Skip to main content

 

เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน
ผมได้รับหนังสือ “มหัศจรรย์ดอกไม้กินได้” เป็นอภินันทนาการจาก อันยา โพธิวัฒน์ เจ้าของร้าน สายหมอกกับดอกไม้ อดีตคนข้างเคียง จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา หลังจากที่คุณอันยาได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคุณจรัลในเชิงบันทึกจากมุมมองของเธอเอาไว้ 2 เล่ม คือ รักและคิดถึง จรัล มโนเพ็ชร และ ตามรอยฝัน...จรัล มโนเพ็ชร ในช่วงตอนแรกๆที่คุณจรัลได้จากไปเมื่อหลายปีก่อน และเป็นหนังสือที่อยู่ในอันดับขายดี
 
เล่มล่าสุดนี้ของเธอเล่มนี้
จึงนับเป็นเล่มที่ 3 แม้จะทิ้งช่วงห่างมานานหลายปี แม้จะเป็นเรื่องอาหารดอกไม้ แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่มาที่ไปเกี่ยวพันกับคุณจรัล คุณอันยา และร้าน สายหมอกกับดอกไม้ ที่คุณอันยาและคุณจรัลร่วมกันก่อตั้ง รวมทั้งแรงบันดาลที่ทำให้เธอลุกขึ้นมาทำอาหารดอกไม้ ตั้งแต่ยังแทบไม่มีใครรู้ว่าดอกไม้หลายชนิด สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารกินได้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของร้านสายหมอกมาจนตราบเท่าทุกวันนี้
 
หนังสือสวยงามหนา 200 กว่าหน้าเล่มนี้ จึงแบ่งออกเป็นสองภาค ภาคแรกเป็นบทความสละสลวยชวนอ่านเพลิดเพลินเกี่ยวกับคุณจรัล คุณอันยา ร้านสายหมอก แรงบันดาลใจเของเธอ เกร็ดความรู้ต่างๆเกี่ยวกับดอกไม้ และการลงมือค้นคว้าทดลองทำ 90 กว่าหน้า โดย ภาคหนึ่ง แบ่งออกเป็นบทๆตามชื่อหัวข้อ ดังนี้
 
1.มรรคาแห่งดอกไม้
2.ทั้งหลายทั้งปวงล้วนเกี่ยวกับเซ็กซ์
3.อาหารดอกไม้ในงานมังสวิรัติโลก
4.ภูมิปัญญาท้องถิ่น
5.อาหารก็เหมือนดนตรีดนตรี ดนตรีก็เหมือนอาหาร
6.อำนาจวรรณกรรม
7.ดอกไม้ก็อร่อยได้
8.ปรุงอาหารจานดอกไม้ด้วยความสุข
 
ภาคสอง
เป็นรายชื่ออาหารและเครื่องดื่มจากดอกไม้ และวิธีทำตามประเภทอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมด้วยภาพประกอบลายเส้นขาว -  ดำ และภาพถ่ายสีสวยสดใส ดังนี้  
 
ยำ
ยำยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง, ยำบุปผานานาพันธุ์, ยำดอกดาหลา, ยำสายหมอกกับดอกไม้
 
ผัด - ทอด
ไข่เจียวดอกไม้, ไข่ดาวทรงเครื่องดอกพวงแสด, มาลีทอดกรอบ, ดอกกาหลงผัดกุ้ง
 
ย่าง - นึ่ง
ไข่ตุ๋นดอกเข็ม, เต้าหู้ดำนึ่งดอกสายนำผึ้ง, ปลาย่างกับดอกเบญจมาศ
 
ต้ม - แกง
ต้มข่าดอกกล้วยไม้, ต้มกะทิสดดอกบัว, แกงจืดบุปผาสาคู, ต้มส้มดอกขิงแดง, ต้มซุปดอกกุหลาบกับเต้าหู้ดำ เต้าหู้ขาว
 
กินเล่น
แหนมดอกเพกา, เปาะเปี๊ยะดอกไม้สด, บุปผาน้ำปลาหวาน, ข้าวเหนียวเขียว - ปูโรดตะไต้
 
เครื่องดื่ม
น้ำกุหลาบ
ชากุหลาบ
น้ำดอกเก็ดถะหวา
น้ำดอกดาหลา
ชากลิ่นดอกบัว
น้ำดอกอัญชัน
นำดอกเข็มแดง
 
โดยส่วนตัวผม เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว นอกจากจะได้รับความรู้ในการทำอาหารดอกไม้ และ(คิดว่า...) สามารถลงมือทำเองได้ ผมยังรู้สึกหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้เขียนแบบใช้อารมณ์และความรู้สึกกลั่นกรองออกมาอย่างประณีต อ่านแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน จนเผลอลืมไปว่ากำลังอ่านตำราทำกับข้าวและเครื่องดื่ม
 
ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็น “Cook Book” ที่ต่างจากหนังสือประเภทเดียวกัน นั่นคือเป็น “Cook Book” ที่มีความเป็นวรรณกรรมแบบโรแมนติกผสมผสานอยู่ เพราะมีการเล่าเรื่องราวของผู้คน สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ฯลฯ ออกมาอย่างได้อารมณ์และความรู้สึกอันละเมียดละไมตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย เช่น ในภาคสองก่อนจะถึงรายการทำอาหารและเครื่องดื่มแต่ละชนิดซึ่งเป็น Theme ของหนังสือ จะต้องมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มนั้นๆเป็น Intro นำทางไว้ก่อน ยาวบ้าง สั้นบ้าง เป็นเลศเล่ห์เสน่หาเย้ายวนชวนให้ติดตามและหลงรัก...  
 
ยกตัวอย่าง เช่น ยำดอกดาหลา
ก่อนจะถึงสูตรและวิธีทำยำดอกดาหลา เธอก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้นำไว้ก่อนว่า
“ดอกไม้ที่อร่อยที่สุด คือดอกไม้ที่ไม่ได้ผ่านการเดินทางไกล”
แต่บางครั้งฉันก็ละเมิดกติกาของตนเอง ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์อันอ่อนหวานนุ่มนวล เมื่อร้านได้รับเชิญให้ไปยังประเทศสิงคโปร์ เพื่อสาธิตการปรุงอาหารจากดอกไม้ที่กินได้
 
ระยะทางจากเชียงใหม่ไปสูสิงคโปร์ไม่ไกลนักโดยการบิน เพราะบินตรงได้เลยโดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ แต่เมื่อเป็นต่างถิ่นต่างประเทศ และต้องไปปรุงอาหารถึงที่นั่น เราจึงคิดหนักเรื่องการจัดเตรียมหาดอกไม้ จะไปหาที่ไหนได้ ไม่รู้จักมักจี่ใครสักคน จะแอบไปเก็บดอกไม้งามๆตามหน้าบ้านชาวสิงคโปร์ หรือตามสวนสาธารณะของเขา ก็คงถูกจับและเสียค่าปรับแน่ และอีกอย่างก็เชื่อว่าที่สิงคโปร์อาจจะใช้สารเคมีในการเลี้ยงดูพวกไม้ดอกไม้ประดับ
 
ถ้าคิดไปตายเอาดาบหน้า ไปเที่ยวเสาะหาดอกไม้กินได้จากที่นั่น มันอาจล้มเหลวก็เป็นได้ แม้จะขัดแย้งกับกติกาที่ถือว่า
“ดอกไม้ที่อร่อยที่สุด คือดอกไม้ที่ไม่ได้ผ่านการเดินทางไกล”
แต่เมื่อไม่มีทางเลือก เราจึงตัดสินใจหอบเอาดอกไม้สดๆไปเองจากเชียงใหม่
“บ้าก็บ้าว่ะ” ฉันคิดอย่างมั่นใจ

 
 

ครั้งนั้น
เราไล่เก็บดอกลั่นทม ดอกอัญชัน ดอกกุหลาบ ดอกเข็มแดง และดอกกล้วย เพราะพวกนี้จะไม่เหี่ยวเฉาเอาง่ายในระหว่างการเดินทาง แต่สำหรับเฟื่องฟ้าและชบา ตัดออกไปจากบัญชีดอกไม้กินได้ของเราได้เลย ทั้งสองชนิดไม่เหมาะที่จะเดินทางไกลแน่
 
การยกครัวอาหารดอกไม้ไปปรุงนอกสถานที่ ไม่ได้สร้างความลำบากลำบนสักเท่าไหร่ หากเรามีดอกไม้พร้อม แต่ที่ร้านเองนั่นสิ เมื่อมีแขกจองล่วงหน้าสำหรับปาร์ตี้พิเศษจำนวนหลายสิบคน เราต้องเตรียมหาดอกไม้ไว้ให้พร้อม ไม่น่าให้อภัยเลยล่ะถ้ามีดอกไม้ไม่พอกิน ทั้งๆที่รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน
 
บางวันลูกค้าเข้ามาที่ร้านดึกเกินไปและสั่งอาหารจานดอกไม้ แต่แม่ครัวได้ปรุงมันมาหลายจานแล้ว จนกระทั่งดอกไม้ของเราหมดเกลี้ยงจริงๆ เรื่องนี้พออภัยได้ ฉันไม่ถือว่าสำคัญนัก
 
ท่ามกลางสวนดอกไม้ ที่เก็บมาปรุงเป็นอาหาร และยังมีสรรพคุณแสนวิเศษ ดอกดาหลาก็เป็นหนึ่งในสวนของเรา กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอจากกลีบดอกดาหลาที่เพิ่งเก็บมาทำอาหารจานยำ จะยังคงสำแดงพลังอย่างเต็มเปี่ยม
 
แม้ดาหลาจะชอบน้ำอยู่มาก แต่ระหว่างช่วงฤดูฝนต้นดาหลาไม่ค่อยจะให้ดอกสักเท่าไหร่ ดินที่ชื้นและแฉะอยู่เสมอ อุณหภูมิความชื้นในอากาศ และแสงแดดในฤดูฝนไม่เอื้อต่อการให้ดอกดาหลา แตกมันจะแตกหน่อง่ายดายในยามนี้
 
ถ้าคุณจะปลูกดาหลา ฤดูฝนเหมาะมาก โดยแยกหน่อมาปลูก ต้องเลือกหน่อที่สมบูรณ์ สูงราวๆ 60 ถึง 100 เซนติเมตร ให้มีใบติดสักสี่ห้าใบ และมีรากติดอยู่ด้วยพอประมาณ การปลูกโดยแยกหน่อจะใช้เวลานานหน่อย อย่างน้อยๆก็ 5- 6 เดือน กว่าดาหลาจะให้ดอก แต่ถ้าแยกเหง้าที่เกิดใหม่ไปปักชำ อาจจะนานกว่านั้นอีก นั่นคือราว 1 ปีไปแล้ว
 
แต่ยังไงเสียดาหลาก็ชอบดินร่วนซุยและชอบน้ำ กับแสงแดดที่รำไร
 
ดอกดาหลา ส่งกลิ่นหอมชวนกิน ทำให้คุณน้ำลายสอได้ในทันทีที่สัมผัสกลิ่นของมัน พวกฝรั่งเรียกดาหลาว่า Torch Ginger จากรูปลักษณ์ที่ดูคล้ายกับคบเพลิง มันเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับขิงและข่า มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ทั้งยังมีสารและกลิ่นที่แมลงไม่ชอบ จึงไม่ค่อยมีแมลงมารบกวน เมื่อออกดอกจะออกเป็นช่อ ก้านดอกจะแทงออกมาจากเหง้าใต้ดิน มีสีสันอยู่สามสีล้วนสวยสดงดงาม คือสีแดง สีขาว และสีชมพู ที่เห็นกันมากคือสีชมพูและสีแดง ซึ่งออกดอกแสนง่ายดายแทบตลอดทั้งปี แต่สีขาวนั้นหวงแหนดอกของมันมาก
 
ดาหลาปรุงอาหารกินอร่อยมาก ไม่ว่าจะปรุงให้เป็นต้มเป็นแกง ทอด หรือแม้แต่กินสดๆ มีรสออกเปรี้ยวๆเล็กน้อย และซาบซ่า ค่อนข้างเผ็ด กลีบดอกดาหลาที่นำมาปรุงเป็นอาหาร ไม่ใช่กลีบดอกจริง แต่เพียงกลีบประดับอันงดงาม
 
ยำดอกดาหลา จานนี้อาจกินแบบลวกสุกก็ได้ แต่หากกินกลีบสดๆ กลีบดอกดาหลาจะเข้าเนื้อกับน้ำยำได้ดีกว่า
 
เครื่องปรุง
-                     ดอกดาหลา 1- 2 ดอก (ต้องปลอดจากสารเคมี)
-                     หมูสับละเอียด รวนพอสุก 50 - 100 กรัม หรือกุ้งสดลวกสุก 3 - 4 ตัว
-                     แตงกวาอ่อนหั่นบางๆ 3 ผล
-                     ใบสะระแหน่ 10 ใบ
-                     หอมหัวใหญ่ 1 หัว
-                     ผักกาด 1 - 2 ใบ
-                     พริกขี้หนูซอย 5 - 10 เมตร
-                     น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
-                     น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
-                     น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
 
วิธีปรุง
-       เตรียมดอกดาหลา เลือกใช้แต่กลีบอ่อนๆ หรือกลางๆจะกินง่าย และรสชาติเยี่ยม ล้างกลีบดอกผ่านน้ำให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำในที่ร่ม แล้วใส่ชามพักเตรียมไว้
-       ปรุงน้ำยา ผสมน้ำปลา น้ำตาลทราย นำมะนาว เข้าด้วยกัน ชิมรสตามชอบ แล้วลงคลุกเคล้าในชามสำหรับยำที่มีกลีบดอกดาหลา หมูสับ หรือกุ้งสด แตงกวา หอมใหญ่ ใบสระแหน่ ผักกาดแก้ว โรยพริกขี้หนูใส่ลงไป ชิมรสตามชอบ ตักใส่จาน เสิร์ฟ  
 
ครับ คงเป็นเพราะว่า ผู้เขียนมีต้นทุนทางวรรณกรรมอยู่ในตัวเองค่อนข้างสูง ดังนั้น ไม่ว่าเธอจะลงมือเขียนอะไร ก็มักจะแลดูเป็นงานวรรณกรรม หรือมีความเป็นวรรณกรรมผสมผสานอยู่ ดังที่ผมยกตัวอย่างเรื่องการทำยำดอกดาหลามาให้อ่านกันโดยไม่ตัดทอนนั่นแหละครับ...
 
มิหนำซ้ำแรงบันดาลใจแบบ บ้าก็บ้าว่ ในการคิดทำอาหารดอกไม้ของผู้เขียนก็มาจากการอ่านงานวรรณกรรมประเภทนวนิยายจากนวนิยายสายสกุลเซอร์เรียลลิสต์เรื่อง Like Water For Chocolate  อันโด่งดัง ของ ลอร่า เอสควิเวล นักเขียนสตรีผู้ใช้ชีวิตอยู่ที่เม็กสิโก จากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่แปลมาจากภาษาสเปน ที่เธออ่านจบแล้ว...ถึงกับบอกแก่ตัวเองว่า
“หลังจากอ่านหนังสือจบลง ฉันไม่ได้อยากดื่มหรือกินช็อกโกแลต แต่กลับรู้สึกว่าอยากกินดอกไม้เป็นอาหาร อยากเคี้ยวกลืนกลีบดอกไม้ลงลำคอ รอเวลาที่มันจะแผลงฤทธิ์...”
และตอบสื่อต่างประเทศที่มาถามในตอนหลังว่า
“What is your inspiration in cooking floral dishes?”
ด้วยคำตอบเดียว ที่เป็นทั้งคำตอบแรกและสุดท้ายของเธอว่า
“Power of Literature!”
 
จากแรงบันดาลใจนี้เอง ที่ทำให้เธอเริ่มต้นค้นคว้าและทดลองทำ โดยมีเพื่อนที่เป็นดร.ผู้เชี่ยวชาญทางพืชสมุนไพรเป็นผู้ปรึกษาและทดสอบว่าดอกไม้ชนิดใดกินได้ ชนิดไหนกินไม่ได้ และมีคุณค่าทางอาหารแก่ร่างกายและจิตใจอย่างไรบ้าง เมื่อเมนูอาหารของเธอค่อยๆทยอยออกมาวางโต๊ะที่ร้านสายหมอกเคียงคู่กับเมนูอาหารเหนือในตอนนั้น จึงเป็นเรื่องที่มีคนสนใจอย่างกว้างขวาง ทำให้สื่อต่างๆค่อยๆทยอยกันเข้ามาทำข่าวเรื่องราวอาหารดอกไม้ของเธอด้วยความทึ่ง ทั้งสื่อภายในและสื่อต่างประเทศที่ได้ยินกิติศัพท์
เช่น
นิตยสาร Far Eastem Economc Raview
นิตยสาร ชาวัวร์ จากฝรั่งเศส
รายการโทรทัศน์ของป่าใหญ่ครีเอชั่น
รายการอาหารของสันติ เศวตวิมล
รายการอาหารของอาจารย์ยิ่งศักดิ์
รายการเที่ยวละไมไทยแลนด์
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
นิตยสารขวัญเรือน
นิตยสารสกุลไทย
งานเอ็กซโปกล้วยไม้โลกที่เมืองฟูโกโอกะ ที่ญี่ปุ่น
รายการโทรทัศน์ช่อง 10 ของญี่ปุ่น
ฯลฯ
 
ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ การทำอาหารจากดอกไม้ จะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีคนเขียนกันออกมาจนเป็นที่รู้จักกันพอควรแล้ว แต่ผมคิดว่า ตำราที่เขียนออกมาจากคนที่เขาค้นคิด ค้นคว้าทดลองด้วยตัวเองน่าจะยังมีน้อย และถึงแม้ว่าจะออกมาล่าช้าหลายปี แต่ผมเชื่อว่ากระแสความสนใจอาหารดอกไม้ยังเข้มข้นอยู่ เพราะจากยอดจำหน่ายของหนังสือเล่มนี้ ในงานสัปดาห์หนังสือ ฯ ที่หอประชุมสิริกิตติ์ ที่เพิ่งผ่านไป ทางสำนักพิมพ์ได้บอกผ่านผู้เขียนหนังสือเล่มนี้มาว่า หนังสือเล่มนี้ได้กลายเป็นหนังสือที่เป็นความหวังของสำนักพิมพ์เลยทีเดียว
 
เกี่ยวกับผู้เขียน
อันยา โพธิวัฒน์ เกิดที่จังหวัดเพชรบุรี เริ่มเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนบรรหารศุภวาท จังหวัดอยุธยา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น - ตอนปลายจากโรงเรียนราชินีบน กรุงเทพฯ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์ วิชาเอก -ภาษาอังกฤษ โท - ปรัชญา
 
เคยทำงานประจำ
เป็นเลขาณุการิณี เป็นนักจัดรายการเพลงสากลทางวิทยุ และนักแปลอิสระให้แก่นิตยสารเกี่ยวกับดนตรี รักการอ่านหนังสือและงานศิลปะทุกสาขา ชอบเดินทางท่องเที่ยวตามป่าเขาลำเนาไพร ฯลฯ
 
ปี 2539 ใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบกับ จรัล มโนเพ็ชร อยู่ที่บ้านดวงดอกไม้ ทุ่งหลวง จังหวัดลำพูน
 
ปี 2541 ก่อตั้งร้านอาหารเล็กๆที่ถนน 700 ปี หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ชื่อร้าน สายหมอกกับดอกไม้ เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำกิจกรรมในด้านสืบสานศิลปวัฒนธรรมตามแนวคิดของศิลปินล้านนา ตราบจนกระทั้ง จรัล มโนเพ็ชร เสียชีวิตลงที่บ้านจังหวัดลำพูน มีผลงานร่วมเล่มเป็นบันทึกความทรงจำ 2 เล่ม คือ รักและคิดถึง จรัล มโนเพ็ชร และ ตามรอยฝัน... จรัล มโนเพ็ชร
 
ปัจจุบัน
ยังคงใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบเงียบกับหนังสือ ดนตรี ต้นไม้ ดอกไม้ อยู่ที่บ้าน ดวงดอกไม้ กลางทุ่งหลวง จังหวัดลำพูน และดูแลร้านสายหมอกกับดอกไม้ ที่จังหวัดเชียงใหม่
 
ครับ
ผมหวังว่าการแนะนำหนังสือเล่มนี้จากผม คงจะทำให้ผู้อ่านมองเห็นภาพหนังสือเล่มนี้ได้ชัดเจน รวมทั้งตัวตนของผู้เขียนด้วย และผมเชื่อว่า คนที่สนใจเรื่องการทำอาหาร ถ้าได้พบหนังสือ Cook Book โรแมนติก จาก สายหมอกกับดอกไม้ เล่มนี้ ถ้าใครไม่รีบตะครุบเอาไว้ ก็บ้ากันเต็มทีแหละครับท่าน.
 
หมายเหตุ ; ผู้อ่านท่านใดสนใจ มหัศจรรย์ดอกไม้กินได้ คงหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือใหญ่ทั่วไปได้ไม่ยาก หรือติดต่อโดยตรงไปที่สำนักพิมพ์ more of Life บริษัทรักลูกกรุ๊ป จำกัด  932 ถ.ประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร.0 2913 7555, 0 2831 8400 โทรสาร 0 2831 8400.
 
 
3 มิถุนายน 2554
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
 
 
 

 

บล็อกของ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมือง ที่ขัดแย้งกันมานาน ระหว่างรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ที่ดูเหมือนว่า นอกจากจะมองไม่เห็นทางที่จะสมานฉันท์กันได้แล้ว ยังมีแนวโน้มว่า สถานการณ์ที่ต่างฝายต่างก็ไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน ยังมีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงไปสู่การนองเลือดที่น่าสยดสยอง ดังที่คาดหมายกันว่าจะเกิดขึ้น ตั้งแต่ วันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป ตามที่เขาประกาศศึกกันแบบเอาเป็นเอาตายกัน ซึ่งเราไม่ปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้เกิดขึ้นในสังคมไทย   ดังเช่น โศกนาฏกรรมนองเลือด 6 ตุลาคม 19 และพฤษภาคมทมิฬ 35 ในอดีตที่ผ่านมา แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีพลังแห่งความปรารถนาดีใดๆในสังคม สามารถเข้าไปยับยั้งได้…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
  โอ พระเจ้า !ข้าสงสัยเหลือเกินว่า ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตรทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร และ สนธิ ลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุล สนธิลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุลสนธิ ลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้ม ทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุลสนธิ ลิ้ม ทองกุล สนธิลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุลสนธิ ลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุล สนธิ ลิ้มทองกุล
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ด่วน ! ประชาชนชาวไทย ผู้รักความสงบทุกท่าน โปรดทราบ... นับตั้งแต่ออกประกาศฉบับนี้เป็นต้นไป เวลาท่านออกจากบ้านไปไหนมาไหนคนเดียว โดยเฉพาะตามสถานที่ที่ไม่มีคนรู้จัก เวลาพบคนใส่เสื้อสีเหลือง เหลีอง เหลีอง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง กำลังชุมนุมกันอยู่เป็นจำนวนมาก... ขอให้ท่านจงโปรดระวัง ! อย่าได้ขับรถ - หรือเดินเฉียดเข้าไปใกล้พวกเขาเป็นอันขาด ! เพราะนี่คืออันตรายเป็นอย่างยิ่ง !…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
1 พฤศจิกายน 2551ข้ามองเห็นคนรัก ทักษิณ ชินวัตร ใส่เสื้อสีแดงแดง แดง แดง แดง แดง แดง แดง แดงแดง แดง แดง แดง แดง แดง แดง แดงแดง แดง แดง แดง แดง แดง แดง แดงแดง แดง แดง แดง แดง แดง แดง แดงจำนวนนับไม่ถ้วน ณ ราชมังคลากีฬาสถานแห่แหนกันออกมายกย่องและให้กำลังใจ ทักษิณ ชินวัตร และเมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ปรากฏภาพและเสียงผ่านโฟนอิน ออกมาพูดแล้วคนใส่เสื้อสีแดงทุกคนต่างเชื่อว่าทุกถ้อยคำที่ ทักษิณ ชินวัตร พูด ณ สถานที่แห่งนี้ เป็นความจริงหมดทุกถ้อยคำ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
มิใช่ บ่อ จากท่อธารบาดาลใสหลั่งรินไหล มิรู้แล้ง แห้งเหือดหายเป็นเพียง บ่อ น้ำฟ้ามาซึมทรายหลั่งรินสาย มาหล่อเลี้ยง - เพียงชั่วกาลมิใช่ บ้านดวงใจ อุ่นไอรักแค่ เพิงพัก หลบร้อนอันกร่อนกร้านริมวิถี คดเคี้ยว เปลี่ยว กันดารเป็นทางผ่าน เป็นที่พัก - นักเดินทางมิใช่ แสงดาว ชี้ชัดปลุกศรัทธาแทนดวงตาดวงใจผู้ไร้ร้างเป็นเพียง แสงหิ่งห้อย - ลอยเลือนรางอยู่ท่ามกลางคืนเดือนมืดอันยืดยาวและมิใช่ สมณะ ผู้ละโลกย์พ้นทุกข์โศกเวียนว่ายกายสีขาวยังเป็นแค่ ปุถุชน คนมากคาวยังมิก้าวพ้น ตัณหา ราคีใดคือ ตัวฉัน…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ข้าใส่เสื้อสีเหลือง ใช่ เพราะข้าเชื่อในสีเหลืองแห่งความชอบธรรมของข้า ใช่ เพราะข้าเชื่อในสีเหลืองแห่งความถูกต้องของข้า ใช่ เพราะข้าเชื่อในสีเหลืองแห่งความดีงามของข้า ใช่ เพราะข้าเชื่อในสีเหลืองแห่งข้อเท็จจริงของข้า ใช่ เพราะข้าเชื่อในสีเหลืองแห่งความเป็นจริงของข้า ใช่ เพราะข้าเชื่อในสีเหลืองแห่งเหตุผลของข้า ใช่ เพราะข้าเชื่อสีเหลืองแห่งอุดมการณ์ของข้า ใช่ เพราะข้าเชื่อในสีเหลืองแห่งพลังมวลชนอันยิ่งใหญ่ของข้า และความเชื่อในสีเหลืองทั้งหมดของข้า เป็นความเชื่อที่ข้าเชื่อว่า เป็นความเชื่อที่ถูกต้องที่สุด และดีที่สุดที่ข้ามี แต่เพียงผู้เดียวในโลกนี้ ข้าจึงไม่มีวันที่จะประนีประนอม…
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ผลงานน้องจูนี่ไฟไฟ ไฟ ไฟไฟ กำลังลุกไหม้บ้านเมืองของเราเร้ว เร็วเข้าเถิดรีบมาช่วยกันดับไฟเร็วๆเข้า บ้าบ้า บ้า บ้าบ้าบอคอแตกที่สุดในโลกมัวไปสนใจมัวไปทะเลาะเบาะแว้งมัวไปทุ่มเถียงกันให้เสียเวลาทำไมว่าพวกรัฐบาลหรือว่าพวกพันธมิตรใครเป็นคนลงมือจุดไฟเผาใช้น้ำมันเบนซินยี่ห้ออะไรบริษัทอะไรเป็นผู้ผลิตใครเป็นคนคิดวางแผนใครเป็นคนสั่งการ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
1. เงิน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กับลมหายใจเข้าออกแทบทุกขณะจิตของผู้คน 2. เงิน คือทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ แต่เป็นนายที่โหดร้าย ยังเป็นวาทกรรมที่ทันสมัย
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ที่ ดวงตา คอยมองจับจ้องอยู่ ที่ ใบหู คอยแยะแยกจำแนกเสียง ที่ จมูก คอยดมชมกลิ่นเกลี้ยง ที่ ปลายลิ้น คอยเรียงไล่ลิ้มรส
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
Canto คือยอดของภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่ออกมาให้เราเห็นนิดเดียวบนพื้นผิวของมหาสมุทร Canto คือการเปิดประตูเพื่อให้คนเดินเข้าไป คือการเปิดหน้าต่างเพื่อให้คนมองออกไป – สู่จินตนาการเสรี Canto คือการลงมือเขียนถ้อยคำจากความรู้สึกประทับใจจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างฉับพลัน 3 บรรทัดสั้นๆ จบ Canto คือการลดละการแสดงความคิดเห็น ความรู้ ความเฉลียวฉลาด ของผู้เขียน ออกไปให้มากเท่าไหร่ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น Canto คือการเก็บเม็ดทรายเม็ดเล็กๆของถ้อยคำ มารวมกันจนเกิดเป็น มวล ที่มีน้ำหนักและพลัง - ที่ไม่อาจปฏิเสธไม่ได้ Canto คือการเขียนเพื่อให้คนอื่นคิด มิใช่เขียนเพื่อคิดแทนคนอื่น
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
1. ของแท้ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ แต่ผมไม่ใช่ 2. ได้มาก็เสียไป สิ่งสำคัญที่สุดอยู่กับเราชั่วคราว ผิดกับความอ่อนแอ 3. ความงามหนึ่ง ชื่อการพลัดหลง น่าประทับใจจนอยากเก็บเอาไว้คนเดียว 4. แดดส่องโต๊ะรับแขกหน้าบ้าน ตำลึงเลื้อยพันขาเก้าอี้ขึ้นไปงอกงาม กาน้ำชาฝุ่นเกาะอยู่ในห้องครัวเงียบ 5. กลิ่นชาใบเตย ขยายตัวอวลอุ่น จอกหนึ่งว่าง...จอกหนึ่งพร่อง
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ระบอบการเมือง                ที่ดีที่สุดในโลกนี้มี                                   หรือไม่มีถ้าหากมี                          แล้วถูกขยำขยี้ทิ้งไปยัง…