Skip to main content
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลายคนคงจะได้ดูรายการทีวี รายการ "จับเข่าคุย" ซึ่งดำเนินรายการโดย คุณสรยุทธ์ มีผู้ร่วมรายการคือ คุณเกย์นที และคุณวัลลภ นามวงศ์พรหม ซึ่งเป็นกรรมการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่

คุณคงจะได้ชมและใช้พิจารณญาณในการชมรายการโทรทัศน์ที่กล่าวถึงประเด็นข่าวเด่นของบ้านเมือง ในรายการมีผู้ร่วมรายการที่ออกมาแฉถึงพฤติกรรมที่เสื่อมทำลายศาสนา คือคุณนที และผู้ให้เหตุผลและตอบรับ ขัดแย้ง โดยคุณวัลลภ โดยสรุปรวมๆ ของเนื้อเรื่อง พูดประเด็นการใช้ย่ามสีชมพู การห่มดอง จีวร พฤติกรรมที่แสดงออกถึงอาการแต๋วแตก แต๋วแหว๋ว แต๋วไม่เหมาะสม เป็นต้น


แม้ชาน่าจะอยู่ต่างแดนไม่ได้ชมรายการทีวีนี้ แต่ก็สามารถมองเห็นภาพคม ชัด ลึกซึ้งเข้าใจได้ เพราะแม้รายการทีวีจะจบไป แต่การ "จับเข่าคุย" ช่วยกันเม้าท์ยังไม่จบ เพราะทางเว็บกระทู้ดีมีสาระอย่างพันทิป นำมาเม้าท์แตกกันต่อ จากหลากหลายคนที่มาช่วยร่วมแสดงความคิดเห็น โดยหนึ่งในกระทู้ที่ช่วยกันเม้าท์ได้โล่ห์นั้นถูกนำเสนอโดยคุณ Kayool พันทิปดอทคอม ห้องวิทยุ-โทรทัศน์ กระทู้ที่ A7461282 จนเป็นกระทู้แนะนำจากเพื่อนสมาชิก

"เชียงใหม่นี่แหละครับ
หลายปีที่แล้ว มีกลุ่มเณรได้เข้าไปทัศนศึกษาในคณะของผม
ผมก็ไม่ได้สังเกตอะไรจนกระทั่ง มีการทดลองจุดระเบิดด้วยเสียงดังในระดับหนึ่ง

พลัน...สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เสียงกรี๊ดมาจากคนกลุ่มนึง
เหลียวมองไปไม่เห็นใคร นอกจากเสือเหลืองย่ามชมพู

อารมณ์นั้น อยากจะกระทืบจริงๆล่ะครับ
ถ้าไม่เกรงใจผ้าเหลืองล่ะก็นะ
เศร้า เมืองพุทธ

จากคุณ : kayool"

เป็นกระทู้ร้อนแรง เข้าถึงประเด็นที่น่าจับตามอง (แฉ) ด้วยเหตุและผล นั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ใช่แค่ตอนนี้ มันเกิดขึ้นมานานผ่านมาหลายปีแล้วฮ่ะ


  

 


ในกระทู้ผู้รู้บางท่านมาช่วยให้คำตอบที่กระจ่างอย่างเช่น เรื่องย่ามสีชมพู สีชมพูคือสีวันพระราชสมภพ ร.5 และ ร.5 พระองค์ท่านสถาปนามหาวิทยาลัยสงฆ์ คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) จึงไม่ผิดอะไรที่พระจะใช้สีเฉดนี้ แต่บังเอิญว่า พระแต๋วจ๋าเลือกสีให้เข้ากับใบหน้าที่ตกแต่งเป็นสีชมพู

 

อันที่จริงเรื่องของการบวชเณร บวชพระนั้นมีข้อห้ามสำหรับคนที่เป็นกะเทย หรือเกย์ อย่างเช่นตอนบวชนาคอยู่ในโบสถ์ พระคู่สวดจะถามเป็นภาษาบาลีว่าเป็นผู้ชายหรือเปล่า และถามคุณสมบัติอีกหลายข้อ

   

ในตำราบอกว่าบันเฑาะก์ (คือคนที่ชอบผู้ชายด้วยกัน) บางชนิดที่ไม่ร้ายแรงบวชได้ แต่ส่วนมากบวชไม่ได้ ซึ่งชื่อบันเฑาะก์นี้มีอยู่หลายประเภทเป็นภาษาบาลี อาทิ คำแปลแต่ละพวกจะติดเรทด้วยซ้ำคือบางพวกชอบสำเร็จความใคร่ทางปาก บางพวกเห็นคนอื่นสำเร็จแล้วสำเร็จตาม เป็นต้น

แต่หากตั้งใจจะบวชเพื่อเรียนทางธรรม หรือต้องการศึกษาทางศาสนาก็ควรจะสำรวมและปฎิบัติตามศีลอย่างเคร่งครัด ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นศีล 8 ตอนไปฝึกปฏิบัติ
๑. เว้นจากทำลายชีวิต
๒. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้
๓. เว้นจากประพฤติผิดพรหมจรรย์ คือเว้นจากร่วมประเวณี
๔. เว้นจากพูดเท็จ
๕. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
๖. เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเที่ยงแล้วไป
. เว้นจากฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การทัดทรงดอกไม้ ของหอม และเคลื่องลูบไล้ซึ่งใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง
๘. เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ หรูหราฟุ่มเฟือย


ชาน่าเคยได้รับเมล์ส่งต่อเมื่อสองสามปีก่อน ตอนนั้นเห็นแล้วก็นึกสมเพชและรู้สึกถึงความสูญเสีย และความเสื่อมของพระผู้ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดศาสนา เป็นสมณเพศ ถือศีล เพราะภาพที่ออกมาสู่สายตาประชาชน โดยเฉพาะชาวพุทธแล้วทำให้ความรู้สึกนั้นเสียอย่างเรียกกลับลำบากนัก

  

โดยส่วนตัวแล้วในชีวิตนี้ผ่านการบวชเพราะอยากให้แม่ได้เห็นชายผ้าเหลือง เพื่อทดแทนคุณพ่อแม่ ในระยะที่บวชนั้นชาน่าตั้งใจศึกษาพระธรรม และปฎิบัติตามวินัยสงฆ์อย่างเคร่งครัด ลด ละ เลิก กิเลสในช่วงที่อยู่ใต้ร่มชายผ้าเหลือง สำรวมกริยา ลืมคำว่าเกย์ กะเทย ผู้ชาย(ที่รัก)ไปเลยในตอนนั้น ยิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ก็ยิ่งระวังการแสดงออก โดยเฉพาะบทบาท หน้าที่และความรู้สึกที่ผู้บังเกิดเกล้ามาก้มกราบเพราะเราเป็นพระในตอนนั้นชาน่าน้ำตาร่วงอย่างปลื้มปิติ แต่ก็บวชชั่วคราว ไม่ใช่ตลอดชีพ เพราะยังคิดว่าตัวเองยังต้องเวียนว่ายตายเกิด และมีภาระหน้าที่ กิเลส และความต้องการทางโลกอยู่ จึงไม่สามารถบวชตลอดชีพได้

ในกรณีนี้ชาน่าก็ไม่เห็นด้วยที่พระ เณร บวชแล้วไม่สำรวมกริยา มิหนำซ้ำแต๋วแตก และยังปฎิบัติตามพระธรรมไม่ได้ ควรหาทางออกอย่างอื่นจะดีกว่ามั้ยคะ

ส่วนใครหลายคนที่คิดอยากจะเลิกกราบพระภิกษุ สงฆ์(เรียกอีกอย่างว่าสมมติสงฆ์) ชาน่าว่าอย่าเพิ่งเดือดแค้นที่จะเลิกกราบพระภิกษุเลยค่ะ เราไม่ได้กราบคนผู้นั้นแต่เรากราบสงฆ์ทั้งมวล บางคนบอกว่าจะเลิกนับถือพระสงฆ์ เพราะมีพระ เณรทำพฤติกรรมแบบนี้ ชาน่าว่าผู้ที่ทำพฤติกรรมแบบนี้คือคนที่ทำลายพระวินัยซึ่งก็คือพระศาสดาอย่างโจ่งแจ้ง ก็ไม่ใช่คุณสมบัติของพระสงฆ์อย่างแน่นอน น่าจะเรียกว่าพวกอลัชชี หรือนักบวชปลอม ดังนั้น การกราบพระภิกษุนั้น เราไม่ได้กราบที่ตัวบุคคล แต่เรากราบสิ่งซึ่งแทนพระสงฆ์ทั้งหลายอันเป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย

 

ชาน่าขอนำประโยคความคิดเห็นเด็ดๆ โดนๆ มาฝากค่ะ (ขอขอบคุณ เว็บพันทิป "วิทยุ-โทรทัศน์" และผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ)

"ผมไม่สนใจว่าเรื่องนี้คุณนทีจะผลักดันเพราะมีเบื้องลึกเบื้องหลังมีอะไรแอบแฝง หรือว่ามาจากความบริสุทธิ์ใจของคุณนทีก็ตามแต่เรื่องนี้ผมขัดหูขัดตามานานและอยากทำอะไรมากกว่านั่งด่าเฉยๆ แต่ก็ไม่ได้ทำ ในเมื่อคุณนทีลุกขึ้นมากระตุ้นเรื่องนี้ให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการพุทธศาสนารู้สึกและร้อนตัวกัน ผมก็ขอขอบคุณคุณนทีไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ลุยต่อไปนะครับ เรื่องนี้ผมเห็นด้วยสุดลิ่มทิ่มประตูเลย"
จากคุณ : นายภูติ

"เป็นไปได้หรือไม่ว่าใช้จีวรต่างสีกัน มีข้อห้ามอันใดหรือไม่ ที่ผมคิดเช่นนี้เพราะผมนำไปเปรียบเทียบกับทางคริสต์ - คาทอลิก บาดหลวงทางคริสต์กว่าจะบวชได้ ทางพระศาสนจักรให้เวลาพิสูจน์ตัวเองก่อนถึงเจ็ดปี กระนั้นก็ตาม ยังมีบาทหลวงบางองค์ที่นอกลู่นอกทางออกไป แม้โดยเปอร์เซ็นต์แล้วน่าจะน้อยกว่าทางพุทธ เพราะเตรียมตัวมานานกว่ามาก แต่ก็ยังมีอยู่ดี มนุษย์หนอ!!"

จากคุณ : หนุ่มไทยไร้นาม

 

"นี่ชั้นกำลังนับถือศาสนาที่มีผู้สืบทอด (บางส่วน) เป็นแบบนี้หรอเนี่ยยย ตามหลักศาสนาคุ้นๆ ว่า พุทธศาสนิกชนที่ดีตักบาตรทำบุญทำสังฆทานต้องไม่เลือกพระ แต่.. ช้านขอเลือกหน่อยจะได้มั๊ย!!!! ถ้านิมนต์มาทำบุญบ้าน 9 รูป เจอสาวแตกเข้าซักคนสองคน ชักซองออกไม่ให้แล้วจะบาปมั๊ยอ่ะ เอาเหอะ เพราะถึงต่อหน้าจะดูมีสง่าราศีรัศมีแห่งธรรมเจิดจ้าก็เหอะ แต่ลับหลังทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ ก็ต้องมาปลอบใจชาวพุทธกับคำพูดที่ว่า ของอย่างนี้อยู่ที่ใจและเจตนาของเรา แต่ก็เอาน่ะ ถึงจะเริ่มไม่เชื่อมั่นในผู้สืบทอดศาสนา แต่ก็ควรจะเชื่อมั่นในหลักธรรมคำสอนของศาสนากันต่อไป สุดท้าย.. ขอบคุณคุณนทีที่ออกมาปกป้องศาสนา ส่วนลุงนั่นก็ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ เฮ้อออออ.."
จากคุณ : >> Sebastian <<


"ดูแล้วก็ขัดใจเหมือนกันค่ะ คิดอยู่ว่าจะมาตั้งกระทู้ อย่างเช่นตอนที่คุณวัลลภพูดเหมือนกับว่า "พวกเกย์จะชอบจับผิดหรือสายตาจู้จี้" อะไรประมาณนี้น่ะค่ะ ฟังแล้วแบบ เอ๊ะ นี่ดูถูกกันนิ เป็นเรานะจะสวนกลับเลย แต่ชื่นชมคุณนทีว่า ควบคุมอารมณ์ได้ดี และพยายามตอบกลับอย่างสุภาพแต่แอบเจ็บ จริงๆ ถ้าพระแต่งตัวอย่างนี้ เราว่าไม่น่าจะใช่เรื่องที่ปล่อยปละละเลยได้น่ะค่ะ คุณวัลลภอยากให้เด็กรุ่นหลังจำการแต่งกายของพระว่าเป็นแบบสไบชุดไทยหรือค่ะ เราว่าการแต่งกายก็ไม่เรียบร้อยแล้ว ดูแล้วไม่น่าเคารพ คนส่วนมากเขาแยกแยะได้อยู่แล้วค่ะว่า พระที่เคารพเป็นแบบใด ไม่เหมารวมพระทั้งหมดว่าดีหรือไม่ดีหรอกค่ะ พระดีๆยังมีอีกเยอะ แต่พระที่ไม่ดี เราก็สมควรต้องทำอะไรสักอย่างเหมือนที่คุณนทีทำค่ะ ถ้ารอยื่นเรื่องเขาขั้นตอน เราว่าปีหน้าก็ยังไม่สำเร็จ"
จากคุณ : Reda

 

"ความบกพร่องของหน่วยงาน ผุ้รับผิดชอบก็แถไปเรื่อย ก็ไม่เจริญกันซักที ครั้งนี้ชื่นชมคุณนทีนะ เขายอมรับว่าเขาเป็นเกย์แต่ก็ออกมาต่อต้านพวกเดียวกัน ก็ทำในฐานะพุทธศาสนิกชน ตอนนี้มีพวกไม่ดีมาห่มผ้าเหลืองเยอะ มีคนกล้าออกมาช่วยกันดูแลนี่ก็ดีอยู่แล้ว ว่าแต่กระทรวงวัฒนธรรมก็อีกแล้วนะ คราวที่แล้วยังจำได้กับคำพูดว่า "ดิชั้นเป็นข้าราชการ ว่าชั้นไม่ได้" อะไรทำน้องนี้ ขออภัยจำเต็มๆ ไม่ได้ สรุปว่ากระทรวงนี้แตะต้องกันไม่ได้มั้งนี่"
จากคุณ : จันทร์จริงใจ


"คุณนทีก็กำลังโกหกอยู่เช่นกัน รูปพระที่นอนให้พนักงานคลีนิกทำหน้านั่นเป็นรูปที่คุณ "ป้าจะอิ๊บ" ห้องโต๊ะแป้งถ่ายไว้แล้วมีหนังสือพิมพ์ มาขโมยไปลง จนเป็นเรื่องเป็นราวกันมาแล้ว เรื่องเกิดขึ้นสองปีที่แล้ว ณ คลีนิกในกรุงเทพฯ แต่คุณนทีบอกว่า เป็นคลีนิกที่เชียงใหม่ มีคนร้องเรียนคุณนทีมาให้ไปตรวจสอบ แล้วไปคุยกับพนักงานและเจ้าของร้านมาแล้ว ฯลฯ ไม่เข้าใจว่าจะเติมน้ำไปทำไม? มันทำให้ ความน่าเชื่อถือลดลงไปเยอะเลยค่ะ"
จากคุณ : Taffy~*

 

"แล้วพ่อแม่ที่ให้ลูกไปบวช เค้านึกหรือเปล่าว่าจะเป็นแบบนี้  หรือรู้อยู่แล้วเลยปล่อยเลยตามเลย"
จากคุณ : ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์


"
เกย์นที ไม่เห็นด้วย แต่ชายแท้เห็นเป็นเรื่องปกติ"
จากคุณ : นิราศสองภพ


"
แปลกที่ ตาคนนั้นเหมือนสนับสนุน แต่คุณนทีเองไม่ได้พูดเข้าข้างพวกเดียวกัน แต่แยกแยะออก
โอ้โห เจอคุณนที ด่าตรงๆ เลย ไม่แปลกเลยที่มีพระตุ๊ดมากขนาดนี้ เพราะมีผู้ดูแลแบบนี้ ทำไมเขาต้องพยายามแก้ตัวนะ ทำไมไม่พยายามรับฟัง และหาทางไปแก้ไขนะ ยิ่งพูดแบบนี้เขายิ่งเข้าตัว"

จากคุณ : bokeaboh

 

"ถ้าคุณลุงยอมรับก็แสดงว่าแกบกพร่องในหน้าที่น่ะสิคะ อีกอย่างวัดต่างๆ ถ้าเป็นวัดใหญ่ๆ เจ้าอาวาส หรือลูกศิษย์ก็มีอิทธิพลไม่น้อยนะคะ คนในจังหวัดเดียวกันรู้จักกันหมด ทำให้แกอาจไม่กล้าที่จะจัดการอะไรลงไป แต่ก็นั่นแหละ บาปที่แกปล่อยให้พวกทำศาสนาเสื่อมเสีย ออกมามากมายอย่างนี้ โดยที่แกไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองก็ทำให้แกได้รับกรรมออกอากาศแล้วล่ะค่ะ......โดนเกย์ด่าออกทีวี ....อายซะ"
จากคุณ : แม่อิคคิว

 

"ปล. คุณนที..เรื่องอื่นบางเรื่องเราอาจไม่ค่อยเห็นด้วยกับคุณ แต่เรื่องพระนอกรีตที่คุณเอามาเปิดเผยในคราวนี้เราขอชมจากใจจริงว่าคุณกล้าหาญมากและทำได้ถูกต้องแล้ว เราให้คะแนนคุณเพิ่มจากประโยคที่คุณพูดว่า "ถึงจะเป็นเกย์แต่ถ้าทำผิดก็จะไม่ปกป้องและจะออกมาประนามเหมือนกัน" (จำประโยคเต็มๆ ไม่ได้แต่ความหมายราวๆ นี้) การเลือกเข้าข้างความถูกต้องแทนเข้าข้างพวกเดียวกัน (ที่ทำตัวแย่ๆ) ในครั้งนี้ทำให้เราต้องมองคุณใหม่ทีเดียว ขอเป็นกำลังใจให้เดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปได้จนถึงที่สุดนะ"
จากคุณ : Nov

 

"กำลังคิดอยู่ ว่าคุณสรยุทธ์กำลังจัดฉากหรือเปล่า ให้รายการมันดูน่าสนใจ ดีกว่าที่ทั้งสองฝ่ายจะเห็นไปแนวทางเดียวกัน มันไม่มันส์อ่ะ"
จากคุณ : วิญญาณไม่ขายใคร

 

"ลุงแกคงร้อนใจ เพราะโดนส่วนกลางด่าเละเทะ และคาดโทษไว้ล่ะสิ ถึงได้มาบอกว่า ไม่น่าออกสื่อ เพราะทำให้ตัวเองเสียหาย"
จากคุณ : น่องไก่ตุ๋น

 

"ขอย้ำว่าเชียงใหม่เยอะมาก ไม่ใช่แค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์อย่างที่ผู้ใหญ่บางคนบอก แล้วที่บอกว่ารอหน่วยงานที่ดูแลค่อยๆ จัดการ ขอโทษเถอะที่ผ่านมาได้จัดการอะไรแล้วเหรอคะมันถึงได้พรึบไปหมด ขอขอบคุณคุณนทีจริงๆ ที่ออกมาเป็นปากเป็นเสียง ...."
จากคุณ : นราเกตต์

 

"ผมว่าพูดได้มีส่วนถูกทั้งสองคน อย่างเรื่องสื่อ เรื่องความคิดคน เพราะเวลามันออกไปเเล้ว มันเเล้วแต่กันอยู่ว่าใครจะคิดยังไง ต่างคนต่างความคิด แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน ผมว่าสังคมก็เห็นมามากเเล้ว ไอแบบเรื่องอย่าง สื่อไปอย่าง คนคิดไปอย่าง เข้าใจผิดกัน บางทีรับความไม่ครบ วิเคราะห์ผิดๆไป  เสียหายไปหมด ผมว่าลุงก็พูดได้ถูกบ้าง แต่ให้ปิดก็ไม่ใช่ ครั้งนี้ถ้าฟังดีๆ ถือว่าดี คุยกันด้วยเหตุผลแย้งกันอย่างมีเหตุผล ถ้าฟังโดยใช้อารมณ์จะเป็นอย่างลุงแกว่า"
จากคุณ : ! (Lick-My-L-Ball)

 

"กว่าจะทำตามขั้นตอนได้ พระพวกนั้นคงสบัดจีวรเต้นระบำฟลามิงโก้ ควับๆ กันหมดแล้วม้าง.......ลุงงงง"
จากคุณ : phatmini

 

ปัญหามีไว้เพื่อแก้ไข อยากให้ทุกคนร่วมกันแก้ไขสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมไทยให้เหมาะสม น่าเลื่อมใส เป็นสุขทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของเราทุกคนที่จะช่วยกันแก้ไข อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ไม่ใช่เป็นเมืองพระตุ๊ด แต๋วแตก มันจะงามมากเกินไป อุ๊บส์...งามหน้านะคะ

 

ขอบคุณภาพประกอบ จากคุณวสันดิลก, แมลงปิศาจ, ซิกโก้, อุดมไปด้วยความสุข, นิราศสองภพ, yehyeh.com และแน่นอนที่สุด เว็บพันทิป

 

 

 

บล็อกของ ชาน่า

ชาน่า
สัปดาห์นี้ มีแขกพิเศษมาร่วมบันทึกเรื่องราวจากประสบการณ์จริงของผู้ชาย(ป้ายเหลือง) ที่ถ่ายทอดออกอย่างเป็นธรรมชาติผ่านตัวหนังสือ ชาน่ารู้จักน้อง Once in a blue moon เพราะเค้าเป็นแฟนหนังสือเล่มเก่า “เม้าท์แตก...ชาวเรา” จนเราสนิทสนมแชทคุยกันตลอด จึงอยากให้น้องถ่ายทอดเรื่องราว Untold story เพื่อเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ กลั่นลึกจากห้วง ก้นบึ้ง เปิดให้รู้ลึก รู้สึกของชายกลุ่มหนึ่งที่ทำงาน อาชีพ... “ขายบริการ” บางประโยคอาจจะถ่ายทอดอย่างตรงเกินกว่าจะรับได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเค้า และเค้าเหล่านั้น ลองอ่านดูฮ่ะ...
ชาน่า
เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสไปเข้าร่วมสัมมนาว่าด้วยเรื่อง “สื่อของเกย์และกะเทยในสังคมไทย” ณ ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเซีย กรุงเทพฯ ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุน โดยมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เริ่มกันตั้งแต่เช้าของวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9.30 – 10.00 น. ได้เปิดลงทะเบียน รับเอกสาร รับประทานอาหารว่างหลังจากนั้นได้เริ่มแสดงวีดีโอ พรีเซ็นเทชั่น นำโดยคุณโสภิดา วีรกุลเทวัญ พิธีกรในงาน โดยมี ดร.ปีเตอร์ แจ็คสัน กล่าวเปิดงาน ต่อแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนมากมาย การสัมมนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่าง ๆ…
ชาน่า
เมื่อเดือนก่อน ข่าวฮอตสุดฮิตของคนในวงการบันเทิงปรี๊ดทะลุทะลวง เรื่องของ "อ้น" หนุ่มชวนฝันพระเอกช่องน้อยสี ตกเป็นข่าวคลิปฉาว คาวโลกีย์ ขณะร่วมรักกับหญิงสาว ได้ปรากฏสู่สายตามหาชนยิ่งกว่าเรียลลิตี้ทีวีโชว์(เอ็กซ์) "มันเป็นความไม่ตั้งใจ แค่อยากลองด้วยความคึกคะนองและถ่ายเก็บไว้" หรือว่า "ความลับ อาจรั่วไหลได้ ความลับของซูเปอร์สตาร์จะไม่มีในโลก" กรณีของอ้นเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า ความโชคร้ายบางครั้งเกิดเพียงเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความไม่ตั้งใจ ความจนใจเพราะมันแก้ไขอะไรไม่ได้ ไม่ได้เป็นเพราะอ้น ตั้งใจถ่ายทำเพื่อหารายได้มาเกี่ยวข้องแม้แต่นิด ซึ่งแตกต่างจากกรณีของการถ่ายหนังโป๊…
ชาน่า
การประกวดขวัญใจชาวเราหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการประกวดสาวงาม สาวประเภทสองเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายงานการประกวด ที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นสาวมั่น สาวเก่ง สาวร่างใหญ่ สาวไทย สาวเทศ หรือหนุ่มมาดมั่น หวานใจ กายกำยำ หล่อเร้าใจได้โล่ห์ จากหลากหลายสังกัด ผับ บาร์ ห้างร้าน บริษัทที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2551 ชาน่าได้มีโอกาสได้ไปร่วมงานประกวดหนุ่มหล่อ อีกงานหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับลูกค้าและชาวสีลม ซอย 4 นั่นคือ “มิสเตอร์สีลม ซอย 4” ซึ่งการประกวดนี้เค้าจัดขึ้นทุกปี ได้รับการสนับสนุนจากหลายผับ บาร์ในซอย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหา หนุ่มหล่อ ขวัญใจ ชาวสีลม ซอย 4…
ชาน่า
"ก็ฉันชอบเที่ยวมันผิดหรือไง ฉันรักในเสียงดนตรี เมื่อไรเจอจังหวะดี ดี หนึ่งสองสามสี่ถึงมีเฮ เย อี เย อี เย อีเย้ เย อี เย อี เย อี้ เย...." เสียงเพลง playgirl ของ ส้ม อมรา ก้านคอคลับ บ่งบอกให้รู้ว่า นักท่องราตรีหลายคนรักเที่ยวกลางคืน คนกลางคืนไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นคนไม่ดี ด้วยหลากหลายจุดประสงค์ของนักเที่ยว บ้างชอบพบเพื่อนใหม่ บ้างชอบออกกำลังกาย บริการกล้ามเนื้อ เต้นออกเหงื่อ หรือแม้แต่ดูคนอื่นเต้น ชาน่าเป็นคนไม่ดื่ม ไม่เมาแต่ชอบเที่ยว เพราะคิดว่าเป็นอีกหนึ่งการผ่อนคลาย และอีกอย่างเราก็โตเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน พักผ่อนหย่อนใจ ฟังเพลง ไม่เสียหายอะไร หรือแม้แต่น้องๆ…
ชาน่า
กลางเดือนสิงหาคม ชาน่าเดินทางถึงเมืองไทย เป็นการพักร้อนในช่วงฤดูฝนพรำ  น้ำท่วม  เศรษฐกิจยังทรุด การเมืองแรง ๆ เข้ามาแทรก  แต่ถึงกระนั้นก็ยังสวนกระแส ไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์  ตั้งหน้าก้าวต่อไป จึงได้ฟอร์มกับเพื่อน ๆ ที่กรุงเทพฯ ว่าเราจะร่วมกันจัดทำหนังสือเล่มหนึ่ง หลังจากทำธุระกับต้นสังกัดงาน "เดินแบก" ต่างแดนเสร็จ  จึงเร่งรีบทำหนังสือเล่มนี้  "ใช่ว่าจะดอก...ท้อ" ให้จงได้  โดยจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่  ข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง ให้หลายกลุ่มโดยทั่วถึง   อีกอย่างพูดง่าย ๆ คือเป็นความต้องการส่วนตัว เป็นอีกหนึ่งโครงการทำดีที่เราพอทำได้ …
ชาน่า
สองเดือนที่ผ่านมา ช่วงที่ชาน่ากลับมาพักร้อนเมืองไทย หยิบข่าวมาอ่าน ทั้งเรื่องข่าวบ้านการเมืองและเรื่องรักเรื่องใคร่ ข่าวทั่วไป เรื่องร้ายๆ แรงๆ พอทราบข่าวแล้วน่าเป็นห่วงสังคมไทยในปัจจุบัน นอกจากข่าวการเมืองจะหาที่ยุติไม่ได้ ข่าวร้ายของชาวรักร่วมเพศก็แรงไม่แพ้กัน จำได้ว่าผ่านไปสองเดือน มีข่าวอนาจาร ข่าวน่าสลดที่เกิดขึ้นกับเด็กชายถึงการเป็นเหยื่อหลายราย นสพ.หัวสีหลายเล่มประชันกันทำข่าวเกรียวกราวกันถ้วนหน้า วันนี้อดใจไม่ไหวขอหยิบข่าวหนึ่งที่ร้อนตอนนี้ ไม่แพ้กับข่าวการเมืองนั่นก็คือ เด็กนักเรียนชายโดนบังคับให้อมนกเขา ซึ่งผู้ต้องหานั้นใช่ใคร คือคุณครูของหนูนี่เอง
ชาน่า
ช่วงนี้ “งานเข้า” เรียกได้ว่าหลังจากปิดต้นฉบับหนังสือเรื่อง “ใช่ว่าจะดอก...ท้อ” จีบปากจีบคอ โดยอิชั้นเอง ชาน่า (จำง่าย ๆ กลับผวนได้ใจ หน้าชา ว่าซ้านนนนน) ก็มีงานรับเชิญจากพี่ๆ สื่อมวลชน องค์กร สมาคมและห้างร้านต่าง ๆ เพื่อไปร่วมงานของชาวเรา อันเกี่ยวข้องด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา ชาน่าได้ไปร่วมชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า “xxy” ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชฑูตอาร์เจนติน่าและสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์การยูเนสโก โครงการประกวดหนังสั้นสีรุ้ง สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย…
ชาน่า
สวีดัด สวัสดีค๊าคุณขา (ดัดเสียงให้สวนกระแสเรื่องเศร้าๆ ทางการเมืองนะฮ้า) กลับมาเมืองไทยนานทีปีละหนสองหน กลับมาคราวนี้มีหลายเรื่องต้องให้ติดตาม ข่าวบ้านการเมือง ร้ายๆ แรงๆ ยังไงๆ ชาน่าเป็นห่วงทุ๊กกกกกกกกกก ทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม ชาน่าอยู่ฝ่ายไทยเลือดไทยทั้งแท่ง... “ความรุนแรงไม่ได้เป็นทางออกของปัญหานะคะ” เลือดไทยด้วยกันอย่าทำร้ายทำลายกันเลยนะ .... แต่ถึงอย่างไรก็ตาม วิถีชีวิตของเราต้องดำเนินเดินทางต่อไปค่า เจตนารมย์และความมุ่งมั่นในการทำหนังสือเพื่อการกุศลของชาน่ากับเพื่อน ๆ นั้นยังไม่หยุด เราจะเดินหน้าต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม กลับมาเรื่องของชาวเรากันบ้าง (…
ชาน่า
ข่าวคาว มาเป็นคราว ๆ กับเรื่องรักน้ำเน่า เจ้านั่น หรือ พ่อคนนี้เป็น “แอ๊บจัง” เป็น “เกย์” หรือไม่ แฟนดารา คู่หมั้นนักร้องดัง อย่างทาทา มีประชาชนชาวไทยอยากรู้ถามไถ่ว่า ป้อจายที่หมายหมั้นแล้วถอนหมั้นคนนั้นเป็นหรือไม่... มากมายหลายคำถาม เพราะสังคมทุกวันนี้มีทางออกและทางเลือกมากมาย ชายใดไม่แต่งงาน บ้างก็ฟันธง “เป็นแน่ๆ เลยสู” ชายใด ชอบชาย อันนี้แน่นอน “เป็นแน่ๆ เลยตัว”
ชาน่า
ความเป็นอิสระเสรีของชีวิตเกย์ ไม่ว่าจะเกย์มีคู่ เกย์สันโดษ เกย์ไม่มีพันธะ จะสังเกตได้ว่า หลายคนชอบเดินทางเพื่อให้รางวัลของชีวิตหรือจะเป็น "การเดินทางที่แสนพิเศษ" เพื่อหลากหลายจุดประสงค์ก็ตาม "แหม..แก ตัวคนเดียว เที่ยวรอบโลก คิดอะไรมากไปเปิดหูเปิดตาซะมั่ง รึหล่อนจะเก็บเงินไว้ซื้อโลงศพฝังเพชรกระไดยิงกันยะ" เสียงของเพื่อนสาวขาเม้าท์แตก การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมที่รองรับเกย์ รักร่วมเพศ นักเดินทางมากมายทั่วทุกมุมโลกที่แสวงหาความสุขทางการเดินทางท่องเที่ยว
ชาน่า
ชาน่าไม่ได้อยู่เมืองไทยเป็นเวลาสิบปีแต่ทุกปีก็จะกลับมาพักร้อนที่เมืองไทย บางข่าวบางเรื่องราวแทบจะเรียกได้ว่า “ตกยุค” ไม่ค่อยอัพทูเดท กับความล้ำ และความแปลกใหม่หลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองไทยจนทำให้ชาวโลกต้องหันมามองถึงความเป็นไปได้ มีเยี่ยงนี้เชียวหรือ อือ...มันแปลกดีนา เมื่อคืนก่อนเห็นข่าวทางสำนักข่าว บีบีซี ถ่ายทำสกู๊ปเรื่อง “ห้องน้ำสีชมพู” ซึ่งเป็นห้องน้ำพิเศษแยกเพศที่สามไว้โดยเฉพาะ เรื่องนี้เกิดขึ้นในสถานศึกษา “ชาน่ารู้จัก ซีสะเก็ต (ศรีสะเกษ) เมื่อคืนฉันเห็นทีวีช่องข่าวบีบีซี น้องสาว (กะเทย) นักเรียนเต็มไปหมดเลย” เพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติถามยามเช้า “ไอ ซี ล้ำ…