Skip to main content

ขับรถจากอำเภอสันป่าตอง
มุ่งไปเชียงใหม่
 ด้วยความเร็ว 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วขนาดนี้ถ้าพูดกับพวกตีนผีหรือวัยรุ่นทั้งหลาย จะถูกปรามาสอย่างรุนแรงว่า ไม่ควรเรียกว่าความเร็วเลยลุง น่าจะเรียกว่า การเคลื่อนที่คลานไปแบบเต่าพันปีมากกว่า ก็ไม่รู้สึกอะไร มันเป็นความจริง ผมขับรถชิดเลนซ้ายแบบสบายอารมณ์ พอมาถึงทางแยกหางดง-สะเมิง ผมหยุดรถเพราะติดไฟแดง มองไปข้างหน้า เฉียงไปทางซ้ายมืออย่างไม่ตั้งใจ เห็นน้ำต้น (คนโท) ใบใหญ่สีน้ำตาล ตั้งโดดเด่นตรงข้างซุ้มประตูเข้าหมู่บ้านเหมืองกุง ทำไมมันใหญ่โตปานนี้ ใครเป็นผู้สร้างแล้วสร้างทำไม เกิดคำถามในสมอง มันตั้งเด่นสะดุดตาจริงๆ น้ำต้นใบใหญ่ใบนี้ดึงดูดสายตาผม ให้มองดูมันทุกครั้งที่ขับรถผ่าน ไฟเขียววาบขึ้น ผมบังคับรถวิ่งตรงเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งไปโรงพยาบาลมหาราช(สวนดอก) ไปตามใบนัดหมายของหมอความดัน ผมต้องขับรถผ่านโรงพยาบาลมหาราชไปอีกเล็กน้อย เมื่อถึงปั๊มน้ำมันที่อยู่ซ้ายมือ ผมก็ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าซอยราว 20 เมตร  ทางซ้ายมือเป็นลานดินจอดรถสำหรับผู้ขับรถมาโรงพยาบาล  ไม่มีการเก็บค่าฝากรถ เป็นการบริการที่จอดรถของโรงพยาบาล เนื้อที่กว้างขวางประมาณสนามฟุตบอลสองสนามมาต่อกัน รถจอดเกือบเต็มแล้ว ผมเลี้ยวเข้าไปหาที่จอด จากนั้นต่อรถบริการของโรงพยาบาลเข้าสู่โรงพยาบาลมหาราช เรียกว่าบริการโดยไม่เก็บเงิน ความจริงรอบๆตึกและที่จอดรถในโรงพยาบาลก็มี  แต่ก็มีรถจอดเต็มไปหมด  แน่นอนที่สุด ในอนาคตที่จอดรถจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไปแน่นอน 

ขากลับ
เมื่อผมขับรถจากเชียงใหม่เป็นระยะทางราว 10 กิโลเมตร ถึงทางแยกหางดง-สะเมิง พอสัญญาณไฟเขียวเปิดวาบ ผมเลี้ยวขวากลับรถ เคลื่อนรถวิ่งไปช้าๆ ตามองน้ำต้นยักษ์เป็นเป้าหมาย เลี้ยวซ้ายอีกครั้งไปตามถนน เห็นซุ้มเข้าหมู่บ้านเหมืองกุง ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ รถได้เคลื่อนผ่านประตูซุ้มเข้าไป อดเหลียวดูน้ำต้นยักษ์ที่ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือข้างประตูไม่ได้ อยากเห็นกับตาใกล้ๆ มันจะโตแค่ไหนหนอ ผมจอดรถที่ลานจอดทางซ้าย ลานจอดเป็นคอนกรีต ถนนเข้าหมู่บ้านก็เช่นกัน ผมหยิบกล้องดิจิตอลใส่กระเป๋ากางเกง คว้ากระเป๋าบรรจุสมุด ปากกา สะพายบ่า  เดินตรงไปบ้านแรกที่ปลูกอยู่ข้างหน้าถนน ซึ่งทอดเข้าสู่หมู่บ้านแห่งการปั้น เดินผ่านประตูบ้านเข้าไปก็มองเห็นโอ่งน้ำแจกันหลายรูปแบบ  หม้อน้ำ  น้ำต้นขนาดต่างๆ วางบนพื้นคอนกรีต กระจายปะปนกันไป  หลังคาโรงงานมุงด้วยกระเบื้อง ผมยังไม่พบใคร เดินลึกเข้าไป หากเป็นร้านที่มีของมูลค่าสูงๆ ผมคงไม่กล้าเสี่ยงเข้าไป นี่เป็นดินที่มนุษย์นำมาสร้างขึ้นให้มีมูลค่า  ไม่มีเหตุจูงใจอะไรทำให้ต้องลักขโมย  ผมเห็นชายสองคน  คนหนึ่งกำลังปั้นน้ำต้น(คนโท) อีกคนปั้นแจกันขนาดใหญ่  ทั้งสองคนมองดูสิ่งที่กำลังใช้มือสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจ ชำเลืองตาดูผู้มาใหม่นิดหนึ่ง ไม่พูดอะไร สักครู่ได้ยินเสียงผู้หญิงดังจากบ้านที่ติดกับโรงงาน ผู้หญิงหน้าตาดีโผล่ออกมาทักทายต้อนรับ ผมรีบบอกเหตุผลที่มา ขออนุญาตถ่ายรูปผลงานเครื่องปั้นดินเผา และสอบถามเรื่องราว

                " น้ำต้นหน้าหมู่บ้าน ใหญ่โตแต้ๆ สูงยาวสักเท่าใดครับ ?"
                " สูงราว 16-18 เมตรเจ้า เจ้าของร้านผู้มีอัธยาศัยดีบอก
                " ค่าก่อสร้างคงเป็นเงินบ่ใจ่น้อยใจ่ก่อครับ ?"
                " เจ้า ! ค่าวัสดุรวมทั้งค่าแรงเป็นเงิน 250,000 บาท เป็นงบตามโครงการหมู่บ้านโอท็อปเจ้า"

เธอเล่าให้ฟังว่า
หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง มีความเป็นมากว่าสองร้อยปีแล้ว คงราว พ.ศ. 2352  ครอบครัวของเธอเริ่มอาชีพนี้สมัย  "พ่อคำ  บุญหมั้นพ่อเสียชีวิตเมื่ออายุ 57  ปี  ในปัจจุบันนี้เป็นรุ่นหลานแล้วที่สืบทอดหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา

 

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553 ผมเดินทางโดยรถยนต์พร้อมภรรยา   ไปยังศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่   อำเภอสันป่าตอง   เชียงใหม่   อีกครั้งหนึ่ง   หลังจากตอนเย็นวันที่ 6 กรกฎาคม 2553   ได้พูดคุยนัดหมายกับคุณสกุล มูลคำ   เรียบร้อยแล้ว  ให้ภรรยานั่งคอยในรถยนต์  ก้าวขึ้นบันไดที่ทำงานของผู้ที่ผมไปพบ   ยกมือไหว้คุณสกุลก่อนตามธรรมเนียม   คุณสกุลดูยิ้มแย้ม   เป็นกันเอง  ไม่มากพิธี
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2553   มีข่าวหนึ่งสะดุดตาและสมอง   หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า “ ทึ่ง ‘ ข้าวไม่ต้องหุง’   ศูนย์วิจัยคิดค้นรายแรกของไทย.”   มันสะดุดตาตรงที่   ข้าวไม่ต้องหุง   ข้าวอะไรไม่ต้องหุง ?   ต้องเป็นข้าวที่มีคุณภาพพิเศษมากๆแน่นอน   สะดุดยิ่งขึ้นอีก   เมื่อบอกว่า   ศูนย์วิจัยคิดค้นรายแรกของไทย   อะไรที่มีคำว่าวิจัย   ผมสนใจเสมอ   เพราะมันหมายถึง   การค้นหาคำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
6 กรกฎาคม 2010 รอบรองชนะเลิศ แข่งขัน เวลา 1.30 น.    ทีมอุรุกวัยพบฮอลแลนด์   สู้กันดุเดือด   สนุกมาก   ใครเป็นโรคหัวใจ   โรคความดันต้องหลีกเลี่ยง    ขณะดู   นิ้วมือผมกำเกร็งไปโดยไม่รู้ตัว   พอรู้สึกตัวตน   ต้องปรับอารมณ์ใหม่   เป็นทีมชาติของเราก็ไม่ใช่  ไฉนต้องปล่อยกายใจอยู่ใต้เกมการแข่งขัน   จึงได้ดูแบบไม่เครียดต่อไป   ทั้งนี้เพื่อชีวิตที่ยืนยาว   รอทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกสักครั้ง   จำได้ว่า  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ส่วนผู้เล่นฟุตบอล ได้แสดงฝีเท้าให้คนทั้งโลกได้ชมอย่างเต็มอิ่ม   เป็นประโยชน์ต่อทีมและตัวเอง   หากเล่นได้ดีเด่น   ค่าตัวจะสูงตาม   บรรดาสโมสรดังๆของโลก   อีตาลีมีสโมสร   อินเตอร์มิลาน   ยูเวนตุส   นาโปลี   ลาซิโอ ฟิออเรนติน่า   สเปนมีสโมสร เรอัล มาดริด บาร์เซโน่า   เยอรมันมีสโมสร  บาเยิร์นมิวนิก   มึนเช่นกลัดบัด   โบรุสเซีย   ฝรั่งเศสมีสโมสร   โอลิมปิก มาร์กเซย   บาเลนเซีย   ปาร์ม่า …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4 /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-qformat:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ใครๆ ก็ต้องมีทีมในดวงใจ
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-qformat:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin-top:0cm; mso-para-margin-right:0cm; mso-para-margin-bottom:10.0pt; mso-para-margin-left:0cm; line-…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
พี่วิเศษยืนจดมวย อย่างไม่กระตือรือร้น ยืนอยู่ด้านทิศ ตะวันออก   หันหน้าเข้าหาศาล   พี่ เอกสิทธิ์ยกมือจดมวยอยู่ทางทิศตะวันตก  ทั้งคู่รูปร่างพอกัน    ทึบตันไม่ ถึงล่ำสัน   พี่เอกสิทธิ์ขาว พี่ วิเศษคล้ำ   ผมยืนอยู่ข้างหลังพี่เอกสิทธิ์   เฉียงออกไปเล็กน้อย   พี่วิเศษไม่ขยับตัวเลย   ยืนนิ่งเฉย   พี่เอกสิทธิ์ตัวแทนผม   ผู้จะแก้ แค้นแทนผม   ดีดเท้าซ้ายเข้าที่ท้องพี่วิเศษดังบึบ   ไม่น่าเชื่อ   พี่วิเศษทรุดตัวลงนั่งยองๆ  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ปี พ.ศ. 2500 ผมอายุได้ 11 ปี เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน “ครูหล้า”  เรียกชื่อเป็นทางการว่า โรงเรียนสุวรรณศิลป์   โรงเรียนนี้ต้องเข้าซอยไปราว 30 เมตร   โรงเรียนติดกับน้ำแม่ข่า  โดยมีถนนช้างม่อยตัดใหม่ตัดผ่าน  ปากซอยอยู่ตรงข้ามกับโรงหนังศรีนครพิงค์  ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน  ถัดจากโรงหนังนี้ไปทางทิศตะวันออก จะเป็นตลาดนวรัฐ  คนทั่วไปเรียกติดปากว่า  “กาดเจ๊กโอ๊ว”  ต้องขออภัยเครือญาติของเถ้าแก่โอ๊ว  ที่เรียกคำนำหน้าชื่อว่า  “เจ๊ก”  เพราะทราบว่าคนจีนไม่ชอบให้ใครเรียกเช่นนั้น …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ฉันอดนึกถึง ครูสอนประวัติศาสตร์ชาติไทยในชั้นไม่ได้  ท่านสอนสาเหตุที่ตั้งกรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง  บอกจุดดีจุดแข็ง   พอมาถึงยุครัตนโกสินทร์ ครูสอนก็บอกถึงสาเหตุที่ย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรี  มาเป็นกรุงเทพมหานคร บอกจุดอ่อนของกรุงธนบุรี  บอกจุดแข็งจุดดีของกรุงเทพมหานคร ฉันนึกสงสัยในใจ ทำไมตอนแรกครูบอกว่า บริเวณที่ตั้งกรุงธนบุรีดีอย่างนั้นอย่างนี้  พอเวลาผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง กรุงธนบุรีกลับมีจุดอ่อน  กรุงเทพฯเหมาะสมกว่า  หรือว่า...เมืองๆ หนึ่งย่อมเหมาะสมดีกับยุคสมัยหนึ่ง พออีกยุคอะไรๆ เปลี่ยนแปลงไป เมืองเดิมนั้นก็เริ่มไม่เหมาะสม  มีปัญหา เออนะ…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
เมื่อเลื่อนชั้นไปเรียน ม.6 ฉันได้รับคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลรุ่นใหญ่ของโรงเรียน รูปร่างผอมสูง น้ำหนักแค่ 48 กิโลกรัม เล่นไม่เก่งเท่าใด  มาหัดเล่นฟุตบอลช้าไป เพื่อนได้เสื้อสามารถกันหลายคน เขาก็สอนการเล่นฟุตบอลให้  เช่น ฝึกเตะลูกฟุตบอลให้กระทบใต้คาน  ลูกจะกระทบพื้นเข้าประตู เพื่อนว่าประตูเทวดาก็รับไม่ได้ ฉันฝึกแล้วมันยากเหลือเกิน อีกลูกเป็นลูกวอลเล่ย์ เพื่อนเสื้อสามารถบอกอีกว่า ต้องเหวี่ยงเท้าขนานพื้นดิน ใช้หลังเท้าเตะตรงกลางลูก ถ้าเตะใต้ลูกลูกจะลอยสูงพ้นตาข่าย  ถ้าเตะลูกคอร์นเน่อร์ต้องเตะให้ลูกโด่งมาตกตรงจุดยิงลูกโทษ ฉันฝึกดูลูกนี้เตะได้ไม่ยาก ผู้สอนและคนอื่นชมว่า…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มือซ้ายกอดเธอ ไว้กับอกตรงหัวใจอย่างทนุถนอมและแสนรัก ไปกับฉันเถอะ เราไปสนุกด้วยกัน ฉันและเพื่อนมีความสุขมากที่ได้เตะเธอ  ฉันอายุ  17  ปีแล้วนะ กำลังเรียนชั้น ม.5 อดทนสักนิดได้ไหม อย่าโกรธฉันเลย  ฉันอาจดิบ เถื่อน แต่ไม่ถ่อย เงยหน้าขึ้นซิ ตอบฉันได้ไหมว่า ไม่โกรธ  เธอไม่ตอบได้แต่นิ่งสงบ ซบกับอกหนุ่มบริสุทธิ์ใสอย่างฉัน...ใช่ !  เธอเป็นเพียงฟุตบอลลูกเก่าๆ รุ่นเก่า แบบมียางใน  เวลาเล่นต้องสูบลมให้เต็มก่อน แล้วใช้หนังยางรัดตรงหัวจุก หัวจุกนี้เป็นท่อยางเล็กๆ สำหรับสูบลมเข้าไป แล้วมัดให้แน่น พรรคพวกช่วยกันจับมันยัดเข้าตรงปากช่องยางนอก…