Skip to main content

-1-

การยึดอำนาจโดยกลุ่มทหาร ที่เรียกตัวเองด้วยชื่อที่ฟังดูคุ้นหูสำหรับคนที่พบเห็นหรือศึกษาเกี่ยวกับการรัฐประหารมาบ้างว่า “คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” (คปค.) ในวันที่ 19 กันยายน 2549 นั้นถือเป็นฝันร้ายยาวนานสำหรับสังคมการเมืองไทย และเชื่อว่าจะตามหลอกตามหลอนประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตยไปตลอด

คณะทหารที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเรียกตัวเองเสียใหม่แต่ก็ยังฟังดูคุ้น ๆ อยู่ดีว่า “คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ” (คมช.) บัดนี้คำว่า “ความมั่นคง” ปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วในรูปของชื่อเรียก

และนับจากนี้เป็นต้นไป วาทกรรม “ความมั่นคง” ก็ได้หวนกลับมาหลอกหลอนสังคมการเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าในรูปของ “กฏหมายความมั่นคง” ซึ่งฝ่ายทหารกำลังผลักดันกันอย่างหนัก หรือการแทรกแซงกิจกรรมของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามภายใต้คำว่า “ความมั่นคง” หรือการคงกฏอัยการศึกไว้ในบางจังหวัดด้วยข้ออ้าง ”ความมั่นคง” ฯลฯ

เราได้ยิน ได้ฟังพลเอกสนธิ บุณยรัตนกลิน อดีต ประธาน คปค.และคมช.  ประธาน ครส. เอ่ยคำว่า “ความมั่นคง” โดยไม่ละอายปากบ่อยครั้งมาก  จนทำให้เกิดความสงสัยว่าประเทศไทยอาจตกอยู่ภายใต้ ”ความไม่มั่นคง” ดังที่ทหารนายนี้บอก ?

แต่จะมีใครที่ไหนที่จะเชื่อคำกล่าวอ้างเรื่อง “ความมั่นคง” ของทหารที่ริอาจคิดการณ์ใหญ่รายนี้

 

-2-

พลเอกสนธิ บุณยรัตนกลินซึ่งมัก  “ตีหน้าเศร้า”  อยู่ในเป็นนิจเวลาให้สัมภาษณ์สื่อ พูดถึงเรื่องความมั่นคงและเรื่องอื่น ซึ่งเราอาจจัดแบ่งวาทกรรม “ความมั่นคง” ที่พลเอกสนธิ  บุณยรัตนกลิน “ใช้เป็นอาวุธ” ได้ตามการใช้งานเป็น 2 ประเภทอย่างกว้าง ๆ คือ “ความมั่นคงเพื่อทำร้ายผู้อื่น” และ “ความมั่นคงเพื่อปกป้องตนเอง” หรืออาจเรียกรวม ๆ ว่า “ความมั่นคงที่จะนำไปสู่อำนาจ” หรือ “ความมั่นคงในการรักษาอำนาจไว้”

คำว่า “ความมั่นคง” จึงไม่ได้เป็นแค่คำซื่อ ๆ ที่มีความหมายตรงไปตรงมาตามพจนานุกรม หากแต่เป็นอาวุธที่นายทหารรายนี้ใช้และกลุ่มทหารก็ใช้อยู่เสมอเวลายึดอำนาจ เป็นข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำของตนเอง และพรรคพวกหลังจากทำประเทศเสียหายอย่างไม่อาจย้อนคืนแก้ไข

ผมถามตนเองเล่น ๆ ว่าพลเอกสนธิ บุณยรัตนกลิน รู้อยู่แก่ใจหรือเปล่าว่าตนเองกำลังพูดเท็จหรือว่าเชื่อในสิ่งที่ตนเองพูดจริง ๆ ? เชื่อจริง ๆ ว่าประเทศไทยต้องการความมั่นคงเร่งด่วนเพราะกำลังตกอยู่ในความไม่มั่นคงในรูปแบบต่าง ๆ ? เชื่อจริง ๆ หรือว่าปัญหายาเสพติดหรือการหลบหนีเข้าประเทศไทยของคนต่างด้าวเป็นปัญหา “ความมั่นคง” ที่สั่นคลอนเสถียรภาพความเป็นอยู่ของคนไทย ?  พลเอกสนธิ  บุณยรัตนกลิน ไม่ละอายแก่ใจหรือเกรงกลัวต่อบาปเลยหรือไรในยามที่เปล่งคำว่า “ความมั่นคง” ออกมา ?

เมื่อมองย้อนกลับไปจะพบว่า “ความมั่นคง” เป็นวาทกรรมเก่าแก่ยาวนานซึ่งผมเคยได้ยินได้ฟังจากหน่วยงานราชการทหารมาตั้งแต่ยังเด็ก และคิดว่าคงจะตายจากไปและใช้ไม่ได้อีก  

แต่โดยไม่คาดคิด ใครหลายคนก็คงไม่คาดคิดเช่นเดียวกับผม “ความมั่นคง” ได้ย้อนกลับคืนมาอีกหนในบรรยากาศที่คนไทยกำลังสับสนวิปริตทางปัญญาอย่างหนัก สับสนจนไม่อาจพิเคราะห์ได้ว่า “ความมั่นคง” จะเป็นชนวนระเบิดทำลายประชาธิปไตย ทำลายความสงบสุขในอนาคตข้างหน้า

ค่าที่ได้ยินคำว่า “ความมั่นคง” ครั้งแล้วครั้งเล่า ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่านายทหารที่ยึดอำนาจและต้องการเถลิงอำนาจต่อไปนั้น “หมดมุก” แล้วหรือไรที่ไป “ปลุกผีความมั่นคง” หรือ  “ปลุกผีคอมมิวนิสต์” ให้ฟื้นขึ้นมา

นายทหารที่ยึดอำนาจไม่มีปัญญาจะคิด “มุกใหม่” ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในยุคโลกาภิวัฒน์และฟังดูเข้าท่าน่าซื้อกว่าเรื่อง “ความมั่นคง” ?

ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ไม่ว่าใครก็คงไม่เชื่อเรื่อง “ความมั่นคง” แต่ที่ “ความมั่นคง” ยังใช้การได้นั้นเกิดจากกระแส “ไม่เอาทักษิณ” ต่างหาก หาได้เกิดจากความเชื่อในเรื่อง “ความไม่มั่นคง”  ที่คุกคามประเทศไทยไม่

พลเอกสนธิ  บุณยรัตนกลิน คงจะพ่นเรื่อง “ความมั่นคง” ไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่คิดว่ามันยังขายได้ เมื่อจวนตัวเรื่องเอกสารลับซึ่งระบุชัดเจนจนไม่ต้องตีความว่าต้องการทำลายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม สิ่งที่หลุดออกมาจากปากของทหารรายนี้ก็คือ “ความมั่นคง” หรือ “นำประเด็นเรื่องความมั่นคงพิจารณาร่วมด้วย”

ผมไม่อาจเข้าใจและไม่อาจเชื่อแม้แต่น้อยว่า  “ความมั่นคง” ที่พลเอกสนธิ บุณยรัตนกลิน เอ่ยอ้างถึงนั้นเป็นความมั่นคงของประเทศชาติ เพราะไม่เห็นเหตุอะไรที่ต้องเชื่อ แต่วาทกรรม “ความมั่นคง” นั้นน่าจะหมายถึง “ความมั่นคงของพลเอกสนธิ  บุณยรัตนกลิน” ซึ่งตกเป็นเป้าแห่งความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบังของคนจำนวนมาก

ได้แต่หวังว่า หน้ากากที่เรียกว่า “ความมั่นคง” ของพลเอกสนธิ บุณยรัตนกลิน จะถูกถอดออก และได้พบธาตุแท้ของทหารที่ “เสพติดความมั่นคง” รายนี้

บล็อกของ เมธัส บัวชุม

เมธัส บัวชุม
-1-พรรคประชาธิปัตย์หาเสียงเพื่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยชูคำขวัญที่ฟังดูดัดจริตและกินไม่ได้ว่า “ประชาชนต้องมาก่อน”ผมได้ยินหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปล่งคำนี้ออกมาแล้วก็ให้นึกสงสัยว่าจะมีใครซักกี่คนในโลกนี้เชื่อในสิ่งที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ พูดออกมาพรรคประชาธิปัตย์ฉวยโอกาส เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ๆ ตามสไตล์ถนัดด้วยการโฆษณาหาเสียงก่อนใครเพื่อน  ในขณะที่พรรคคู่แข่งอย่างพรรคพลังประชาชนนั้นต้องเจอกับอำนาจชั่วที่คอยการสกัดกั้นทุกรูปแบบ-2-ต้องรอดูกันต่อไปว่า พรรคพลังประชาชนจะฝ่าต้านแรงสกัดจากอำนาจชั่วได้มากน้อยแค่ไหน…
เมธัส บัวชุม
อันที่จริง ผมตั้งใจจะหยุดเขียนบทความการเมืองสักระยะด้วยรู้สึกระอากับความวิปริตทางปัญญาของสังคมไทย ผมยังรู้สึกหลอนไม่หายกับการยึดอำนาจของทหารท่ามกลางความดีอกดีใจของพวก “ทาสที่ปล่อยไม่ไป” และพวกที่กลุ้มรุมทึ้งแย่งผลประโยชน์ “แห่งชาติ” ที่ไม่ได้ “เหลือแต่กระดูก” หลังการจากไปของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรกลุ่มคนเหล่านี้ที่เข้ามายึดกุมอำนาจหลังรัฐประหาร ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับการสร้างประชาธิปไตยหรือปฏิรูปการเมือง  รัฐบาลเถื่อนของนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จุลานนท์ กับ คมช. คตส. กกต. ที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้างที่เป็นสร้างเสริมประชาธิปไตย หรือปฏิรูปการเมืองไปสู่ครรลองประชาธิปไตยนอกจากสมคบคิดกันกวาดล้างกลุ่ม…
เมธัส บัวชุม
นิตยสาร “ราหูอมจันทร์” เกิดขึ้นท่ามกลางความซบเซาทั้งทางด้านการเขียน การอ่านและการวิจารณ์ของแวดวงเรื่องสั้นไทย ราหูอมจันทร์ เป็นนิตยสารรายครึ่งปีหรือที่ทางผู้จัดทำเรียกว่ารายฤดูกาล เป็นการคัดสรรเรื่องสั้นที่มีผู้ส่งไปจากทั่วสารทิศเพื่อรวมพิมพ์เป็นเล่มบรรดาคอเรื่องสั้น ต่างวาดหวังว่าการมาถึงของราหูอมจันทร์อาจช่วยให้วงการคึกคักขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย   อย่างไรก็ตาม เมื่อได้อ่านแล้ว ต้องกล่าวตามตรงว่าราหูอมจันทร์ Vol. 3 “วันปลดปล่อยผีเสื้อ” นั้นมีระดับคุณภาพที่น่าผิดหวังไม่น้อย ทางผู้จัดทำนิตยสารนี้คือกองทุน “กนกพงศ์  สงสมพันธุ์” ก็ยอมรับว่า“ราหูอมจันทร์ Vol. 3…