Skip to main content


 

จริงหรือ

ที่มีท่านผู้รู้กล่าวกันว่า

ต้นตอสาเหตุ - ของความขัดแย้งแตกแยกกันอย่างรุนแรงในสังคมไทย

ที่กำลังลุกลามกันใหญ่...และยากจะหาข้อยุติในขณะนี้

หาใช่เรื่องที่เกิดขึ้น...จากคนเพียงสอง - สามคน ขัดแย้งกัน

แล้วชักชวนคนอื่นๆมาเป็นพรรคพวกร่วมทะเลาะกันไม่

แท้จริงแล้ว

ต้นตอสาเหตุแห่งปรากฏการณ์นี้

มันคือความขัดแย้งแตกแยกที่เป็นเรื่องใหญ่โตระดับสังคม

ระหว่างคนจนจำนวนมหาศาลภายในประเทศ

ที่ไม่เคยได้รับสิ่งที่เขาเรียกร้องต้องการใดๆ

จากรัฐบาลในยุคที่ผ่านๆมาของประเทศนี้

แต่พวกเขากลับได้รับจากอดีตรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

ที่เขาได้เลือกกันขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี - ในยุคที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ขัดแย้งกับ

คนชั้นกลางในเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์จากระบอบของทักษิณ

ที่เรียกเก็บเงินภาษีในอัตราค่อนข้างสูงจากพวกเขา

แล้วนำเงินภาษีเหล่านี้ไปโปรยปรายช่วยเหลือคนจน - สารพัดกองทุน

มิหนำซ้ำ

ต่อมา

ภายในกรอบเวลาเดียวกัน

พวกเขายังต้องมาล้มละลายสูญเสีย - ธุรกิจร้านค้าแบบโชว์ห่วย

ที่พ่ายแพ้ธุรกิจการค้าขนาดใหญ่มหึมาของทุนนิยมข้ามชาติสมัยใหม่

ที่รัฐบาล...ตั้งแต่ยุคก่อนทักษิณ ชินวัตร

ค่อยๆเปิดประตูเมือง...ให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุน...กอบโกยความมั่งคั่ง

ในนามของห้างร้านบริษัทอันใหญ่โตหรูหรา

ซึ่งมาขยายตัวอย่างกว้างขวาง...พอดี - กับยุคของ ทักษิณ ชินวัตร

ทำให้ธุรกิจร้านค้าโชว์ห่วยทุกขนาดของคนชั้นกลาง

เกือบจะร้อยทั้งร้อย...

ต่างผลัดกันล้มละลายตายสนิทกันทั้งประเทศ - มาจนถึงบัดนี้

 

ด้วยเหตุนี้

จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลก

ที่ในสายตาคนจนจำนวนมหาศาล - ในบ้านเมืองของเรา

จะมองดู ทักษิณ ชินวัตร เป็นเสมือนดั่งนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขา

ที่จะต้องปกปักษ์รักษาเอาไว้ แม้ด้วยชีวิต !

และในสายตาคนชั้นกลางผู้สูญเสียผลประโยชน์

ทั้งจากการเรียกเก็บเงินภาษีแบบขูดรีด

และธุรกิจที่ต้องมาล้มละลาย - ในยุคที่ทักษิณครองเมือง ( และไม่มีใครช่วยพวกเขาได้ )

จะมองดู ทักษิณ ชินวัตร และระบอบของเขา

เป็นเสมือนภูตผีปีศาจร้ายที่น่าเกลียดน่ากลัว

ที่จะต้องช่วยกันกำจัดออกไปจากสังคมไทย...ให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด

ให้จงได้ !

 

สังคมจึงเกิดมวลชนคนเสื้อเหลือง

ที่ต้องการทำลายระบอบทักษิณขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

โดยมีคนชั้นสูงและคนชั้นนำหลายกลุ่ม

ที่อำนาจและผลประโยชน์...ต่างก็สั่นคลอนไปกับคนชั้นกลาง

ได้ลุกขึ้นมา...เป็นผู้นำปลุกระดมมวลชนคนเสื้อเหลือง

คอยชี้นำ โจมตี และเปิดโปงสิ่งที่พวกเขามองเห็น - เป็นความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ

ด้วยตัวบุคลากร ข้อมูล และเครื่องมือสื่อสารโฆษณาชวนเชื่อ

ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอันแหลมคม

และทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

 

ต่อมา

จึงเกิดมวลชนคนเสื้อแดงติดตามขึ้นมา

คอยปกป้อง ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำนวนมหาศาล

เป็นมวลชนคู่ขัดแย้ง - ต่อสู้กันกับมวลชนคนเสื้อเหลืองมาจนถึงบัดนี้

ด้วยเหตุที่ชนชั้นหนึ่ง

ได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายจากระบอบทักษิณ

แต่อีกชนชั้นหนึ่ง

กลับต้องมาสูญเสียผลประโยชน์จนหมดสิ้นหนทางทำมาหากิน

และท่านผู้รู้ได้กล่าวสรุปกันว่า

นี่แหละ...

คือต้นตอสาเหตุเบื้องแรกสุด

ของปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทย

ที่แบ่งกันออกเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นสีเหลือง - สีแดง

และเจริญเติบโต...แตกกิ่งก้านสาขาของความขัดแย้งแตกแยก

จนกลายเป็นกิ่งก้านและดอกผลแห่งความจงเกลียดจงชัง

ที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนในการต่อสู้กันทางการเมือง

ที่ยากจะหาข้อยุติ - และยากที่ใครๆจะติดตามทำความเข้าใจ

และรู้เท่าทันในปัจจุบัน

 

ผ่านมาจนถึงวันนี้

พวกเขายังกล่าวกันในเชิงวิเคราะห์ทำนายอีกว่า

ไม่ว่าความขัดแย้งแตกแยกนี้

ตั้งแต่ชั้นบนสุดในรัฐสภา...ร้าวลึกลงมา - จนถึงท้องถนน

ตั้งแต่ในเมืองใหญ่จนถึงเมืองเล็ก...จะบานปลายไปอย่างไร

และไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะขึ้นมาเป็นนายก

และไม่ว่าใคร...จะเป็นผู้เซ่นสังเวยชีวิตในสถานการณ์นี้

ทั้งหมดนี้

ยังหาใช่สาระสำคัญที่สุดไม่...

เพราะมันเป็นเพียงช่วงวิกฤต - ของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองแบบเดิมๆ

ที่กำลังจะก้าวเข้าไปสู่มิติใหม่ทางการเมืองที่ดีกว่า - ของระบอบประชาธิปไตย

 

สาระที่สำคัญที่สุดก็คือ

ช่วงต่อจากนี้ไปในอนาคต

ไม่ว่าผู้นำทางการเมืองของเราจะนำประเทศไปสู่ทิศทางใด

พลังของคนจนจำนวนมหาศาลในประเทศนี้

ที่ ทักษิณ ชินวัตร นำพวกเขาเข้าสู่พื้นที่ทางการเมือง

ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ( เพื่อชัยชนะของเขา )

แต่ ทักษิณ ชินวัตร ก็ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เสียแล้วว่า

แท้จริงแล้ว

อำนาจการเมืองนี่เอง...ที่สามารถกำหนดชีวิตของพวกเขา

ให้จมปลักดักดาน...หรือไม่ก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้...ในพริบตา

ยิ่งกว่าอำนาจวิเศษใดๆในสังคม

จะเป็นพลังขับเคลื่อนอันมหึมาทางการเมือง - อีกพลังหนึ่ง

ที่ใครๆก็ไม่สามารถปฏิเสธและยับยั้งได้

และจะเติบโตแข็งแรงพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน

ไม่ว่า ทักษิณ ชินวัตร และระบอบของเขา

จะถูกทำลายจนสิ้นซาก...

หรีอปาฏิหาริย์กลับมาเกิดใหม่ !

 

และนับตั้งแต่นี้ต่อไป

ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ทักษิณ ชินวัตร

ไม่ว่าจะเป็นใครที่ไหนก็ตาม...ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศ

เขาจะต้องรู้จักรับฟัง...และเคารพเสียงของประชาชนคนส่วนใหญ่

และเลิกคิด...แบบกดขี่มนุษย์กันเสียทีว่า

คนจนเป็นคนป่าเถื่อน เป็นคนโง่เขลา เป็นคนด้อยการศึกษา

และเป็นคะแนนเสียงที่ไร้คุณภาพ...

ตามวาทกรรมทางสังคม

ที่ฝ่ายจงเกลียดจงชัง ทักษิณ ชินวัตร

เคยผลิตออกมาตัดสินความเป็นมนุษย์ของพวกเขา

เพียงเพราะพวกเขาเลือกนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร

ที่ให้ในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องต้องการ...

ให้ในสิ่งที่พวกเขา เคยตะโกนบอกแก่รัฐบาล ที่มาแล้วก็จากไป ยุคแล้วยุคเล่า

แต่ก็ไม่เคยมีรัฐบาลหูหนวกใดๆในประเทศนี้ได้ยิน

และหยิบยื่นอะไรให้แก่พวกเขา...

 

ด้วยเหตุนี้

สังคมไทย - จึงจำเป็นต้องได้รับบทเรียน

ที่สาสมและเจ็บแสบที่สุด จาก ทักษิณ ชินวัตร ในวันนี้

ไม่ว่าเขาจะตั้งใจช่วยเหลือคนจนด้วยความจริงใจ

หรือเป็นเพียงแค่...

การแสดงละครทางการเมือง - ด้วยบทของคนเจ้าเล่ห์ผู้ทรงเสน่ห์และเหลือร้าย

ตามที่สำนวนไทยโบราณเปรียบเปรยเอาไว้ว่า "เอาอัฐยายไปซื้อขนมยาย "

เพื่อรักษาอำนาจ - ด้วยคะแนนเสียงประชานิยมอันท่วมท้น

เพื่อปกป้องความผิด...ที่เขาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตั้งข้อหาฟ้องร้อง

และเพื่อปกป้องผลประโยชน์อันมหาศาลของตัวเองและครอบครัว

จนกระทั่งถูกรัฐประหารในเดือนกันยายน ปี 2549

และกลายเป็นนักโทษที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศในวันนี้

และถูกฝ่ายค้านที่พลิกกลับขึ้นมาเป็นรัฐบาลในวันนี้

พยายามติดตามไล่ล่า

ด้วยวิธีการต่างๆอย่างไม่ลดละ...ไปทุกมุมโลก

 

ซึ่งเรื่องนี้

เป็นเรื่องที่น่าตลกที่สุดในโลก

ของคนที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรได้อีก

นอกจากคอยคิด...แต่จะขยำขยี้ ทักษิณ ชินวัตร ให้ถึงที่สุด

เพราะดูราวกับว่า...

ถ้าหากมีใครสักคนหนึ่ง

สามารถเอื้อมมือไปจับ - คนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มาเข้าคุกได้เพียงคนเดียว

ประเทศไทยทั้งประเทศ...และโลกนี้ทั้งโลก ที่กำลังลุกไหม้เป็นไฟประลัยกัลป์

จะกลับคืนมาสู่ความสงบเรียบร้อย

และเกิดสันติสุข...หมดสิ้นยุคคนว่างงาน

และข้าวยากหมากแพงจนรากเลือด

ทุกๆตารางนิ้วบนผืนแผ่นดิน อย่างนั้นแหละ !

 

โอ้เอย

ทักษิณ ชินวัตร

ไม่ว่าเขาจะเป็นนักบุญ หรือเป็นปีศาจร้ายของใคร

และไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ทักษิณ ชินวัตร ในเมืองไทยในวันนี้ - หรือในอนาคต

แต่เขาก็ทำให้การเมืองในสังคมไทย

ต้องเปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

เพราะเขาทำได้ให้คนจนจำนวนมหาศาลในประเทศนี้ - ได้ตระหนักอย่างแน่ชัดแล้วว่า

หนึ่งคะแนนเสียงที่พวกเขาร่วมมือร่วมใจกัน...เทให้ใครสักคนหนึ่ง

หรือเทให้...พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง คือชัยชนะอันท่วมท้น

ในการเลือกตั้งผู้แทนของพวกเขา - เข้าไปนั่งในรัฐสภา

 

และใช่

เขายังทำให้นักการเมืองและนักรัฐประหารทั้งหลายได้เรียนรู้อีกว่า

การจะล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคนส่วนใหญ่

ไม่ว่าจะมาจากคะแนนเสียง - ที่มีหรือไม่มีคุณภาพ - ซื้อหรือไม่ซื้อด้วยเงิน

และไม่ว่าเขาจะเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์...หรือฉ้อฉลอย่างบัดซบ !

แต่ตราบใด...ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังรักและศรัทธาเขาอยู่

( ไม่ว่าจะเป็นความรักและศรัทธา...ที่มีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล )

มันเป็นงานที่ยากแสนยาก...ที่จะทำกันได้แบบหักดิบ

และถึงแม้จะทำได้...ก็ไม่คุ้มค่ากับความพินาศย่อยยับของชาติบ้านเมือง

และอาจเป็นงานที่ทำไม่ได้เลย

ในอนาคตที่สืบเนื่องตั้งแต่นี้ต่อไป

 

จริงหรือไม่จริง

ใช่หรือมิใช่

ตามที่ข้าได้สดับรับฟังมาจากท่านผู้รู้ - มาถ่ายทอดไว้ ณ ที่แห่งนี้

ข้าน้อย ผู้เป็นกวีที่โง่เขลา และต่ำต้อยของแผ่นดิน

ขอกราบเชิญเรียนท่านทั้งหลาย...

ตั้งแต่ท่านมหาโจรไปจนถึงวิญญูชนทุกท่านในประเทศนี้

รับไปพิจารณากันตามใจชอบ เทอญ

สวัสดี - สวัสดี ฤดูร้อน และการเมืองอันเหลือร้าย !

 

กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่

 

 

 

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
น้องชายอย่าสิ้นคิดสิ้นหวังให้มากนักไปเลยโลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่โลกนี้ทั้งโลก...ไม่ได้มีแต่คนเลวและความชั่วร้ายอย่างที่น้องชายประณามและสิ้นหวังหรอกโลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่มากมายมองดูสิเห็นไหมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทุกครั้งที่มีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในโลกถึงขั้นทำลายล้างชีวิตมนุษย์อย่างมโหฬารไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกันหรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น ณ ซีกใดในโลกนี้เราจะเห็นคนดีและความดีของพวกเขาที่ทำให้โลกนี้...…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  ชีวิต ชีวิตเป็นเรื่องยาก เพราะชีวิตเป็นอย่างที่มันเป็น ไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็น อย่างนั้น-อย่างนี้ ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  จริงหรือที่เขาพูดกันว่าเราหว่านเมล็ดใดลงไปในท้องทุ่งถ้าหากเมล็ดนั้นมิได้เน่าเปื่อยตายด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งมันย่อมจะงอกงามเติบโตให้พืชผลแก่เราตามชนิดของเมล็ดพืชพันธุ์นั้นดังเช่นชาวนาหว่านเมล็ดข้าวลงไปในท้องทุ่งเขาก็ย่อมได้ต้นข้าวและเมล็ดข้าวเป็นผลของการหว่านเมล็ดลงไปในท้องทุ่งเมื่อถึงวาระแห่งการงอกงามเติบโตและแตกดอกออกผลจริงหรือที่เขาพูดกันว่าการกระทำทุกอย่างทางกาย วาจา และ ใจของคนเราที่เราได้กระทำต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน โลก…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
                     ลมแล้งโชย…ปลิดโปรยใบไม้แห้ง                     สีส้มแดง เหลือง น้ำตาล หวานอมเศร้า                     ร่วงหล่นลอยเคว้งคว้างมาบางเบา                     ซบลานดินเงียบเหงา……
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
                    เป็นอย่างที่เธอเป็นเช่นนั้นแหละ                    ไม่ต้องแตะแต้มแต่งแสร้งเสกสรรค์                    เป็นอย่างที่เธอเป็นเช่นทุกวัน                   …
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ยิ่งชูก้านกิ่งใบไปสู่ฟ้าราวจักคว้าดวงตะวันอันสุกใสลงจากฟ้ามาเล่นเป็นโคมไฟส่องดวงใจตกอับคนคับแค้นและยิ่งสูงขึ้นไปจนไกลลิบราวจักหยิบดวงดาวพร่างพราวแสนมาเรียงร้อยสร้อยดาววับวาวแทนสร้อยใส่แขนเจ้าสาวผู้หนาวรักยิ่งต้องหยั่งรากลึกลงสู่ดินดูดดื่มกินโลกธาตุอย่างหน่วงหนักทุกเส้นสายชอนไชลงไกลนักเพื่อที่จักเติบใหญ่ให้ร่มเงาเพื่อผลิดอกออกผลจนสุกงอมเพื่อโน้มน้อมกิ่งลงดำรงเผ่าเพื่อสืบเนื่องชีวิตนี้แนบเนาเพื่อกล่อมเกลาโลกขมขื่นให้ชื่นบานเพื่อที่จักตายไปในวันหนึ่งเมื่อยามถึงกาลเวลามาเรียกขานทอดกายลงพักผ่อนนอนนิ่งนานอยู่ในกาลนิรันดร์สงบเงียบ.27 มีนาคม 2551กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
วิถีในทางโลกและทางธรรมมันเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามและสวนทางกันแทบทุกกรณี เช่น ในขณะที่ทางโลกสอนให้เรายึดมั่นถือมั่นเอาโน่นเอานี่ แต่ทางธรรมกลับสอนให้เราลดละปล่อยวางทั้งสิ่งที่เป็นวัตถุธรรมและนามธรรม เพื่อจะนำชีวิตไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ จากมุมมองของผม ซึ่งเป็นคนที่ยังมีกิเลสค่อนข้างหนาหนัก ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ยากแสนยากที่ปุถุชนคนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆที่ยังติดข้องอยู่ในโลก จะเดินเข้าไปสู่ทางธรรมได้ ถ้าหากไม่มีเหตุปัจจัยอะไรสักอย่าง ทำให้เกิดความศรัทธาและแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวง ดึงดูดให้เข้าไปโดยเฉพาะการเดินเข้าไปสู่ทางธรรมในฐานะนักปฏิบัติ…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
น้องชายน้องชายที่รักของข้าจงฟังคำของข้าและจำใส่ใจเอาไว้ให้ดีอาวุธที่น่ากลัวที่สุดของมนุษย์ คือ ภาษาของมนุษย์ไม่ว่าเจ้าจะเกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีภาษาที่ดีหรือว่าเลวจงจำใส่ใจเอาไว้ให้ดีภาษาที่เจ้ามีอยู่และกำลังใช้สื่อสารมันสามารถที่จะเป็นได้ทั้งข้าทาสผู้รับใช้และเป็นนายของตัวเจ้า
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
แล้วในที่สุดก็ถึงวันนี้วันที่อดีตท่านนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางกลับเมืองไทยโดยสายการบินไทยเที่ยวที่ ที จี 603 ที่ร่อนลงบนรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 09.40น.ของวันที่ 28 ก.พ. เพื่อกลับมาต่อสู้คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดา ที่ท่านตกเป็นจำเลยที่หนึ่ง รวมทั้งข้อกล่าวหาอื่นๆในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ท่ามกลางความดีอกดีใจของฝ่ายที่สนับสนุนที่พากันไปต้อนรับอย่างเอิกเกริก และท่ามกลางความตึงเครียดของฝ่ายคัดค้าน ที่เริ่มส่งเสียงคำรามฮึ่มๆ ออกมาประปรายถึงแม้การยอมรับกลับมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมในสังคมของอดีตท่านนายกฯ…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ค้นพบหนังสือธรรมะเล่มเล็กๆขนาดฝ่ามือ หนาร้อยกว่าหน้าเล่มหนึ่ง ชื่อว่า “หลวงปู่ฝากไว้” ที่ร้านหนังสือเก่าหลังตลาดมะจำโรงในตัวอำเภอ ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าใดนัก หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเผยแพร่การแสดงธรรมะของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล แห่งวัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งรวบรวมและบันทึกเอาไว้โดย พระโพธินันทมุนีหลวงปู่ดูลย์ อตุโล เป็นลูกศิษย์อาวุโสรุ่นแรกสุดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ฝ่ายอรัญญวาสีในยุคปัจจุบัน ท่านเป็นพระที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว ดังที่ พระโพธินันทมุนี ได้กล่าวเอาไว้ในคำนำหนังสือว่า “หลวงปู่เป็นผู้ไม่พูดหรือพูดน้อยที่สุด…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
หญิงสาวผู้มีฐานะดีคนหนึ่ง เป็นคนที่ชอบตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระแต่เช้ามืดทุกวัน จนเป็นกิจวัตร เช้าวันหนึ่ง หลังจากตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระเรียบร้อยแล้ว ขณะเดินกลับเข้าประตูรั้วบ้าน เธอก็ได้ยินเสียงร้องครางหงิงๆดังมาจากรั้วข้างประตูด้านใน เมื่อเหลือบตาไปมองดูที่มาของเสียง เธอก็พบกล่องกระดาษแข็งขนาดย่อมใบหนึ่งที่เปิดฝาด้านบนเอาไว้ ซึ่งคงจะมีใครสักคนหนึ่ง เอาลอดรั้วบ้านมาวางไว้ที่นั่น ก่อนที่เธอจะลงจากบ้านออกมาใส่บาตรพระเมื่อเดินเข้าไปดู เธอก็พบลูกหมาตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักน่าสงสารตัวหนึ่ง นอนตัวสั่นอยู่ในกล่องกระดาษที่รองไว้ด้วยเศษผ้าเก่าๆ เธอจึงรีบทรุดลงอุ้มมันเอาไว้แนบอก…