
"นางแบบภาพประกอบ สุธาทิพย์ โมราลาย คอลัมนิสต์วรรณกรรมกุลสตรี ถ่ายโดยผู้เขียน"
เงินตรา
ย่อมเป็นวัตถุที่ก่อความชื่นชมแก่มนุษย์โดยทั่วหน้า
เป็นศุภนิมิตอันดีเลิศแก่วัฒนธรรมในสากลโลก
เป็นหลักประกันแก่สังคม
แก่จิตใจมนุษย์ชาติ
วัตถุ ที่สำคัญที่สุดในโลกคือเงินตรา
ความมั่งมีศรีสุข
บ่งบอกถึงความเข้มแข็ง
มีพลังกาย เมตตา สัจจะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หมดจดงดงาม
ส่วนความยากจนข้นแค้น
บ่งบอกถึงความอ่อนแอ
เจ็บไข้ได้ป่วย อัปยศอดสู ขี้ริ้วขี้เหร่
มันเป็นหลักธรรมชาติอันแท้จริง
ซึ่งไม่มีคำกล่าวอ้างใดลบล้างได้
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง คือ
เงินตราก่อให้คนชั้นต่ำสิ้นเนื้อประดาตัว
คนชั้นสูงจิตใจคึกคัก
ถ้ายุคไหนคนกลุ่มหนึ่งมีความพยายาม
แต่ควานหามัน (เงิน) ไม่เจอ
แต่อีกกลุ่มมีใช้อย่างฟุ่มเฟือย
โดยไม่ต้องควานหา
นั่นก็หมายถึง
สังคมเข้าสู่ยุคเงินตรา
เงินตราเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้าย
เมื่อใดระบบสังคม
ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ชีวิตย่อมหมายถึงความชั่วช้า
เงินตราก็เป็นวัตถุชั่วช้าเช่นกัน - เมื่อเงินตราบ่งถึงชีวิต
ธนบัตรใช้หมุนเวียนในสังคม - เพื่อปันส่วนชีวิต
ภาระเบื้องต้นของสาธารณะชน
คือหวังได้มาซึ่งเงินที่หามาโดยง่าย
แต่เมื่อถึงคราวสู่ยุคที่จ่ายค่าตอบแทนแรงงาน 5 คน
คนหนึ่งได้รับค่าแรงงาน 10 - 12 ชั่วโมง ต่อจำนวนเงิน 3 ชิลลิ่ง
อีกคนหนึ่งไม่ต้องทำอะไรเลย
ได้เงินเป็นจำนวน 1 พันปอนด์
การหวังได้มาซึ่งเงินที่หามาได้ง่าย
ย่อมไม่บรรลุผล...
ยอดปรารถนาของมนุษย์
ไม่ใช่ปรับปรุงขนบประเพณี
ขนมปังถูกๆ การออมทรัพย์
อิสระ วิวัฒนาการด้านวิทยาการ
สงเคราะห์หญิงนครโสเภณี
ปลุกใจเยาวชน
และก็ไม่ใช่ - รับส่วนบุญจากหลักศาสนาเยซู
แต่เงินตราสิ่งเดียวเท่านั้น
เป็นยอดปรารถนาของมนุษย์
สิ่งที่มนุษย์พึงล้มล้าง...
ไม่ใช่บาปโทษ ความเจ็บปวด คอรัปชั่น
บาทหลวง กษัตริย์ ประชาธิปไตย อภิสิทธิ์ชน
เหล้าชั้นดี สงคราม โลกระบาด
และก็ไม่ใช่วัตถุที่เสียสละจากนักปฏิวัติสังคม
สิ่งที่มนุษย์พึงล้มล้าง คือ ความจน...
หมายเหตุ ; นี่คือวาทะตอนหนึ่งจากคำนำบทละคร เรื่อง “Major Barbara” ของ ยอร์ช เบอร์นาร์ด ชอว์ นักเขียนชาวอังกฤษ ที่ผมชอบมากๆ เคยอ่านท่อนสั้นๆที่พูดถึงยอดปรารถนาของมนุษย์ จากหนังสือเกี่ยวกับวาทะบุคลสำคัญ ต่อมา พยายามค้นหาอย่างไรๆ ก็ไม่พบ เพราะจำชื่อหนังสือไม่ได้ แล้วก็มาบังเอิญได้พบ มากกว่าที่เคยได้อ่าน โดยไม่ได้ตั้งใจจาก “โลกหนังสือ” ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 มกราคม 2521 หน้าปกรูปคุณ คำพูน บุญทวี นักเขียนชื่อดังจากภาคอีสานที่ล่วงลับไปแล้ว
โดยส่วนตัวผม ยังรู้สึกว่า วาทะเสียดสีสังคม และทิ่มแทงใจดำมนุษย์นี้ ยังทันสมัย และสะท้อนยุคสมัยปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง จึงขออนุญาตพี่ สุชาติ สวัสดิ์ศรี อดีตบก.โลกหนังสือ และปัจจุบันบก.ช่อการะเกด ยุค เวียง วัชระ และ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ มาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง ณ ที่นี้ ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นประการใด ว่ากันมาตามสบายเลยนะครับ
ต้องขออภัยคุณ น้ำลัด (และทุกท่าน) ด้วยครับ ตอนนี้ ผมไม่สามารถโพสท์เข้ามาสนทนากับคุณได้ ที่มีน้องคนหนึ่งสอนให้ตอนแกมาเยี่ยมผม และใช้ได้อย่างราบรื่นในคราวก่อน ปรากฏว่าวิธีนั้นใช้ไม่ได้แล้วในตอนนี้ ผมพยายามมั่วกดนั่นกดนี่...อย่างไรๆก็ไม่ได้ผล มิหนำซ้ำ...บางครั้งยังทำให้ข้อความที่คุณโพสท์เข้ามาหายไปหมด (ฮา) มือระดับโปรแกมเมอร์ 2 คนที่อยู่ในบ้านก็ช่วยไม่ได้ คงต้องรอการจัดเว็บจากประชาไทให้เข้าระบบเดิม ปัญหานี้คงจะหายไป
ขอบคุณ สำหรับความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆจากคุณน้ำลัด เรื่องคนรู้หรือไม่รู้ธรรมะ ที่คุณตั้งคำถามมา ผมว่าคนรู้จักธรรมะมีน้อย และรู้แล้วปฏิบัติได้...ยิ่งน้อยลงไปอีก (รวมทั้งตัวผมด้วย ฮา ) แต่คนใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์มีเยอะครับ ถ้าอยากรู้ ก็คงต้องค่อยๆดูกันไปเฉพาะราย.
29 กรกฎาคม 2553
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ฟ้าร้องคำรณกึกก้องพายุกรรโชกกราดเกรี้ยว ไม่นานนักฝนก็ซัดสาดลงมาราวกับฟ้าทั้งฟ้าได้ฉีกขาดและรั่วไหลนำแม่น้ำจากสรวงสวรรค์ลงมาชะล้างผืนแผ่นดินตามกฎเกณฑ์กติกาอันเฉียบขาดของธรรมชาติเมื่อดิน น้ำ ฟ้า อากาศ อุณหภูมิ ความร้อนและความเย็น ประกอบกันเป็นเหตุปัจจัยเพียงพอที่จะทำให้เกิดปรากฎการณ์ฝนตกฝนย่อมจะต้องตกลงมาอย่างแน่นอนเมื่อถึงเวลาที่มีเหตุปัจจัยเพียงพอ...…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ฉันรู้ดีเมื่อวันพรุ่งนี้มาถึงคืนนี้...ก็จักไม่มีอีกต่อไปนอกจากความทรงจำอันหวานชื่นเท่านั้น
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ข้าแด่พระเจ้า
ข้าพระองค์ ไม่ปรารถนาจะให้พระองค์ประทานทุกอย่าง
ที่ใจของข้าพระองค์ปรารถนา
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
บ้านสวนลำไยอันร่มครึ้มของเธอ
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำที่ไหลระริกเริงร่าอยู่ชั่วนาตาปี
เธอคือสาวบ้านสวนลำไย - ที่ถูกผู้คนในหมู่บ้าน
กล่าวหาว่าเป็นคนเสียสติและไม่เต็มเต็ง
จนไม่เป็นที่ปรารถนาของชายใด
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
จริงหรือ
ที่มีคนมาบอกข้าว่า
เป็นโชคดี ของ ทักษิณ ชินวัตร
ที่มิได้เป็นคนเก่งกล้าสามารถและดีเลิศ
ถึงขีดขั้น - ปราศจากข้อบกพร่องและความผิดพลาด
ให้คนตำหนิติเตียนจับผิดได้
ในช่วงที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี
ดังที่เขาได้ถูกขุดคุ้ยออกมาตีแผ่
ตั้งแต่เรื่องที่เขาถูกกล่าวหาว่าซุกหุ้น ทุจริตในหน้าที่
จนถึงความผิดพลาดของนโยบายปราบปรามยาเสพติด
และความผิดพลาดในการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ที่ตากใบและกรือเซ๊ะ
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขา - ต้องหลุดพ้นออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
และต้องลี้ภัยอยู่ต่างแดน
และยังมีชีวิตอยู่
และยังมีโอกาสได้ต่อสู้
นี่คือ...
โชคดี ของ ทักษิณ ชินวัตร…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
คำถาม : เราจะรู้จักตัวเองได้อย่างไร
กฤษณมูรติ : ท่านรู้จักหน้าของตัวเองเพราะท่านมองดูมันในกระจกบ่อยๆ และเราก็มีกระจกอีกบานที่จะมองตัวเองให้ชัดเจน ไม่เฉพาะใบหน้าเท่านั้น
แต่จะมองเห็นทั้งหมดที่ท่านคิด
ที่ท่านรู้สึก
รวมถึงแรงจูงใจ
ความปรารถนาของท่าน
แรงกดดัน
และความรู้สึกกลัวต่างๆของท่าน
กระจกบานนั้น - ได้แก่กระจกแห่งความสัมพันธ์
ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับพ่อแม่ของท่าน
ระหว่างท่านกับครูของท่าน
ระหว่างท่านกับแม่น้ำ ต้นไม้ โลก
ระหว่างท่านกับความคิดของท่าน
ความสัมพันธ์จึงเป็นกระจกที่ท่านจะเห็นตัวเอง
มิใช่ตามที่ท่านปรารถนา แต่ตามที่ท่านเป็นอยู่อย่างแท้จริง เมื่อมองดูกระจกธรรมดา…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
คำถาม : การรู้จักตัวเอง ( self knowledge ) คืออะไร เราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้อย่างไร กฤษณมูรติ : ท่านเห็นระดับของความคิดที่ซ่อนอยู่ในคำถามนี้หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่ได้แสดงความไม่นับถือผู้ถาม แต่อยากจะชวนให้พวกเราใส่ใจต่อความคิด ซึ่งถามว่า
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ข้าคือคนที่มีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวทั้งๆที่ตัวข้าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวเลยสักนิด
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
จากบันทึกงาน - เพื่อคนทุกข์ผู้ยากไร้ ของ จินตวีร์ เกียงมี
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ดื่มเถิดเพื่อน...ถ้าหากเพื่อนต้องการดื่มเพื่อให้ลืมแผลพิษชีวิตขมเพื่อให้ลืมอดีตดั่งมีดคมซึ่งสั่งสมอยู่ภายในหัวใจเพื่อน