Skip to main content


 

จริงหรือ

ที่มีท่านผู้รู้กล่าวกันว่า

ต้นตอสาเหตุ - ของความขัดแย้งแตกแยกกันอย่างรุนแรงในสังคมไทย

ที่กำลังลุกลามกันใหญ่...และยากจะหาข้อยุติในขณะนี้

หาใช่เรื่องที่เกิดขึ้น...จากคนเพียงสอง - สามคน ขัดแย้งกัน

แล้วชักชวนคนอื่นๆมาเป็นพรรคพวกร่วมทะเลาะกันไม่

แท้จริงแล้ว

ต้นตอสาเหตุแห่งปรากฏการณ์นี้

มันคือความขัดแย้งแตกแยกที่เป็นเรื่องใหญ่โตระดับสังคม

ระหว่างคนจนจำนวนมหาศาลภายในประเทศ

ที่ไม่เคยได้รับสิ่งที่เขาเรียกร้องต้องการใดๆ

จากรัฐบาลในยุคที่ผ่านๆมาของประเทศนี้

แต่พวกเขากลับได้รับจากอดีตรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

ที่เขาได้เลือกกันขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี - ในยุคที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ขัดแย้งกับ

คนชั้นกลางในเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์จากระบอบของทักษิณ

ที่เรียกเก็บเงินภาษีในอัตราค่อนข้างสูงจากพวกเขา

แล้วนำเงินภาษีเหล่านี้ไปโปรยปรายช่วยเหลือคนจน - สารพัดกองทุน

มิหนำซ้ำ

ต่อมา

ภายในกรอบเวลาเดียวกัน

พวกเขายังต้องมาล้มละลายสูญเสีย - ธุรกิจร้านค้าแบบโชว์ห่วย

ที่พ่ายแพ้ธุรกิจการค้าขนาดใหญ่มหึมาของทุนนิยมข้ามชาติสมัยใหม่

ที่รัฐบาล...ตั้งแต่ยุคก่อนทักษิณ ชินวัตร

ค่อยๆเปิดประตูเมือง...ให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุน...กอบโกยความมั่งคั่ง

ในนามของห้างร้านบริษัทอันใหญ่โตหรูหรา

ซึ่งมาขยายตัวอย่างกว้างขวาง...พอดี - กับยุคของ ทักษิณ ชินวัตร

ทำให้ธุรกิจร้านค้าโชว์ห่วยทุกขนาดของคนชั้นกลาง

เกือบจะร้อยทั้งร้อย...

ต่างผลัดกันล้มละลายตายสนิทกันทั้งประเทศ - มาจนถึงบัดนี้

 

ด้วยเหตุนี้

จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลก

ที่ในสายตาคนจนจำนวนมหาศาล - ในบ้านเมืองของเรา

จะมองดู ทักษิณ ชินวัตร เป็นเสมือนดั่งนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขา

ที่จะต้องปกปักษ์รักษาเอาไว้ แม้ด้วยชีวิต !

และในสายตาคนชั้นกลางผู้สูญเสียผลประโยชน์

ทั้งจากการเรียกเก็บเงินภาษีแบบขูดรีด

และธุรกิจที่ต้องมาล้มละลาย - ในยุคที่ทักษิณครองเมือง ( และไม่มีใครช่วยพวกเขาได้ )

จะมองดู ทักษิณ ชินวัตร และระบอบของเขา

เป็นเสมือนภูตผีปีศาจร้ายที่น่าเกลียดน่ากลัว

ที่จะต้องช่วยกันกำจัดออกไปจากสังคมไทย...ให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด

ให้จงได้ !

 

สังคมจึงเกิดมวลชนคนเสื้อเหลือง

ที่ต้องการทำลายระบอบทักษิณขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

โดยมีคนชั้นสูงและคนชั้นนำหลายกลุ่ม

ที่อำนาจและผลประโยชน์...ต่างก็สั่นคลอนไปกับคนชั้นกลาง

ได้ลุกขึ้นมา...เป็นผู้นำปลุกระดมมวลชนคนเสื้อเหลือง

คอยชี้นำ โจมตี และเปิดโปงสิ่งที่พวกเขามองเห็น - เป็นความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ

ด้วยตัวบุคลากร ข้อมูล และเครื่องมือสื่อสารโฆษณาชวนเชื่อ

ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอันแหลมคม

และทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

 

ต่อมา

จึงเกิดมวลชนคนเสื้อแดงติดตามขึ้นมา

คอยปกป้อง ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำนวนมหาศาล

เป็นมวลชนคู่ขัดแย้ง - ต่อสู้กันกับมวลชนคนเสื้อเหลืองมาจนถึงบัดนี้

ด้วยเหตุที่ชนชั้นหนึ่ง

ได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายจากระบอบทักษิณ

แต่อีกชนชั้นหนึ่ง

กลับต้องมาสูญเสียผลประโยชน์จนหมดสิ้นหนทางทำมาหากิน

และท่านผู้รู้ได้กล่าวสรุปกันว่า

นี่แหละ...

คือต้นตอสาเหตุเบื้องแรกสุด

ของปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทย

ที่แบ่งกันออกเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นสีเหลือง - สีแดง

และเจริญเติบโต...แตกกิ่งก้านสาขาของความขัดแย้งแตกแยก

จนกลายเป็นกิ่งก้านและดอกผลแห่งความจงเกลียดจงชัง

ที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนในการต่อสู้กันทางการเมือง

ที่ยากจะหาข้อยุติ - และยากที่ใครๆจะติดตามทำความเข้าใจ

และรู้เท่าทันในปัจจุบัน

 

ผ่านมาจนถึงวันนี้

พวกเขายังกล่าวกันในเชิงวิเคราะห์ทำนายอีกว่า

ไม่ว่าความขัดแย้งแตกแยกนี้

ตั้งแต่ชั้นบนสุดในรัฐสภา...ร้าวลึกลงมา - จนถึงท้องถนน

ตั้งแต่ในเมืองใหญ่จนถึงเมืองเล็ก...จะบานปลายไปอย่างไร

และไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะขึ้นมาเป็นนายก

และไม่ว่าใคร...จะเป็นผู้เซ่นสังเวยชีวิตในสถานการณ์นี้

ทั้งหมดนี้

ยังหาใช่สาระสำคัญที่สุดไม่...

เพราะมันเป็นเพียงช่วงวิกฤต - ของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองแบบเดิมๆ

ที่กำลังจะก้าวเข้าไปสู่มิติใหม่ทางการเมืองที่ดีกว่า - ของระบอบประชาธิปไตย

 

สาระที่สำคัญที่สุดก็คือ

ช่วงต่อจากนี้ไปในอนาคต

ไม่ว่าผู้นำทางการเมืองของเราจะนำประเทศไปสู่ทิศทางใด

พลังของคนจนจำนวนมหาศาลในประเทศนี้

ที่ ทักษิณ ชินวัตร นำพวกเขาเข้าสู่พื้นที่ทางการเมือง

ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ( เพื่อชัยชนะของเขา )

แต่ ทักษิณ ชินวัตร ก็ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เสียแล้วว่า

แท้จริงแล้ว

อำนาจการเมืองนี่เอง...ที่สามารถกำหนดชีวิตของพวกเขา

ให้จมปลักดักดาน...หรือไม่ก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้...ในพริบตา

ยิ่งกว่าอำนาจวิเศษใดๆในสังคม

จะเป็นพลังขับเคลื่อนอันมหึมาทางการเมือง - อีกพลังหนึ่ง

ที่ใครๆก็ไม่สามารถปฏิเสธและยับยั้งได้

และจะเติบโตแข็งแรงพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน

ไม่ว่า ทักษิณ ชินวัตร และระบอบของเขา

จะถูกทำลายจนสิ้นซาก...

หรีอปาฏิหาริย์กลับมาเกิดใหม่ !

 

และนับตั้งแต่นี้ต่อไป

ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ทักษิณ ชินวัตร

ไม่ว่าจะเป็นใครที่ไหนก็ตาม...ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศ

เขาจะต้องรู้จักรับฟัง...และเคารพเสียงของประชาชนคนส่วนใหญ่

และเลิกคิด...แบบกดขี่มนุษย์กันเสียทีว่า

คนจนเป็นคนป่าเถื่อน เป็นคนโง่เขลา เป็นคนด้อยการศึกษา

และเป็นคะแนนเสียงที่ไร้คุณภาพ...

ตามวาทกรรมทางสังคม

ที่ฝ่ายจงเกลียดจงชัง ทักษิณ ชินวัตร

เคยผลิตออกมาตัดสินความเป็นมนุษย์ของพวกเขา

เพียงเพราะพวกเขาเลือกนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร

ที่ให้ในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องต้องการ...

ให้ในสิ่งที่พวกเขา เคยตะโกนบอกแก่รัฐบาล ที่มาแล้วก็จากไป ยุคแล้วยุคเล่า

แต่ก็ไม่เคยมีรัฐบาลหูหนวกใดๆในประเทศนี้ได้ยิน

และหยิบยื่นอะไรให้แก่พวกเขา...

 

ด้วยเหตุนี้

สังคมไทย - จึงจำเป็นต้องได้รับบทเรียน

ที่สาสมและเจ็บแสบที่สุด จาก ทักษิณ ชินวัตร ในวันนี้

ไม่ว่าเขาจะตั้งใจช่วยเหลือคนจนด้วยความจริงใจ

หรือเป็นเพียงแค่...

การแสดงละครทางการเมือง - ด้วยบทของคนเจ้าเล่ห์ผู้ทรงเสน่ห์และเหลือร้าย

ตามที่สำนวนไทยโบราณเปรียบเปรยเอาไว้ว่า "เอาอัฐยายไปซื้อขนมยาย "

เพื่อรักษาอำนาจ - ด้วยคะแนนเสียงประชานิยมอันท่วมท้น

เพื่อปกป้องความผิด...ที่เขาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตั้งข้อหาฟ้องร้อง

และเพื่อปกป้องผลประโยชน์อันมหาศาลของตัวเองและครอบครัว

จนกระทั่งถูกรัฐประหารในเดือนกันยายน ปี 2549

และกลายเป็นนักโทษที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศในวันนี้

และถูกฝ่ายค้านที่พลิกกลับขึ้นมาเป็นรัฐบาลในวันนี้

พยายามติดตามไล่ล่า

ด้วยวิธีการต่างๆอย่างไม่ลดละ...ไปทุกมุมโลก

 

ซึ่งเรื่องนี้

เป็นเรื่องที่น่าตลกที่สุดในโลก

ของคนที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรได้อีก

นอกจากคอยคิด...แต่จะขยำขยี้ ทักษิณ ชินวัตร ให้ถึงที่สุด

เพราะดูราวกับว่า...

ถ้าหากมีใครสักคนหนึ่ง

สามารถเอื้อมมือไปจับ - คนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มาเข้าคุกได้เพียงคนเดียว

ประเทศไทยทั้งประเทศ...และโลกนี้ทั้งโลก ที่กำลังลุกไหม้เป็นไฟประลัยกัลป์

จะกลับคืนมาสู่ความสงบเรียบร้อย

และเกิดสันติสุข...หมดสิ้นยุคคนว่างงาน

และข้าวยากหมากแพงจนรากเลือด

ทุกๆตารางนิ้วบนผืนแผ่นดิน อย่างนั้นแหละ !

 

โอ้เอย

ทักษิณ ชินวัตร

ไม่ว่าเขาจะเป็นนักบุญ หรือเป็นปีศาจร้ายของใคร

และไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ทักษิณ ชินวัตร ในเมืองไทยในวันนี้ - หรือในอนาคต

แต่เขาก็ทำให้การเมืองในสังคมไทย

ต้องเปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

เพราะเขาทำได้ให้คนจนจำนวนมหาศาลในประเทศนี้ - ได้ตระหนักอย่างแน่ชัดแล้วว่า

หนึ่งคะแนนเสียงที่พวกเขาร่วมมือร่วมใจกัน...เทให้ใครสักคนหนึ่ง

หรือเทให้...พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง คือชัยชนะอันท่วมท้น

ในการเลือกตั้งผู้แทนของพวกเขา - เข้าไปนั่งในรัฐสภา

 

และใช่

เขายังทำให้นักการเมืองและนักรัฐประหารทั้งหลายได้เรียนรู้อีกว่า

การจะล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคนส่วนใหญ่

ไม่ว่าจะมาจากคะแนนเสียง - ที่มีหรือไม่มีคุณภาพ - ซื้อหรือไม่ซื้อด้วยเงิน

และไม่ว่าเขาจะเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์...หรือฉ้อฉลอย่างบัดซบ !

แต่ตราบใด...ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังรักและศรัทธาเขาอยู่

( ไม่ว่าจะเป็นความรักและศรัทธา...ที่มีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล )

มันเป็นงานที่ยากแสนยาก...ที่จะทำกันได้แบบหักดิบ

และถึงแม้จะทำได้...ก็ไม่คุ้มค่ากับความพินาศย่อยยับของชาติบ้านเมือง

และอาจเป็นงานที่ทำไม่ได้เลย

ในอนาคตที่สืบเนื่องตั้งแต่นี้ต่อไป

 

จริงหรือไม่จริง

ใช่หรือมิใช่

ตามที่ข้าได้สดับรับฟังมาจากท่านผู้รู้ - มาถ่ายทอดไว้ ณ ที่แห่งนี้

ข้าน้อย ผู้เป็นกวีที่โง่เขลา และต่ำต้อยของแผ่นดิน

ขอกราบเชิญเรียนท่านทั้งหลาย...

ตั้งแต่ท่านมหาโจรไปจนถึงวิญญูชนทุกท่านในประเทศนี้

รับไปพิจารณากันตามใจชอบ เทอญ

สวัสดี - สวัสดี ฤดูร้อน และการเมืองอันเหลือร้าย !

 

กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่

 

 

 

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
3 กันยายน 2551...คือ วาระอีกวาระ - การละจาก                  เขาผู้ฝากงานบรรเจิดอันเลิศล้ำไว้แด่โลกได้กำหนดได้จดจำ                   ด้วยลำนำ คีตกานท์ - แห่งล้านนา ซึ่งยังส่ง - เสียงเจื้อยแจ้ว ยังแว่วหวาน       ยังเบิกบาน ทระนง ทรงคุณค่าจากสายน้ำ ถึง แววดาวพราวนภา            …
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ไม่มี ความเข้าใจ ไม่มีรักไม่มี พัก ไม่มีแรงจักแข็งขันไม่มี หวัง ไม่มีที่ฝ่าฟันไม่มี ฝัน ไม่มีวันอันเลิศลอย ไม่มี กาม ไม่มีการก่อเกิด                    ไม่มี เปิด ไม่มีเข้าออกเคลื่อนคล้อยไม่มี ปิด ไม่มีเก็บรูปรอย                      ไม่มี หวานหยดย้อย ไม่มีมด ไม่มี ทรัพย์ ไม่มีบริวาร                 …
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
 ใช่ผมรักทักษิณเพราะผมมีเหตุผลของผมที่จะรักทักษิณใช่ดิฉันรักทักษิณเพราะดิฉันมีเหตุผลของดิฉันที่จะรักทักษิณใช่หนูรักทักษิณเพราะหนูมีเหตุผลของหนูที่จะรักทักษิณใช่พวกเรารักทักษิณเพราะพวกเราต่างมีเหตุผลที่จะรักทักษิณเพราะเราต่างมองเห็นคุณงามความดีของเขาและเราจะพยายามช่วยกันปกป้องเขาจนถึงที่สุดใช่ผมเกลียดทักษิณเพราะผมมีเหตุผลของผมที่จะเกลียดทักษิณใช่ดิฉันเกลียดทักษิณเพราะดิฉันมีเหตุผลของดิฉันที่จะเกลียดทักษิณใช่…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
   ปริศนา- แสวงหาถ้อยอธิบายวิญญาณ - เวียนว่ายแสวงหารูปร่างว่างเปล่า- แสวงหาสาระจัดวางก่อสร้าง คุณค่า ความหมายเติมตน โดดเดี่ยวเดียวดาย- แสวงหาคู่            ลบความหดหู่ซึมเศร้าสับสนอึดอัด- ขัดข้องอับจน                       แสวงหาหนทางออกโบยบิน เจ็บปวด- แสวงหาเพิงพัก                   พำนักสมานแผลขาดวิ่นโหยหิว -…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
เจ้าเก็บกวาดขยะในบ้านเจ้า ตัวข้าเล่าเก็บกวาดในบ้านข้าเราต่างคน ต่างเก็บความ...ไม่งามตารอบชายคาบ้านเราทิ้ง-ทุกวี่วัน ไม่เที่ยวไปล่วงล้ำคอยตำหนิ                ไปแตะติบ้านโน้นติบ้านนั้นบ้านตัวเอง รกรุงรัง ช่างหัวมัน               (ช่างน่าขัน...ใครจะเชื่อฟังน้ำคำ) สู้เก็บกวาดขยะในบ้านเรา                    ให้เกลี้ยงเกลา...รอบชายคา…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ในสังคมการแก่งแย่งกันแข่งขัน เราเป็นมิตรสหายกันนั้นจริงหรือ ในสังคมการขันแข่งเพื่อแย่งยื้อ (เราจับมือกัน แค่มือ หรือมิใช่) เช่นเดียวกันกับคำพร่ำบอกรัก สงสัยนักรักนี้เป็นไฉน... (มีหรือรัก...หล่นจากปากออกจากใจ) ในสังคมการเฉือน เชือด อย่างเลือดเย็น
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ที่เห็นเห็นเป็นกันนั้นมิใช่                แต่ที่ลึกลงไปมิได้เห็นนั่นแหละคือความจริงสิ่งซ่อนเร้น     เป็นต้นตอเป็นธาตุแท้อันแน่ชัดที่เห็นเห็นเป็นเพียงแค่หน้ากาก        ที่เห็นเห็นเป็นแค่ฉากที่เขาจัดเป็นละครบทเก่าที่เขาคัด               นำมายัดเยียดหลอกเราทุกเช้าเย็นความเป็นจริงธาตุแท้แบอยู่ไหน       เขาซ่อนไว้-แต่ไม่ยากถ้าอยากเห็นลองดูสิ...ลองแตะต้องทองเขาเล่น…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  ไหลมาจากป่าเขาอันเหงาเงียบเย็นยะเยียบลงสู่ถิ่นแผ่นดินใหญ่พาดผ่านเมืองแห่งตำนานล้านนาไทยคงคู่เวียงเชียงใหม่มาเนิ่นนาน เป็นเส้นเลือดของชุมชนบนฟากฝั่งที่ยืนยังเกลียวกลมผสมผสานด้วยพืชผลนาไร่จากแรงงานจากสายธารแม่น้ำใหญ่ที่ไหลริน ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์อันไกลโพ้นยังอ่อนโยนเป็นมือแม่กระแสสินธุ์คอยหล่อเลี้ยงผองชนบนแผ่นดินมิรู้สิ้นกระแสแผ่กระจาย ถ้าแม่ปิงถูก “ มือทุน ” มาตัดขาดเพื่อนำสู่ตลาดไปค้าขายเหล่าชุมชนสองฝั่งฟากอันมากมายคงถึงคราวล้มละลาย...สิ้นสายน้ำ เพราะนี่คือ...มือดำอำมหิตที่ครุ่นคิดคอยแต่จะขย้ำทรัพยากรท้องถิ่นแผ่นดินธรรมเพื่อกอบกำผลกำไรให้แก่ตน …
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  ใช่เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างมุ่งร้ายทำลายกันต่างฝ่ายจึงต่างขุดคุ้ยความไม่ดีของกันและกันออกมาตีแผ่ ก่นด่า ประณาม หยามเหยียด เยาะเย้ยและลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของกันและกันด้วยถ้อยคำที่เลวร้ายและหยาบคายป้ายสีสาดใส่กันและกัน...ต่างฝ่ายจึงต่างจงเกลียดจงชังซึ่งกันและกันมากขึ้นทุกวัน...มากขึ้นทุกวัน...
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
คนที่เป็นคนดีและทำแต่สิ่งที่ดีงามที่เรามักจะเรียกกันว่าคนดีมีศีลธรรม เป็นคนที่ใครๆเขาก็รักก็ชอบ เพราะคนที่ค่อนข้างหาได้ยากแบบนี้ ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร และมักกระทำแต่สิ่งที่ดีงามทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมอ แต่ก็น่าเป็นห่วง คนดีมากมายหลายคนที่มีความเชื่อว่า การเป็นคนดีมีศีลธรรม หรือเป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่ในฝ่ายธรรมะอย่างเคร่งครัดแล้ว ท่านจะต้องเป็นผู้ชนะความเลวร้าย และแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทุกอย่างในโลกนี้ เหมือนยาขนานเดียวที่รักษาโรคได้ทุกโรค ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อและเกินจริง และไม่เคยเป็นจริงถึงขนาดนี้  แต่ก็ยังมีคนเชื่อ-ในการเป็นคนดีมีศีลธรรมแบบโรแมกติกนี้มิใช่น้อย…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ข้าคือความลวงคือสิ่งที่โกหกมดเท็จข้าเป็นความลวงของสิ่งใดสิ่งนั้นย่อมถูกเข้าใจผิดและถูกมองไปเป็นอื่นถ้าใครสักคนหนึ่ง...ได้รู้จักตัวข้าด้วยตัวของเขาเองอย่างแท้จริงเขาย่อมไม่ปรารถนาจะได้รู้จักความลวงใดๆในโลกนี้อีกเลยข้าคือความอัปลักษณ์คือสิ่งที่น่าเกลียดข้าเป็นความอัปลักษณ์ของสิ่งใดสิ่งนั้นย่อมแลดูต่ำต้อยด้อยค่าถ้าใครสักคนหนึ่ง...ได้รู้จักตัวข้าด้วยตัวของเขาเองอย่างแท้จริงเขาย่อมไม่ปรารถนาจะได้พบปะความอัปลักษณ์ใดๆในโลกนี้อีกข้าคือความเลวคือการกระทำที่ไม่ถูกต้องข้าเป็นความเลวของสิ่งใดย่อมมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมของสิ่งนั้นข้าจึงมีแต่ความขัดแย้ง เบียดเบียน…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ข้าคือความจริงข้าคือสิ่งที่ไม่โกหกหลอกลวงใครข้าเป็นความจริงของสิ่งใดข้าย่อมมีอยู่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงของสิ่งนั้นไม่ว่าใครจะกล่าวบิดเบือนตัวข้าอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ข้าเปลี่ยนไปเป็นอื่นได้ถ้าใครสักคนหนึ่ง...ได้พบปะตัวข้าด้วยตัวของเขาเองอย่างแท้จริงเขาก็จะไม่เชื่อถือสิ่งใดในโลกนี้อีกเลย