Skip to main content


 

จริงหรือ

ที่มีท่านผู้รู้กล่าวกันว่า

ต้นตอสาเหตุ - ของความขัดแย้งแตกแยกกันอย่างรุนแรงในสังคมไทย

ที่กำลังลุกลามกันใหญ่...และยากจะหาข้อยุติในขณะนี้

หาใช่เรื่องที่เกิดขึ้น...จากคนเพียงสอง - สามคน ขัดแย้งกัน

แล้วชักชวนคนอื่นๆมาเป็นพรรคพวกร่วมทะเลาะกันไม่

แท้จริงแล้ว

ต้นตอสาเหตุแห่งปรากฏการณ์นี้

มันคือความขัดแย้งแตกแยกที่เป็นเรื่องใหญ่โตระดับสังคม

ระหว่างคนจนจำนวนมหาศาลภายในประเทศ

ที่ไม่เคยได้รับสิ่งที่เขาเรียกร้องต้องการใดๆ

จากรัฐบาลในยุคที่ผ่านๆมาของประเทศนี้

แต่พวกเขากลับได้รับจากอดีตรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

ที่เขาได้เลือกกันขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี - ในยุคที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ขัดแย้งกับ

คนชั้นกลางในเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์จากระบอบของทักษิณ

ที่เรียกเก็บเงินภาษีในอัตราค่อนข้างสูงจากพวกเขา

แล้วนำเงินภาษีเหล่านี้ไปโปรยปรายช่วยเหลือคนจน - สารพัดกองทุน

มิหนำซ้ำ

ต่อมา

ภายในกรอบเวลาเดียวกัน

พวกเขายังต้องมาล้มละลายสูญเสีย - ธุรกิจร้านค้าแบบโชว์ห่วย

ที่พ่ายแพ้ธุรกิจการค้าขนาดใหญ่มหึมาของทุนนิยมข้ามชาติสมัยใหม่

ที่รัฐบาล...ตั้งแต่ยุคก่อนทักษิณ ชินวัตร

ค่อยๆเปิดประตูเมือง...ให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุน...กอบโกยความมั่งคั่ง

ในนามของห้างร้านบริษัทอันใหญ่โตหรูหรา

ซึ่งมาขยายตัวอย่างกว้างขวาง...พอดี - กับยุคของ ทักษิณ ชินวัตร

ทำให้ธุรกิจร้านค้าโชว์ห่วยทุกขนาดของคนชั้นกลาง

เกือบจะร้อยทั้งร้อย...

ต่างผลัดกันล้มละลายตายสนิทกันทั้งประเทศ - มาจนถึงบัดนี้

 

ด้วยเหตุนี้

จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลก

ที่ในสายตาคนจนจำนวนมหาศาล - ในบ้านเมืองของเรา

จะมองดู ทักษิณ ชินวัตร เป็นเสมือนดั่งนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขา

ที่จะต้องปกปักษ์รักษาเอาไว้ แม้ด้วยชีวิต !

และในสายตาคนชั้นกลางผู้สูญเสียผลประโยชน์

ทั้งจากการเรียกเก็บเงินภาษีแบบขูดรีด

และธุรกิจที่ต้องมาล้มละลาย - ในยุคที่ทักษิณครองเมือง ( และไม่มีใครช่วยพวกเขาได้ )

จะมองดู ทักษิณ ชินวัตร และระบอบของเขา

เป็นเสมือนภูตผีปีศาจร้ายที่น่าเกลียดน่ากลัว

ที่จะต้องช่วยกันกำจัดออกไปจากสังคมไทย...ให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด

ให้จงได้ !

 

สังคมจึงเกิดมวลชนคนเสื้อเหลือง

ที่ต้องการทำลายระบอบทักษิณขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

โดยมีคนชั้นสูงและคนชั้นนำหลายกลุ่ม

ที่อำนาจและผลประโยชน์...ต่างก็สั่นคลอนไปกับคนชั้นกลาง

ได้ลุกขึ้นมา...เป็นผู้นำปลุกระดมมวลชนคนเสื้อเหลือง

คอยชี้นำ โจมตี และเปิดโปงสิ่งที่พวกเขามองเห็น - เป็นความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ

ด้วยตัวบุคลากร ข้อมูล และเครื่องมือสื่อสารโฆษณาชวนเชื่อ

ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอันแหลมคม

และทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

 

ต่อมา

จึงเกิดมวลชนคนเสื้อแดงติดตามขึ้นมา

คอยปกป้อง ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำนวนมหาศาล

เป็นมวลชนคู่ขัดแย้ง - ต่อสู้กันกับมวลชนคนเสื้อเหลืองมาจนถึงบัดนี้

ด้วยเหตุที่ชนชั้นหนึ่ง

ได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายจากระบอบทักษิณ

แต่อีกชนชั้นหนึ่ง

กลับต้องมาสูญเสียผลประโยชน์จนหมดสิ้นหนทางทำมาหากิน

และท่านผู้รู้ได้กล่าวสรุปกันว่า

นี่แหละ...

คือต้นตอสาเหตุเบื้องแรกสุด

ของปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทย

ที่แบ่งกันออกเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นสีเหลือง - สีแดง

และเจริญเติบโต...แตกกิ่งก้านสาขาของความขัดแย้งแตกแยก

จนกลายเป็นกิ่งก้านและดอกผลแห่งความจงเกลียดจงชัง

ที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนในการต่อสู้กันทางการเมือง

ที่ยากจะหาข้อยุติ - และยากที่ใครๆจะติดตามทำความเข้าใจ

และรู้เท่าทันในปัจจุบัน

 

ผ่านมาจนถึงวันนี้

พวกเขายังกล่าวกันในเชิงวิเคราะห์ทำนายอีกว่า

ไม่ว่าความขัดแย้งแตกแยกนี้

ตั้งแต่ชั้นบนสุดในรัฐสภา...ร้าวลึกลงมา - จนถึงท้องถนน

ตั้งแต่ในเมืองใหญ่จนถึงเมืองเล็ก...จะบานปลายไปอย่างไร

และไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะขึ้นมาเป็นนายก

และไม่ว่าใคร...จะเป็นผู้เซ่นสังเวยชีวิตในสถานการณ์นี้

ทั้งหมดนี้

ยังหาใช่สาระสำคัญที่สุดไม่...

เพราะมันเป็นเพียงช่วงวิกฤต - ของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองแบบเดิมๆ

ที่กำลังจะก้าวเข้าไปสู่มิติใหม่ทางการเมืองที่ดีกว่า - ของระบอบประชาธิปไตย

 

สาระที่สำคัญที่สุดก็คือ

ช่วงต่อจากนี้ไปในอนาคต

ไม่ว่าผู้นำทางการเมืองของเราจะนำประเทศไปสู่ทิศทางใด

พลังของคนจนจำนวนมหาศาลในประเทศนี้

ที่ ทักษิณ ชินวัตร นำพวกเขาเข้าสู่พื้นที่ทางการเมือง

ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ( เพื่อชัยชนะของเขา )

แต่ ทักษิณ ชินวัตร ก็ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เสียแล้วว่า

แท้จริงแล้ว

อำนาจการเมืองนี่เอง...ที่สามารถกำหนดชีวิตของพวกเขา

ให้จมปลักดักดาน...หรือไม่ก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้...ในพริบตา

ยิ่งกว่าอำนาจวิเศษใดๆในสังคม

จะเป็นพลังขับเคลื่อนอันมหึมาทางการเมือง - อีกพลังหนึ่ง

ที่ใครๆก็ไม่สามารถปฏิเสธและยับยั้งได้

และจะเติบโตแข็งแรงพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน

ไม่ว่า ทักษิณ ชินวัตร และระบอบของเขา

จะถูกทำลายจนสิ้นซาก...

หรีอปาฏิหาริย์กลับมาเกิดใหม่ !

 

และนับตั้งแต่นี้ต่อไป

ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ทักษิณ ชินวัตร

ไม่ว่าจะเป็นใครที่ไหนก็ตาม...ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศ

เขาจะต้องรู้จักรับฟัง...และเคารพเสียงของประชาชนคนส่วนใหญ่

และเลิกคิด...แบบกดขี่มนุษย์กันเสียทีว่า

คนจนเป็นคนป่าเถื่อน เป็นคนโง่เขลา เป็นคนด้อยการศึกษา

และเป็นคะแนนเสียงที่ไร้คุณภาพ...

ตามวาทกรรมทางสังคม

ที่ฝ่ายจงเกลียดจงชัง ทักษิณ ชินวัตร

เคยผลิตออกมาตัดสินความเป็นมนุษย์ของพวกเขา

เพียงเพราะพวกเขาเลือกนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร

ที่ให้ในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องต้องการ...

ให้ในสิ่งที่พวกเขา เคยตะโกนบอกแก่รัฐบาล ที่มาแล้วก็จากไป ยุคแล้วยุคเล่า

แต่ก็ไม่เคยมีรัฐบาลหูหนวกใดๆในประเทศนี้ได้ยิน

และหยิบยื่นอะไรให้แก่พวกเขา...

 

ด้วยเหตุนี้

สังคมไทย - จึงจำเป็นต้องได้รับบทเรียน

ที่สาสมและเจ็บแสบที่สุด จาก ทักษิณ ชินวัตร ในวันนี้

ไม่ว่าเขาจะตั้งใจช่วยเหลือคนจนด้วยความจริงใจ

หรือเป็นเพียงแค่...

การแสดงละครทางการเมือง - ด้วยบทของคนเจ้าเล่ห์ผู้ทรงเสน่ห์และเหลือร้าย

ตามที่สำนวนไทยโบราณเปรียบเปรยเอาไว้ว่า "เอาอัฐยายไปซื้อขนมยาย "

เพื่อรักษาอำนาจ - ด้วยคะแนนเสียงประชานิยมอันท่วมท้น

เพื่อปกป้องความผิด...ที่เขาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตั้งข้อหาฟ้องร้อง

และเพื่อปกป้องผลประโยชน์อันมหาศาลของตัวเองและครอบครัว

จนกระทั่งถูกรัฐประหารในเดือนกันยายน ปี 2549

และกลายเป็นนักโทษที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศในวันนี้

และถูกฝ่ายค้านที่พลิกกลับขึ้นมาเป็นรัฐบาลในวันนี้

พยายามติดตามไล่ล่า

ด้วยวิธีการต่างๆอย่างไม่ลดละ...ไปทุกมุมโลก

 

ซึ่งเรื่องนี้

เป็นเรื่องที่น่าตลกที่สุดในโลก

ของคนที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรได้อีก

นอกจากคอยคิด...แต่จะขยำขยี้ ทักษิณ ชินวัตร ให้ถึงที่สุด

เพราะดูราวกับว่า...

ถ้าหากมีใครสักคนหนึ่ง

สามารถเอื้อมมือไปจับ - คนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มาเข้าคุกได้เพียงคนเดียว

ประเทศไทยทั้งประเทศ...และโลกนี้ทั้งโลก ที่กำลังลุกไหม้เป็นไฟประลัยกัลป์

จะกลับคืนมาสู่ความสงบเรียบร้อย

และเกิดสันติสุข...หมดสิ้นยุคคนว่างงาน

และข้าวยากหมากแพงจนรากเลือด

ทุกๆตารางนิ้วบนผืนแผ่นดิน อย่างนั้นแหละ !

 

โอ้เอย

ทักษิณ ชินวัตร

ไม่ว่าเขาจะเป็นนักบุญ หรือเป็นปีศาจร้ายของใคร

และไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ทักษิณ ชินวัตร ในเมืองไทยในวันนี้ - หรือในอนาคต

แต่เขาก็ทำให้การเมืองในสังคมไทย

ต้องเปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

เพราะเขาทำได้ให้คนจนจำนวนมหาศาลในประเทศนี้ - ได้ตระหนักอย่างแน่ชัดแล้วว่า

หนึ่งคะแนนเสียงที่พวกเขาร่วมมือร่วมใจกัน...เทให้ใครสักคนหนึ่ง

หรือเทให้...พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง คือชัยชนะอันท่วมท้น

ในการเลือกตั้งผู้แทนของพวกเขา - เข้าไปนั่งในรัฐสภา

 

และใช่

เขายังทำให้นักการเมืองและนักรัฐประหารทั้งหลายได้เรียนรู้อีกว่า

การจะล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคนส่วนใหญ่

ไม่ว่าจะมาจากคะแนนเสียง - ที่มีหรือไม่มีคุณภาพ - ซื้อหรือไม่ซื้อด้วยเงิน

และไม่ว่าเขาจะเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์...หรือฉ้อฉลอย่างบัดซบ !

แต่ตราบใด...ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังรักและศรัทธาเขาอยู่

( ไม่ว่าจะเป็นความรักและศรัทธา...ที่มีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล )

มันเป็นงานที่ยากแสนยาก...ที่จะทำกันได้แบบหักดิบ

และถึงแม้จะทำได้...ก็ไม่คุ้มค่ากับความพินาศย่อยยับของชาติบ้านเมือง

และอาจเป็นงานที่ทำไม่ได้เลย

ในอนาคตที่สืบเนื่องตั้งแต่นี้ต่อไป

 

จริงหรือไม่จริง

ใช่หรือมิใช่

ตามที่ข้าได้สดับรับฟังมาจากท่านผู้รู้ - มาถ่ายทอดไว้ ณ ที่แห่งนี้

ข้าน้อย ผู้เป็นกวีที่โง่เขลา และต่ำต้อยของแผ่นดิน

ขอกราบเชิญเรียนท่านทั้งหลาย...

ตั้งแต่ท่านมหาโจรไปจนถึงวิญญูชนทุกท่านในประเทศนี้

รับไปพิจารณากันตามใจชอบ เทอญ

สวัสดี - สวัสดี ฤดูร้อน และการเมืองอันเหลือร้าย !

 

กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่

 

 

 

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
บุญญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์นามนี้เป็นที่รู้จักกันมานาน และยังเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในวงการสื่อมวลชนภาคเหนือตอนบน ในฐานะนักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอาวุโสของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมรู้จักเขามานาน ก่อนที่เขาจะเป็นนักหนังสือพิมพ์เสียอีกนั่นคือ รู้จักเขาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กหนุ่มเอวบางร่างน้อย จากดินแดนแห่งขุนเขาและม่านหมอกอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่เดินทางจากบ้านเกิดหน้าที่ว่าการอำเภอ ไปบวชเรียนเป็นเณรอยู่ที่วัดธรรมมงคล ถนนสุขุมวิท ต.บางจาก อ.พระโขนง กรุงเทพฯ ภายใต้ร่มเงาพุทธธรรมของท่านอาจารย์วิริยังค์ ซึ่งเป็นพระนักปฏิบัติชื่อเสียงโด่งดัง สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
เมื่อคนสองคนหรือผู้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือสังคมใดสังคมหนึ่ง ที่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ได้เกิดความขัดแย้งกัน  ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ก็แล้วแต่ แล้วต่อมา ความขัดแย้งนี้ได้ลุกลามถึงขั้น โกรธ เกลียด และแตกแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่าย แล้วต่างฝ่ายต่างก็ตั้งหน้าตั้งตา ดุด่า ใส่ร้ายป้ายสี ทะเลาะวิวาทกัน  เพื่อเอาชนะคะคานกัน เพื่อทำลายกันให้พินาศไปข้างหนึ่งเมื่อปรากฏการณ์ที่เลวร้ายนี้ได้เกิดขึ้น แทนการยุยงส่งเสริม หรือเข้าไปร่วมถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างที่พวกเรามักจะเป็นกันเพราะมีอคติ รักหรือว่าชอบ-คนนั้นพวกนั้น  ผิด ถูก ชั่ว ดี อย่างไร ก็ขอเข้าข้างกันเอาไว้ก่อนแต่เรื่องนี้…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
   
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ภาพจาก http://gotoknow.org/file/i_am_mana/DSC04644.1.jpg คุณที่รักผมลงมือเขียนต้นฉบับนี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 ซึ่งนับจากวันนี้ไปอีก 3-4 วันก็จะถึงวันเลือกตั้ง แต่จนป่านนี้ ผมซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่งของประเทศที่มีสิทธิไปลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.ในเขต 2 อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ยังนึกไม่ออกเลยว่าควรจะใช้สิทธิอันชอบธรรมนี้ไปเลือกใครหรือพรรคใด หรือว่า...ควรจะโนโหวต คือไม่เลือกใครเลยเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเป็นเพราะว่า ผมเป็นคนที่หน่อมแน้มในเรื่องการเมืองจริง ๆ  จึงไม่สามารถวิเคราะห์และตัดสินด้วยตัวเองได้อย่างเชื่อมั่น ว่าใครหรือพรรคการเมืองใดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ผมเป็นคนที่วิตกกังวลกับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมวิตกว่าตัวผมผอมไป วิตกว่าผมจะร่วงจนหมดศีรษะ กลัวไปว่าแต่งงานแล้วจะหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ไม่พอ กลัวว่าจะเป็นพ่อที่ดีของลูก ๆ ไม่ได้ และเพราะเหตุที่ตัวผมเองมีชีวิตไม่ค่อยเป็นสุขนัก ผมจึงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาพพจน์ของตัวเองที่ปรากฏต่อคนอื่นเพราะความวิตกกังวล ทำให้ผมเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ผมทำงานไม่ไหวอีกต่อไปต้องหยุดงานอยู่กับบ้าน ผมวิตกกังวลมากเกินไปจนเลยขีดขั้นจำกัด คล้ายกับหม้อน้ำเดือดที่ปราศจากวาล์วปิดกั้น จนทำให้ผมต้องเป็นโรคประสาทอย่างหนัก ผมไม่สามารถพูดกับใครได้เลย แม้แต่กับคนในครอบครัวของผมเอง ผมควบคุมความคิดของตัวเองไม่อยู่ และรู้สึกหวาดกลัวไปหมด…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
โอ้ นางฟ้าของคนยากจากไปแล้วดั่งดวงแก้วตกต้องแผ่นผาจากไปไกลลิบลับไม่กลับมาจากไปแล้วหนา...วนิดา คนดีคนดีของคนยากของแผ่นดินยุคทมิฬ รัฐ บรรษัท ทำบัดสีถืออำนาจอยุติธรรมคอยย่ำยีขยำขยี้คนจนปล้นทรัพยากรสารพัดในนามของความผิดที่เขาคิดมากล่าวหามาถอดถอนเพื่อขับไล่ไสส่งจากดงดอนจากสิงขร จากน้ำฟ้า ป่าบรรพชนด้วยกฎหมายที่เขาตราขึ้นมาเองใช้เป็นเหตุยำเยงทุกแห่งหนที่มาดหมายครอบครองเป็นของตนขับไล่คนเหมือนหมูหมาเหมือนกาไก่เธอจึงเกิดขึ้นมาเพื่อต่อสู้อยุติธรรมแด่ผู้ที่ยากไร้ทั้งชีวิตอุทิศทั้งกายใจควรกราบไหว้ควรเชิดชู ควรบูชาโอ้ นางฟ้าของคนยากจากไปแล้วดั่งดวงแก้วตกต้องแผ่นผาจากไปแล้วคุณคนดี วนิดาต่อแต่นี้น้ำตา...…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
- สวัสดีครับ- สวัสดีค่ะ- ต้องการพูดกับใครไม่ทราบครับ- ดิฉันต้องการพูดกับ คุณแดนทิวา คนที่เป็นนักเขียนบทกวีค่ะ- ผมกำลังพูดกับคุณอยู่พอดีครับ- โอ๋ ดีจังเลย- เอ...ผมรู้สึกว่า ผมไม่เคยได้ยินน้ำเสียงนี้ทางโทรศัพท์มาก่อนเลยนะ - ถูกต้องค่ะ- ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณกับผมเคยเป็นคนรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่านะ- คุณไม่รู้จักดิฉันหรอกคะ แต่ดิฉันบังเอิญรู้จักคุณจากหนังสือรวมบทกวีเล่มหนึ่งของคุณ ที่ดิฉันได้มาจากร้านขายหนังสือเก่าแห่งหนึ่ง พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของคุณค่ะ- (หัวเราะ) แค่นี้เองหรือครับที่คุณรู้จักผม- ค่ะ แค่นี้เองค่ะ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
คนที่ผ่านโลกและชีวิตมาอย่างโชกโชนถึงขั้นที่เรียกได้ว่า เป็นคนที่เข้าใจมนุษย์ พวกเขามักจะมีคำตอบที่เกี่ยวกับชีวิตอย่างง่าย ๆ สั้น ๆ แต่ลึกซึ้ง ชนิดที่เราฟังแล้ว...บางทีถึงกับสะอึก และต้องจดจำไปจนชั่วชีวิต เพราะมันเป็นคำตอบที่เต็มไปด้วยพลังทะลุทะลวงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจวันหนึ่งนานมาแล้วผมขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านเข้าเมือง ไปส่งคุณแพรจารุ พูดคุยเรื่องงานกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งมีบ้านอยู่ในซอยที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะคุณแพรและอาจารย์เลี่ยงไปคุยกันอีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก ผมก็นั่งดูหนังจาก ยูบีซี ที่ท่านอาจารย์เปิดค้างไว้  รู้สึกว่าจะเป็นหนังจากยุโรป เรื่องอะไร…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
หลังจากที่ จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนาได้จากไป เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2544 ตราบจนกระทั่งถึงวันนี้เป็นเวลา 6 ปีเต็ม ๆ ผมคิดว่านอกจากบทเพลงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวามากมายหลายชุด ที่เขาทิ้งไว้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่ทำให้เราคิดถึงถึงเขา ยามได้ยินบทเพลงของเขา ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งแล้ว ยังมีสถานที่และผู้คนที่เคยเกี่ยวข้องผูกพันกับชีวิตของเขา บางสถานที่บางบุคคล ที่ทำให้เราคิดถึงเขา ยามได้ไปเยือนสถานที่แห่งนั้น และได้พบใครบางคนดังกล่าว เช่นร้านอาหาร สายหมอกกับดอกไม้ที่ตั้งอยู่ริมถนนเชียงใหม่ 700 ปี หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ มีใครต่อใครมากมายหลายคนบอกผมเป็นเสียงเดียวกันว่า…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ทำไมนะคนเราจึงมักมองเห็นแต่ความผิดพลาดของคนอื่นและชอบกล่าวคำประณามตัดสินลงโทษเขาราวกับว่าตัวเองไม่เคยทำความผิดบาปใด ๆครั้งหนึ่งเมื่อองค์พระคริสต์ทรงเสด็จประทับสอนฝูงชนอยู่ ณ มหาวิหารของกษัตริย์ซาโลมอนราชโอรสของกษัตริย์ดาวิด ผู้ที่มีความชอบเฉพาะพระเจ้าพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริซายซึ่งต่อต้านคำสอนของพระองค์ด้วยความเชื่อที่ต่างกันว่า-พระเจ้าของเขาคือการแก้เเค้นตามคำสอนดั้งเดิมของโมเสสณ…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ผมมีความเชื่อว่าคนที่เป็นนักปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาบ้านเรา ถ้าหากไม่หลงไปปฏิบัติผิดที่ผิดทาง ท่านคงจะรู้กันดีทุกคนนะครับ ว่าเป้าหมายสูงสุดในการปฏิบัติธรรม คือการปฏิบัติเพื่อลดละและปล่อยวาง  ความยึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นตัวของเรา – เป็นของของเรา ซึ่งทางพุทธบ้านเราถือว่าเป็นต้นตอรากเหง้าของความทุกข์ทางใจทั้งหลายทั้งปวงส่วนจะเป็นทุกข์มากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับใจของเรา ที่เข้าไปยึดเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นตัวกำหนด พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเข้าไปยึดถือมากก็ย่อมเป็นทุกข์มาก ถ้าเข้าไปยึดถือน้อยก็เป็นทุกข์น้อยนั่นเองครับนี่เป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมที่เข้าใจได้ยาก…