Skip to main content

วันนี้ว่าจะไม่เขียนสเตตัส กะว่าจะต้องจัดการงานคั่งค้างมากมาย แต่พอได้ข่าวการจากไปของอังคาร กัลยาณพงศ์ ก็อดไม่ได้ ไม่ว่าทัศนะทางการเมืองของท่านจะเป็นอย่างไร ผมก็ยังนับถือผลงานและความเป็นปัจเจกศิลปินของอังคาร

ผมรู้จักภาพเขียนของอังคารก่อนงานกวีนิพนธ์ สมัยยังเป็นวัยรุ่น ผมไม่มีชีวิตเหมือนเพื่อนๆ ร่วมรุ่น เพราะดันไปขลุกอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ศิลปะ และตระเวนดูนิทรรศการต่างๆ ด้วยว่าอยากจะเป็นจิตรกรกับเขาบ้าง

ผมชอบงานอังคารตั้งแต่ตอนนั้น ที่ชอบมากคืองานลายเส้นที่เขียนด้วยเครยอง   แล้วมาพบว่าท่านยังมีกวีนิพนธ์ด้วย  จึงเริ่มอ่านจากปณิธานกวี ไล่ไปเรื่อย แล้วก็เที่ยวเพ้อไปตามประสาคนหนุ่มที่เพิ่งเจอโลกหนังสือ

ผมไม่เคยพบเจอะเจอหรือแม้แต่จะเฉียดใกล้หรือรู้จักใครที่ใกล้ชิดท่านแม้แต่น้อย แต่มีช่วงหนึ่งที่ได้คบหากับพวกศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่ศิลปากรขณะนั้น แล้วก็ได้ยิน "ตำนาน" เกี่ยวกับอังคารมาบ้าง

พวกศิลปากรเล่าว่า "อังคารเรียนไม่จบปริญญาตรี เพราะความดื้อรั้น และมีฝีมือดีเกินไป... 

"อังคารเกรี้ยวกราดมาก มีคราวหนึ่งแกโกรธอาจารย์อะไรไม่ทราบ เลยเอาขี้ไปป้ายประตูห้องอาจารย์ เรื่องรู้ไปถึงอาจารย์ศิลป์ พีระศรี...

"อาจารย์ศิลป์เรียกอังคารมา แล้วบอกว่า นายควรไปช่วยอาจารย์เฟื้อ (หริพิทักษ์) รีเสิร์ชจิตรกรรมไทย แล้วอังคารก็ไปทำงานคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังวัดต่างๆ"

งานคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังหอไตรวัดระฆังเป็นตัวอย่างของงานคัดลอกชั้นครูของเฟื้อ ที่อังคารอาจมีส่วนร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ ผมไม่รู้แน่ ภายหลัง มีผลงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งที่ว่ากันว่าท่านทำไม่เสร็จดี คือจิตรกรรมฝาผนังวัดศรีโคมคำ ที่พะเยา 

เส้นทางจิตรกรรมของอังคารจึงเดินรอยตามเฟื้อ ที่ผันจากการเขียนภาพ "ร่วมสมัย" ไปเป็น "แนวประเพณี" กลายเป็นแนวทางศิลปะใหม่ในประเทศไทย ที่ศิลปินรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกก้าวตาม

เป็นที่รู้กันดีว่าผลงานจิตรกรรมของอังคารมีราคาแพงมาก ภาพเขียนสีของท่านเป็นผลงานสะสมของนักสะสมมือเติบ ทำให้คนสามัญทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้ชื่นชมผลงานท่าน

แต่ผมก็ไม่ชอบภาพเขียนสีพวกนั้นเท่ากับภาพเครยอง เพราะภาพเครยองมันตัดทองหยอง ตัดความหรูหราแพรวพราวของอังคารลงไป เวลาดูภาพเขียนสีของท่าน ผมเห็นอังคารแบบในปณิธานกวี คือรุงรังหรูหราฟุ่มเฟือย

ส่วนภาพเครยองของท่าน มันเคลื่อนไหว มีมิติทับซ้อน ชวนให้นึกถึง "หญิงเปลือยลงบันได" ของดูชองป์ แต่ก็มีความระยิบระยับของเส้นสาย

ขออาลัยอังคาร กัลยาณพงศ์ ในฐานะที่ท่านมีส่วนสร้างปณิธานให้คนรุ่นหลัง

 

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊ค Yukti Mukdawijitra 

บล็อกของ ยุกติ มุกดาวิจิตร

ยุกติ มุกดาวิจิตร
ท่านถามอย่างนี้กับสื่อมวลชน ต่อหน้าสาธารณชน ใครเขาจะกล้าตอบ ก็ในเมื่อท่านมีปืนอยู่ในมือ ใครเอาปืนจี้หัวท่านไว้แล้วท่านจะตอบความในใจที่ขัดความรู้สึกเขาได้ไหมล่ะ เรื่องแค่นี้น่าจะเข้าใจนะ
ยุกติ มุกดาวิจิตร
หลังจากพินิจพิเคราะห์แล้วว่า ท่านผู้นำกำลังจะหมดเรื่องพล่ามในไม่ช้า เพราะเริ่มวนเวียนและเล่าเรื่องตัวเองมากขึ้น ท่านจึงควรหาความรู้รอบตัวมากขึ้น ก็เลยขอตามกระแส แนะนำหนังสือให้ท่านอ่าน ก็ไม่รู้จะ tag ท่านยังไง แต่คิดว่า เขียนใส่ขวดลอยไปก็อาจจะลอยไปถึงตีนบันไดบ้านท่านบ้างสักวัน ก็ขออนุญาตแนะนำดังนี้ครับท่าน
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เห็นท่านผู้นำไม่นิยมผู้หญิง เพราะในคณะรัฐบาลท่านมีผู้หญิงเพียง 2 คน ผมก็เลยขอแนะนำท่านว่า ผู้หญิงทำงานความคิดเก่งๆ มีมากมาย ไม่ใช่ให้ลูกน้องเอาผู้หญิงมาเต้นโป๊เปลือยดูกันในค่ายทหารเท่านั้น แต่ก็เอาล่ะ ขอแนะนำนักมานุษยวิทยาสตรีที่ผมชื่นชอบสัก 10 คนก็แล้วกัน
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เรามีปาก เขามีปืน เราขัดขืน เขาข่มเหงเรานักเขียน เขานักเลง เรายำเกรง เขาลำพอง
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ใครที่รู้จักอาคารดังๆ ของแฟรงค์ ลอยด์ ไรท์ (Frak Lloyd Wright) อย่าง Guggenhiem Museum ที่นิวยอร์ค บ้านน้ำตกที่เพลซิลวาเนีย Imperial Hotel ที่โตเกียว อาจจะนึกไม่ถึงว่า บ้านที่ไรท์เรียกว่าเป็นบ้านของเขานั้นอยู่ในชนบทที่ Spring Green มลรัฐวิสคอนซิน
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ทัศนะแบบนี้ปรากฏตัวบ่อยครั้งในข้อถกเถียงทางการเมืองไทย ในระบบการศึกษาไทย ตำราเรียนไทย ประวัติศาสตรืไทยแบบทางการก็ยังสอนแบบนี้อยู่ คนไทยไม่ว่าจะใส่เสื้อสีใด ส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อแบบนี้อยู่ ทัศนะแบบนี้คงกะลาความเป็นไทยเอาไว้อย่างหนาเตอะเกรอะกรัง
ยุกติ มุกดาวิจิตร
บทสนทนาระหว่าง นายอานันท์ ปันยารชุน กับนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2557 ที่โรงแรมมณเฑียร มีสาระที่น่าสนใจหลายประการต่อการเข้าใจการเมืองไทย 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
 นึกถึงชิคาโก ผู้คนคงนึกถึงตึกระฟ้าที่เคยประชันกันกับนิวยอร์ค นึกถึงธุรกิจที่ดึงดูดให้ใครต่อใครมาอาศัยที่นี่จนเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกา นึกถึงสถาปัตยกรรมอันหลากหลายและฟังเมืองใหม่หลังไฟไฟม้ใหญ่จนราบไปทั้งเมือง นึกถึงอัลคาโปนเจ้าพ่อชื่อดัง นึกถึงพิพิธภัณฑ์ที่เดินดูกันทั้งเดือนก็คงไม่หมด นึกถึงมหาวิทยาลัยอันโด่งดังอย่างมหาวิทยาลัยแห่งชิคาโก แต่ใครบ้างจะนึกถึงแมกไม้และสายน้ำของชิคาโก
ยุกติ มุกดาวิจิตร
  เมื่อวันจันทร์ (11 สค.) หลังจากใช้เวลาอยู่ใน Field Museum (ซึ่งพอดีมีนิทรรศการว่าด้วยกำเนิดของ Field Museum ที่เกี่ยวข้องกับกำเนิดของมานุษยวิทยาอเมริกันอย่างยิ่ง) ไปกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว ผมลังเลอย่างยิ่งที่จะเข้าชม The Art Institute of Chicago ต่อ เพราะเกรงว่าจะไม่ทันได้ครุ่นคิดอะไรกับความรู้และความรู้สึกแบบอัดแน่นจากเมื่อ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
นักเรียนคนหนึ่งถามเรื่อง "การเขียน" และการวางแผน "อนาคต" ของเขา ผมเขียนตอบไปอย่างยาว เห็นว่าอาจเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ บ้าง ก็เลยขอนำมาเผยแพร่ที่นี่ครับ
ยุกติ มุกดาวิจิตร
ในฐานะอาจารย์ธรรมศาสตร์ ผมไม่อาจยินดีกับการที่ผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จาก คสช. 
ยุกติ มุกดาวิจิตร
เมื่อก่อนผมเถียงกับเพื่อนเสมอว่า อย่ามาถามว่าผมเป็นคนที่ไหน เพราะคนเราอาจมีหลายบ้าน มีใครในยุคนี้ที่ไม่ย้ายบ้านบ้าง