทศพล ทรรศนพรรณ
เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัลตั้งอยู่บนพื้นฐานของเสรีภาพในการแสดงออกบนโลกออนไลน์ โดยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับประเด็นกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์สามารถห้ามปรามการเผยแพร่ความคิดหรือการแสดงออกในงานสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอ้างเหตุแห่งการคุ้มครองสิทธิของปัจเจกชนอย
ทศพล ทรรศนพรรณ
ความเฟื่องฟูของเศรษฐกิจดิจิทัลที่สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการจำนวนมหาศาลแต่นำมาซึ่งความกังขาว่า สังคมได้อะไรจากการเติบโตของบรรษัทขนาดใหญ่ผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีและควบคุมแพลตฟอร์มเหล่านี้ อันเป็นที่มาของเรื่อง การจัดเก็บภาษีดิจิทัลได้กลายเป็นข้อกังวลที่สำคัญสำหรับหลาย ๆ รัฐบาล ในยุโรป เช่นใน เยอรมนี