Skip to main content

 


 

หากไม่ย้ายเมืองหลวง
คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป  มาในแนวสู้ไม่ถอย  ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง  หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน  และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว  ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท  แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท  ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท  แรงงานว่างงาน 7-9.2  แสนคน  และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม  ในวงเงินประมาณ 7.56  แสนล้านบาท

 
ภารกิจรัฐบาลไทย
ที่ต้องทำต่อไป  ทราบว่าได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมระดับชาติขึ้น  ประกอบด้วยผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องน้ำ  เรียกว่ากูรูด้านน้ำท่วม  ครั้งนี้และจะได้หลอมความรู้ความคิดเห็นเป็นหนึ่งเดียว  ทิศทางเดียวกัน  ในการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม  ที่จะท่วมหนักร้ายแรงในอนาคต  น้ำท่วมหนักปี พ.ศ. 2554  จะเป็นกรณีสำหรับศึกษาได้อย่างดีที่สุด  น้ำฝนมากน้อยแค่ไหน  จะส่งผลต่อปริมาณน้ำในเขื่อนหรือไม่  คูคลอง  ประตูระบาย  จะช่วยระบายน้ำได้อย่างไร  ประชาชนมีบทบาทแค่ไหนต่อปัญหาน้ำท่วมบ้าน  การป้องกันน้ำท่วมโรงงานอุตสาหกรรมสำคัญ  จะทำอย่างไร  กล่าวรวมๆก็คือการบริหารจัดการน้ำที่เป็นองค์รวมนั่นเอง  เป็นการบริหารน้ำในภาพรวม  สัมพันธ์กันทุกระดับ

รูปแบบสิ่งก่อสร้าง
และที่อยู่อาศัย  คงกลับมาใช้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของเรา  คือไม่ปลูกสร้างบ้านขวางทางน้ำไหล  ใต้ถุนบ้านต้องโล่ง  ช่วยการไหลผ่านของน้ำได้สะดวกรวดเร็ว  อาจเป็นบ้านแบบบ้านลอยน้ำในอินโดนีเซีย  บ้านลอยน้ำเขมร  บ้านลอยน้ำที่ออนตาริโอ  คานาดา  บ้านลอยน้ำในมาเลเซีย  บ้านลอยน้ำภูมิปัญญาชาวบ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  บ้านลอยน้ำประเทศเนเธอร์แลนด์  เมืองลอยน้ำ (Float  City)

ในอนาคต
คงไม่เกินปีหรืออาจเร็วกว่านี้  เมืองที่มีสิทธิต้องเผชิญน้ำท่วมใหญ่ได้แก่  กัลกัตตา  มุมไบ  ดาการ์  กว่างโจว   โฮจิมินห์   เซียงไฮ้   กรุงเทพฯ(ลำดับที่ 7)   ย่างกุ้ง   ไมอามี่   ไห่ฟง  หากย้ายเมืองหนีน้ำท่วม  การย้ายเมืองหลวงเป็นเรื่องปรกติ  หาควรตื่นตระหนกกังวลจนเกินไป  การละลายของภูเขาน้ำแข็ง  ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น  อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง  ทำให้เกิดพายุรุนแรงบ่อยขึ้น  เหล่านี้เป็นเรื่องที่เราๆท่านๆรู้ดี   ผืนดินอยู่ใกล้ชายฝั่ง  หรือที่ราบลุ่มจะจมลง  การย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่สูงก่อนถูกน้ำจมทั้งเมือง  เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ถ้าหากทอดสายตามองออกไปไกลๆในอนาคต  ท่านว่าทางเลือกใดจะคุ้มค่ากว่ากัน  ระหว่างงบประมาณที่ใช้ย้ายเมืองหลวง  กับงบประมาณที่ใช้ป้องกันน้ำท่วมและเยียวยาหลังน้ำลด

นายวิทเซอร์  บูมส์ 
ผู้เชี่ยวชาญจากเนเธอร์แลนด์กล่าวว่า  การป้องกันน้ำท่วมต้องใช้งบประมาณมหาศาลต่อปี  อย่างเนเธอร์แลนด์  แต่ละปีใช้งบหมื่นล้านบาท  อีกไม่กี่ปีต้องเพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาท  หรือ 0.4 % ของจีดีพี.
 
 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ขณะเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยกับย่า พูดในทิศทางเดียวกันว่า อุ๊ย(ย่าหรือยาย)
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ตื่นแล้ว ยังหนาวขอนอนงอเข่านิ่งๆต่ออีกหน่อย เสียงเจ้าเหมียวแมวตัวผู้ประจำบ้านร้องเหมียวๆที่ประตูห้องนอน ได้ยินเสียงเล็บมันข่วนประตูถี่ มันจะมาร้องทุกเช้าปลุกเจ้าของบ้าน ผมตะโกนบอกมันว่ายังไม่ลุกยังหนาวอยู่ มันไม่ยอมยังคงร้องเหมียวๆและข่วนประตูต่อไป ผมชักฉุนมันเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อาศัย พูดกันคนละภาษา อับจนสุดปัญญาหาล่ามแปล มันอาจคิดว่าเราเป็นคนใช้ก็ได้ ถ้าหิวมันร้องเราก็เอาอาหารให้ มันหนาวมันร้องบอกอีก
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
มองเข้าไปในมิติการเมืองไทย
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบที่เข้าอวยพรว่า “...ไม่ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างไรเราก็น้อมรับ...ขอโอกาสให้ทำงานอยู่จนครบ เทอม จะได้ตอบว่า ผลงานที่ได้แถลงไว้ทำได้อย่างไร ได้คะแนนเท่าไรบ้าง.”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้หาเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย โดยชูนโยบายเด่นด้าน ความปรองดอง การแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ปราบปรามคอรัปชั่น ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกยาวเหยียด และท่านมักจะทิ้งท้ายวาทะสำคัญคือ “ ขอโอกาส” จากประชาชน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
ฮัก(รัก)รออยู่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ เป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตั้งใจจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดหลังพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ(10 สิงหาคม 2554) แต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงต้องอยู่กรุงเทพฯ เพื่อบริหารจัดการน้ำก่อน
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    หากไม่ย้ายเมืองหลวง คนไทยจะปักหลักอยู่ที่เดิมสู้ต่อไป  มาในแนวสู้ไม่ถอย  ขอแก้ตัวอีกสักครั้ง  หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  กรุงเทพฯจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน  และคาดว่าจะใช้งบประมาณมหาศาลทีเดียว  ลองมาดูตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ธนาคารโลกได้ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท  แยกเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท  ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท  แรงงานว่างงาน 7-9.2  แสนคน  และไทยจะใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจจากน้ำท่วม  ในวงเงินประมาณ 7.56  แสนล้านบาท…
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ประเทศแรก ที่จะจมมหาสมุทร คือประเทศมัลดิฟว์ ประเทศเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรราว 270,000 คน มีพื้นที่ 298 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543.034 ตารางกิโลเมตร มัลดิฟว์เป็นหมู่เกาะปะการัง มีหาดทรายขาวและสวยงามมาก หมู่เกาะกระจายราว 1,200 เกาะ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 1.5 เมตรเท่านั้น ประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ นายโมฮัมเหม็ด แอนนี นาชิด กำลังหนักใจเกี่ยวกับการมองหาที่ตั้งประเทศแห่งใหม่ ได้มองไปที่ประเทศศรีลังกา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
     ในอดีต มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย  เสนอแนวคิดการย้ายเมืองหลวงหลายครั้งหลายยุค  ลองไล่ตามลำดับ เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486  บุรุษผู้กล้าหาญคนแรก  ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม  คิดจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ต่อมาในในสมัยรัฐบาล  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  จะย้ายเมืองหลวงไปที่เขาตะเกียบ  จังหวัดฉะเชิงเทรา  พอมาถึงยุคท่านสมัคร  สุนทรเวช  เจ้าของวลีเด็ดๆ  เช่น “ กระเหี้ยนกระหือรือ   อะไรกันนักหนา ฯลฯ”  ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรีช่วยว่าราชการกระทรวงมหาดไทย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  การย้ายเมือง มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ  ดังเช่น  เมืองลำพูนในอดีต  ในปี พ.ศ. 1490  เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ “โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก  ผู้คนล้มตายมากมาย  ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า  ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต  จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี”  คือเมืองสะเทิม  ประเทศรามัญหรือมอญ  และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี  เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง  จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม เวียงกุมกาม
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เขตอุตสาหกรรม 5 แห่ง ที่อยุธยาถูกน้ำท่วม มูลค่าลงทุนหลายแสนล้านบาท ตามลำดับดังนี้ 1.นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง ฯลฯ มูลค่าลงทุน 9,472 ล้านบาท คนงาน 14,000 คน โรงงาน 48 โรง พื้นที่ 2,050 ไร่ 2.ส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนไฟฟ้า โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ฯลฯ มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท คนงาน 90,000 คน โรงงาน 183 โรง พื้นที่ 12,000 ไร่ 3.นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ…